อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ภารดีเห็นสายตาของแดนเหมือนพี่ชายเกลี้ยกล่อมน้องจนอยู่มือ“ฉันอดทนรอได้ไม่นานหรอกนะ”
แดนยิ้มน่ารักใส่ให้หญิงสาว ภารดีเห็นแล้วชะงักไปนิด เริ่มรู้สึกถึงความน่ารักของแดน ภารดีทำเมินแล้วก้าวขึ้นรถแบบไม่เต็มใจนัก หญิงสาวเหลือบมองเห็นแดนยิ้มน่ารักโบกมือให้ ภารดีหันหน้าหนีแล้วขับรถออกไปเลย แดนมองตามยิ้มๆ รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักดี

ภายในรถ ภารดีหวนนึกถึงความใกล้ชิดที่มีให้กับแดนก็อมยิ้มนิดๆ กับความ รู้สึกดีๆ ที่กำลังก่อตัวระหว่างตนเองกับแดนอย่างช้า ๆ



ที่บ้านพักริมทะเล นรุตม์นั่งซ้อนตัวเป็นหลักให้ลีลาพักพิง สองคนนั่งกอดกันเงียบๆ ถ่ายทอดความรักให้แก่กัน

ที่บ้านพักของวัลภา มัสยาที่พยายามโทรหาลีลาก็หันกลับมาบอกน้องชายของตน “ไม่เปิดเครื่อง”
“มันคุ้มจริงๆ ที่รอคอย” ชลัมน์ยิ้มอย่างสะใจ
“เราจะเริ่มทันทีที่ลีลากลับมาเลยไหม”
“แค่นี้มันยังไม่พอ”
มัสยายิ้มตอบอย่างเข้าใจในสิ่งที่ชลัมน์ต้องการ “พี่จัดการให้แล้วล่ะ”

เช้าวันใหม่ ภายในห้องทำงานของณรัล ที่โรงแรม Castle ณรัลเข้ามาในห้องทำงาน ตรงมาที่โต๊ะแล้วชะงักที่เห็นว่ามีซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะ ระบุว่าส่งถึงคุณณรัล เดชาเลิศรัตน์
ณรัลกดโทรศัพท์ถาม “คุณแป้ง....ซองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะเอามาวางตั้งแต่เมื่อไหร่...เมื่อเช้า?...ขอบใจ...คุณช่วยส่งรายละเอียดทวนนัดหมายวันนี้ให้ผมด่วนนะ” ณรัลวางสายแล้วเปิดออกดู อ่านด้วยสีหน้าอึ้งๆ คาดไม่ถึง
ณรัลกดโทรศัพท์อีกครั้ง “เช็คให้ผมทีว่าวันนี้ท่านประธานจะเข้ามาที่โรงแรมไหม”
กัลยากำลังจะกลับบ้าน ระหว่างทางได้ยินเสียงณรัลดังขึ้น “เช้านี้ผมเซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ถ้ามีเรื่องด่วนโทรเข้ามือถือผม” ณรัลเดินคุยโทรศัพท์ เลี้ยวมาชะงัก ที่เห็นกัลยา “คุณแม่” ณรัลเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
“รัล...” กัลยาหน้าเสียนิดๆ เพราะไม่อยากเจอณรัลตอนนี้
“คุณแม่เข้ามาน่าจะบอกผมนะครับ ผมจะได้พามาพร้อมกัน” ณรัลแปลกใจ
“แม่กำลังจะกลับแล้วล่ะ”
ณรัลรู้ว่ากัลยากำลังเลี่ยง “เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็นไร ตาชุบรอแม่อยู่”
“คุณแม่มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”
กัลยาอึ้งไปมองณรัลด้วยความรู้สึกลำบากใจ

ที่บ้านพักริมทะเล ลีลาในอ้อมแขนนรุตม์ค่อยๆ ลืมตา หญิงสาวมองเห็นนรุตม์ที่ตื่นแล้ว สายตามองออกไปด้านนอกก็ยกมือลูบที่แก้มลงมาที่คางนรุตม์ด้วยความอ่อนโยน นรุตม์หันมองแล้วจูบลีลาเบาๆ สายตาลีลาเหมือนมีคำถาม
“ผมกำลังคิดเรื่องของเรา...” ลีลามองสงสัยว่าหมายความว่ายังไง

ศตวรรษขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพัก แล้วก้าวลงจากรถด้วยความร้อนใจ รีบตรงเข้าไปในบ้านพักทันที

ลีลาแต่งตัวเรียบร้อยมองออกไปด้านนอกระเบียง นรุตม์เข้ามาด้านหลังกอดลีลาด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน ชายหนุ่มกอดลีลาแน่น ลีลามองนรุตม์ด้วยสายตาเป็นคำถามว่าคิดอะไรอยู่
“ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครที่ดึงผมออกจากความรับผิดชอบกับงานหรือว่าครอบครัวได้ ผมอยู่คนเดียวจนชินและชา....ผมไม่เคยรู้สึกรักกับใคร...จนผมได้พบกับคุณ คุณทำให้ผมไม่อยากอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป อยากมีชีวิตที่มีคุณเดินเคียงข้างการได้กอดคุณทำให้ผมมีความสุข...ผมอยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้...เวลาที่มีแค่คุณกับผม...ตลอดไป” ลีลารู้สึกไม่ต่างกับนรุตม์ แต่ก็รู้ว่าสิ่งที่ต้องทำเพื่อพ่อไม่สามารถล้มเลิกได้ “คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ระหว่างเรา...” ลีลาจะพูดแต่นรุตม์จูบเบาๆ ทำให้ลีลาชะงักไป
ชายหนุ่มมองลีลาด้วยความรัก พูดอย่างหนักแน่น “ขอแค่ได้อยู่กับคุณ ถึงต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็ยอม” ลีลากอดนรุตม์ด้วยความรัก
ทันใดนั้น ศตวรรษก็เปิดประตูเข้ามา นรุตม์กับลีลาตกใจที่เห็นศตวรรษ ศตวรรษตรงเข้ามาดึงลีลาจากอ้อมกอดนรุตม์ แล้วเหวี่ยงลีลาไปทางหนึ่ง จังหวะที่ยังตั้งตัวไม่ทัน ศตวรรษกระชากนรุตม์ขึ้นมาต่อย ไม่ปล่อยให้นรุตม์ได้ตั้งตัว ตามเข้าไปต่อยนรุตม์ด้วยแรงโกรธของความผิดหวังกับการกระทำของนรุตม์ นรุตม์ไม่สู้ปล่อยให้ศตวรรษต่อยจนพอใจ ลีลาตกใจเข้าไปดึงแขนศตวรรษไว้ แต่ศตวรรษเหวี่ยงลีลาออกไปแล้วต่อยนรุตม์ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย นรุตม์ลงไปคว่ำกับพื้น ศตวรรษดึงมือลีลาออกไป ลีลาขืนตัวไว้นิดๆ เพราะเป็นห่วงนรุตม์
“ผมจะพาภรรยาผมกลับบ้าน” ศตวรรษลากลีลาออกไปเลย นรุตม์มองตามด้วยความเสียใจ

ณรัลเดินเข้ามาส่งกัลยาที่หน้าบ้าน
“ขอบใจนะลูก” ณรัลนิ่งเงียบสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “คิดเรื่องพ่อใช่ไหม”
“พ่อไม่เคยไว้ใจผม”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้น” กัลยาย้อนถาม
“งานของผมจะต้องผ่านการอนุมัติของรุตม์ทุกอย่าง มันคงยากถ้าผมจะสร้างผลงาน”
“แม่ว่ามันเป็นสิ่งที่รัลต้องยอมรับให้ได้” ณรัลมองกัลยาด้วยสีหน้าอึ้งๆ ที่กัลยาไม่เออออตามใจตัวเองเหมือนเดิม “ลูกเคยทำผิดจริงๆ จะให้คุณพ่อไว้ใจง่ายๆ มันเป็นไปได้ยาก ลูกต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อเรียกความไว้ใจจากคุณพ่อกลับมา”
“มันต้องใช้เวลานานแค่ไหนล่ะครับ”
“มันจะนานแค่ไหนแม่ก็ตอบไม่ได้ แต่แม่อยากให้ลูกอดทน”
“ถ้าคุณแม่ช่วยพูดให้...”
“เรื่องนี้แม่คงช่วยลูกไม่ได้...” กัลยาเอ่ยสีหน้าลำบากใจ
ณรัลเห็นสีหน้าลำบากใจของกัลยาก็ยิ้มดูเข้าอกเข้าใจมาก “แม่...อย่าคิดมากเลยครับ ผมเข้าใจแล้วครับ...ผมควรจะดีใจที่คุณพ่อยังให้โอกาสผมอยู่ในบ้านหลังนี้ ขอบคุณนะครับแม่ที่ช่วยเตือนสติผม”
“แม่ดีใจที่ลูกเข้าใจ...” กัลยายิ้มกอดณรัลด้วยความรัก
“คุณแม่เข้าบ้านพักเถอะครับ”
กัลยายิ้มอย่างขอบใจแล้วเดินเข้าบ้านไปเชื่อว่าณรัลคิดแบบนั้นจริง ๆ
ณรัลกลับขึ้นบนรถแล้วหยิบซองเอกสารเห็นว่าด้านในมีโพสอิทที่ติดไว้เป็นชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ ณรัลมองกดเบอร์โทรศัพท์แล้วกดโทรออก

มือถือของมัสยา มีเบอร์แปลกๆ เรียกสายเข้ามา มัสยามองชลัมน์ ชลัมน์มองตอบอย่างมั่นใจ
มัสยากดรับสาย“คุณณรัล....” เธอฟังแล้วยิ้ม ชลัมน์ยิ้มร้ายที่แผนการใกล้จะเป็นจริง

ที่บ้านของศิริ นรุตม์เดินเข้ามาในบ้าน เจอกับป้าเพ็ญ “คุณพ่อคุณแม่ล่ะครับ”
“คุณกัลขึ้นไปดูคุณลูกหยีค่ะ ตั้งแต่มีเรื่องคุณกล้า คุณลูกหยีก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงมากินข้าว ส่วนคุณผู้ชายอยู่ในห้องหนังสือค่ะ”
“ป้าโทรหาวรรษ ถามเขาให้ผมทีว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“เมื่อกี้โทรมาบอกว่าจะเข้ามาให้ทันมื้อเย็น น่าจะใกล้ถึงแล้ว คุณวรรษฝากบอกให้คุณรุตม์อยู่ด้วยนะคะ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญ” นรุตม์สงสัยว่าเรื่องอะไร
ศิริและกัลยาอยู่ที่โต๊ะอาหาร นรุตม์เดินเข้ามา
“แล้ววรรษล่ะทำไมถึงไม่กลับมาพร้อมกัน สรุปลีลาพาศตวรรษไปไหน” กัลยาเอ่ยถาม
นรุตม์ยังไม่ทันตอบ ศตวรรษก็เดินเข้ามา “ผมกลับมาแล้วครับ”
“วรรษ ลูกหายไปไหนมาทั้งคืน ลูกไปไหนมา”
“ผมไปจดทะเบียนสมรสกับคุณลีมาครับ” กัลยาอึ้ง ศตวรรษมองศิริกับนรุตม์ด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว “ในฐานะลูก ผมต้องกลับมาเพื่อจะบอกให้พ่อกับแม่รู้ว่าผมจะแต่งงานกับคุณลีเพื่อให้เกียรติคนที่ผมรัก”
“ตามกำหนดการเดิมมันคืออาทิตย์หน้า” ศิริท้วง
“พรุ่งนี้ครับ...” ศตวรรษขัดขึ้น
ทุกคนอึ้งเมื่อได้ยิน ต่างมองศิริว่าจะตัดสินใจยังไง ขณะที่ศตวรรษมีสายตามุ่งมั่นมาก

ริมทะเลแห่งหนึ่ง ณรัลเข้ามาเจอกับมัสยาและชลัมน์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น ณรัลมองชลัมน์อย่างไม่คุ้นตา “คุณ...”
“ผม..ชลัมน์ เป็นพ่อของลีลา” ชลัมน์เอ่ยแนะนำตัว
“แล้วทำไม...” ณรัลแปลกใจ
“ฉันเคยเป็นเพื่อนของพ่อเธอ...เป็นคนที่ต้องเสียทุกอย่างเพราะศิริ ที่ฉันนัดเธอมาเพราะรู้ว่าเธอก็ไม่ได้รับความยุติธรรม”
“เอกสารกับข่าวพวกนั้นเป็นความจริงเหรอ ที่พ่อผม...”
“พ่อบุญธรรมของเธอทำธุรกิจอย่างเห็นแก่ตัวทำให้หลายคนต้องสูญเสีย เธอทำงานให้กับศิริไม่น้อยแต่เขาก็ยังไม่เห็นค่าคนบางคนต้องได้รับบทเรียนถึงจะสำนึกเขาจะถูกสั่งสอนให้จำไปจนตาย...ถ้าเราร่วมมือกัน”
ณรัลมองชลัมน์อย่างลังเล “มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผมควรจะร่วมมือกับคุณ”
“เรียกร้องความยุติธรรมไง ศิริจะยกทุกอย่างให้นรุตม์กับลูกของมัน เธอกับนรุตม์มีสิทธิ์เท่ากัน แต่คนที่จะได้ทุกอย่างคือนรุตม์...ฉันพูดถูกไหม” ณรัลยังนิ่ง “ฉันแค่เสนอทางเลือก แต่ถ้าเธอยอมได้ที่จะไม่เหลืออะไรเลยก็ให้ลืมเรื่องที่เราเจอกันซะ”
ณรัลมองชลัมน์อย่างประเมิน ชลัมน์จับตามองณรัลอย่างมั่นใจ ณรัลมีสีหน้าเครียด คิดหนัก นึกถึงสิ่งที่มารดา บอกก็รู้สึกว่าโอกาสของตนน้อยเต็มที ณรัลหันกลับมาหาชลัมน์ “ผมอยากฟังข้อเสนอของคุณ...”
ชลัมน์ยิ้มนิดๆ อย่างพอใจ มั่นใจว่ายังไงณรัลก็ต้องร่วมมือด้วย

ที่บ้านของศิริ ภายในห้องหนังสือ ศิริกับศตวรรษ อยู่ในห้องทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียด
ศิริมองศตวรรษอย่างพยายามจะหาคำตอบ “ลูกยืนยันที่จะแต่งงานกับลีลา?”
“ครับพ่อ”
“แล้วเรื่องนรุตม์กับลีลา”
“ผมรักคุณลีครับพ่อ ผมไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้น คุณลีเจ็บปวดเพราะเรามากพอแล้ว” ศิริมองสงสัยว่าหมายความว่ายังไง ศตวรรษตัดสินใจเลี่ยง “เรื่องของหาญกล้า ลูกหยี พี่รุตม์ทำร้ายจิตใจคุณลีครั้งแล้วครั้งเล่า”
“วรรษไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน”
“เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น ผมก็มีส่วนขอให้ผมได้แสดงความรับผิดชอบในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งนะครับพ่อ ให้ผมได้ชดเชยให้กับเขา”
“พ่อไม่อยากให้วรรษต้องเสียใจ”
“ผมพร้อมที่จะยอมรับผลจากการตัดสินใจของผมทุกอย่างครับพ่อ” ศตวรรษยิ้มอย่างเข้มแข็ง
ศิริมองศตวรรษรู้ว่าคงเปลี่ยนใจอีกฝ่ายไม่ได้แน่

ที่ห้องพระ นรุตม์ไหว้พระแล้วพนมมือนั่งมองนิ่งราวกับอธิษฐานอยู่ ป้าเพ็ญเดินเข้ามานั่งข้างนรุตม์ ชายหนุ่มดูนิ่งตกอยู่ในภวังค์ราวกับไม่รับรู้ว่าป้าเพ็ญเข้ามาแล้ว ป้าเพ็ญมองนรุตม์แล้วขยับเทียนที่ถูกจุดเข้ามาใกล้ตัวนรุตม์ ชายหนุ่มขยับตัวหันมองป้าเพ็ญ
“เอาไฟมาใกล้ ๆ ร้อนใช่ไหมคะ” นรุตม์มองอย่างไม่เข้าใจ “ไฟไม่ได้ร้อน ถ้าเราไม่เอาตัวเข้าไปใกล้ ทุกข์ใดๆ ก็ไม่ได้ทำให้เราหนัก ถ้าเราไม่ได้เอาใจเข้าไปแบก”
“ป้าเคยสอนผมว่า ‘ผู้ที่อยู่เฉยทนมองเห็นคนทำผิดโดยไม่คิดขวาง ผู้นั้นผิดยิ่งกว่า’”
“ป้าดีใจนะคะที่คุณไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ท้อกับความยากลำบาก ถ้าเรารู้ว่าปลายทางคืออะไร ระหว่างทางก็คงป้องกันได้ง่ายขึ้น”
“ปลายทาง...” นรุตม์มองป้าเพ็ญอย่างใช้ความคิด

อีกด้านหนึ่ง ลีลายืนอยู่ที่ระเบียงห้องพักในโรงแรม กดโทรศัพท์มือถือหามัสยา
“ทุกอย่างเรียบร้อยไหมลูก” มัสยาเอ่ยถามด้วยสีหน้าอ่อนโยนมาก
ลีลาเอ่ยตอบสีหน้าหนักใจ “เรียบร้อยค่ะ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะจบแล้วค่ะคุณอา”
มัสยาส่งมือถือให้ชลัมน์ ชลัมน์เอ่ยน้ำเสียงสดใส “ลี...ลูกเป็นยังไงบ้าง”
“ลีจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยค่ะพ่อ ลีสัญญา”
ชลัมน์วางสายยิ้มมีความสุข มัสยาก็ไม่ต่างกัน ขณะที่ลีลาลดมือลง สีหน้าดูกดดันมาก นึกถึงความรู้สึกที่นรุตม์มีให้กับตนก็รู้สึก อึดอัดเจ็บปวด ลีลาหันมองเข้าไปในห้อง ยืนทำใจ สูดลมหายใจแล้วเปิดประตูเดินกลับเข้าไปในห้อง
ภายในห้องพักของโรงแรม ลีลานอนอยู่บนเตียงพลางมองไปทางห้องน้ำด้วยสายตากระวนกระวาย ประตูห้องน้ำกำลังจะเปิดออก ลีลาหลับตานิ่ง ทำเหมือนว่านอนหลับไปแล้ว ศตวรรษแขวนผ้าขนหนูแล้วเดินมาที่เตียง ลีลารู้สึกกังวลที่อีกฝ่ายกำลังจะขึ้นมานอนบนเตียงก็กำมือแน่น ศตวรรษก้มตัวลงมาหยิบหมอนแล้วเดินออกไปนอนที่โซฟา
เงียบ ๆ ลีลาลืมตามองศตวรรษด้วยความรู้สึกผิด ทั้งคู่รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

เวลาตีหนึ่ง มัสยาจะเดินออกไปจากโรงแรม
“ผมฝากด้วยนะพี่มัส” ชลัมน์นั่งอยู่บนเก้าอี้หันหน้าออกนอกระเบียง มีโต๊ะเล็ก ๆ ที่วางอยู่ มีแก้วไวน์วางอยู่บนโต๊ะ
“จ้ะ” มัสยายิ้มร้าย
ชลัมน์ยกแก้วขึ้นโดยไม่หันมา มัสยาเดินออกไป ชลัมน์ยกแก้วขึ้นโดยไม่หันมานั่งจิบไวน์ด้วยสีหน้ามีความสุข

นรุตม์พยายามจะกดโทรหาลีลากับศตวรรษ ลีลาที่ยังนอนไม่หลับเห็นโทรศัพท์สั่นเป็นเบอร์ของนรุตม์โทรเข้ามา ก็กดตัดสาย นรุตม์พยายามโทรหาศตวรรษ แต่ลีลาก็กดตัดสายอีก นรุตม์ตัดสินใจ พิมพ์ข้อความบอกศตวรรษว่าลีลากับศตวรรษเป็นพี่น้องกัน แล้วกดส่ง แต่ช้าไปแล้วเพราะลีลากดปิดโทรศัพท์ของศตวรรษก่อนที่ข้อความจะส่งมาถึง จากนั้นเก็บเข้าลิ้นชักไม่ให้ศตวรรษเห็น

เวลาตีสามครึ่ง นรุตม์มองเห็นว่าข้อความไม่ได้ถูกอ่าน ก็รู้สึกเครียดมาก
ธีรพัฒน์เดินเข้ามาในห้อง “เป็นอย่างที่คาดครับ รายชื่อห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ ไม่มีชื่อของคุณลีลากับคุณวรรษในการจองห้องจัดเลี้ยงเลยครับ”
“แล้วชื่ออื่นล่ะ”
ธีรพัฒน์ยื่นเอกสารรายชื่อของแขกที่จองห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมทั่ว กรุงเทพฯ ให้ นรุตม์รับมาดูอย่างละเอียด “ชื่อชลัมน์กับมัสยาก็ไม่มีครับ คงจะใช้ชื่ออื่นจอง”
นรุตม์รับมาดูไล่มอง“ไล่เช็คว่างานไหนที่ถูกจองเข้ามากะทันหันเมื่อคืนนี้บ้าง”
ธีรพัฒน์รับคำสั่งแล้วไปจัดการ

ถึงเวลาเช้า ดลเดินเข้ามาที่บ้านพักของวัลภา “พี่ชลัมน์... พี่ชลัมน์!” เงียบไม่มีเสียงตอบกลับดลเดินหาตามห้องต่างๆ แต่ไม่พบชลัมน์ แล้วเสียง โทรศัพท์มือถือของดลดังขึ้น ดลมองแล้วรีบกดรับ “พี่ชลัมน์ พี่อยู่ที่ไหน”
ชลัมน์ในชุดสูทนั่งอยู๋บนรถเข็นคุยมือถือ “ที่ที่จะจบเรื่องระหว่างฉันกับไอ้ศิริ”
“พี่จะให้ลีแต่งงานกับศตวรรษไม่ได้!”
ชลัมน์ยิ้มร้ายสะใจ “ศิริมันจะรู้สึกยังไง...ที่ลูกสาวกับลูกชายของมันได้กันเอง”
“พี่ชลัมน์ !” ดลตะลึง

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ