อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ชลัมน์ยิ้มร้ายสะใจ “ศิริมันจะรู้สึกยังไง...ที่ลูกสาวกับลูกชายของมันได้กันเอง”
“พี่ชลัมน์ !” ดลตะลึง
“ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าครอบครัวของมันเน่าเฟะแค่ไหน พวกมันจะต้องตายทั้งเป็นด้วยฝีมือของฉัน” ชลัมน์หัวเราะสะใจ
วัลภาขับรถ โดยมีดลฤดีนั่งข้างๆ กดโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด แต่กดเท่าไหร่ได้ยินแต่ฝาก ข้อความ
ดลฤดีหงุดหงิด “โอ๊ย!!! อยากจะบ้า! ฝากข้อความอยู่นั่นล่ะ ไอ้ลีเอ๊ย! เปิดเครื่องเดี๋ยวนี้นะลี ชีวิตแกกำลังจะพัง! โทรกลับมาหาฉันด่วนที่สุด!” เธอกดวางสายด้วยอาการหัวเสียมาก “เจ๊...ที่อาดลพูดมันจริงเหรอ ไอ้ลีเนี่ยนะเป็นพี่สาวของศตวรรษ”

“ผลดีเอ็นเอมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ” วัลภาเอ่ยตอบสีหน้าเครียด
“ทำไมไม่บอกเร็วกว่านี้นะ ถ้าสองคนนั้นแต่งงานกัน บ้าเอ๊ย!” ดลฤดีเครียด เป็นห่วง กดโทรศัพท์อีกครั้ง “ไอ้ลี รับโทรศัพท์สิลี!” เสียงมือถือวัลภาดัง วัลภารีบคว้ามาดู ดลฤดีมองด้วยความหวัง “ลีหรือเปล่าเจ๊”


วัลภาส่ายหน้าแล้วกดรับจากเครื่องเสียงที่เชื่อมบลูทูธภายในรถ “สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ...”

อีกด้านหนึ่ง ลักษณ์เข้ามาด้วยอาการเร่งรีบ เห็นนักข่าวคนอื่นๆ ที่เข้ามาจากหลายสำนักตรงเข้าไปในโรงแรม
“น้องภา พี่น้อยใจนะคะเนี่ย น้องลีแต่งงานสายฟ้าแลบแต่น้องภาไม่แง้มบอกพี่บ้างเลย”
“พี่ลักษณ์รู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ” ดลฤดีตกใจ
“ตอน 7 โมงเช้ามีแฟกซ์ถึงนักข่าวทุกหัวน่ะสิคะจะมีแถลงข่าวตอน 9 โมง นี่นักข่าวก็แห่กันมาที่นี่หมดแล้ว น้องภาช่วยให้พี่สัมภาษณ์น้องลีกับเจ้าบ่าวแบบส่วนตัวได้ไหมคะ”
วัลภากับดลฤดีมีความหวังขึ้นมาทันที “ตอนนี้พี่ลักษณ์อยู่ที่ไหนคะ?” วัลภาเอ่ยถาม

เวลา 8.30 น. ศิรินั่งอยู่ด้านหลังรถพลางคุยมือถือกับศตวรรษ“รอพ่อก่อนนะวรรษ อย่าเพิ่งวู่วาม” ศิริวางสายแล้วพูดกับชุบ “ขับให้เร็วที่สุด”
“ครับ”
สภาพจราจรวันนี้ค่อนข้าง หนาแน่น ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า ศิริเริ่มมีอาการกระวนกระวาย แล้วกดมือถือ“รุตม์ เมื่อกี้วรรษโทรมาหาพ่อ”

ในห้องแต่งตัว ภายในโรงแรม ลีลาหันกลับมาในชุดหมั้นสวยงามตรงหน้ากระจกพลางคุยมือถือกับชลัมน์ “พ่อรอฟังข่าวดีนะคะ จบงานแล้วลีจะรีบไปหาพ่อกับป้านะคะ” ลีลาวางสายพลางมองตัวเองในกระจก หายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ลีลามองเห็นศตวรรษที่กำลังใส่สูท ท่าทีที่ดูเงียบขรึม ของศตวรรษทำให้ลีลาไม่สบายใจ “คุณวรรษคะ....”
ศตวรรษหันมายิ้มให้ลีลาเหมือนยิ้มให้ตามมารยาท “วันนี้คุณสวยมาก”
ลีลารู้สึกผิด “คุณแน่ใจแล้วเหรอคะที่จะแต่งงานกับฉัน”
ศตวรรษจับมือลีลาราวกับปลอบโยน “ผมสัญญาแล้วว่า...” ศตวรรษเอ่ยประโยคเดียวกับที่นรุตม์เคยเอ่ย ลีลาชะงักไป “ผมจะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในวันแต่งงาน”
ศตวรรษมองลีลาด้วยสายตาที่ยังรัก ขยับเข้าหาจะจูบอีกฝ่าย ลีลามองไม่หลบแต่พอศตวรรษเข้ามาใกล้ ลีลาที่ตั้งรับก็ทนไม่ได้ ลีลาเบี่ยงหน้าหนี เพราะทำใจไม่ได้ ศตวรรษชะงักไป ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ลีลาสับสนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี
ศตวรรษพยายามจะเข้มแข็ง จับมือลีลาไว้ “งานแต่งงานครั้งนี้คือความรักจากผมเพื่อผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ผมรัก” ลีลายิ่งอึ้ง ศตวรรษจับมือลีลาแล้วจูงออกจาห้องไปอย่างแน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลง ลีลามีสีหน้าที่รู้สึกผิดกับศตวรรษเหลือเกิน

วัลภากับดลฤดีเข้ามาในงานห้องจัดเลี้ยง แล้วต้องชะงักที่เห็นศตวรรษกับลีลาอยู่บนเวทีกำลัง แถลงข่าวต่อหน้านักข่าวทั้งหมด
“ผมต้องขอโทษพี่ๆ ทุกท่านนะครับที่แจ้งข่าวเรื่องงานแต่งงานครั้งนี้กะทันหัน ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า งานที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่การแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่เป็นการประกาศถึงความเป็นสามีภรรยาของผมกับคุณลีลาอย่างเป็นทางการ”
วัลภากับดลฤดีเห็นศิริก้าวเข้ามาในห้องมองการแถลงข่าวของศตวรรษอย่างอึ้งๆ ดลฤดีเห็นศิริที่เข้ามาก็สะกิดวัลภาให้รู้ตัวว่าศิริมาแล้ว สองสาวสีหน้ากังวลมาก
“เพราะเราสองคนได้จดทะเบียนเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วครับ” ศตวรรษหยิบใบทะเบียนสมรสขึ้นมา ศตวรรษและลีลายิ้มให้กัน นักข่าวต่างพากันถ่ายรูป “ผมจัดงานแถลงข่าวในวันนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมจะขอดูแลคุณลีลา ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมรัก และ เลือกเป็นคู่ชีวิตตลอดไป”
“ลีรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดที่ได้เจอกับผู้ชายที่รักลีด้วยความจริงใจ มีพี่ๆ นักข่าวที่ให้ความสนใจ และมาร่วมยินดีกับเรา”
ศตวรรษจับมือลีลาเป็นการยืนยัน นักข่าวถ่ายรูป ศตวรรษเห็นศิริที่ยืนอยู่ก็เดินจูงมือลีลาลงมาจากเวที แล้วตรงไปหาศิริ ศิริมองลีลาที่สีหน้าดูยิ้มนิดๆ เหมือนพึงพอใจที่ได้ชัยชนะ
“ผมขอโทษนะครับที่ต้องทำแบบนี้ แต่ผมอยากถนอมความรู้สึกของลี”
“แล้วความรู้สึกของแม่ล่ะ!” เสียงกัลยาดังขึ้น ทุกคนหันไปเห็นกัลยาก้าวเข้ามา
“คุณกัล...ผมบอกแล้วว่าอย่ามา” ศิริเอ่ยปราม
“ฉันอยากรู้ว่าลูกคิดจะทำอะไร...ทำไมวรรษถึงทำแบบนี้ วรรษคิดถึงใจคนนอก แล้วใจของคนในครอบครัวล่ะวรรษ” กัลยาเอ่ยแล้วมองวรรษด้วยความผิดหวัง นักข่าวหันมาถ่ายรูปกัลยา กัลยาตอนนี้ไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ตัวเองแล้ว “ลูกเคยคิดบ้างไหม ว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไง!”
ศิริหันไปจับมือกัลยาเป็นการปรามไว้ พลางคุยเพื่อลดอารมณ์ที่กำลังพุ่งของกัลยาให้เบาลง “คุณกัล...เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ใช้อารมณ์ก็ไม่มีประโยชน์” กัลยาเจอศิริปรามก็ได้สติ เห็นนักข่าวมากัลยาก็ยอมเบาลง ศิริเอ่ยกับศตวรรษ “วรรษจัดการเรื่องของลูกให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยคุยกัน”
“ครับพ่อ”
“คุณคะ...” ศิริจับมือกัลยาแน่น กัลยาจำต้องนิ่ง
ศตวรรษหันกลับมาทางนักข่าว นักข่าวรีบขยับเข้ามาสัมภาษณ์ศตวรรษกับลีลา
“การแต่งงานครั้งนี้ทางผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วยเหรอคะ” ลักษณ์เอ่ยถาม
“งานถูกจัดกะทันหันเพราะความใจร้อนของผมเอง แต่การแต่งงานครั้งนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับทราบครับ”
“แต่ไม่เห็นมีผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าสาวมาร่วมงาน หรือว่าทางคุณพ่อคุณแม่ของน้องลีไม่รับรู้เรื่องนี้?” ศตวรรษมองลีลา ลีลากำลังจะตอบคำถาม
“รับรู้สิครับ” เสียงชลัมน์ดังขึ้น ทุกคนชะงักหันไปตามเสียง เห็นมัสยาเข็นรถเข็นพาชลัมน์เข้ามา
ทั้งลีลา วัลภาและดลฤดีอึ้งที่เห็นชลัมน์มาปรากฏตัวที่นี่ด้วย กัลยาตะลึงเมื่อเห็นหน้าชลัมน์ ศตวรรษงงว่าชลัมน์คือใคร
“คุณรุตม์อยู่ไหนเนี่ย”ดลฤดีกดโทรศัพท์หานรุตม์ด้วยความร้อนใจ

นรุตม์ ก้าวเข้ามาในโรงแรมด้วยความเร่งรีบ “ผมกำลังเข้าไปครับ” นรุตม์เห็นแดนที่วิ่งเข้า มาจากอีกด้านหนึ่งก็เอ่ยถาม “อาชลัมน์อยู่ในงาน คุณอาดลล่ะ”
“ใกล้จะถึงแล้ว”
ทั้งคู่รีบเข้าไปที่ห้องจัดเลี้ยง

ภายในห้องจัดเลี้ยง ลีลาเดินเข้ามาหาชลัมน์ “คุณชลัมน์ กรประดิษฐ์ คุณพ่อของลีค่ะ...มีหนังสือหลายฉบับสงสัยที่ลีไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องครอบครัว ลีขอชี้แจงในวันนี้ว่าสาเหตุไม่ใช่เพราะความพิการของคุณพ่อ แต่ท่านจำเป็นต้องเก็บตัวเพื่อความปลอดภัยจากเพื่อนทรยศที่ทำร้ายครอบครัวของเรา”
“แต่ชลัมน์ตายไปตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ใช่เหรอคะ” กัลยาหันไปมองศิริ
ศิรินิ่งมองชลัมน์กับลีลาว่าคิดจะทำอะไร นรุตม์กับแดนเดินเข้ามา แล้วชะงักที่เห็นการเผชิญหน้าของทุกฝ่าย
ลีลามองศิริด้วยสายตาแข็งกร้าว“แค่เกือบตาย! เพื่อนทรยศคนนั้น พยายามจะกำจัดคุณพ่อทุกทาง พ่อต้องพิการ แม่ของฉันต้องตายเพราะจิตใจหยาบช้าของเขา!”
นรุตม์ห้าม “หยุดนะลี อย่าพูดแบบนั้น!”
“คำว่าเลวยังน้อยไปสำหรับเพื่อนใจคด ทรยศคนที่ไว้ใจ! มันกอบโกยความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น และยืนอยู่ในสังคมโดยไม่มีความละอาย!” ทุกคำที่พูด ลีลามองหน้าศิริอย่างจงใจ นักข่าวมองเหตุการณ์อย่างงุนงง
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ลีลาใช้คำพูดกับท่าทีที่ก้าวร้าว แต่เป็นเพราะลีลาเจ็บแค้นแทนผม ผมถูกโกง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ทำให้ชีวิตของผมต้องตกต่ำ ไร้เกียรติ ไร้ที่ยืนในสังคม แต่วันนี้ผมก็พร้อมที่จะอภัยให้เขา”
ลักษณ์อยากรู้สุดๆ“ช่วยบอกได้ไหมคะว่าเพื่อนคนนั้นคือใครคะ”
ชลัมน์ชี้ไปที่ศิริ “คนๆ นี้ไงครับ คนที่เคยเป็นเพื่อนของผม” นักข่าวฮือฮามองไปทางศิริ
ดลก้าวเข้ามาในห้อง มองการเผชิญหน้ากันโดยมีคนนอกอย่างนักข่าวอยู่ด้วย ดลรีบเข้าไปหาแดน “แดน”
แดนหันมาเห็นสายตาของดลที่มองไปทางนักข่าว รีบตรงไปหากลุ่มนักข่าวทันที “เชิญพี่ๆ นักข่าวด้านนอกนะครับ เราขอความเป็นส่วนตัวด้วยนะครับ” นักข่าวมองหน้ากัน จะไม่ไป
ศิริทนไม่ไหวกับคำกล่าวหาของชลัมน์ “ชลัมน์คนอย่างแกมันไม่เคยมีสามัญสำนึก ชีวิตแกต้องพังเพราะแกมันโลภ คดโกงบริษัท ถ้าแกทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ชีวิตแกคงไม่พังแบบนี้”
“ถ้างั้นการที่แกเป็นชู้กับเมียฉันมันคือความถูกต้องใช่ไหม!”ชลัมน์ย้อน ทุกคนอึ้ง
วัลภากับดลฤดี รีบเข้าไปช่วยแดนเมื่อเห็นท่าจะบานปลาย“พี่ลักษณ์ ภาขอร้องนะคะ”
“พี่ๆ เชิญด้านนอกกค่ะ” ดลฤดีช่วยอีกแรง
“ไม่ต้องไป” ชลัมน์มองศิริอย่างมุ่งร้าย ”นักข่าวควรจะได้รู้ว่าเบื้องหลังของนักธุรกิจมือสะอาดที่รักครอบครัว มันลักลอบเป็นชู้กับเมียเพื่อน!” ทุกคนตะลึง ลีลามองชลัมน์งงๆ ว่าชลัมน์กำลังพูดเรื่องอะไร
แดน วัลภา และดลฤดีรีบใช้วิธีผลักดันนักข่าวให้ออกไป นักข่าวมีขืน ๆ จะไม่ไป
แดนเอ่ยกับพนักงาน “เรียกรปภ.มา! ผมขอโทษนะครับ ผมขอความเป็นส่วนตัวจริงๆ”
รปภ.ที่อยู่ด้านนอก เข้ามาช่วยทั้งสามคนผลักดันให้นักข่าวออกไปจนได้
ชลัมน์ไซโคกัลยาเต็มที่ “หัวหน้าครอบครัวที่แสนดี สามีที่ซื่อสัตย์ รู้สึกยังไงบ้างที่ได้เป็นเมียหลวงโดยไม่รู้ตัว”
“แกพูดอะไร”
ชลัมน์ยิ้มร้าย “มะลิวัลย์...เธอยังจำชื่อนี้ได้ใช่ไหม” กัลยากับศิริชะงักไปทั้งคู่ ลีลาเริ่มงงว่านี่มันเรื่องอะไรกัน “ผัวเธอเป็นชู้กับเมียฉัน ฉันรู้ว่าเธอระแวง แต่เธอไม่เคยมีหลักฐาน วันนี้หลักฐานความชั่วของผัวเธอมันอยู่ที่นี่แล้ว”
“พี่ชลัมน์!”ดลตกใจ
ชลัมน์ไม่ฟังดล พูดต่อด้วยความสะใจ“ลีลานี่ไง คือหลักฐานความชั่วของไอ้ศิริกับมะลิวัลย์ มันคือสายเลือดชั่วๆ ของแกกับเมียของฉัน!” ทุกคนตะลึง

ชลัมน์เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น วันนั้น รถของชลัมน์วิ่งด้วยความเร็วบนทางหลวง ชลัมน์เหยียบคันเร่งความเร็วแทบจะแตะ 200
มะลิวัลย์เริ่มรู้สึกเจ็บเตือน มือจับเข็มขัดนิรภัยที่คาดตัวอยู่ด้วยความกังวลและกลัว “ชลัมน์คะ เรากำลังจะไปที่ไหนคะ”
“ที่ที่ไอ้ศิริมันจะหาลูกของมันไม่เจอ”
มะลิวัลย์ตกใจ “ไม่ใช่นะคะ เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณกับฉัน เขาเป็นลูกของเรา”
ชลัมน์มองด้วยสายตาเย็นชา “ฉัน...เป็นหมัน..” มะลิวัลย์ตะลึง “ฉันให้เธอเข้าไปสร้างหลักฐานปลอม แต่เธอกลับท้องกับไอ้สารเลวนั่น” มะลิวัลย์อึ้ง...“ฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าเด็กในท้องนั่นไม่ใช่ลูกของฉัน แต่มันจะเป็นเครื่องมือต่อรองให้ฉันได้ทุกอย่างกลับคืนมา ไอ้ศิริมันต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลูกมันตาย!”
มะลิวัลย์เริ่มรู้สึกปวดท้องจะคลอด “ไม่ได้..เด็กคนนี้ไม่เกี่ยว จอดรถ จอดรถสิ!” ชลัมน์หัวเราะอย่างเลือดเย็น เสียงหัวเราะของชลัมน์บีบคั้นให้มะลิวัลย์หวาดกลัวจนทนไม่ได้ จึงตัดสินใจเข้าจับพวงมาลัยพยายามจะทำให้ชลัมน์หยุดรถให้ได้ “จอดรถเดี๋ยวนี้ จอด!!” มะลิวัลย์หวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อน้ำคร่ำไหลออกมา
ชลัมน์ตกใจหันไปมองภรรยา แล้วเสียงแตรบีบดังลั่น ชลัมน์หันกลับไปมองหน้ารถ เห็นรถบรรทุกที่แซงมาจากอีกด้านกำลังวิ่งตรงเข้ามา ชลัมน์ตกใจจะหักหลบแต่ช้าไปซะแล้ว รถประสานงาเข้ากับรถบรรทุกที่พยายามเบรก แต่รถของด้านคนขับของชลัมน์ชนเข้าเต็ม ๆ
รถหมุนคว้างไปกระแทกกับขอบทาง เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ชลัมน์ที่มีสติเหลือน้อยเต็มทีหันมองไปทางมะลิวัลย์ เห็นอีกฝ่ายมีเลือดจากกระจกบาดดูน่ากลัว
“ลูก...” มะลิวัลย์ทั้งที่เจ็บแต่ใจยังจดจ่อกับลูก ชลัมน์ยื่นมือไปตรงหน้ามะลิวัลย์ แล้วสติสัมปชัญญะ ของชลัมน์ก็ดับวูบลงเช่นกัน

ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล บุรุษพยาบาล และพยาบาลช่วยกันยกร่างของชลัมน์ กับมะลิวัลย์ขึ้นบนเตียง ที่อยู่ใกล้กันด้วยความรวดเร็ว หมอวิ่งเข้ามา ชลัมน์ที่ได้สติพยายามลืมตามองอย่างยากลำบาก ชลัมน์เห็นหมอกับพยาบาลที่เข้ามาตรวจรุมเช็คอาการของชลัมน์ เสียงมะลิวัลย์ร้องด้วยความเจ็บท้อง จะคลอด ชลัมน์หันไปมองมะลิวัลย์
“คุณหมอคะ!” พยาบาลเรียก
หมอรีบเข้าไปดูอาการมะลิวัลย์ “เราต้องผ่าคลอดเดี๋ยวนี้ เตรียมห้องผ่าตัด”
พยาบาลรับคำสั่ง และจัดการ ด้วยความรวดเร็ว

ลีลายืนอึ้งเมื่อได้ยินเรื่องราวที่ชลัมน์เล่า ทุกคนหันไปมองลีลาเป็นตาเดียว
“พี่ชลัมน์! หยุดพูดได้แล้ว” ดลเป็นห่วงลีลา
“ดล แกคือพยานที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด” ดลชะงักที่โดนโยนคำถามใส่ “แกรู้...ว่ามันเป็นชู้กับเมียฉัน”
กัลยาแทบยืนไม่อยู่ นรุตม์ต้องเข้ามาประคองไว้
การอึกอักของดลทำให้ลีลาหวาดกลัวกับสิ่งที่ดลจะพูดออกมา “พ่อ...ลีเป็นลูกพ่อนะ”
ชลัมน์มองอย่างรังเกียจ“ฉันเป็นหมัน ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่มะลิวัลย์” ทุกคนอึ้ง “นังแพศยานั่นคงไม่ตาย ถ้ามันไม่คิดจะปกป้องเลือดชั่วๆ ของมัน”
ลีลาหันมองดลอย่างขอความช่วยเหลือ “อาดล...ไม่จริงใช่ไหมคะ” ดลอึกอัก

ในอดีต มะลิวัลย์ร้องด้วยความเจ็บปวด ดลวิ่งเข้ามา แล้วตรงไปที่เตียงของมะลิวัลย์ “วัลย์เป็นยังไงบ้าง”
มะลิวัลย์รวบรวมแรงจับที่ข้อมือดลบีบแน่น พยายามจะพูด ดลก้มหน้าลงไปพยายามจะฟัง มะลิวัลย์ พยายามจะพูดด้วยแรงทั้งหมดที่เหลือ เพื่อบอกดลว่าลูกในท้องเป็นลูกของศิริ ดลตะลึง
ชลัมน์มองศิริด้วยความสะใจชี้ที่ลีลา “มันคือลูกสาวของแก เป็นพี่สาวของไอ้ศตวรรษ” ศตวรรษมองลีลา ด้วยความรู้สึกช็อก
ดลอึ้ง “พี่ชลัมน์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่รู้มาตลอดว่าลีไม่ใช้ลูกของพี่...”
“ฉันขอบใจแกนะที่ช่วยดูแลฉัน เลี้ยงดูเลือดชั่วให้กลับมาทำลายพ่อของมันเอง เจ็บปวดสิที่โง่...แต่มันก็สาสมกับที่แกร่วมมือกับนังแพศยานั่น มันเป็นสิ่งที่แกต้องชดใช้” ดลอึ้งที่ได้รู้ว่าตัวเอง ถูกหลอกใช้
ลีลามองชลัมน์ด้วยความรู้สึกเหมือนจะตาย “ไม่จริง ลีเป็นลูกของพ่อ พ่อกำลังโกหกเขาเพื่อแก้แค้น มันเป็นเรื่องโกหก ลีเป็นลูกของพ่อ เป็นสายเลือดของพ่อ บอกลีสิคะพ่อ ว่าที่พ่อพูดมันไม่จริง...”
“มันเป็นความจริง” ชลัมน์มองลีลาอย่างเลือดเย็น จากนั้นลุกขึ้นยืนจากรถเข็น ลีลาช็อกอึ้งกับการที่เห็นชลัมน์ยืนเป็นปกติ จนตัวเองแทบยืนไม่อยู่ ทุกคนตะลึงเมื่อรู้ความจริง
“แกไม่ใช่ลูกฉัน!...ตลอดเวลาที่ฉันต้องทนนั่งเก้าอี้เข็นเส็งเคร็งเลี้ยงแกมา ทุกครั้งที่ฉันเห็นแก มันตอกย้ำให้ฉันต้องอดทนรอให้แกกลับมาทวงทุกอย่างให้กับฉันจากพ่อสารเลวของแก ยี่สิบปีที่ฉันรอ..วันนี้ วันที่ลูกชายกับลูกสาวของแกสมสู่กันเหมือนสัตว์เดรัจฉาน”
ทุกคนตะลึงกับแผนการโหดร้ายของชลัมน์ ชลัมน์หัวเราะด้วยความสะใจ ศิริเหมือนจะตาย มองลีลากับศตวรรษ กัลยาจะเป็นลม ขณะที่ทุกอย่างขมวดตึงถึงที่สุด
นรุตม์ตัดสินใจก้าวเข้าไปตรงหน้าชลัมน์ “ถ้านี่คือสิ่งที่คุณต้องการ ผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะลีลาคือ ภรรยาของผม” ชลัมน์กับมัสยามองนรุตม์ที่ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างลีลา“ลีลาอาจจะเป็นภรรยาตามกฎหมาย แต่ทางพฤตินัย ผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของเขา วรรษไม่เคยยุ่ง เกี่ยวกับลีเลย”
“แกโกหก” ชลัมน์หันไปหาลีลาที่กระบี่ “แกบอกว่าแกกับไอ้ศตวรรษ”
นรุตม์เอ่ยแทรกขึ้น “คืนที่ลีลาไปกระบี่ คืนนั้นลีอยู่กับผม ไม่ใช่วรรษ ผมขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน”
ชลัมน์ผิดหวัง ไม่เชื่อ “แกโกหก นังลี แกกับไอ้ศตวรรษเป็นผัวเมียกันใช่ไหม” นรุตม์เข้าขวางกันลีลาออกจากชลัมน์
ศตวรรษได้สติรีบเอ่ยขึ้น “ผมกับคุณลีลาไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาเลย แม้แต่ครั้งเดียว”
ลีลาอึ้งกับท่าทีของชลัมน์ที่คุกคาม ไม่มีสายใยวามรักผูกพันในดวงตานั้นเลย
ชลัมน์ตะคอก “พูดออกมาว่าแกกับไอ้วรรษเป็นผัวเมียกัน!!” ลีลาได้แต่น้ำตาร่วง พูดไม่ออก ชลัมน์เขย่าตัวลีลาพยายามกดดัน “พูดออกมา พูด!!”
ลีลากรีดออกมาสุดเสียง “พอได้แล้ว!...ลีไม่พูด ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น พอแล้ว!!” หญิงสาวสติขาดหงายหลังล้มลง ไปหมดสติทันที
นรุตม์รีบเข้าไปประคองลีลา “ลี!!”
“มันจบแล้วพี่ชลัมน์ มันจบ!” ดลเตือนอีกฝ่าย
“ไม่จริง พวกมึงโกหก” ชลัมน์ยังไม่ยอมเชื่อ มองทุกคนที่มองมาด้วยสายตาสมเพช อารมณ์ชลัมน์พุ่งขึ้น ด้วยความแค้น “ไม่จริง ไอ้ศิริ!!” ชลัมน์พุ่งเข้าหาศิริจะทำร้าย ดลเข้ามาผลักชลัมน์จนล้มไปแล้วยืน ขวางพร้อมปกป้องศิริ
มัสยารีบเข้ามาประคองชลัมน์ “เราแพ้แล้ว...ไปกันก่อนเถอะ”
“กูไม่แพ้ !!” ชลัมน์โวยวาย จะเข้าทำร้ายศิริให้ได้
ดลขวางไว้ไม่ยอม “รปภ.!! เอาตัวผู้ชายคนนี้ไป!!” รปภ.วิ่งเข้ามาช่วยกันลากชลัมน์ มัสยารีบตามไปช่วยน้องชาย ส่วนแดนเข้าไปหาลีลาจะอุ้ม “ผมจะพาลีไปโรงพยาบาล”
นรุตม์ไม่ยอม จัดการอุ้มลีลาแล้วรีบพาออกไป วัลภากับดลฤดี รีบตามไปติดๆ แดนได้แต่มองตามอย่างรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว
ศิริจะก้าวตามด้วยความเป็นห่วงแต่ชะงักเพราะนึกได้ ศิริหันมาก็เห็นกัลยายืนน้ำตาไหลเงียบๆ “คุณกัล...”
กัลยาไม่มองศิริแล้วเดินออกไปด้วยความเสียใจ ศิริยืนอยู่เพียงลำพัง จมอยู่กับความผิดที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน

กัลยานั่งอยู่ต่อหน้าองค์พระ ป้าเพ็ญนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความห่วงใย
“ชาติก่อนฉันเคยไปก่อกรรมกับใครไว้ ทำไมชาตินี้ครอบครัวที่ฉันรักถึงต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทำไมกรรมไม่ตามฉันคนเดียว ทำไมต้องทำร้ายลูกฉันด้วย ให้ฉันตายซะดีกว่าที่ต้องเห็นลูกๆ เป็นทุกข์แบบนี้”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ