อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/5 วันที่ 26 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/5 วันที่ 26 ธ.ค. 58

รามซุกบางสิ่งไว้ในเสื้อ... เข้ามาในบ้าน มองหารัศมี “รัศมี รัศมี” รามเดินหารัศมีที่ชั้นล่างไม่มี ก้าวขึ้นชั้นบน ได้ยินเสียงดังออกมา เป็นเสียงออดอ้อนกันของชายหญิงดังมาจากห้องนอนของเขา รามตัวชา เดินหน้าถมึงไปทันที ปังๆๆๆๆ!!! เคาะประตูดัง บิดลูกบิดก็ติด มีเสียงการเคลื่อนไหวอยู่ในห้อง
“ใคร ใครอยู่ข้างใน รัศมี” รามทุบๆ ก็ไม่มีคนมาเปิด รามยั๊วะ กำลังจะถีบประตู
รัศมีเปิดมันออกมาซะก่อน “จะเสียงดังเอะอะทำไม คนกำลังนอน” เธอเสยผม พยายามจัดเสื้อให้เข้าที่ รามไม่สนพรวดเข้าไปในห้องทันที รีบมองหาเจ้าของเสียงอีกเสียงที่เขาแน่ใจว่ามีตัวตน “หาอะไร??”
“พาใครเข้ามาในนี้!”

“บ้า พูดบ้าๆ จะมีใครได้ยังไง เพี้ยนแล้ว” รัศมีพยายามหาทางเปลี่ยนเรื่อง เห็นซองน้ำตาลในมือราม ดึงมาเลย “นี่อะไร!!” เธอแกะดูเห็นเงินหลายหมื่น “เงิน ไปเอามาจากไหน”


รามไม่ทันจะตอบ มีเสียงไม้ขยับจากซอกข้างๆตู้ รามรีบพรวดไปที่ซอกแคบๆนั้น มีเสื้อผ้าแขวนกองและสุมคลุมบางสิ่งเอาไว้ รามกระชากตัวคมออกมา คมไม่ได้สวมเสื้อเหลือแต่กางเกงติดตัว “ไอ้คม” คมหน้าเหวอถูกจับได้จนได้ รามอัดคมทันที
“ว๊ายยย อย่านะ อย่าทำเค้า” รัศมีพยายามจะห้าม คมคลานหนีหัวซุกหัวซุนไปรอบๆ
“มึง กูหลงนึกว่ามึงเป็นเพื่อนกู!”
“อย่า!! ทำเค้า อย่า!!” รัศมีพยายามเข้ามาห้ามราม รามดันรัศมีออกไปข้างนอกห้อง ปิดประตูปัง “อย่า ราม ราม”

ในห้องรามซัดคมผลั๊วะ ผลั๊วะ คมทนไม่ไหวก็จะสู้บ้าง แต่สู้แรงรามไม่ได้ โดนชกล้มลง แล้วรามกระชากคอคมขึ้นมา จะลากคมไป ข้างนอกยังมีเสียงทุบประตูและเสียงร้องของรัศมีดังอยู่
“มึงจะทำอะไร !”
“เอามึงเข้าคุกน่ะซี่ ล่อลวง เมียชาวบ้านกลางวันแสกๆ อย่างมึงต้องไปดัดสันดานในคุก !!”
“กูไม่ได้ล่อลวงเมียมึง.. มัน..อ่อยกูเว้ย” รามโกรธมากจะอัดคมอีก “อย่านะ ไม่งั้นกูจะบอกทุกคน ว่ามึง โกงเงินสหกรณ์”
หมัดที่กำลังจะอัดมาของรามชะงักค้าง เสียงทุบประตูจากด้านนอกเงียบไปแล้ว ได้ยินเสียงฝีเท้าห่างไป มีเสียงตะโกน ช่วยด้วย ช่วยด้วย!!!
คมขู่รามทันที “ผู้ใหญ่ให้มึงไปธนาคาร แต่มึงไม่ได้ไป ไม่งั้นมึงไม่กลับมาเร็วอย่างงี้หรอก เงินในซองนั่นเป็นเงินที่มึงโกงสหกรณ์มา”
“ฉันไม่ได้โกง ฉัน...ฉันแค่จะยืม ไปใช้ก่อน”
“เหอะ ไอ้ราม มึงโกงเงิน มึงก็เลวไม่ผิดกับกู เอาซี่ มึงลากกูเข้าคุกเลย กูจะบอกทุกคนว่ามึงโกงเงิน ดูซิทีนี้มึงจะมองหน้าใครได้อีก” รามอึ้ง ตัวสั่น ไม่นึกว่าจะโดนจับได้ทันทีแบบนี้ “แต่ถ้ามึง ยอมหุบปากเรื่องกูกับเมียมึง กูก็จะหุบปากเรื่องเงินนี่ด้วย” คมเริ่มหว่านล้อม “มึงแค่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ให้กูได้มีความสุขกับเมียมึงบ้าง เล็กๆน้อยๆ แล้วกูจะไม่บอกใคร” รามอึ้ง คมหว่านล้อมต่อ โดยไม่ทันสังเกตปฏิกิริยาของรามให้ดีพอ “ไม่ต้องคิดมากน่า มันไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย นี่ถ้าเมียมึงไม่เด็ดจริง กูไม่ปิดความลับให้หร....อ่อก!!!!” พูดไม่ทันขาดคำ บางอย่างกะซวกเข้ามาที่ท้องของคม เคร้ง กรรไกรหล่นลงกับพื้น อาบเลือดแดงฉาน.....
แสงลอดมาจากดวงไฟเล็กๆส่องมาที่รามที่อยู่ในมุมมืดในคุก รามคิดถึงเรื่องที่ตนทำพลาดไปอย่างคนสำนึกผิด

รามหน้าเศร้า ยังเจ็บลึก ไม่ว่านานเพียงใด มันยังเป็นฝันร้ายสำหรับเขามาเสมอ...“พ่อถูกตัดสินจำคุก 8 ปี เต็ม มีอยู่หลายคืนที่พ่อฝันเห็นนายคม พ่อขอร้องให้เขายกโทษให้....” รามก้มหน้า ใจสั่นระรัว กลัวเหลือเกินที่จะเห็นสีหน้าของลูกรังเกียจ แต่แล้ว...รามรู้สึกถึงมือเล็กที่จับมือของเขาขึ้นแนบที่แก้มเปียกชื้น เมื่อมองสบก็พบดวงตาของลูก ไม่มีความรังเกียจ มีแต่..ความสงสารและเห็นใจอยู่ในนั้น “ยัยหนู ไม่รังเกียจที่พ่อเป็นคนโกง เป็นคนคุก เป็นฆาตกรเหรอลูก?” หนูนาส่ายหน้า น้ำตาไหล บีบมือของพ่อแน่น “ไม่รังเกียจ แต่หนูสงสารพ่อใช่มั๊ยลูก?”
หนูนาพยักหน้า น้ำตายิ่งไหลไม่หยุด พ่อจ๋า นี่พ่อต้องผ่านความทุกข์มามากถึงขนาดนี้
“อย่าสงสารพ่อเลย เพราะพ่อทำตัวเอง ตอนแรกพ่อก็โกรธรัศมี โกรธนายคม แต่จริงๆแล้วพ่อเอง..ที่ผิด พ่อเผยอไปรักดอกฟ้า ทั้งที่ไม่มีทางดูแลเค้าได้ ตอนนั้นความต้องการมันบังตาจนมองไม่เห็นความจริง อย่างเรื่องนายคม พ่อ...ก็ยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำมันควบคุมจนเป็นเหยื่อของความโกรธ พ่อ.. ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วพ่อก็ยังหนีลูกไป..ไม่ทำหน้าที่ของพ่อ พ่อหนีลูกไปถึงสิบห้าปี..”

“8 ปีที่อยู่ในคุก ว่าอยู่ยากแล้ว แต่หลังออกจากคุก มันกลับเป็นนรกของจริงยิ่งกว่า”
รามก้าวออกมาจากสถานกักกัน ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง
“สวนถูกธนาคารยึดไปแล้ว พ่อต้องเร่ร่อนทำงานรับจ้างเขา ทำให้พ่อได้รู้ว่าโทษแปดปีในคุก ยังเบานักเมื่อเทียบกับการลงดาบของสังคมที่มีต่อคนคุก”
รามไปสมัครงาน เมื่อคนรับสมัครงานเห็นประวัติว่าเคยติดคุกก็ชะงักๆ มองด้วยสายตาที่ไม่ดี คนอื่นได้รับการเรียกตัวให้เข้าสัมภาษณ์ แต่รามถูกไล่ให้ออกไป...ด้วยท่าทีรังเกียจ
“ครึ่งปีแรกที่ออกจากคุก พ่อต้องย้ายงานไม่รู้ว่ากี่แห่งต่อกี่แห่ง เพราะว่าโลกนี้ไม่มีความลับ”
รามทำงานอยู่ในอู่ซ่อมรถ เพื่อนในคุกด้วยกันเอารถมาซ่อม ก็ทัก “ออกมาแล้วเป็นไงบ้าง“ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายมอง ได้ยินว่าสองคนนี้รู้จักกันในคุก ก็มองด้วยสายตาระแวง
เจ้านายกำลังนับเงิน รามเดินผ่านมา นายรีบเก็บ รามเห็นอย่างนั้น ก็ถอนใจ

“หลายครั้งพ่อต้องชิงลาออกมาก่อน เพราะทนสายตาและท่าทางรังเกียจไม่ไหว”
โกดังของคนจีน รามแบกของอยู่ เจ้านายเข้ามาเอาเรื่อง “แกใช่มั๊ย ที่ขโมยเงินไป” รามงุนงง “ถ้าไม่ยอมรับ ติดคุกอีกรอบแน่ๆ” รามอึ้งๆ “ไอ้ขี้คุก นึกว่าอั๊วะไม่รู้งั้นเหรอ!!!” รามวางของลง หยิบเงินออกมาหมดกระเป๋า ยื่นส่งให้เจ้าของ “คิดว่าแค่นี้มันจะชดใช้ได้งั้นเหรอ!!” เจ้านายโกรธ เข้ามาทุบตีรามอย่างระบายอารมณ์
ลูกจ้างไปลากคอผู้ร้ายตัวจริงมาได้ พร้อมเงินที่ขโมยไป เจ้านายเหวอ รามหน้านิ่ง เดินออกมาทันที

รามอธิบายความจริงกับหนูนา ดวงใจรวดร้าว...“สิ่งที่พ่อได้เจอมา ทำให้พ่อ....เริ่มจะเห็นด้วยกับรัศมี โลกของคนอย่างพ่อ กับโลกของหนูมันแตกต่างกันเกินไป คนที่มีอดีตดำมืดอย่างพ่อ ถ้าให้ใครๆเค้ารู้ว่าหนูมีพ่ออย่างนี้ สู้หนูไม่มีพ่อ ซะยังจะดีกว่า...”
“คิดผิด คิดผิดๆกันทั้งนั้นเลย”
“ตอนนั้นพ่อคิดแบบนั้นจริงๆ พ่อเดินทางไกลไปถึงเชียงราย เพราะอยากหนีจากทุกๆอย่าง รู้ว่าที่ไร่บัวขาวมีรับสมัครคนงาน ก็ไป ใจก็คิดว่าเค้าอาจจะไม่รับหรอก ถ้ารู้ว่าพ่อเคยติดคุก แต่ตอนนั้นคุณสิงห์เป็นคนสัมภาษณ์คนงานด้วยตัวเอง”

สีหนาทดูในใบสมัครของราม ถามอย่างประหลาดใจหน่อยๆ “น้าเคยมีสวนมาก่อน?”
“ครับ ผมดูแลสวนเองทั้งหมด”
สีหนาทสีหน้าพอใจ แล้วก็ถามขึ้น “งั้นทำไมน้าถึงได้มารับจ้าง?”
“ผมติดคุกอยู่ 8 ปี คดีฆ่าคนตาย” สีหนาทฟังรามนิ่ง “คุณจะไม่จ้าง ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก” รามลุกขึ้น จะเดินออกไป
“น้ารอที่ม้านั่งข้างหน้า เดี๋ยวจะมีคนพาไปที่เรือนคนงาน”
รามหันกลับมา ไม่อยากจะเชื่อหู โอกาสที่ได้รับมาอย่างไม่คาดคิดนั้นทำเอาตัวชา แววตาที่กร้าวกระด้าง พลันอ่อนลงอย่างตื้นตัน...เมื่อมีใครสักคนที่ยอมไว้ใจเขาอีกครั้ง....
“ทำงานกับคุณสิงห์ได้สามเดือนพ่อก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าคนงาน จากนั้นก็เป็นมาตลอด 7 ปี”
รามทำงานคู่กับสีหนาท เคียงบ่าเคียงไหล่ช่วยกันแก้ปัญหาในแปลงสักใหญ่ สีหนาทให้ความสนิทสนมตบบ่ารามอย่างไว้ใจ รามมองสีหนาทแววตาขอบคุณเจ้านายหนุ่ม...

รามพูดกับลูก ทั้งละอายแก่ใจ ทั้งเจ็บปวดกับอดีต ทั้งรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อที่ล้มเหลว “อยู่ที่นี่วิญญาณพ่อแกร่งขึ้น แต่หัวใจพ่อ...เหมือนถูกเฉือนทิ้งไป นารา พ่อหุนหันไปชั่วแล่นแล้วต้องสูญเสียทุกอย่าง พ่อรู้แล้วว่าพ่อทำผิดที่ทิ้งลูก แต่พ่อ...พ่อมันไม่คู่ควรเป็นพ่อของลูก....พ่อ”
“นาจะไม่มีวันยกโทษให้” รามอึ้ง “ถ้าหากว่าพ่อ..” หนูนาน้ำตาปริ่มด้วยความสงสารสุดหัวใจ “ไม่ยกโทษให้ตัวเอง...พ่อไม่ได้เป็นคนเลว คนเลวๆจะยอมใช้กรรมอยู่ 8 ปีโดยไม่ปริปากบ่นเหรอคะ? คนเลวจะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อคนอื่นได้งั้นเหรอคะ 8 ปีที่อยู่ในคุก กับอีก 7 ปี ที่พ่อขังใจตัวเองไว้เพราะรู้สึกผิดมาตลอด มันมากเกินพอแล้ว พ่อ.. พ่อลงโทษ พ่อรามของนามานานเกินไปแล้ว...”
“ลูก…”
“นาจะยกโทษให้พ่อ ถ้าหากว่าพ่อยกโทษให้ตัวเอง แล้วกลับมาเป็นพ่อรามคนเดิม และไม่จากนาไปไหนอีก”
“ลูก....ลูก” เขาตื้นตันใจมาก “ขอบใจมากลูก” เข้ามากอดลูก “ขอบใจ...” รามและหนูนา ร้องไห้ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างซาบซึ้ง “รู้มั๊ยว่าหนูเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงใจพ่อให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ถึงแม้พ่อจะทำผิดพลาดมาหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่พ่อไม่เคยเสียใจเลย คือพ่อได้มีหนูเป็นลูกของพ่อ พ่อภูมิใจในตัวหนูมากนะนารา พ่อ.. พ่อรักลูกนะนารา”
“นาก็รักพ่อ นารักและไม่เคยลืมพ่อแม้แต่วันเดียว ไม่เคยลืม...”
“เราพ่อลูก จะไม่จากกันอีกแล้วนะลูก ถ้าพ่อยังมีลมหายใจ จะไม่มีวันจากหนูไปไหนอีก”
หนูนาสะอึกสะอื้นกอดพ่อแน่น...รามโอบกอดรับขวัญลูก...นี่คือของขวัญ รางวัลของการอดทนอยู่มาจนถึงวันนี้

ขนิษฐาก้าวขึ้นเรือนมา เท้าเดินไม่ค่อยมั่นคง เห็นบุญตาเป็นคนแรกก็รีบถาม“บุญตา พี่สิงห์ล่ะ อยู่ที่นี่รึเปล่า?”
“คุณสิงห์ไปบ้านน้ารามตั้งพักใหญ่แล้วค่ะ”
“ไปบ้านน้าราม ไปทำไม น้ารามเป็นอะไร?”
“ก็...” ขนิษฐาไม่ทันจะฟังคำตอบ...ภาพตรงหน้าพลันลางเลือนไปเฉยๆ..ร่างบางทรุดลง “คุณน้อง...คุณน้อง !” บุญตาตะโกน “ป้า ใครก็ได้มาช่วยกันหน่อย คุณน้องเป็นลม!”
ขนิษฐาม่อยพับไปกับแขนของบุญตา...ดวงหน้านั้นซีดเซียวและยังคงแฝงด้วยแววกังวล..

ใต้ร่มเงาไม้ สีหนาทกอดอกรอหนูนาคุยกับรามอยู่นาน..จนในที่สุดเห็นสองพ่อลูกเดินมาด้วยกัน รามแววตาสว่างสุกใสอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ฉายไปด้วยประกายแห่งความสุข ส่วนคนตัวเล็กแก้มเปรอะคราบน้ำตาแต่ตาเป็นประกายวับ ส่งยิ้มมาให้ทั้งปากทั้งตาอย่างไม่ปิดบัง สีหนาทรู้ทันทีเมื่อได้เห็น
“แสดงความยินดีด้วยนะครับ น้าราม ที่ได้พบลูกสาวซะที”
รามยิ้ม มือยังกุมมือลูกไว้ “ขอบคุณครับคุณสิงห์ แต่คุณน่าจะกระซิบบอกผมบ้าง ปล่อยให้รู้กะทันหันแบบนี้ ผมแทบน็อก!”
“แต่น้าก็คงเต็มใจโดนน็อก!” สีหนาทยิ้มๆ “ทีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องลงไปกรุงเทพแล้วนะครับ ยัยหนูของน้าอยู่ที่นี่แล้ว”
“ครับ” รามนึกขึ้นได้ “แล้วนี่..แม่เค้าอนุญาตให้หนูมาหาพ่อด้วยเหรอลูก? พ่อคิดว่า.. เค้าไม่อยากให้ พ่อเจอหนูเสียอีก...”
พอพูดมาถึงตรงนี้ทั้งสีหนาท และรามต่างมองมาที่หนูนาอย่างประหลาดใจกัน
“คนที่อนุญาตคือคุณตาค่ะ” รามเซอร์ไพร์ส “แม่.. ไม่ยอมให้หนูนามา”
รามนิ่งอึ้งไป แล้วก็ย้อนนึก ท่าทางของรัศมีที่แปลกไปเมื่อตนถามถึงลูก รามจึงฉุกใจคิด “มิน่า..รัศมีถึงทำท่าทางแปลกๆ”
“อะไรเหรอคะ”
“พ่อได้เจอกับแม่เค้าแล้ว” เอ๊ะ หนูนาแปลกใจมาก “แต่. เค้าไม่ยอมบอกพ่อสักคำว่าหนูอยู่ที่นี่ พ่อก็เลยไม่ทันได้เฉลียวใจ ว่า..ลูกอยู่ใกล้แค่นี้...”
“ทำไมแม่ใจร้ายขนาดนี้! ขนาดแม่เจอพ่อแล้ว ก็ยังไม่ยอมบอกยังงั้นเหรอ”
สีหนาทเห็นรามและหนูนาต่างรู้สึกไม่ดีกันขึ้น ก็ไม่อยากให้เสียบรรยากาศ “แต่ยังไง ตอนนี้พ่อลูกก็ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว อย่าเพิ่งคิดเรื่องไม่ดีให้เสียบรรยากาศเลยนะ ใช้เวลากับพ่อเธอให้คุ้มค่าดีกว่า”
“คุณสิงห์พูดถูก...แค่ได้เห็นหน้าลูก พ่อก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”
หนูนามองรามซึ้งใจ...
“เห็นพ่อลูกเข้าใจกันแบบนี้ ผมก็สบายใจ ทีนี้..คงไม่มีเซอร์ไพร์สอะไรอีกแล้วนะ” สีหนาทพูดยิ้มๆ ขณะที่หนูนาฟังแล้วชะงักๆไป..ยิ้มแห้งๆ

สีหนาท รามและหนูนาเปลี่ยนมาคุยกันที่บ้านของราม
“ต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา!!” สีหนาทไม่อยากจะเชื่อ
“ค่ะ คุณตายอมให้หนูนามาอยู่กับพ่อ ระหว่างที่รอเรียนต่อ”
รามใจเริ่มหวั่น “แล้วนี่ลูกจะไปเรียนต่อเมื่อไหร่?”
“ปลายอาทิตย์หน้าค่ะ หนูนาเหลือเวลาที่นี่...” หนูนาหน้าจ๋อยๆไป “อีกเจ็ดวัน”
สีหนาทและรามต่างชะงักกันไปทั้งคู่ สีหนาทโพล่งขึ้นเกินหน้าราม “แค่เจ็ดวัน! แล้วทำไมมีเวลาแค่นี้ ถึงเพิ่งจะมาบอกห๊ะ! เธอนี่มัน” เขาจี้ต่อเลย “แล้วนี่จะไปนานแค่ไหน!!”
หนูนาเกรงๆ เลยมองแต่ราม “หนูนาไปแค่สองปีเองค่ะ จบแล้วหนูนาจะรีบกลับ”
รามยิ้มน้อยๆตอบลูก แต่อีกคนไม่ยิ้มด้วย จับตัวหนูนา ให้หันมามองหน้ากันเลย “แค่สองปี!! ไปตั้งนาน!! พูดเหมือนแค่ไปเดินเที่ยวเล่นสองสามวัน” สีหนาทลมออกหู “นี่! นึกเหรอว่าน้ารามเค้าจะโอเค ไม่คิดบ้างเหรอว่าเพิ่งจะได้รู้ ว่าเป็นพ่อลูกกันเอง แล้วเธอก็จะทิ้งพ่อไปตั้งสองปี! ใครจะยอม!!”
“คุณสิงห์ ไม่เป็นไรหรอกครับ” ถึงจะเสียดาย แต่รามยินดีกับลูกมากกว่า บีบบ่าลูก “ถึงจะเหลือเวลาน้อยไปหน่อย..แต่พ่อก็ดีใจนะที่หนูจะได้ไปมีอนาคตที่ดีดีจริงๆลูก”
อ้าว..สีหนาทชะงัก ไม่มีใครเป็นพวกเลย หนูนามองพ่อ รู้สึกขอบคุณที่พ่อเข้าใจตัวเอง
“น้ารามไม่เป็น แต่ฉันเป็น!!! เธอนี่มัน ไม่เคยบอกอะไรฉันซักอย่าง” สีหนาทหันไปบอกกับราม “ผมเข้าใจความรู้สึกน้ารามแล้ว ที่ว่าเหมือนโดนน็อคน่ะมันเป็นยังไง” เขาหันมาพูดกับหนูนา “นี่ฉันควรจะโกรธเธอ หรือโกรธตัวเองดีที่ฉันต้องมาแคร์ผู้หญิงปากแข็งอย่างเธอ แล้วสงสัยที่ฉันบอกอะไรไปก่อนหน้านั้น ก็ไม่ได้แคร์ ไม่ได้เคยเก็บไปคิดเลยใช่มั๊ย!”
นาราไม่โต้ตอบคนตัวใหญ่ แต่หน้าแดงจัดด้วยความอายพ่อ บอกให้รู้ว่า เธอไม่ได้ลืมสิ่งที่เขาพูด
รามมองอาการเจ้านายหนุ่ม ที่ร้อนรนเอามากๆ ใจนึงก็อยากจะสงสาร แต่ปากกลับยิ้มๆ รามช่วยลูก “จริงๆผมว่าสองปี ก็ไม่นานเท่าไหร่นะครับ แล้วเดี๋ยวนี้การสื่อสารก็ดีขึ้นเยอะ ติดต่อกันไม่ยากแล้ว”
“จริงค่ะ หนูนาจะโทรหาพ่อบ่อยๆ”
“คอยดูนะ ถ้าเธอโทรคุยแต่กับน้าราม จะนั่งเครื่องบินไปคุมตัวถึงที่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด แค่สิบกว่าชั่วโมงแค่นี้!” สีหนาทพูดไป แล้วก็ชักเกรงๆราม แก้ใหม่ “เอ่อ ถือว่าเรา..ก็บินไปดูงานเกษตรทางนั้นด้วยกัน ก็แล้วกันนะครับน้าราม”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/5 วันที่ 26 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ