อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/6 วันที่ 11 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/6 วันที่ 11 ธ.ค. 58

“ชาติก่อนฉันเคยไปก่อกรรมกับใครไว้ ทำไมชาตินี้ครอบครัวที่ฉันรักถึงต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทำไมกรรมไม่ตามฉันคนเดียว ทำไมต้องทำร้ายลูกฉันด้วย ให้ฉันตายซะดีกว่าที่ต้องเห็นลูกๆ เป็นทุกข์แบบนี้”
“ใจเย็นๆ นะคะ” ป้าเพ็ญเอ่ยเตือนสติ
“ฉันเย็นไม่ไหวแล้วเพ็ญ ลูกหยีไม่กินไม่นอน ร้องไห้ทั้งวัน วรรษก็หายตัวไปตั้งแต่ที่งานนั่น ฉันทรมานที่ช่วยลูกไม่ได้” กัลยาร้องไห้
“ร้องให้เต็มที่เลยค่ะ เสียใจให้พอ แต่พ้นจากวันนี้แล้ว คุณต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปล่อยวางเรื่องที่ผ่านมา ให้ได้” ป้าเพ็ญปลอบ

“ฉันทำไม่ได้”


“ถ้าคุณทำไม่ได้ ลูกๆ ของคุณก็จะไม่มีวันกลับมายืนได้อีก” กัลยามองป้าเพ็ญว่ามันเกี่ยวอะไรกัน “พ่อแม่คือเสาหลักของลูกทุกคน ตอนนี้คุณกับคุณลูกหยีมีทุกข์ไม่ต่างกัน ถ้าคุณลูกหยีเห็นว่าคุณอ่อนแอ เป็นแม่เป็นภรรยาที่ประคับประคองครอบครัวไม่ได้ ละวางจากทุกข์ไม่ได้ ถ้าเขาคิดว่าแม่ยังทำไม่ได้ แล้วเขาจะลุกขึ้นได้ยังไง จริงไหมคะ คุณวรรษคงกำลังสับสนกับเรื่องทั้งหมด มันยากที่จะยอมรับเพราะเขาเกือบจะแต่งงานกับพี่สาวของตัวเอง”
“ฉันสงสารลูก”
“ตอนนี้ทุกคนกำลังเจ็บหนักรวมทั้งตัวคุณเอง คุณจะฟูมฟายเพื่อตัวเองหรือจะเข้มแข็งเพื่อครอบครัว ทางรอดของครอบครัวครั้งนี้ ภรรยาและแม่อย่างคุณคือคนเลือก” กัลยาคิดตามที่ป้าเพ็ญบอก

ภายในห้องนอน ศิรินธารนั่งซึมเศร้าร้องไห้อยู่เพียงลำพัง กัลยาเข้ามามองถาดอาหารที่วางไว้ แล้วลูบหัวศิรินธารอย่างปลอบโยน “ลูกหยี กินข้าวบ้างนะลูก”
“แค่ซื่อสัตย์กับเมียตัวเอง มันยากมากเหรอคะแม่ สามีที่ลูกหยีรัก พ่อที่ลูกหยีภูมิใจ ทำไมทุกคนถึงทรยศเรา เสียกล้าไปลูกหยีทนได้ แต่พ่อที่ลูกหยีภูมิใจ...ครอบครัวทีลูกหยีภูมิใจมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...” ศิรินธารกอดกัลยา ร้องไห้ด้วยความผิดหวัง กัลยาน้ำตาซึมมองศิรินธารที่กอดตัวเองด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างทำให้ตนตัดสินใจ ได้ทันที

ศิริยืนคุยมือถืออยู่เพียงลำพังเครียดกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น “ลีลาฟื้นหรือยัง พ่อฝากรุตม์ด้วยนะ พ่อคงไปไม่ได้ แค่นี้ก็ผิดแม่เขาก็เสียใจมากแล้ว” ศิริวางสายแล้วหันกลับมาชะงักที่เห็นกัลยาเข้ามา กัลยามีสีหน้านิ่งๆ “ผมทำให้คุณกับลูกๆ ต้องเสียใจ ผมขอโทษ” กัลยานิ่งมองศิริอย่างพิจารณาว่าศิริกำลังรู้สึกอะไร “ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมอาจจะไม่มีความหมาย...”
“ถ้าคุณพร้อมจะลืมและเริ่มต้นใหม่ ฉันก็พร้อม...” ศิริแปลกใจ “ฉันยอมรับว่าเสียใจ แล้วฉันก็รู้ว่าคุณก็เสียใจเหมือนกัน ความผิดพลาดหนึ่งครั้งเทียบกับความดีที่คุณทำ ความรักความห่วงใยที่คุณมีให้ฉันกับลูกมันไม่สามารถทำให้ฉันหมดรักคุณได้เลย ฉันอยากให้ครอบครัวเรากลับมาสงบสุขสักที เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้นะคะ” ศิริยิ้มออก “ลีลา...” กัลยาเงียบไปนิด “ลูกสาวของคุณ” เธอพยายามจะพูดให้ปกติ แม้ยากเย็นแต่ก็พยายาม “เท่าที่เขาช่วยลูกหยี ฉันคิดว่าเนื้อแท้เขาคงไม่เลวร้ายนัก ถ้าคุณอยากไปเยี่ยมเขา ...ฉันก็ไม่ว่าอะไรนะคะ”
“คุณกัล....”
“มันยาก..แต่ฉันจะพยายาม...”
ศิริจับมือกัลยาด้วยความยินดี “ขอบคุณมาก” ศิริมองกัลยาด้วยสายตาขอบคุณ แล้วเดินออกไป
กัลยามองตามรู้สึกดีที่ข้ามกำแพงของตัวเองได้สำเร็จ
ศิรินธารเข้ามายืนเคียงข้างกัลยา “แม่อภัยให้พ่อได้เหรอคะ ทั้งที่พ่อมีคนอื่น...นอกใจแม่”
กัลยาลูบหัวศิรินธารอย่างอ่อนโยน “ก่อนจะโทษพ่อ แม่ก็ต้องมองตัวเองว่าเราทำดีต่อคนที่เรารักดีที่สุดหรือยัง ตอนนั้นแม่ก็เอาแต่ใจใช้อารมณ์ สารพัด คิดๆ ไปก็ผิดทั้งคู่ ทุกการกระทำมีเหตุจึงมีผล และคำขอโทษของพ่อทำให้แม่เชื่อว่าพ่อก็คงเสียใจไม่ต่างกับเรา”
ศิรินธารมองกัลยาอย่างไม่อยากเชื่อ “แม่คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ”
“ถ้าการอภัยและเข้าใจ ทำให้ครอบครัวเราเดินหน้าต่อไปได้ แม่ก็จะอยากจะลืมทุกอย่างเพื่อความสุขของเราทุกคน ลูกหยีก็วางอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่นะลูก”
“ลูกหยีไม่มีคนที่ลูกหยีรักแล้ว”
“ลูกหยีมีแม่นะลูก แม่อยู่ข้างลูกหยีเสมอ” กัลยามองศิรินธารด้วยความรัก
ศิรินธารกอดกัลยาอย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยว“ขอบคุณค่ะแม่...”
มือถือศิรินธารดังขึ้น หญิงสาวมองโทรศัพท์เห็น เป็นหาญกล้าโทรมา ศิรินธารกดรับและฟัง “ลูกหยี ผมขอโทษ ฟังผมอธิบายก่อนนะ” เธอกดวางสายทันที
“ลูกหยี ฟังผมก่อน ลูกหยี!” หาญกล้ามองโทรศัพท์อย่างหัวเสียที่ศิรินธารไม่ยอมคุยด้วย “โธ่เว้ย!”
กลอย และพรมองหาญกล้าอย่างหงุดหงิดอยู่ในร้านอาหารตามสั่งข้างทาง
“มันยังไม่ยอมคุยด้วยอีกเหรอ” พรเอ่ยถาม หาญกล้าไม่ตอบได้แต่หัวเสีย
ต้อมผลักจานข้าวไข่เจียวออกห่างตัว “แม่ ต้อมอยากกินเป็ดปักกิ่ง”
“เป็ดพะโล้ยังไม่มีปัญญากิน มีอะไรก็กินเข้าไปเถอะน่า เรื่องมาก”
“แม่บอกว่าน้าลูกหยีเชื่องแล้วเราจะกินเป็ดปักกิ่งทุกมื้อ ต้อมไม่อยากกินไข่เจียว ต้อมจะกินเป็ดปักกิ่ง!”
“เงียบ!” พรตีต้อม ต้อมเหวี่ยงไม่พอใจผลักจานข้าวล้มโต๊ะ เตะเก้าอี้เอาแต่ใจสุดๆ “ไอ้ต้อม!” พรลุกขึ้นตีต้อม ต้อมหลบเป็นพัลวันวิ่งหนีไป พรวิ่งตาม
กลอยมองหาญกล้าอย่างตำหนิ “แกต้องไปง้อมัน เอาบ้าน เอาเงินมันมาให้ได้ ญาติๆ มันรองานขึ้นบ้านใหม่ ถ้าไม่ได้มันต้องดูถูกเรา แม่ไม่ยอมนะ” กลอยเดินไปอย่างหัวเสีย หาญกล้ามองตามด้วยความเครียด
เจ้าของร้านเดินมาหาหาญกล้า “ทำลายข้าวของแบบนี้ได้ยังไง!”
“ไม่ต้องพูดมาก คิดค่าเสียหายมา”
“ห้าร้อย”
หาญกล้าเปิดกระเป๋ามีเงินอยู่แค่หกร้อย แต่จำต้องดึงแบงก์ห้าร้อยส่งให้ เจ้าของร้าน

ศิรินธารมองมือถือ แม้จะนิ่งแต่กัลยามองออกว่าศิรินธารยังอาลัยอาวรณ์ “ลูกหยี...”
“เราควรจะรักคนที่เขารักเรา ลูกหยีโง่ที่รักคนอื่นมากกว่าครอบครัว สุดท้ายเขาก็เป็นแค่คนอื่น มันไม่ช้าไปใช่ไหมคะ ถ้าลูกหยีจะขอแก้ไขตัวเองกลับมาดูแลคนที่รักลูกหยีมากที่สุด” ศิรินธารกอดและมองผู้เป็นแม่ กัลยายิ้ม หอมแก้มลูกสาว “ลูกหยีขอโทษนะคะ”
“แม่ไม่โกรธลูกเลยนะ” กัลยากอดศิรินธารด้วยความปลื้มใจ พลางยิ้มมองป้าเพ็ญที่ยืนมองอยู่

ลำไพรในสภาพทรุดโทรมเดินออกมาจากห้องตัวเอง ลำไพรมองซ้ายมองขวาด้วยสายตาระแวง ลำไพรปิดประตูหันกลับมาเจอกับฝ่ามือของชายคนหนึ่งที่รออยู่เต็มๆ ลำไพรเซไปตามแรงตบยังไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็เข้ามาจิกหัวลำไพร ลำไพรพยายามป้องกันตัวเอง แต่สู้แรงชายไม่ได้ พยายามตอบโต้เท่าที่ตัวเองจะทำไหว จนถูกอีกฝ่ายใช้มือดันเข้าที่คอของลำไพรกระแทกกำแพง
“ไอ้เก่ง ทำกูทำไม!” ลำไพร พยายามจะดึงมือออกจากคอตัวเอง
“อีโสโครก! อีสำส่อน เพราะมึง มึง!”
ลำไพรโวยวาย พยายามจะแกะมือออก “อะไรของมึง!!”
“กูไม่ใช้ถุงกับมึงคนเดียว อีลำไพร”
ลำไพรชะงักมองหมายความว่ายังไง
ภายในโรงแรมที่ชลัมน์ในเป็นที่ซ่อนตัว ชลัมน์บีบแก้วในมือจนแตก มัสยาเข้ามาจับข้อมือชลัมน์ข้างที่บีบแก้วแล้วเอ่ยขึ้น “ใจเย็น ๆ สิ ชลัมน์”
“มันชนะฉันอีกแล้ว” ชลัมน์เขวี้ยงแก้วกระแทกลงพื้น “ฉันอยากจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง” ชลัมน์ทุรนทุรายอย่างคลั่งแค้น
มัสยาฉุนเฉียว“แผนกำลังจะสำเร็จแล้วแท้ๆ เพราะไอ้นรุตม์ มันทำลายแผนเรา”
เสียงกดกริ่งห้องดังถี่ๆ มัสยากับชลัมน์หันมองอย่างระแวงว่าใคร มัสยาเดินไปดูที่ช่องแล้ เปิดประตู
ณรัลเดินเข้ามาเอ่ยอย่างหัวเสีย “ทำไมคุณไม่บอกผมว่าลีลาเป็นลูกคุณพ่อ!”
“ถ้าคุณรู้แล้วจะทำไม”
“ไอ้รุตม์มันได้ไปทุกอย่างแล้ว!”
ชลัมน์มองอาการของณรัลอย่างรู้ทัน“ถึงจะไม่มีลีลา ศิริมันก็ต้องแบ่งให้ลูกรักอย่างนรุตม์อยู่แล้ว ถ้าศิริมันแบ่งให้ลีด้วย นรุตม์ได้ถึงสองต่อทั้งฐานะลูกกับลูกเขย ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอที่ไม่เคยชนะนรุตม์เลย”
“ก็คงเหมือนที่คุณแพ้คุณพ่อตลอดมา วางแผนมายี่สิบปีก็พังไม่เป็นท่า ไม่ได้อะไรสักอย่าง...เกาะนั่น รวมทั้งเรื่องไอ้วรรษ”
“ถ้าฉันยังอยู่ พวกมันจะไม่มีวันสงบสุข”
ณรัลมองอย่างวิเคราะห์ “เกมยังไม่จบ?” ชลัมน์ยิ้มร้าย

กลางดึกที่โรงพยาบาล ลีลานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง นรุตม์ แดน และดลเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง
ภารดีเข้ามาในห้อง “ยังไม่ฟื้นอีกเหรอ”
“คุณรู้ได้ยังไง” แดนถาม
ภารดีหยิบโทรศัพท์ให้แดนดู “เรื่องของลีกับวรรษมันแชร์ไปทั่วแล้ว” ดลขยับเข้ามาใกล้ลูกชาย แดนส่งให้ดู ดลหน้าเสีย
“ทั้งเรื่องคุณลุงศิริ เรื่องวรรษแต่งงานกับพี่สาวตัวเอง เรื่องพี่รุตม์เป็น..สามีลีลา”
ทันใดนั้น ดลฤดีเปิดประตูเข้ามา วัลภาก้าวตามมาติดๆ “วิจารณ์กันเละเทะไปหมด บ้าเอ๊ย!” ทุกคนยกเว้นนรุตม์หันมองดลฤดี
“ข่าวของลีน่ะค่ะ มัน...” วัลภาอึดอัดสงสารลีลา
ทุกคนมองอย่างพอจะเดาออกว่า กระแสในสื่อโซเชียลคงกระหึ่มมาก
ภารดีมองไปทางลีลาที่นอนหลับนิ่ง มองนรุตม์ที่นั่งจับมือลีลาไว้โดยที่สายตาไม่ยอมเปลี่ยน ไปทางอื่นเลย “ไม่รู้ว่าลีลาฟื้นขึ้นมาจะรับเรื่องทั้งหมดไหวหรือเปล่า”
ศิริเปิดประตูเข้ามาและชะงักที่เห็นทุกคนอยู่ในห้อง
ลีลาค่อยๆ ขยับตัว นรุตม์ดีใจ “ลี!” ทุกคนพุ่งความสนใจแล้วเดินไปที่ข้างเตียงลีลา “ลี...” ลีลาลืมตา มองเพดาน แต่ยังนอนนิ่ง
“ลี...” วัลภาเรียกบ้าง ทว่าลีลาไม่หันตามเสียง ดูนิ่งไม่ตอบ ทุกคนเริ่มเอะใจ
“ลี...ได้ยินฉันไหม” ดลฤดีย้ำ
ลีลายังนิ่ง สายตาเหม่อลอยไม่โฟกัส ไม่พูด ไม่โต้ตอบ ทุกคนอึ้งกับอาการของลีลา

ลีลากึ่งนั่งกึ่งนอนนิ่ง ไม่โฟกัส ไม่รับรู้ ทุกคนยกเว้นนรุตม์อยู่ในห้อง วัลภากับดลฤดีอยู่ข้างเตียง
วัลภาพยายามจะป้อนข้าวต้มให้ลีลา “ลี กินข้าวต้มหน่อยนะ” วัลภาตักป้อนถึงปาก แต่ลีลาไม่ยอมเปิดปาก นิ่งๆ
“ลี...แกได้ยินฉันไหม” ดลฤดีพยายามเรียก ทั้งสองสาวเริ่มเป็นทุกข์กับอาการไม่รับรู้ของลีลา
นรุตม์เดินเข้ามา ทุกคนมองเขาเป็นตาเดียว
“หมอว่ายังไงบ้าง” ศิริรีบถาม
“ลุงหมอว่าอาจเป็นกลไกป้องกันตัวเอง ลีคงรับไม่ไหว ถึงเลือกที่จะไม่รับรู้”
“จะไม่เป็นบ้าใช่ไหมคะ” ดลฤดีกังวล ทุกคนอึ้งกับคำถามดลฤดี
“ลีจะต้องหาย...” นรุตม์มั่นใจ
ศิริยืนมองอยู่ห่างๆ “พ่อขอโทษ...”
แดนรู้สึกเสียใจภับภาพที่เห็น ภารดีจับมือแดนเพื่อปลอบใจ
“เราจะรักษาลีให้หาย ลีจะต้องกลับมาเหมือนเดิม” นรุตม์เชื่อมั่น
ทุกคนมองลีลาด้วยความเป็นห่วง และหวังว่าสิ่งที่นรุตม์พูดจะเป็นความจริง

เวลาผ่านไป วัลภา กับดลฤดีคอยดูแลลีลา พยายามป้อนน้ำ ป้อนโจ๊ก แต่ลีลาไม่ตอบรับ ไม่ให้ความร่วมมือ นรุตม์เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง

วันต่อมา ลีลายังนอนนิ่งดูสภาพอ่อนเพลีย แดนยืนมองด้วยความเป็นห่วง
ภารดีเข้ามาหานรุตม์ ที่นั่งจับมือลีลา “ต้องให้อาหารทางสายยางเลยเหรอคะ”
“มันจำเป็น เพราะร่างกายลีอ่อนเพลียมาก”
แดนกับภารดีมองลีลาอย่างหนักใจในอาการ

วันต่อมา ลีลายังคงนอนหลับอยู่บนเตียง นรุตม์วางมือบนหัวลีลา ลีลาน้ำตาไหลเงียบๆ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“ลี...กลับมาหาผมนะ...” ลีลายังนิ่ง “คุณยังมีผมนะลี กลับมานะครับ..” นรุตม์กอดลีลาไว้ น้ำตาลูกผู้ชายอดที่จะ ไหลไม่ได้
ภายในห้องรับแขก บ้านของศิริ ณรัลลงมาข้างล่างเห็นกัลยากับศิรินธารกำลังจะออกจากบ้าน
“เพ็ญ สั่งตาชุบเอารถออกหรือยัง”
“สตาร์ทรอแล้วค่ะ”
“คุณแม่จะไปไหนครับ” ณรัลถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“จะไปโรงพยาบาล เห็นว่าอาการลีลายังไม่ดีขึ้น”
“เยี่ยมลีลา...คุณแม่น่ะเหรอครับ”
“อืม...” กัลยาพยักหน้ารับ
“แต่ลีลา....แม่ยอมรับได้เหรอครับ ในเมื่อลีลาเป็นลูกเมียน้อยนะครับ...”
“เขาเป็นลูกของคุณพ่อ เรื่องนี้มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แม่แค่ยอมรับความจริง แม่อยากให้คุณพ่อสบายใจ” กัลยาเดินออกไป ศิรินธารจะตาม
“ลูกหยี...” ณรัลเรียก ศิรินธารหันมาถามว่ามีอะไร “ลูกหยีรับได้เหรอ ลีลาทำกับเราไว้ไม่น้อยนะ”
“เราก็ทำกับเขาไม่น้อยเหมือนกันนะพี่รัล”
ป้าเพ็ญเอ่ยพลางเดินเข้ามาในห้อง มือถือโทรศัพท์บ้านมาด้วย “คุณลูกหยีคะ คนจากนิตยสารโทรมาจะขอสัมภาษณ์คุณลูกหยีเรื่องน้ำหอมค่ะ”
“บอกให้ตามไปเจอฉันที่โรงพยาบาล” ศิรินธารเดินออกไป
ณรัลมองตามไม่พอใจ

ลำไพรคุยมือถือ “คุณศิรินธารให้ไปพบที่ไหนนะคะ....” ลำไพรฟังอย่างรับรู้แล้ววางสาย มีสีหน้าร้ายๆ วางแผนบางอย่างอยู่ในใจ

ณรัลหันกลับมาอย่างหงุดหงิดกับท่าทีที่ต่างไปของกัลยา “คุณแม่ไม่น่าจะยอมรับลีลาง่าย ๆ แบบนี้”
“คุณแม่เห็นความสุขของครอบครัวเป็นสำคัญ ต่อไปทุกอย่างก็จะดีขึ้นนะคะคุณณรัล ”
ณรัลมองหน้าป้าเพ็ญด้วยสายตาไม่พอใจ แล้วเดินออกไป ป้าเพ็ญมองตามรู้สึกสงสัยกับท่าทีของณรัล

หาญกล้ามายืนเตร็ดเตร่ที่หน้าบ้านของศิริ รถของกัลยาแล่นออกมา หาญกล้าขยับไปขวางไว้ กัลยากับศิรินธารในรถมองนิ่ง หาญกล้ามาที่กระจกเคาะเรียก “ลูกหยี...ผมขอคุยด้วย ลูกหยี!”
ตาชุบบีบแตร แต่หาญกล้าไม่ถอย “จะให้ทำยังไงครับ”
“ออกรถ...” ศิรินธารเอ่ยสั่ง
ตาชุบมองแล้วตัดสินใจเข้าเกียร์ออกตัวค่อนข้างแรงจนหาญกล้าต้องหลบ หาญกล้ามองตามไปอย่างไม่ยอมแพ้ รีบขึ้นรถตัวเองขับตามไป

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 13/6 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ