อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/6 วันที่ 27 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/6 วันที่ 27 ธ.ค. 58

“คอยดูนะ ถ้าเธอโทรคุยแต่กับน้าราม จะนั่งเครื่องบินไปคุมตัวถึงที่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด แค่สิบกว่าชั่วโมงแค่นี้!” สีหนาทพูดไป แล้วก็ชักเกรงๆราม แก้ใหม่ “เอ่อ ถือว่าเรา..ก็บินไปดูงานเกษตรทางนั้นด้วยกัน ก็แล้วกันนะครับน้าราม”
รามเข้าใจสิงห์ แต่ต้องฟอร์มหวงไว้บ้าง แหย่ให้ “จะไปดูการปลูกสักเหมืองหนาวเหรอครับ คุณสิงห์ ผมว่า..มันฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ หาข้ออ้างอื่นจะดีกว่านะครับ” รามยิ้มโอบไหล่ลูก.. หนูนาอดซ่อนยิ้มที่พ่อแซวสีหนาทไม่ได้

ขณะที่สีหนาทเหวอไป.. มองสองพ่อลูกแบบแหม... นี่ตัวเราจะไม่มีคนเข้าข้างแล้วใช่มั๊ย! “เดี๋ยวผมคงต้องไปสะสางธุระต่างๆซะที หนูนาเดี๋ยวอีกสักพักเธอค่อยเข้า ออฟฟิศแล้วกัน ฉันอาจจะมีงานให้ช่วย”


หนูนาพยักหน้า สีหนาทออกไป
“ถ้าหนูเป็นห่วงคุณสิงห์ ก็ไปช่วยแกก่อนได้นะลูก ถ้าเป็นคุณสิงห์ พ่อยอมเว้นไว้ให้คนนึง”
หนูนายิ้ม แอบเหน็บ “นี่ถ้าเจ้าตัวรู้” เธอเหลือบมองตามสิงห์ที่เพิ่งไป “คงตัวลอยไปถึงไหนๆ! พ่อคะ หนูนายังมีอีกเรื่อง ที่อยากคุยกับพ่อ”
รามฟังลูก สงสัยว่าเรื่องอะไร

ศักดายืนยันกับรัศมี ตีหน้าไม่รู้เรื่องราว “จริงๆนะคุณรัศ ผมไม่รู้ว่าไอ้สรมันโดนหลอก โดนชักชวนไปได้ยังไง คงจะมีใครยั่วยุให้มันทำ!! ลูกผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน”
“แต่..ในข่าวนี่เค้า..บอกว่าพวกคุณเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้ว หลายครั้ง แต่ไม่มีหลักฐาน”
“มันอยากจะจับคน เขียนอะไรก็ได้ทั้งนั้น ผมถามคุณหน่อย ผม!!กำลังจะสร้างโกลด์คลาสอยู่แล้ว จะลดตัวไปทำเรื่องพวกนี้เพื่ออะไร ต่อให้เป็นก่อนหน้ามันก็ไม่จำเป็น! ผม!พ่อเลี้ยงศักดา มีรีสอร์ท มีโรงไม้ตั้งหลายแห่ง จะทำตัวเป็นโจรไปเพื่อ!!”
รัศมีชะงัก ครุ่นคิด เมื่อศักดายืนยันและสำทับหนักแน่น!!
ทันใดโทรศัพท์ดัง ศักดาไม่มีอารมณ์รับ ตะโกนบอกคนของตัวเองที่รออยู่ด้านนอก “ใครอยู่ข้างนอก รับสิเว้ย! ถ้าเป็นหุ้นส่วน บอกว่าเดี๋ยวฉันติดต่อกลับ ตอนนี้ฉันไม่สะดวก” ลูกน้องรีบเข้ามาจัดการรับสาย ศักดาหันมากล่อมรัศมีต่อ “ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ! ส่วนไอ้สร ต้องมีคนยุมัน มันก็คง ไม่ได้คิดจะขโมยจริงจังอะไรหรอก แต่..มันคงทำไปเพราะความแค้น คุณก็รู้ว่าไอ้สีหนาทนั่น มันคอยขัดแข้งขัดขา ขัดผลประโยชน์พวกเราอยู่ตลอด นี่มันคงแค้นเค้า อยากจะเอาคืนบ้าง”
รัศมีพูดไม่ออก ข้ออ้างของศักดาฟังดูประหลาดไปเสียหมด “จะบอกว่าลูกชายคุณทำเรื่องเสี่ยงๆเนี่ย แค่เพราะล้างแค้นอย่างเดียว?”
“ก็มันโง่ไง !! โถ่เอ๊ย ผมไม่น่ามีลูกอย่างมัน รัศมี..แค่เรื่องมัน ก็ทำผมปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว คุณเข้าใจผมหน่อยได้มั๊ย เชื่อผม ผมทำทุกอย่างเพื่อเรา ฝันของเราก็กำลังจะเป็นจริงอยู่แล้ว! อย่าให้คำครหาของคนอื่น.. อย่าให้ไอ้พวกหนังสือพิมพ์ที่อยากจะขายข่าว ตำรวจที่อยากจะได้โล่ห์ ได้เหรียญ ได้ผลงาน มาทำให้เราไขว้เขวสิ มันไม่จริงนะคุณรัศ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ศักดารำคาญมาก หันไปตวาดลูกน้อง “ถอดสายออกเลยไป๊!!”
ลูกน้องไม่ทัน ดันรับไปแล้ว “เอ่อ” เอาหูโทรศัพท์ลงมาเล็กน้อย “สารวัตรอยากจะขอคุยกับนายครับ”

ศักดาผวานิดๆ แล้วโกรธมาก “บอกมันไปซะ!! ว่าไม่ต้องโทรมาอีก ฉันไม่อยากจะเจอหน้ามัน ถ้าเรื่องมากนัก!! ก็ไปเอาหมายจับมา แล้วถ้ามันยังฟังภาษาคนไม่ออกฉันจะโทรไปหาอธิบดีนายมัน ให้สั่งแช่เข็งมัน ไม่ต้องให้ได้ผุดได้เกิด” ทันใดมีเสียงการ์ดหน้าห้องเคลื่อนไหว มีเสียงคนเข้ามา ศักดา รัศมีประหลาดใจ “อะไรกันอีกว๊ะ!!!”
กชเดินเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่หลายนาย เห็นว่าการ์ดของศักดาก็ไม่กล้าห้าม “เชิญพ่อเลี้ยงโทรได้เลย!”
ศักดาชะงักไป ทั้งรัศมีและศักดาต่างคิดไม่ถึงที่ตำรวจบุกมาหาถึงบ้าน “สารวัตรกำลังบุกรุกบ้านผม!! เชิญออกไปได้แล้วก่อนที่ผมจะแจ้งความจับสารวัตรบ้าง”
“พ่อเลี้ยงคงจะโกรธเกินไปถึงได้ขาดสติหาว่าผมบุกรุก เชิญดูซะให้เต็มตา หมายเชิญของผม” กชยื่นหมายเชิญตัวศักดาไปโรงพัก
ศักดาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าต่อหน้ารัศมีอย่างมาก แต่ไม่สามารถแสดงออกอย่างก้าวร้าวตามที่ต้องการได้ ได้แต่กลั้นความขัดเคืองเอาไว้

กชเดินนำศักดาออกมา ภายนอกมีนักข่าวออกันอยู่ไม่น้อย กลุ่มนักข่าวกรูตามศักดาทันที!! หนึ่งในนั้นมีจุฑารัตน์อยู่ในกลุ่มด้วย
“ขอถามหน่อยค่ะ คุณอดิสรได้มีการติดต่อมาทางพ่อเลี้ยงบ้างมั๊ยคะ?”
“ก่อนหน้านี้ ไม่ทราบว่ามีการระแคะระคายมาก่อนมั๊ยคะ ว่าคุณอดิสรจะกระทำการในครั้งนี้”
ศักดากลั้นความหัวเสียไว้อย่างอดทน “เรื่องนายสร คงต้องรอให้ศาลพิสูจน์ความจริงก่อน อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณคิดก็ได้! ผมเสียใจนะครับที่มีการเข้าใจผิดกันแบบนี้ ยังไงทนายของผมจะตอบคำถามทุกอย่างภายหลัง”
ศักดาเดินไป ข่มกลั้นความโกรธ นักข่าวยังพยายามเดินตาม แต่ตำรวจกันตัวศักดาไว้ให้ไปขึ้นรถ
ห่างออกมา ใกล้หน้าบ้าน รัศมีมองออกมาอย่างว้าวุ่นใจ!
นักข่าวคนนึงหันไปเห็นเข้า สะกิดเพื่อนแล้วกลับมาหารัศมีแทน คนอื่นๆเห็นก็รีบเข้ามากันบ้าง รัศมีเห็นอย่างนั้นอึกอัก จะหันกลับก็ไม่ทันซะแล้ว นักข่าวมาออกันตรงหน้า
“เดี๋ยวค่ะ คุณรัศมี นี่คุณได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนรึเปล่าคะ ?”
“คุณรู้สึกยังไงคะ ที่ลูกชายว่าที่คู่หมั้นคุณกระทำความผิดอุกฉกรรจ์แบบนี้”
รัศมีอยากจะหลบหน้ามากกว่าอยากจะตอบ! แต่ไมค์ของนักข่าวมาประชิดอย่างยากจะหลบ! “ฉัน...” รัศมีจะตอบอย่างไรดีไม่ให้ตัวเองเสียหน้า “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด พ่อเลี้ยงกับลูกชายเค้าไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องทำเรื่องแบบนั้น”
จุฑารัตน์ที่เดินมาฟังรัศมีด้วย ผิดหวังที่รัศมียังตอบเหมือนมืดบอด หลงทาง “แต่มีหลักฐานจับกุมนายอดิสรชัดเจนนะคะ แล้วก็มีคนบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเสียชีวิตตั้งหลายราย เหตุรุนแรงขนาดนี้ จะพูดว่าไม่ได้ตั้งใจได้เหรอคะ?”
รัศมีหันไปเห็นจุฑารัตน์ และแววตาที่เหมือนอยากจะย้ำเตือนนั้น ยิ่งจี๊ด! “จะมาถามอะไรก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าลืม! ว่าตัวเองเป็นแค่นักข่าว ฉันเข้าใจว่าเธอต้องเขียนข่าว ต้องทำมาหากิน! แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะมาตัดสินพ่อเลี้ยงกับลูกชายเค้าว่าเป็นคนผิด! ถ้ายังพูดจาไม่ระวังปากแบบนี้อีก ถึงเป็นคนรู้จัก ฉันก็จะไม่เกรงใจ! อย่าให้ต้องมาฟ้องหมิ่นประมาทกับคนกันเองเลย!” รัศมีฉะจุฑารัตน์แล้วก็เข้าบ้านไป
นักข่าวจะกรูตาม ที่หน้าประตูการ์ดของศักดากันไว้จนได้ จนรัศมีเข้าบ้านไปได้เรียบร้อย.. จุฑารัตน์ส่ายหน้าที่รัศมียังคงดูเหมือนไม่ยอมรับความจริง

ในบ้านรัศมีเข้ามาได้ กระทืบเท้า ทุบโต๊ะ ตัวแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงทั้งด้วยความอับอายและความโกรธที่ถูกตอกหน้า และต้องเผชิญกับคำถามอันจาบจ้วง !!!

รามบีบไหล่หนูนา.. บอกอย่างเห็นใจ “พ่อเข้าใจ ที่หนูเป็นห่วงแม่เค้า พ่อเองตอนที่รู้ว่ารัศมีไปยุ่งเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงศักดา ก็ไม่สบายใจ.. คนเลวๆอย่างมัน ทั้งลูก และรัศมีไม่ควรจะไปใกล้ ถ้าลูกเป็นห่วง อยากจะติดต่อแม่เค้า..ก็..” เขาหยิบมือถือส่งให้
“ขอบคุณนะคะพ่อ” หนูนารับมือถือมาจากพ่อ แล้วกดโทรออกหารัศมี ลุ้นๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่คิดจะโทรหาแม่ ตั้งแต่ออกจากบ้านมา แต่แล้วหนูนาต้องถอนมือถือออก..รามมอง หนูนาส่ายหน้า “แม่ไม่รับสายค่ะ”
“บางที แม่เค้าอาจจะยุ่งๆอยู่”
หนูนาคิด “หนูจะส่งข้อความไป บางทีพอแม่เห็นแล้ว อาจจะติดต่อกลับมา”หนูนากังวลว่ารัศมีจะเป็นอย่างไร

สีหนาทบอกหนูนา “ก็คงยุ่งเรื่องคดีนายอดิสรกับพ่อเลี้ยงศักดาอยู่นั่นแหละ ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ทั้งนักข่าว ทั้งตำรวจคงสวนสนามไปที่นั่นกันไม่ขาด! ขนาดทางเรา คนที่รู้ว่าเราไปร่วมจับไม้ ยังโทรมาจนสายแทบจะไหม้...”
หนูนายิ่งสีหน้าไม่สบายใจ “เธอทำดีที่สุดแล้ว..”
บุญตาเดินมาบอก “นายคะ หมอโชคมาแล้วนะคะ”
“เอ๊ะ ใครเป็นอะไรเหรอคะ?”

ใบหน้าอิดโรยของขนิษฐาที่หลับอยู่ เริ่มส่อสัญญาณการรู้สึกตัว เปลือกตาขยับเหมือนใกล้จะตื่น.หนูนามองไปเห็นเข้า ยังไม่ทันได้เรียกขนิษฐา ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยิน เสียงละเมอจากปาก..“น้าราม...” หนูนานิ่งอึ้งไป ทีแรกไม่แน่ใจว่าหูฝาดไปรึเปล่า “น้า...รามมม....”
หนูนาตะลึง นิ่งอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูก กลับเป็นขนิษฐาเองที่รู้สึกตัว และถามขึ้นก่อนเมื่อพบหน้าหนูนา “หนูนา..นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?”
“คุณน้องเป็นลมไปค่ะ ไข้ขึ้นสูง เมื่อกี๊นี้หมอโชคเพิ่งมาตรวจ ตอนนี้อยู่ข้างนอกคุยอยู่กับคุณสิงห์ เดี๋ยวหนูนาไปตามให้นะคะ”
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป น้าราม พี่สิงห์ แล้วก็พวกที่ไร่เรา มีใครเป็นอะไรมั๊ย?”
สีหนาทถือยาที่หมอจ่ายให้ขนิษฐามาในมือ มาถึงหน้าห้อง ได้ยินสิ่งที่สองหญิงสาวคุยกันอยู่ ก็ชะงักไป

ขนิษฐารับรู้ คลายมือที่ทาบอกไว้ลง โล่งอกขึ้น “ยังดี..ที่ไม่มีใครเจ็บหนักถึงตาย..” หญิงสาวน้อยใจ “แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่สิงห์ไม่คิดจะบอกกันบ้าง”
หนูนาปลอบ “ที่คุณสิงห์ไม่อยากให้คุณน้องรู้ ก็เพราะกลัวจะไม่สบายใจน่ะค่ะ”
“ปิดบังแบบนี้สิ ฉันยิ่งไม่สบายใจ! เดี๋ยวก็ต้องคอยกังวลว่าวันไหนจะได้อ่านข่าว...ว่าคนที่ฉันรัก เกิดบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป หนูนา ฉันคง..ทนไม่ได้..” เธอส่ายหน้า “ฉันน่ะ..เบื่อที่จะรู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายเต็มที!”
หนูนาชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้นของขนิษฐา หนูนาตัดสินใจ “คุณน้องคะ ยังมีอีกเรื่อง..ที่คุณน้องยังไม่ทราบ..คือ..ที่หนูนาเข้ามาทำงานในไร่นี้ จริงๆแล้ว หนู..หนูนา.. มาตามหาพ่อ..”
“พ่อ?”
“ใช่ค่ะ พ่อ..ที่จากกันนานเป็นสิบปี”
“นึกอยู่เหมือนกัน เพราะท่าทางเธอไม่เหมือนคนมาสมัครงานไร่เลย เอ๊ะ แต่ฉันไม่เคยรู้ว่าใครในไร่นี้มีลูกสาว...” เธอพูดไม่ทันจบก็ชะงัก เหมือนเพิ่งคิดออก “ไม่.. เป็นไปไม่ได้” หนูนายังนั่งนิ่ง แต่ไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกมา “น้าราม น้ารามงั้นเหรอ?”
“ค่ะ”
ในหัวขนิษฐาอื้ออึง แววตานั้นปะปนทั้งความสับสน ใจหาย และอิจฉาลึกๆ ขนิษฐาเสียงแข็งขึ้น แม้จะพยายามคุมแล้ว “แล้ว..นี่น้ารามเค้ารู้รึยัง ว่าเธอเป็น..”
“หนูนาเพิ่งบอกพ่อเมื่อเช้านี้เองค่ะ ส่วนคุณสิงห์ก็เพิ่งรู้..เมื่อไม่กี่วันก่อน..”
“ฉันรู้คนสุดท้ายอีกตามเคย..” ขนิษฐาน้อยใจ แต่ไม่มากเท่าความรู้สึกว่าเป็นคนนอก แต่ก็พยายามทำดี บอกหนูนาแม้เสียงจะเศร้า “ยินดีด้วยนะหนูนา ฉัน..ฉันฝากบอกน้ารามด้วย ว่าฉันยินดีด้วยที่น้ารามได้เจอครอบครัวที่น้าราม..รัก และรอเค้ามาตลอด ฉันดีใจด้วยจริงๆ”
“ขอบคุณค่ะคุณน้อง”
“เธอไปเถอะ เดี๋ยวฉันขอพักหน่อย” เธอพลิกหน้าหนีตัดบท ลับหลังเห็นแววตาสุดฝืน
หนูนายังมองขนิษฐาอย่างเป็นห่วง.. ขณะกำลังลังเล หันไปเห็นสีหนาทเข้า สีหนาทพยักหน้า ทำนองว่าเขาจะดูแลต่อเอง หนูนาจึงยอมเดินออกมา...หนูนามองด้านหลังของขนิษฐาที่หันหลังให้.. รู้สึกว่าขนิษฐาดูช่างเศร้าเหลือเกิน

วรรณกำหูโทรศัพท์หน้าเครียด เห็นหนังสือพิมพ์วางตรงหน้าซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่รัศมีเห็น “มีพาดหัวข่าวตำรวจจับไม้ ต่ำลงมาเนื้อข่าวมีรายละเอียดพิมพ์ว่า “เมื่อคืนเวลา 22.30 น. นาฬิกา ตำรวจกองปราบปราม จังหวัดเชียงรายสนธิกำลังกับชาวบ้านที่อยู่ในท้องถิ่น ชาวไร่บัวขาว...เข้าตรวจตราและจับกุม...”
อรุณีรอลุ้นอยู่ใกล้ๆ ถามขึ้นอย่างใจไม่ดี “ติดมั๊ยคะท่าน ?”
“สายไม่ว่างเลย” อรุณียิ่งหน้าแห้ง วรรณคิด เอายังไงดี วรรณวางสาย “เดี๋ยวฉันให้เลขาหาเบอร์อื่นให้ดีกว่า” จะคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นอีกหน
พลัน! โทรศัพท์ดังขึ้น ทั้งวรรณ และอรุณีต่างชะงัก แล้ววรรณรับสาย “ฮัลโหล”
“คุณตา นี่หนูนาเองนะคะ”
“ยัยนา..” เสียงปะปนทั้งความโล่งใจ และอยากรู้ทุกข์สุข
อรุณีที่คอยอยู่พอได้ยินวรรณเรียกหนูนา ก็ดีใจไปด้วย
“ค่ะ นาเห็นข่าวแล้วเหมือนกัน กลัวว่าคุณตาจะไม่สบายใจ เลยรีบโทรมาบอกก่อน”
“ก็จะให้สบายใจได้ยังไง! ชื่อไร่ที่เราไปอยู่พิมพ์หราอยู่นั่นน่ะ! ถึงจะรู้ว่าหลานตาคงไม่เข้าไปวุ่นวายอะไรกับที่เค้าจับไม้ แต่เรื่อง มันก็เกิดในละแวกเดียวกับที่เราอยู่” หนูนาหน้าเจื่อนๆ รู้สึกกึ่งๆโดนตาตำหนิกลายๆ “นี่ถ้าเราไม่ติดต่อมา ตาจะให้คนของสาขาเราที่โน่น เข้าไปดูเราที่ไร่ ตารู้นะที่เราไม่ยอมใช้มือถือเพราะไม่อยากให้ทางบ้านนี้ไปวุ่นวาย แต่พอมีเรื่องอะไรขึ้น! แล้วติดต่อกันยากแบบนี้ ตาไม่ชอบใจเลยจริงๆ”
หนูนารับจ๋อยๆ “ขอโทษค่ะคุณตา....”
วรรณ เห็นหนูนารับผิด ก็คลายลง “แต่ก็ยังดี ที่เรายังรู้จักหน้าที่ รู้จักโทรมาหาตาก่อน”
“นารู้ค่ะ ว่านาขอคุณตามามากแล้ว.. ตอนนี้คุณตาไม่ต้องห่วงนาแล้วนะคะ นาจัดการทุกอย่างตามที่เคยบอกคุณตาได้เรียบร้อยหมดแล้ว” เธอโล่งใจที่ไม่ต้องโกหกใครอีกแล้ว “อาทิตย์หน้า นาจะกลับไปตามที่รับปากคุณตาไว้ค่ะ” วรรณพยักหน้า สีหน้าพึงพอใจ “นาคิดถึงคุณตานะคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนา..และขอบคุณ.. ที่คุณตาอนุญาตให้นา..ได้มาหาพ่อ.. แล้วเจอกันนะคะ”
วรรณอ่อนลงอย่างมาก “ตาก็คิดถึงแก ยัยนา รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีๆล่ะ” วรรณวางสายลง จากความกระวนกระวายเมื่อแรก เปลี่ยนเป็นความชุ่มชื่นใจ
อรุณีมองสีหน้าของวรรณ ก็พลอยยิ้มไปด้วย แต่ไม่วายถาม “คุณนาเป็นยังไงบ้างคะ เธอสบายดีใช่มั๊ยคะ?”
“อือ ก็ยังงั้นแหละ! ไป !เตรียมสูทให้ฉันได้แล้ว เดี๋ยวจะเข้าบริษัทซะหน่อย ทำงานทำการกันได้สักที”
“ค่ะ” อรุณียิ้มๆ
วรรณเอาหนังสือพิมพ์พับ แล้ววางเก็บ... สีหน้าโล่งใจ..

ขนิษฐายังนอนหันหน้าเข้าหาผนัง น้ำตาเปื้อนแก้มเป็นคราบ.. แล้วได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว ขยับหน้าแนบกับหมอนมากขึ้น....
สีหนาทวางเม็ดยาลงในถ้วยเล็ก รินน้ำอุ่นใส่แก้วแล้วบอก “ถ้ายังนอนไม่หลับ ก็ลุกทานยาซะหน่อยนะน้อง พี่เป็นห่วง..” ขนิษฐาไม่ตอบ มีเพียงเรือนผมที่ส่ายน้อยๆ บอกปัด “ไม่กินไม่ได้ ถ้าปล่อยให้ไข้สูงไปกว่านี้ เดี๋ยวร่างกายจะรับไม่ไหวนะ”
ขนิษฐาข่มใจ ตอบ เสียงยังสั่นเครือ “พี่สิงห์วางไว้เถอะค่ะ เดี๋ยวน้องทานเอง..”
“ให้พี่ป้อนให้ดีกว่า ถ้ากินยาไม่ครบ เดี๋ยวจะไม่หาย”
“ขอร้องเถอะค่ะ.. ตอนนี้น้องอยากอยู่คนเดียว..”
สีหนาทนิ่งไป มองขนิษฐาที่เอาแต่หันหลัง ตัวสั่นเทา รู้ว่าเสียใจอยู่ “น้องโกรธพี่เหรอที่ออกไปจับไม้โดยไม่บอกก่อน” เชาพยายามอธิบาย “พี่เองก็ไม่คิดว่ามันจะกะทันหันแบบนี้ แต่ไม่ไปไม่ได้ มันเป็นโอกาสเดียวที่..”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 13/6 วันที่ 27 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ