อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ธ.ค. 58

เอกชาติ โทณรงค์ชะงัก แต่เพชรสีไม่ยอม “ทำไมล่ะคะ คุณเอกหวังดี...”
เอกชาติปรามเมีย “เพชร”
เพชรสีชะงักไป ชไมพรแตะมือพี่สะใภ้อย่างปลอบๆและเอาใจ
“คิดว่าฉันสปอยล์ยัยรัศอีกล่ะสิ” เพชรสี ชไมพรอึ้งกันไปที่วรรณรู้ทัน “ใช่ ที่มันเสียผู้เสียคน เหลวแหลกมาทุกวันเนี๊ยะ ก็เพราะว่าฉันเอง ที่ตามใจมันจนเสียคน”
“พี่เพชรสีไม่ได้หมายความว่ายังงั้นหรอกครับ คุณพ่อ”

เพชรสี ชไมพรต่างก้มหน้าจ๋อย เมื่อวรรณพูดแบบนี้ขึ้นมา
"ถึงพวกเธอจะคิด!! ฉันก็ไม่ว่า“ วรรณเอ่ยกับเอกชาติ “เพราะแกโทรไป มันก็ไม่มีประโยชน์ ..ฉันจะพูดกับมันเอง”
ทั้งสี่คนค่อยโล่งขึ้น เมื่อเห็นว่าวรรณไม่คิดจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ...วรรณหน้าเข้ม คิดหนัก จะปรามลูกสาวใจแตกคนนี้อย่างไรถึงจะดี



หนูนาเกาะแขนรามแจ เตรียมพร้อมจะออกไปลุยงานด้วยกัน
“หนูแน่ใจเหรอ ที่จะไปกับพ่อ ไม่ต้องอยู่ออฟฟิศคอยช่วยงานคุณสิงห์เหรอลูก?”
หนูนาส่ายหน้า “ไม่ต้องค่ะ หนูนาเคลียร์งานไว้เรียบร้อยแล้ว ไปกันค่ะ”
แต่แล้วทั้งสองก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสีหนาทเดินตรงรี่เข้ามาหา
“อ้าว คุณสิงห์..มีอะไรรึเปล่าครับ นี่ผมกำลังจะออกไปพอดี”
สีหนาทสีหน้าจริงจัง “พอดี..ผมมีเรื่องด่วน! จะให้หนูนาเค้าช่วยหน่อยน่ะครับ”
รามและหนูนาชะงักกันไปเบาๆ “เรื่องด่วน เรื่องอะไรคะ?”
“รีบไปก่อน แล้วฉันค่อยบอก.. ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลหนูนาให้อย่างดี”
“ครับ..”
“ป่ะ” สีหนาทเร่งหนูนาให้รีบไปด้วยกัน หนูนามองๆพ่อ รามพยักหน้าให้ว่าไม่เป็นไร หนูนาไปกับสีหนาทสีหน้ายังงุนๆงงๆ รามมองตามใจหายเบาๆ แต่เห็นเป็นสีหนาทก็พอจะวางใจ..

หนูนานั่งคู่มากับสีหนาทในรถ อดที่จะถามไม่ได้ “ตกลงธุระด่วนที่ว่า คืออะไรเหรอคะ ? แล้วนี่เราจะไปไหน”
สีหนาทขับๆรถไป ฟังคำถามของหนูนาแล้วคิด...จะเอายังไง จะเลือกตอบแบบไหนดี ?
หนูนามองอาการสีหนาท เห็นไม่ตอบสักที แถมคิ้วยังขมวดมุ่นขึ้นเรื่อยๆ “ทำไมคุณดูเครียดจัง ...มีเรื่องอะไร หรือว่ามีใครเป็นอะไรคะ?”
สีหนาทฟังคำถามของหนูนา ก็ชะงัก คิด...พยักหน้า “...ก็..มี!”
“พ่อก็ปลอดภัยดี คุณน้องก็อยู่ที่เรือน ก็มีแต่.. คนงานที่ไร่ ที่ยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล...” เธอมองสีหนาท สายตาถาม
สีหนาทเอาไงดี อึกอักตอบ “..ใช่ “ หลบๆตา “คนที่ไร่เรา”
หนูนากลุ้มขึ้นมา “แล้ว..นี่เราจะช่วยอะไรเค้าได้บ้างคะ ?”
“ฉันถึงอยากให้เธอมาช่วยๆกันไงล่ะหนูนา อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว” สีหนาทบอกหนูนาเสียงหนักแน่น แต่แววตากลับหลุกหลิกเบาๆ..เฮ้อ..

หนูนายืนงุนงงอยู่ตรงทางเดินไปสู่ทุ่งดอกไม้ “ฉันนึกว่าเราจะไปโรงพยาบาลกันซะอีก ?”
สีหนาทอึกอัก แต่เอาก็เอา เล่นต่อให้จบ “ต้องมาเอาของที่นี่ก่อน”
“ของอะไรคะ?”
“มานี่สิ” สีหนาทจูงมือหนูนาพาเดินเข้าไป ขณะที่จูงมือหนูนาไป ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆเล็กน้อย..ด้วยความลุ้น

เบื้องหน้าของทั้งคู่คือทุ่งดอกไม้สีชมพูที่สวยงามมากๆ ไอหมอกยามเช้ายังลอยเรี่ยอ้อยอิ่ง ราวกับทั้งสองคนอยู่ในความฝัน หนูนาถึงกับอึ้งตะลึงงันไป...“สวยจัง ยังกับ...อยู่ในฝันเลยค่ะ”
“เธอชอบใช่มั๊ย ?”
หนูนาพยักหน้าแรงๆ ตายังไม่ละจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า สีหนาทค่อยยิ้มโล่งอก..
หนูนานึกขึ้นได้ หันขวับ! ดึงมือออกจากสีหนาท “เอ๊ะ คุณบอกจะมาเอาของให้คนเจ็บไม่ใช่เหรอ แล้ว..” เธอหันไปหันมารอบๆ ก็มีแต่ดอกไม้ ตาสว่างโพลง!! “นี่คุณหลอกฉันอีกแล้วเหรอ!! คุณนี่!” ว่าแล้วก็ทุบเข้าให้
สีหนาทจับมือเล็กๆนั้นรวบเอาไว้ กดให้นิ่งอยู่บนแผ่นอก “ไม่ได้หลอก ก็คนเจ็บอยู่ตรงนี้แล้ว” หนูนางงมาก “คนที่ฉันรักจะไปเมืองนอกแค่อีกไม่กี่วัน ยังไม่ตอบเรื่องของเราสักคำ แบบเนี๊ยะ ไม่เจ็บเหรอ”
“คุณ...”
“หนูนา รักษาอาการของฉันให้ทีสิ” สีหนาทวางมือเล็กๆของหนูนาบนอกด้านซ้าย ตำแหน่งของหัวใจ “ เธอปล่อยให้ฉันอึดอัด วุ่นวายใจอยู่ตั้งนานแล้วนะ!”
หนูนาทั้งเขิน ทั้งสับสน และว้าวุ่นขึ้นมาบ้าง จะตอบยังไงดี พูดไปโดยที่ยังหลบๆตา “ฉัน...” เธอตัดใจพูด จริงๆก็ปกป้องตัวเอง “อนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เวลาสองปีที่ฉันไม่อยู่ คุณ..ก็อาจจะได้เจอใคร... ที่คุณไม่ต้องมาเสียเวลารอเค้าก็ได้!”
สีหนาทจี๊ดเลย! “พูดอย่างนี้มันดูถูกกันนี่! ฟังนะหนูนา” เขาประคองใบหน้านั้นให้สบตา “สามสิบปีฉันยังรอมาได้ กับอีกแค่สองปี ทำไมฉันถึงจะรอเธอไม่ได้!” หนูนาอึ้งไปกับอารมณ์หนักแน่น และร้อนแรงของสีหนาท “กลัวแต่เธอมากกว่า! ที่ไม่ให้ฉันรอ เพราะอยากจะเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนอื่น พวกลูกหลานนายแบงก์ ที่ฐานะเท่าๆกัน ให้มาเป็นตัวเลือกใหม่ใช่รึเปล่า”
หนูนาจี๊ดมั่ง “พูดแบบนี้คุณก็ดูถูกฉัน! ขนาดพ่อฉัน จากฉันไปตั้งสิบกว่าปี ฉันก็ยังตะเกียกตะกายมาตามหาเค้า ถ้าฉันรักของฉันจริงๆล่ะก็ สองปี แค่เรื่องจิ๊บๆ!”
สีหนาทชะงักไป “แล้วถ้ายังงั้น รัก รึเปล่าล่ะ ?”
หนูนาอึ้ง เหมือนกับถูกดึงตกหลุมพรางชอบกล เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ แล้วสีหนาทกอดหนูนาแน่นเข้า “นี่..คุณ...” เธอพยายามดันออก
“ไม่บอก ไม่ปล่อย!” สีหนาทหน้ากวนนิดๆ หนูนาพูดไม่ออก แล้วชายหนุ่มก็ก้มลงมาใกล้ จะให้ตอบให้ได้ แขนกอดแน่น แต่เสียงกระซิบแผ่ว “ว่ายังไง รัก หรือไม่รัก?” หนูนามองแววตาที่เว้าวอน และเสียงอ้อนๆนั้นแล้วใจเหมือนจะบิดเป็นเกลียว..สีหนาทก้มลงมากระซิบแนบใบหูอีกครั้ง “รักฉัน หรือว่าไม่รัก..”
หนูนาแทบจะทนความใกล้กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ในที่สุด..ยอมพยักหน้าที่แดงซ่านนั้นเบาๆ...แล้วนิ่งด้วยความอายจับใจ สีหนาทมองอาการนั้น ใจที่บีบอยู่พองขึ้นไปถึงไหนต่อไหน สีหน้าที่อัดอัดก็คลี่ออก เป็นรอยยิ้มที่บานซะยิ่งกว่าดอกไม้ทั้งทุ่ง แล้วสีหนาทก็ระดมจุ๊บผม จุ๊บหน้าผาก จุ๊บแก้มหนูนาเร็วๆ เบาๆไปหลายๆที
“โอ๊ย คุณ!!” หนูนาจั๊กจี้และหวิวๆ เริ่มผลักออก “ไหนบอก ว่าบอกแล้วจะปล่อยไง!”
สีหนาทตาเป็นประกายวิบๆ “ไม่มีทาง!! จะสองปี สิบปี หรือตลอดไป ฉันก็ไม่มีทางจะปล่อยเธอไปจากฉันหรอกนะหนูนา”
หนูนายิ่งเขิน บ่นค้อนๆ แต่อมยิ้มนิดๆ “คนโกหก!”
สีหนาทตาพราวระยิบทั้งดีใจ สมใจไปหมดทุกสิ่ง “ฉันพูดจริง เธอรอพิสูจน์ได้เลย”
หนูนายังเขินๆ เหลือบมองสีหนาทที่ตอนนี้ช่างดูมีความสุขซะจนน่าหมั่นไส้! สีหนาทมองร่างเล็กที่ศิโรราบอยู่กับอ้อมกอดของเค้าแล้ว ก็ไม่สามารถจะห้ามใจเอาไว้ได้อีก...ใบหน้าคมนั้นค่อยๆโน้มต่ำ..จนหน้าผากชนหน้าผาก จนลมหายใจอุ่นปะทะผิวแก้มบางแดงระเรื่อ สีหนาทประคองใบหน้าเล็กๆไว้เบามือ..ตาพราวระยับ หนูนาเขินจนไม่กล้าสบสายตา จะเอียงหน้าหนี... แต่สีหนาทกลับตามไปประกบริมฝีปากเอาไว้..แผ่วเบา เหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นซ่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ ร่างเล็กเผลอกำมือแน่นด้วยความวูบวาบที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด.. สายหมอกลอยอ้อยอิ่งเสียจนไม่อยากที่จะตื่นจากฝัน...
ตึกสำนักงานใหญ่ของวรรณพาณิช .... วรรณสีหน้าเครียดๆ มองที่มือถือ หน้าจอเห็นเบอร์ของรัศมี วรรณกำลังจะกดโทรออก ทันใดมีเสียงเคาะประตู! เลขาเดินนำนักธุรกิจชายหนึ่งในหุ้นส่วนของโกลด์คลาสมา
วรรณชะงัก วางมือถือลงก่อน ทักทาย “อ้าว สวัสดีครับคุณชาญ ไม่ได้พบกันนานเลย สบายดีมั๊ยครับ”
ชาญพยักหน้า แต่สีหน้าไม่ส่อว่าสบายนัก “ต้องขอโทษด้วยที่ผมมารบกวนแต่..เรื่องนี้ ผมคิดว่าถามคุณโดยตรงน่าจะดีที่สุด”
“ไม่รบกวนหรอกครับ คุณเป็นลูกค้าคนสำคัญของเรา ถ้าผมอยู่ที่นี่ ก็ยินดีต้อนรับคุณเสมอ..เอ.. บัญชีที่ทางเราดูแลให้มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ ?”
“ไม่เลยครับ บัญชีพวกนั้น ทั้งของครอบครัวผม บริษัทสาขาใหญ่ และบริษัทลูกทั้งหมดที่ผมไว้เปิดกับทางธนาคารของคุณ เรียบร้อยดีทุกอย่าง”
“ถ้าอย่างนั้น คุณ..มีอะไรให้ผมช่วย ?” วรรณถามชาญอย่างสุภาพ และสงสัยอยู่ในที

วรรณคุยโทรศัพท์ ทั้งโกรธรัศมี และโกรธตัวเอง!! “แกมันโง่!!! ไม่รู้เหรอว่านั่นน่ะมันหลอกใช้นามสกุลวรรณพาณิชหาหุ้นส่วน” รัศมีฟังเสียงต่อว่าในโทรศัพท์แล้วอึ้งค้างไป “ทำไมนะ ฉันถึงไม่เฉลียวใจ ว่าพอฉันไม่ให้มันกู้แล้ว มันถึงยังควงกับแกอยู่ แถมยังกระเตงเอาแกไปเชียงรายด้วย ฉันน่าคิดได้ให้เร็วกว่านี้!”
รัศมียืนยันให้ศักดา “พ่อเลี้ยงเค้าไม่ได้หลอกหนู เค้ายังให้หุ้นลมกับหนู หุ้นตั้งสิบห้าเปอร์เซนต์!!”
วรรณ นอกจากไม่ยินดี ยังเยาะให้ “หึ ถ้าเป็นหุ้นลมของเจ้าอื่น ฉันก็พอเชื่อน้ำยา แต่ไอ้คนคดเนี่ย มันเอาทุกอย่างตั้งแต่ขนไม้ ขนของผิดกฎหมาย สุดท้ายถ้ามันสร้างไอ้โรงแรมติดบ่อนนั่นได้จริง แกจะไม่ได้อะไรสักบาทอยู่ดี!”
รัศมีตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้!! “คุณพ่ออคติ!! ตอนหนูมีผัวจนก็รังเกียจ ตอนนี้หนูเจอคนดีๆ ก็มองไม่เห็นความดีของเค้า”
วรรณตอกอย่างเผ็ดร้อนเช่นกัน “ถ้าฉันอคติ แกมันก็หน้ามืด!! ขนาดข่าวเค้าลงแล้วก็ยังจะโดนมันหลอก! ยังจะแก้ตัวให้มัน รู้มั๊ยตอนนี้ทั้งสังคมเค้ามองแกว่ายังไง แกมันหลงผู้ชายจนโงหัวไม่ขึ้น!!”
“หนูไม่สนพวกนั้นหรอก พวกแร้งกาชอบจิกกัดเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่น!!”
วรรณเรียกสติลูก “แต่ไม่ใช่ฉัน! แกก็รู้นี่ว่าคนอย่างฉันไม่เคยพูดอะไรลอยๆ ถ้าแกยังไม่เชื่อ งั้นก็ไปถามหุ้นส่วนพวกนั้นดู คุณชาญหนึ่งในหุ้นส่วนเค้าเล่าให้ฉันฟังหมด ผัวใหม่แกหลอกหุ้นส่วนให้เข้าใจว่าธนาคารเราร่วมลงทุนในโปรเจ็คท์นี้ โดยใช้แก ซึ่งมีนามสกุลวรรณพาณิช เป็นตัวล่อ” รัศมียิ่งฟังก็ยิ่งอึ้ง “แล้วมันก็มาหลอกแก ทำเป็นให้หุ้นลม ให้แกเข้าใจผิดว่ามันไม่ต้องการอะไรจากแก ที่แท้มันเอาเครดิตเราไปเต็มๆ ตอนนี้เราเลยกลายเป็นแบ็คให้คนผิดกฎหมาย นามสกุลวรรณพาณิชต้องมาเสื่อมเสียไปด้วย เพราะความโง่ไม่ทันคนของแกไง!!”
รัศมีไม่อยากจะยอมรับ ไม่อยากจะเชื่อ ใจเต้นระรัว เนื้อตัวสั่นสะท้าน ใครช่วยบอกทีว่ามันไม่จริง
วรรณโกรธมาก “รัศมีแกทำให้ฉันต้องอับอายขายขี้หน้าคนเค้า ครั้งแล้วครั้งเล่า! คนอย่างแกนี่มันไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกฉัน ฉันไม่น่ามีลูกอย่างแกเลย”
รัศมี น้ำตาร่วง...หมดหนทางถกเถียงต่อรอง แต่ยังไม่อยากยอมแพ้ “คุณพ่อ... คุณพ่อฟังคนอื่นเค้าพูดมา แล้วก็มาขู่หนู คุณพ่อเกลียดหนู อยากจะให้หนูคลั่งตายใช่มั๊ย!! คุณพ่ออคติ”
วรรณไม่อยากจะเชื่อที่รัศมียังคงดื้อด้าน!! “รัศมี นี่แกยัง!!!!” กริ๊ก รัศมีวางสาย แล้วกดปิดเครื่องไปทันที “รัศมี รัศมี” ได้ยินแต่เสียงตัดการติดต่อ “ฮึ่ย!!! โธ่เว้ย..” วรรณเครียด ที่รัศมียังดูไร้สติ และไม่ยอมรับความจริง

รัศมียังงุนงง เนื้อตัวชา สั่นสะท้านไปทั้งกายใจ ทั้งปวดร้าวกับคำพูดของวรรณ และทั้งสับสน “พ่อเลี้ยง ไม่จริง คุณต้องไม่ทำกับฉัน ไม่จริง...” รัศมีถึงกับตัวสั่น ทำยังไงดี...

หนังสือพิมพ์ถูกกระแทกลงกับโต๊ะ มันคือหนังสือพิมพ์ฉบับที่สิงห์ลงข่าวพิธีบวชต้นไม้
“บทสัมภาษณ์นี่ใช่มั๊ย ที่ทำให้ไอ้สรมันโง่!! เดินลงหลุมพรางที่ไอ้พวกนั้นมันขุดล่อ” ศักดาด่ากราดไปที่กลุ่มลูกน้อง “แล้วทำไม ทำไมถึงไม่มีหมาตัวไหนบอกฉันสักตัว ห๊ะ!!ทำไมฉันไม่ได้เห็นไอ้หนังสือพิมพ์นี่” ลูกน้องพากันหลบตา “มัวแต่กลัวไอ้สร!” เขากระชากคอเสื้อลูกน้องโมโหมาก “ทีนี้ความซวยเลยมาเยือนกันหมด!!!” ศักดากระทืบร่างลูกน้องอย่างโมโห “ปัทโธ่เว๊ย!!”
ลูกน้องล้มกลิ้งตัวงอ จุก
ศักดากระชากหนังสือพิมพ์มาดูอีกครั้ง แค้นกับเนื้อความที่ได้เห็น แต่แล้วสายตาก็สะดุดหยุดอยู่ที่รูปภาพรูปใหญ่ที่สีหนาทและรามทำพิธีบวชต้นไม้พร้อมกับชาวบ้าน มีหนูนาอยู่ที่ริมภาพด้านหนึ่ง “เอ๊ะ ผู้หญิงคนนี้ หน้าคุ้นๆ”
ลูกน้องดู แล้วบอก “มันเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของไอ้สิงห์ครับพ่อเลี้ยง ตอนที่ไอ้สิงห์มันถูกไล่ล่าในป่า ก็นังผู้หญิงคนนี้แหละครับ ที่ติดเข้าไปด้วย”
“ผู้ช่วยใหม่ยังงั้นเหรอ? แต่..ฉันว่าฉันเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ เคยเห็นแน่ๆ!!“ ศักดาคิด คิด ว่าเคยเห็นหน้าแบบนี้ที่ไหน แล้วก็นึกได้ เขาเคยร่วมโต๊ะกับหนูนาบนโต๊ะอาหารบ้านวรรณพาณิช ..ศักดาอึ้ง หันไปเพ่งมองรูปอีกที “ใช่แน่ๆ นี่มัน..คุณนารา วรรณพาณิช ลูกของรัศมีนี่ ทำไม ทำไมถึงมาอยู่กับไอ้สิงห์!”ศักดาอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อ

สีหนาทเกาะเกี่ยวคลอเคลียเกาะแขน เกาะเอวหนูนาไม่ห่าง...ไม่อยากที่จะห่าง ขณะที่หนูนาซึ่งขัดเขินนั้นพยายามดันๆ ออกอย่างไว้ตัวอยู่บ้าง...
“ไม่เอา ไม่กลับ ! ไม่อยากกลับ ไหนบอกว่าชอบที่นี่” เขาเขี่ยไรผมที่ข้างแก้มหนูนาแววตาเคลิ้ม “อยากอยู่ไปนานๆไง”
“แล้วนี่มันยังไม่นานอีกเหรอคะ แล้วงานที่ไร่ล่ะคะ”
“งานน่ะทำอยู่ทุกวัน! แต่โอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้.. ไม่ได้มีบ่อย” สีหนาทโอบเอวแน่น ยิ่งเสียดาย “ยิ่งตอนนี้ ยิ่งหวงกว่าเดิม! ไม่อยากจะให้ไปเลย ให้ตาย!”
“สองปี แป๊บเดียวเองค่ะ”
สีหนาทถอนใจ “โอเค ฉันยอม แต่วันเนี้ยะ...” เขามองหวานๆกรุ้มกริ่มมาก “เธอต้องอยู่กับฉันสองคน..ทั้งวันนะ”
หนูนาอึกอัก จะเอายังไงดี อยู่ทั้งวันจะสึกหรอไปถึงไหนล่ะเนี่ย..ยังไม่ทันจะได้ตอบ ครืนนนนน....เสียงฟ้าเบื้องบนคำรามมา สีหนาทและหนูนาต่างชะงัก สีหนาทเงยมองบนฟ้า เมฆดำทะมึนมาบดบังฟ้าสดใสไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!
เมื่อเห็นฝนตั้งเค้าใหญ่ สติค่อยเริ่มกลับคืน

สายฝนโปรยปรายลงมา....สีหนาทโอบประคองไหล่หนูนาไว้หลวมๆวิ่งมาด้วยกัน หนูนาเอามือป้องศีรษะเอาไว้ สีหนาทเหลือบเห็นก็ถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกคลุมศีรษะเล็กนั้นให้..
“ขอบคุณค่ะ” หนูนามองสีหนาทอย่างเป็นห่วง “แล้วคุณล่ะคะ?”
สีหนาทส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไรหรอก”
หนูนาคิด กางชายเสื้อคลุมออก จะให้คลุมศีรษะสีหนาท แต่เอื้อมไม่ถึง สีหนาทชะงักมอง..รู้ว่าหนูนาจะทำอะไร ก็ยิ้มๆ “โธ่เอ๊ย หนูนา”
“ช่วยหน่อยสิคะ”
สีหนาทรับชายเสื้อจากมือหนูนา ศีรษะค้อมต่ำลงมาและเข้ามาใกล้กันยิ่งขึ้น เขากระซิบที่ข้างๆหูคนตัวเล็ก “ขอบใจ..” หนูนาก้มหน้าอายๆ “ไป” สีหนาทชวน หน้ามือนึงจับชายเสื้อ อีกมือกุมมือหนูนา...เพื่อจะจูงไปด้วยกัน

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ