อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/4 วันที่ 27 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/4 วันที่ 27 ธ.ค. 58

สีหนาทรับชายเสื้อจากมือหนูนา ศีรษะค้อมต่ำลงมาและเข้ามาใกล้กันยิ่งขึ้น เขากระซิบที่ข้างๆหูคนตัวเล็ก “ขอบใจ..” หนูนาก้มหน้าอายๆ “ไป” สีหนาทชวน หน้ามือนึงจับชายเสื้อ อีกมือกุมมือหนูนา...เพื่อจะจูงไปด้วยกัน
สองคนวิ่งฝ่าสายฝนที่พรมพริ้วผ่านทุ่งหญ้าสีเขียวไสวซึ่งเอนลู่ลมไปทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง...สองร่างเบียดชิด ฝนที่ตกลงมายิ่งทำให้ทั้งสองคนฝ่าไปด้วยกันอย่างแนบแน่นขึ้น..

ประตูรถปิดฉับ! สีหนาท และหนูนาเข้ามาหลบฝนในรถ สีหนาทเอาเสื้อเปียกโยนไปไว้ตรงเบาะหลัง รีบหยิบมือถือมาปิดเครื่อง “ปลอดภัยไว้ก่อน ฟ้าจะได้ไม่ผ่า เราอยู่กันในรถแบบนี้จะเซฟกว่าอยู่ตรงที่โล่งหรือว่าตามต้นไม้” สีหนาทมองมือหนูนาที่ยังจับประตูรถด้านไว้อยู่ รีบจับมือหนูนาให้วางบนตักแทน“ระวัง อย่าให้ตัวโดนตัวถังรถ ฟ้าผ่าลงมาจะอันตราย วางมือบนตัก หรือไม่ก็กอดอกเอาไว้” สีหนาทสอน หนูนาฟังสีหนาทพูดอย่างจริงจัง ก็พยักหน้าตามเชื่อฟัง “อ้อ อนุญาตเพิ่มให้อีกอย่าง” สีหนาทเสยผมชื้นๆ ตาพราว ยื่นหน้าเข้ามาใกล้.. หนูนาขยับตัวตั้งใจฟัง “ให้กอดคนข้างๆได้..” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม


หนูนาฟาดเข้าให้ “คุณนี่! มันน่าเชื่อมั๊ยเนี่ย!”สีหนาทหัวเราะชอบใจ ยังไม่ทันที่หนูนาจะเอาคืนต่อ เสียงฟ้าผ่า เปรี้ยงดังสนั่น “ว๊าย !!” เธอขยับตัวไปเบียดสีหนาทอย่างไม่ตั้งใจ
สีหนาทมองอาการหนูนา เอียงหน้ามากระซิบ หยอกเย้า “เห็นมั๊ย ว่าคำพูดฉันขลังแค่ไหน ไม่เชื่อแล้วเป็นยังไง?”
หนูนามุ่ยหน้าใส่ ประมาณว่าไม่เชื่อหรอก! แต่ยังตัวเกร็งๆลีบๆ สีหน้าหวาดหวั่น “กลัวเหรอหนูนา?” มืออุ่นโอบให้ศีรษะเล็กๆนั้นวางลงบนบ่าของเขา “ไม่ต้องกลัว อยู่ตรงนี้ปลอดภัยดีแล้ว” เขาลูบผม อีกมือบีบมือปลอบหนูนาให้อุ่นใจ
หนูนารับรู้อาการปลอบโยนห่วงใย.. แม้เสียงฟ้าผ่าจะดังมาให้สะดุ้งเบาๆเป็นระยะ ก็ยังค่อยๆสงบลงได้ เพราะความอบอุ่นที่ได้รับจากผู้ชายข้างๆ... หนูนาค่อยๆเงยขึ้น จะถอยออกจากสีหนาท “ฉันหายกลัวแล้วล่ะค่ะ”
สีหนาทกลับยังโอบหนูนาเอาไว้ ไม่ปล่อย แล้วส่ายๆหน้า! หนูนามองไม่เข้าใจ “แต่ฉันยังไม่หาย” หนูนายิ่งนิ่วหน้าแปลกใจ สีหนาทลูบผมหนูนาพลางบอก “ยังอยากจะปลอบเธออยู่เลย...นะ หนูนา” คนพูดตาพราว อ้อนมากๆ
หนูนาอายจนไม่กล้าจะมองแววตาอ้อนๆตรงหน้า โดยไม่รอคำตอบก็โอบเอาศีรษะเล็กนั้นลงพิงไหล่อีกหน
หนูนาเขินก็เขิน อุ่นก็อุ่น และรู้สึกจั๊กจี้เป็นที่สุด..สีหนาทปลอบพลางชี้ให้ดูลวดลายบนกระจกรถที่เกิดขึ้นจากฝน ชี้ชวนให้ดูภาพนอกรถต่างๆ ขณะที่บ่ามีหนูนาพิงไว้ทั้งอุ่นและวิบวับอยู่ในอก

ไร่บัวขาว รถสีหนาทมาจอดลง สีหนาทและหนูนาลงกันมาจากรถ สีหนาทรีบเดินมาคว้าข้อมือหนูนาไว้ ลูบหัวเป็นห่วง “เดี๋ยวรีบกลับไปอาบน้ำสระผม เปลี่ยนชุด แล้วทำตัวให้แห้งนะ จะได้ไม่เป็นหวัด”
“ค่ะ คุณด้วยนะคะ”
ไม่ทันที่จะแยกกันไป ก้อนรีบเร่งเข้ามาหา “นาย โชคดีที่นายกลับมาพอดี!! ฝนเมื่อกี๊ทำเอาระดับน้ำที่คลองสูงขึ้นมาเป็นเมตรเลยครับ ผมชักกลัวว่าคันกั้นเราจะเอาไม่อยู่ !!”
“น้ำสูงขึ้นเยอะเลยเหรอ ฉันจะไปดูเดี๋ยวนี้แหละ” สีหนาททำท่าจะไปกับก้อน หนูนาจะก้าวตาม สีหน้าเป็นห่วง สีหนาทหันมาเห็น “เธอไม่ต้องมาหรอกหนูนา ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่ฉันบอก ทางนี้พวกฉันจัดการกันได้” หนูนายังลังเลอีกฝ่ายจึงย้ำ “ไปสิ!” แล้วรีบไปกับก้อน
หนูนามองตาม รู้สึกห่วงๆ

“ทางนี้! ขนมาทางนี้!!” เชษฐ์สั่งงานแข็งขัน มือไม้ไม่อยู่เฉย ช่วยยก ช่วยดึงกระสอบมาอย่างว่องไว!
คนงานส่งรับ และเรียงกระสอบทรายกันอย่างรีบเร่งโกลาหล “เร็วๆ ส่งมาทางนี้ เอ้าเร็ว!” พวกคนงานตะโกนบอกกัน
เชษฐ์กำชับ “ตอนเรียงน่ะวางให้มันแน่นๆ !”
สีหนาทรีบเร่งเดินมา มีก้อนเดินตามหลัง กลุ่มคนงานรีบแหวกทางให้ สีหนาทรีบเข้าไปดูตรงคันกั้น ใช้สายตาสำรวจอย่างชำนาญ มองกระแสน้ำ แล้วมองปราดไปแท่งเหล็กซึ่งปักไว้วัดระดับน้ำ ลองเอาเท้ากระทืบบนคัน ทดสอบความมั่นคงไปสองสามที ก่อนหันไปบอกก้อนกับเชษฐ์ “ตอนนี้ยังไหว แต่คืนนี้ถ้าน้ำจากภูเขาลงมาด้วยเอาไม่อยู่แน่ ! ต้องเร่งก่อคันให้สูงและหนาขึ้นอีก” เขาชี้จุด “มาเสริมตรงนี้ก่อน นี่เป็นจุดที่น้ำจะมาปะทะแรงที่สุด!”
คนงานชายพากันเอากระสอบทรายหนักๆมาเรียงอย่างแข็งขัน! เห็นบรรยากาศร่วมแรงร่วมใจกันของคนในไร่

เรือนใหญ่ รามเดินขึ้นมา ตัวชื้นๆ ก็มาเจอกับไข่เข้า
“อ้าวนายราม ที่ไร่ลิ้นจี่เป็นยังไงบ้าง”
“มีกิ่งหักๆบ้างครับ ว่าจะมาปรึกษาคุณสิงห์เรื่องทำไม้ค้ำกิ่งเพิ่ม คุณสิงห์ล่ะป้า”
“โอ๊ย ยังบ่กลับจากทำคันเลย” บุญตาถือม็อบถูพื้นผ่านมาพอดี ไข่หันไปเห็น ไข่บอกราม “เดี๋ยวนะ” ก่อนจะหันไปบอกบุญตา “ฉันต้มน้ำขิงเสร็จแล้ว วานยกไปให้คุณน้องที อยู่ในครัวนั่นแน่ะ”
“จ้ะป้า” บุญตาเดินไปตามคำสั่ง
“อากาศเย็นอย่างเนี๊ยะ ต้องให้ดื่มของฤทธิ์ร้อน จะได้ไม่ทรุดลงกว่าเดิม!”
รามชะงักไปเมื่อได้ยินไข่เอ่ยถึงขนิษฐา “นี่คุณน้อง..ยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอครับ..”
ไข่ชะงักไป รามหน้าเครียดขึ้นมาหน่อยๆ

ขนิษฐารับน้ำขิงมา “ขอบใจนะบุญตา” เธอถอนใจ บ่นตัวเอง “ไม่น่ามาป่วยตอนนี้เลย ดูสิ ทุกคนวิ่งวุ่นทำงานกัน แทนที่ฉันจะได้ช่วย ต้องมานอนแหม็บแบบนี้”
“โอ๊ย แบบนี้แหละดีแล้วค่ะ ตอนนี้ใครยิ่งฟิต ก็ยิ่งเหนื่อย” ขนิษฐาเหล่ๆ บุญตารู้ตัวยิ้มแหย “ล้อเล่นน่ะค่ะ กลัวคุณน้องจะเครียด ดื่มให้หมดนะคะ ถ้าไม่หายป่วย เดี๋ยวคุณสิงห์หาว่าบุญตาอู้ ดูแลคุณน้องไม่ดี เดี๋ยวบุญตาไปถูน้ำข้างนอกต่อก่อน” บุญตาผละออกไป
ขนิษฐามองน้ำสมุนไพรถอนใจๆ แตะถ้วย..แล้วสะดุ้งเบาๆเพราะความร้อน ก็ค่อยๆเป่า แล้วจิบทีละน้อย...
ที่หน้าห้อง รามมาแอบมองเพราะใจอดห่วงขนิษฐาไม่ได้...ขนิษฐาดูเพลียๆ จิบน้ำอุ่นอยู่คนเดียว ดูตัวลีบๆน่าสงสาร...รามกึ่งหวั่นไหวและเป็นห่วงอยู่ลึกๆ...
ในห้อง ขนิษฐาที่จิบน้ำขิงอยู่ ได้ยินเสียงกุกักเบาๆที่หน้าประตู ชะงักไป
หน้าห้อง รามหันกลับมา ชะงัก ยืนชั่งใจหนักอยู่ จะเข้า หรือไม่เข้าไปเยี่ยมดี...
ขนิษฐาวางแก้วน้ำขิงลงเบาๆ ค่อยๆลุกขึ้น เดินเงียบมาทางหน้าห้อง ขณะที่รามซึ่งยืนอยู่ที่ผนังใกล้ๆประตูยังไม่ทันได้รู้ตัว....ขนิษฐากำลังจะเดินออกมาถึง แอ๊ด..ลมพัดหน้าต่างขยับเบาๆ ขนิษฐาหันไป เผลอลงเท้ามีเสียง พอนึกได้ หันกลับมา รีบเดินมาดู ที่ข้างประตูว่างเปล่า ไม่มีเงาของใครแล้ว! ขนิษฐามองตรงที่ว่างเปล่านั้น แล้วถอนใจเบาๆ หน้าเศร้าๆ...เราคงจะอุปาทานไปเอง
ห่างออกมา หลังเสา รามหลบและยืนมองมาจากตรงนั้น..สายตามองขนิษฐาอย่างรู้สึกผิด

หนูนาเอาถาดใส่น้ำมาเสิร์ฟให้สีหนาท เชษฐ์ และคนงานที่อยู่บริเวณนั้น แล้วมองไปยังทุกคนที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย อีกด้านหนึ่งเห็นกลุ่มคนงานหญิงก็ช่วยกันบรรจุและขนกระสอบทรายมาที่คันกั้นน้ำ
หนูนาขอสีหนาท “ให้ฉันช่วยด้วยไม่ได้เหรอคะ ทุกคนเค้าก็ช่วยกันหมด”
“เธอไม่ชินงานพวกนี้ อีกไม่กี่วันจะต้องเดินทางแล้ว ถ้าเกิดล้มป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุไปจะทำยังไง น้ำเนี่ยเชี่ยวมากนะ แค่นาทีเดียวก็พัดผู้ชายตัวโตๆไปถึงที่โรงแรมได้”
“เกินไปค่ะ อย่างน้อยก็น่าจะสองนาที!!”
สีหนาทชะงัก แน่ะ ย้อนซะด้วย! หนูนากำลังจะขอต่อ สีหนาทรีบตัดบทเลย “ถ้ากลัวว่าง ก็กลับไปทำเอกสารที่ออฟฟิศซะ ไปลิสต์สเก็ตดวลงานในไร่เดือนหน้ามาให้ฉันทั้งหมด”
“คุณ”
“กลับไปซะ” เขาหน้าเข้ม จริงจัง
หนูนาหน้าม่อยๆไป แต่แล้วเชษฐ์ที่ยื่นหูมามาฟังล้อขึ้น “เชื่อคุณสิงห์เค้าเถอะค๊าบ แค่ช่วยเป็นแรงใจ นายเค้าก็แรงไม่ตกแล้วค๊าฟ”
คนงานพากันหัวเราะและโห่ฮิ๊ววววไปกับเชษฐ์ เล่นเอาหนูนาเขินๆไปเลย
ห่างออกไป กลุ่มเพ๊อะและกระจิบที่ขนกระสอบทรายจากส่วนบรรจุทรายมาอยู่ มองไปยังกลุ่มที่โห่ฮิ๊วล้อนายสิงห์ กับหนูนา หน้าคว่ำ! อดจะอิจฉาไม่ได้ เชอะ!!

หนูนาเอาถาดใส่น้ำกลับมาเก็บ จำต้องยอมกลับตามคำสั่งสีหนาท ขณะที่เดินมาคนเดียวก็ได้ยิน
“อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่ะนังเพ๊อะ!” หนูนาหันไป เห็นกระจิบ และเพ๊อะกำลังหอบกระสอบคนละใบ เดินอยู่ตรงคันกั้นริมน้ำ จุดนั้นไม่มีคนอื่นอยู่ กระจิบจิกแขวะหนูนาอย่างอดไม่ได้ “คนไม่มีวาสนาอย่างพวกเรา มันก็ต้องขนดินขนทรายไม่ผิดกับรถแทรคเตอร์แบบนี้แหละว๊ะ” เธอเหลือบมองหนูนา “ไม่ได้เกิดมาสบาย เหมือนคนบางคน!”
กระจิบสะบัดหน้าพรื่ด!เดินหอบกระสอบโหย่งๆหนักๆไป
หนูนาฟังแล้วสะเทือน! แต่ก็ต้องข่มไว้ แต่พอกำลังจะไปก็ได้ยินเสียงเหมือนของหนักๆล้ม ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องของเพ๊อะ “พี่จิบ ว๊ายย ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!!”
หนูนาหันขวับ รีบวิ่งไปดู เห็นกระจิบกำลังจะตก พยายามพยุงตัวจากขอบคันกั้นน้ำ น้ำที่ริมคันกั้นไหลเร็ว แรง!! น่ากลัวมากๆ เพ๊อะพยายามคว้าแขนคว้าไหล่ช่วยดึงเอาไว้ แต่กระจิบก็ร่วงลงเรื่อยๆ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ฉันยังไม่อยากต๊ายย นังเพ๊อะ!!!”
กระจิบจะจับไม่ไหวแล้ว มือก็ลื่นเต็มที เพ๊อะก็ดึงกระจิบไม่ขึ้น!! มือกระจิบที่จับเพ๊อะไว้กำลังจะร่วง “อร๊ายยยย!!!”
“พี่จิบ!” หนูนาเข้ามาช่วยดึงไว้อีกแรง ทันเวลาหวุดหวิด ทั้งกระจิบและเพ๊อะต่างชะงักกันไป “อย่าเฉยสิ ช่วยกันดึง เร็วๆเข้า” หนูนาเรียกสติเพ๊อะ ในนาทีความเป็นความตาย กระจิบคว้าแขนของหนูนาที่ยื่นมาช่วยอย่างเต็มแรง
เพ๊อะและหนูนาช่วยกันออกแรง
พวกคนงานชายฝั่งของสีหนาท ได้ยินเสียงร้อง และเสียงโวยวายที่ดังมา ต่างหันมองมากัน
กระจิบปีนขึ้นมาจนได้ หนูนา เพ๊อะโล่งอก...แต่แล้วกระสอบทรายตรงที่หนูนาอยู่เกิดเลื่อนลงเพราะแรงกดจากการดึงตัวกระจิบขึ้นมา หนูนาเสียศูนย์ ลื่นไถลลงไปแทนทันที “กรี๊ดดด”
“ห๊ะ หนูนา!!”
กระจิบเหวอไป “หนูนา!!”
มือใหญ่และลำแขนกำยำคว้าร่างเล็กของหนูนาเอาไว้ได้ทันหวุดหวิด ก่อนที่ร่วงหล่นลงน้ำ
“พระช่วย....” กระจิบยกมือทาบอก หวาดเสียวมากๆ
สีหนาทรีบดึงตัวหนูนาขึ้นมาจนได้!!! เฮ่อ... หนูนาซบหน้านิ่งกับแผ่นอกสีหนาทด้วยความตกใจ...สีหนาทโอบศีรษะเล็กๆไว้ ปลอบ...“ไม่เป็นไรแล้ว..ไม่เป็นไรแล้วนะ..หนูนา...” สีหนาทปลอบและกอดหนูนาไว้กับอกเหมือนกล่อมเด็กๆ
กระจิบ เพ๊อะมองกันตาปริบๆ เชษฐ์ และคนงานชายอื่นๆเพิ่งจะตามมาถึงทีหลัง เห็นเข้าก็ชะงัก...แหมๆ
หนูนาพอได้สติ มองไปเห็นคนงานมองมาเป็นตาเดียว พวกของเชษฐ์แกล้งทำเป็นไม่มอง! แต่สายตาแต่ละคนล้วนมีแววแกล้งไก๋กันทั้งนั้น ก็รีบผลักสีหนาทออกอย่างกับสปริงเด้ง “ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ!”
สีหนาทชะงักไป อ้าว ทำไมมาผลัก พอมองไปรอบๆเห็นสายตาพวกคนงานก็เก็ท แล้วฟอร์มขึงขังขึ้นมา “ไม่มีอะไรทำกันรึไง ไป! กลับไปทำงานกันได้แล้ว” เชษฐ์ และคนงานพากันทยอยกันกลับ หนูนาถอนใจโล่งอก แต่ทันใดสีหนาทก็คว้าข้อมือหนูนาลากไปอย่างดุๆ “มานี่เลย เรา!!!” สีหนาทจูงหนูนาไป สีหน้าท่าทางเอา

สีหนาทดึงตัวหนูนามาสั่งสอน “ฉันบอกฉันเตือนแล้วใช่มั๊ย ว่าให้ระวังๆ นี่คลาดสายตาแค่แป๊บเดียว ถ้ามาช่วยไม่ทันจะทำยังไง”
“คุณสิงห์ ฉัน..”
“ทำไมเธอถึงไม่ฟังฉันบ้าง!! ฉันหวังดี ไม่อยากจะเห็นเธอเป็นอะไรไปนะหนูนา!”
“ฉัน..” ไม่ทันที่หนูนาจะบอก เสียงดังมาจากด้านหลัง
“อย่าว่าหนูนาเลยค่ะนาย” กระจิบเดินมาหน้าเจี๊ยมเจี้ยม เพ๊อะก้มๆหน้าตามมาด้วยอีกคน “จิบไม่ทันระวังจะตกน้ำ นี่ถ้าหนูนาไม่ช่วยจิบไว้ จิบคง..ลอยไปไกลแล้วล่ะค่ะ”
สีหนาทฟังกระจิบ แล้วอึ้งไป มองหน้าหนูนาเริ่มรู้สึกผิดเบาๆที่ว่าแรง
“จริงนะคะนาย นังเพ๊อะคนเนี๊ยะเป็นพยานได้“
สีหนาทยังไม่วายจะบ่น “ช่วยคนอื่น แต่ตัวเองเกือบจะเอาตัวไม่รอด! เธอทำฉันใจหายหมดเลยรู้มั๊ย”
“ขอโทษค่ะ แต่ตอนนั้นมันกะทันหันมาก ฉัน..ฉันคิดว่าเรียกใคร ก็คงไม่ทัน..”
“เอาเถอะ! ไหนๆก็ผ่านมาได้แล้ว ฉันเอง...ก็ต้องขอโทษเธอด้วยที่ใส่อารมณ์ไปหน่อย” เขาลูบหัวหนูนาเชิงปลอบ “รู้ใช่มั๊ย ว่าฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหน?”
หนูนารู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงนั้นจริงๆพยักหน้าเบาๆ ทันใดก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง แป้นวิ่งมาหอบๆ “หนูนา!” พอเห็นหนูนากับสีหนาท โล่งอก “ เห็นพวกคนงานทางโน้นบอกว่าหนูนาจะตกน้ำ ฉันเลยรีบมา”
“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ แป้นมาก็ดีแล้ว ช่วยพาหนูนากลับไปที่เรือนที”
แป้นจะพาตัวหนูนาไป ทันใดกระจิบตัดสินใจเรียก “หนูนา” แป้นมองกระจิบแบบไม่ค่อยไว้ใจ กระจิบสีหน้าเจี๊ยมเจี้ยม..ก่อนจะบอก “ขอบใจนะ ที่ช่วยเมื่อกี๊“
แป้นและหนูนาต่างชะงักกันไป เพราะไม่นึกไม่หวังว่าจะได้ยินกระจิบมาขอบคุณ กระจิบพูดเสร็จท่าทางกระดากๆ รีบเดินไป เพ๊อะเดินไวๆตามไป สีหนาทมองโล่งใจที่เห็นว่าจบด้วยดี ก็ผละไป
แป้นขยี้หูตัวเอง “นี่นังแป้นต้องไปแคะหูรึเปล่าวะเนี่ย แกไปเปลืองแรงช่วยมันทำไมวะห๊ะหนูนา คนอย่างนั้นน่ะ”
“ถึงจะไม่ชอบหน้ากันยังไง ฉันก็ปล่อยให้เค้าเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาไม่ลงหรอกแป้น”
“ระวังเถอะ ช่วยงูเห่าให้มันกลับมาแว้งกัดตัวแกเอง!”
“ถ้าคนทำไม่ดีกับเรา แล้วเราก็ทำเหมือนกับเค้า! โลกนี้ก็มีแต่ตกต่ำลงน่ะสิแป้น”
แป้นชะงัก เถียงไม่ออก แต่ไม่วาย “เฮ้อ นี่ !ถ้าเป็นฉันนะจะปล่อยให้มันลอยเท้งเต้ง ว่ายน้ำเล่นกับไอ้เข้ไอ้โขงสักวันสองวัน แล้วค่อยเอาไม้ไปเกี่ยวกลับมา!!”
“แป้นนี่ก็!” คนเบรคก็อดจะยิ้มๆกับไอเดียแป้นไม่ได้

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/4 วันที่ 27 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ