อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/5 วันที่ 28 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/5 วันที่ 28 ธ.ค. 58

แป้นชะงัก เถียงไม่ออก แต่ไม่วาย “เฮ้อ นี่ !ถ้าเป็นฉันนะจะปล่อยให้มันลอยเท้งเต้ง ว่ายน้ำเล่นกับไอ้เข้ไอ้โขงสักวันสองวัน แล้วค่อยเอาไม้ไปเกี่ยวกลับมา!!”
“แป้นนี่ก็!” คนเบรคก็อดจะยิ้มๆกับไอเดียแป้นไม่ได้
“แน่ะ!! เริ่มจะเห็นด้วยแล้วใช่มั๊ยล่า”
หนูนาส่ายหน้า ขำๆ แป้นหัวเราะ แหม๊ มันน่าเสียดายจริงๆ!!

กระจิบเดินเร็วๆออกมา ใจยังไม่อยากจะเชื่อ “ตกลงนี่ฉันต้องเป็นหนี้บุญคุณนังหนูนามันจริงๆเหรอวะเนี่ย เพิ่งจะว่ามันอยู่แท้ๆ”


“เหมือนกรรมตามสนองเลย เนอะพี่เนอะ!”
กระจิบหันขวับ เพ๊อะเห็นสายตา อูย..หลบๆไม่กล้าพูดต่อ กระจิบหน้าเสีย ไม่น่าเล๊ย!

ที่หน้าร้านประกอบ ประกอบทำท่าชื่นช๊มชื่นชม “แม่พระแท้ๆนะ อาหนูนาเนี่ย โปรดแม้แต่สัตว์เลื้อยคลานที่มันเคยแว้งกัดอีกหน่อยไร่เราจะสบายเลี้ยว ได้ว่าที่คุณนายประเสิกขนาดนี้”
นพได้โอกาส “แหม เห็นคนอื่นเค้าใจบุญแล้วไม่คิดจะทำบุญบ้างเหรอแปะ ลดราคาของสักบาทสองบาทไรเงี๊ยะ”
“เอาเชียะๆ กะไอ้พวกเชื่อตลอดกาล! งบบานกะโล่อย่างเอ็ง ต้องแถมดอกเบี้ยให้อั๊วะซะล่วยซ้ำ!”
นพเซ็งเลย ฮี่โธ่
เสียงพวงโวยวายกับเรือง เรืองชวนให้พวงมาซื้อของที่นี่ แต่พวงไม่พอใจ “โอ๊ย บอกแล้วว่ามันบ่มีไก๊ พี่พาฉันไปซื้อที่หมู่บ้านเถอะ ที่เนี่ยมีแต่ของสตึๆ”
“หนอย!!” ประกอบแก้แค้น หยิบสเปรย์กันยุงมาพ่นๆๆ ใกล้ๆพวง
“ว๊าย อร๊าย ทำอะไร ไอ้!! ไอ้แปะบ้า!!”
“ไล่แมลงวัง ท่าทางมันจามีหมาเน่า อยู่แถวๆนี้ เลยมาตอมกันหึ่ง ๆ”
“ไอ้แป๊ะ นี่!! นี่แกหาเรื่องฉันเหรอ หมาเน่าในปากแกน่ะสิ”
“ขนาดปากอั๊วไม่ได้แปรงฟันมาสามวัน ยังเน่าไม่เท่าหัวกบาลเอ็งเลยว่ะ นังพวง เคยส่องกระจกลูบ้างมั๊ย ว่านิสัยเสียแบบเนี๊ยะ กำลังจะเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครเค้าคบแล้ว”
“มึงอยากจะโดนแข้งกูใช่มั๊ย ไอ้แป๊ะ” พวงจะแถเข้าไปฟัดประกอบ
ประกอบรีบหยิบไม้ตีกันยุงมาถือไว้ป้องกันตัว “เอาสิ เข้ามาช็อต เข้ามาช็อต นะเว้ย!!”
“แก๊ แน่จริงอย่าใช้อาวุธสิวะ!!” พวงจะคว้าไม้ขนไก่มาโต้ตอบ
แต่เรืองไปแย่งมา ยื้อยุดเอาไว้ “ไม่เอาน่ะพวง ไปแลกทำไมกับคนพวกนี้ ไม่คุ้ม”
“โหย พวกแกลีตายล่ะ” ประกอบชี้หน้าพวง “คอยดูนะ อั๊วะทำนายไว้ไม่ผิดหรอก อีกหน่อยแกจะไม่มีใครคบ ตอนนี้เพื่อนแกสองตัวมันก็ไปญาติดีกับนังหนูนาแล้ว” พวงชะงัก ห๊ะ “ไม่พ้ง อนาคตอังใกล้แกต้องกลายเป็นหมาหัวน่าว น่าว น่าว!!!”
พวงสะดุ้ง แทบจะกระชากตัวออกจากแรงฉุดของเรืองได้ “ว่าไงนะ!!!”
ประกอบทำปากยื่นใส่ ไม่รู้เรื่องซะเลี้ยว

พวงนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว อารมณ์กรุ่นพล่านอยู่ภายใน แต่ภายนอกนั่งนิ่งเงียบ หน้าตึง! จานข้าวที่วางไว้ตรงหน้าก็ได้แต่เอาช้อนทิ่มๆ ไม่กิน! เรืองคอยลูบแขนคอยปลอบให้กินซะ กระจิบ เพ๊อะพากันถือจานข้าวมาที่โต๊ะ มานั่งลงด้วย พวงเหล่มอง รังสีเฮ้ากวงแผ่พุ่งออกไป กระจิบ เพ๊อะชะงัก รู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกๆ
กระจิบสงสัย “น้องพวง เป็นอะไร ทำไมหน้าดูเครียดๆ”
“ไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ” เรืองถาม
กระจิบ เพ๊อะต่างแปลกใจกัน เพ๊อะพูดซื่อๆ “ฉันดูฉลาดนักเหรอ พี่เรือง มีอะไรก็บอกมาเหอะ”
พวงแหวขึ้นเลย “พวกพี่ ไปญาติดีกับนังหนูผีมันมาใช่มั๊ย!”
กระจิบ เพ๊อะอึ้งกันไป แล้วกระจิบยอมรับจ๋อยๆ “ก็แค่ขอบใจเค้า ที่เค้าช่วยไว้ ไม่ให้ตกน้ำตกท่า ก็แค่นั้นแหละ”
พวงปรี๊สเลย “นี่ยอมรับแล้วใช่มั๊ย ว่าทรยศ!! หักหลังกันหน้าด้านๆ!!”
กระจิบ เพ๊อะ เหวอไป
“โหย แรงไปรึเปล่า พี่จิบเค้าแค่ขอบใจ แค่ขอบใจ ไม่ได้ ทอระยด!”
กระจิบชักไม่ค่อยพอใจ “พูดแรงไปรึเปล่า พี่แก่กว่าพวงตั้งหลายปีนะ”
เพ๊อะชี้ที่ผม “ดูผมหงอกเทียบกันก็เห็น”
กระจิบจิกหน้าใส่เพ๊อะ เดี๊ยะๆ “พูดอะไรเกรงใจกันบ้างสิ ถ้าพี่ทรยศน้องพวงจริง จะมานั่งกินข้าวด้วยแบบนี้เหรอ”
“แต่พวกพี่ก็รู้!! ว่าฉันเกลียดนังหนูผีนั่นมากแค่ไหน แล้วยังจะไปขอบอกขอบใจมันพี่หยามหน้าฉันชัดๆ!!”
“น้องพวงจะให้พี่ไม่มีมารยาท ไม่ขอบคุณแม้แต่คนที่เค้าเสี่ยงช่วยชีวิตพี่งั้นเหรอ”
พวงสุดกลั้น “นี่ถ้าเห็นว่ามันดีนัก!! ชื่นชมมันนัก ก็ไปเล๊ย! ไปนั่งเลียมือเลียเท้ามันโน่น มันจะเป็นคุณนายแล้วนี่ ไม่ต้องมาเสียเวลากับฉัน ฉันมันก็แค่หมาหัวเน่า”
เพ๊อะพยายามปราม “น้องพวง..“
“ไป ไปเล๊ย ฉันไม่คบพวกแทงข้างหลัง หน้าไหว้หลังหลอก ลิ้นสองแฉก”
กระจิบ เพ๊อะอึ้ง “ไม่ต้องเสียเวลาพูดกันแล้ว คนเราคบกันมาขนาดนี้ ยังไม่เห็นน้ำใจกัน ก็เปลืองน้ำลายที่จะพูด” กระจิบว่าแล้วสะบัดพรืดไป นึกได้ หันกลับมาหยิบจานข้าวไปด้วย
เพ๊อะยืนงกๆเงิ่นๆจะยังไงดี เห็นสายตาพวงที่ร้ายใส่เต็มที่ ก็ตัดสินใจหยิบจานข้าวตามหลังกระจิบไป
พวงอึ้งมาก ตาพอง “เออ ไปเลย ฉันไม่ง้อหรอกเพื่อนแบบนี้ ทำแบบนี้ก็ไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว คนทรยศไอ้พวกเห็นแก่ตัว!!” พวงตะโกนด่าไหล่หลังอย่างแสบร้อนในอารมณ์
คนงานอื่นๆชะเง้อมองๆกัน ส่ายหน้าเฮ้อ..ไม่ไหวจะเพลีย
กระจิบซึ่งโกรธมาก ถึงกับพูดอะไรแทบไม่ออก
เพ๊อะที่เดินตามบ่นออกมา “น้องพวง ไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย..”
“เราต่างหากที่มองไม่เห็นตั้งแต่แรก!” เพ๊อะแปลกใจ “เราเห็นเค้าเป็นเพื่อน แต่เค้าไม่เคยเห็นใครเลย นอกจากตัวเอง! ปล่อยให้มันเป็นหมาหัวเน่าอย่างที่มันพูดนั่นน่ะสมน้ำหน้าแล้ว!” กระจิบพูดย้ำอย่างเด็ดขาด พอกันที!!! เพ๊อะพยักหน้าเบาๆ เศร้า... แต่เห็นด้วย

สีหนาทที่รับรู้ ทวนคำไม่อยากเชื่อ “จะกลับไปโรงแรม?”
ขนิษฐามาบอก พร้อมข้าวของที่เตรียมไว้พร้อมแล้วมีบุญตาช่วยขนมาด้านหลัง “ค่ะ น้องไม่อยากทิ้งงานไปนาน”
“น้อง” สีหนาทเข้าไปแตะตัวอย่างเป็นห่วง “อาการอย่างเรา ควรพักสักอาทิตย์นึงนะ พี่ไม่ให้ไป บุญตาเอาของไปเก็บ” บุญตาเหวอๆ ยังไงดี สีหนาทย้ำ “ฉันบอกให้ไปเก็บ”
“บุญตา” ขนิษฐาส่ายหน้า “เอาไปไว้ท้ายรถ ..พี่สิงห์ให้น้องไปเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงต่ำ ลึกขึ้น “ไหนบอกว่ารู้ใจน้องไงคะ”
สีหนาทชะงักไป รู้ทันทีว่าขนิษฐาต้องหนี เพราะช้ำใจเรื่องอะไรอยู่ “ตอนนี้น้องอาจจะรู้สึกว่าโลกของน้องมันพังลงมาหมด แต่มันไม่แน่เสมอไปหรอกนะ อดทนรออีกหน่อย เวลามันจะช่วยเอง”
“ค่ะ น้องก็อยากคิดให้ได้อย่างนั้น แต่มันยาก ยากจริงๆ พอรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ ใจมันวนเวียน คอยแต่อยากจะเห็น อยากได้ยินเสียง ทั้งๆที่บอกว่าจะตัดใจ แต่พออยู่ใกล้.. ก็ตัดไม่ได้”
“ยัยน้อง..”
“น้องต้องไปค่ะ..น้องอยากให้ใจตัวเองนิ่งๆขึ้น..กว่านี้” ขนิษฐาหันมาแตะแขนพี่ไว้ “น้องเชื่อที่พี่สิงห์บอกนะคะ อย่างน้อยถ้าน้องยังเลิกรักน้ารามไม่ได้ น้องก็อยากให้ความรักของน้องเป็นการรักด้วยความดี ความบริสุทธิ์ใจ และรัก..โดยที่ไม่ต้องทำร้ายใคร โดยเฉพาะทำร้ายหัวใจของน้องเอง...” ขนิษฐาสบตาสีหนาท มีความหนักแน่นแน่วแน่ในดวงตาแฝงแววเศร้าคู่นั้นอยู่..
สีหนาทลูบผมขนิษฐา แล้วพยักหน้า เข้าใจและต้องยอมให้ไป...

ศักดากำโทรศัพท์มือถือ โกรธอย่างมาก ฟาดงวงฟาดงา “แค่นี้มันยังฉิบหายกันไม่พออีกรึไง โธ่เว๊ย แกเลิกทำตัวโง่ๆซะที” เขาเดินไปหลบมุม มองซ้ายขวา เช็คว่าไม่มีคนได้ยิน “ถ้าตำรวจจับตัวแกกับไอ้พวกนั้นได้ มันจะเป็นยังไง ฉันก็อาจจะโดนข้อหาไปด้วย”
อดิสรหูชาจากเสียงตะโกนกรอกโทรศัพท์ของพ่อ แต่ไม่สน “พ่อจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมา ถ้าจะโกรธ ก็ไปโกรธไอ้สิงห์โน่น ที่มันทำทุกอย่างของเราป่นปี้หมด แล้วจะปล่อยให้มันลอยหน้าสบายอยู่ยังงั้นเรอะ ไม่มีทาง!!”
ศักดาต้องพยายามเบาเสียง ทั้งที่อยากจะบีบคอไอ้ลูกเวรมากๆ “แล้วแกจะไปทำอะไรมันได้ ห๊ะ ห๊ะ!”
อดิสรบอกอย่างได้ใจ “คนของผมเพิ่งบอกมา เรื่องคนรักของไอ้สิงห์ ที่ชื่อหนูนา มันรักมันหลงกันมาก ผมจะใช้นังนี่แหละ ทำให้ไอ้สิงห์ต้องร้องเอ๋งอย่างกับหมาตัวนึง!!”
ศักดาชะงักไปทันที “หนูนา... นี่แกหมายถึง...เด็กผู้หญิง คนที่ไปติดป่ากับไอ้สิงห์ ใช่รึเปล่า?”
“นี่พ่อก็รู้ด้วยเหรอ ยังมียิ่งกว่านั้นอีก นังผู้หญิงคนนี้ มันยังเป็นลูกของไอ้ราม เป็นลูกไอ้รามอีกด้วย!!”
ศักดาอึ้งไปทันที ทันใด เลขาเดินเข้ามา ศักดาผละจากมือถือชั่วขณะ
“คุณชาญ ยอมให้คุณพบแล้วค่ะ”
ศักดาพยักหน้ากับเลขาฯ แต่อาการยังอื้ออึงอยู่ในสิ่งที่ได้ฟังมาจากอดิสร

หนูนาถอนใจ บอกราม “เมื่อกี๊นาโทรไปหาป้าณี ป้าบอกว่า แม่..ยังไม่กลับบ้านเลย เห็นว่าคุณตาโทรไปหา แล้วสองคนเหมือนจะทะเลาะกัน..แบบนี้ แม่ก็คงยิ่งไม่กลับ”
รามก้มหน้า รู้สึกละอาย “รัศมีต้องมีปัญหากับคุณตาหนู ก็เพราะพ่อ”
“ต่อให้ไม่มีเรื่องพ่อ คุณตากับแม่ก็ต้องผิดใจกันอยู่ดี คุณตาเคยพูดเอง..ว่าพอเราตามใจใครซะจนควบคุมเค้าไม่ได้แล้ว มันก็จะต้องมีแต่เรื่อง!” หนูนาคิด กังวล “แต่ถึงคุณตาจะพูดแบบนั้น นาก็รู้ค่ะ ว่าลึกๆคุณตาก็ยังเป็นห่วงแม่”
“แล้วหนูอยากจะทำยังไงลูก” รามถามหนูนา ที่ท่าทางเหมือนคิดอะไรไว้อยู่ในใจแล้ว

ศักดากึ่งขอร้องกึ่งอธิบาย ขณะที่ชาญ นักธุรกิจที่ไปพบกับวรรณมายังหน้านิ่ง
“ผมไม่ได้กลัวหรอกนะ ว่าจะหาหุ้นส่วนมาแทนคุณไม่ได้ ถ้าคุณถอนหุ้น ยังไงโปรเจ็คท์ของเราก็ต้องเดินหน้าต่อ” ศักดาแอ็คว่าใจมาก ดีมาก “แต่ผมไม่อยากจะให้คุณเสียโอกาส ไปเพียงเพราะว่าเชื่อข่าวพวกนั้น” เขายืนยัน “ผมไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายจริงๆ เราแค่ถอนชื่อของอดิสรออกไปก่อน ก็แค่นั้น มันจะไม่กระทบกระเทือนอะไรเลยกับโปรเจ็ทค์ของเรา”
“คุณศักดา ความน่าเชื่อถือคือปัจจัยอันดับแรกของการทำธุรกิจนะ”
“ถ้าคุณไม่เชื่อ รัศมีคู่หมั้นของผม เค้ายืนยันได้ ผมจะให้คุณคุยกับเค้าเดี๋ยวนี้เลย” ศักดากดต่อสายทันที
“คุณ...” ชาญจะห้าม แต่ไม่ทันแล้ว
ตรี๊ด ตรี๊ด....เสียงโทรเข้าดังขึ้น ที่ด้านหลังห้อง ศักดาหันไปมองอย่างประหลาดใจ หลังห้องมีประตูเปิดไปสู่อีกห้องได้ แล้วประตูบานนั้นเปิดออกมา มือถือในมือของรัศมีสั่น และดังอยู่ รัศมีเดินออกมาสีหน้าผิดหวังอย่างที่สุด ศักดาอึ้ง...ชาญหน้านิ่ง รู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว

ด้านหน้าอาคาร ศักดาและรัศมีทุ่มเถียงใส่กัน เห็นรถของศักดาจอดอยู่ไม่ห่าง มีคนขับและการ์ดคอยอยู่
“ไอ้สารเลว ฉันช่วยแกทุกอย่าง แต่แกมาหลอกฉัน แกกล้าหลอกฉัน ฉันจะฟ้องแก ฟ้องให้หมดตัว!!”
ศักดาผลักรัศมีแรงไปจนชนรถ “เอาซี่ ฉันก็จะแฉกับทุกคน เรื่องผัวคนสวนของแก!!!”
รัศมีอึ้ง แทบจุก “แก..แกพูดเรื่องอะไร”
ศักดาทำสีหน้าขยะแขยงซะเต็มประดา “ฉันก็รู้เบื้องหลังของแกเหมือนกัน ต่อหน้าทำเชิดว่าเป็นนางพญาสูงส่ง จริงๆเธอมันต่ำ เอาแม้กระทั่งคนสวน!!”
“แก!!!”
“ใฝ่ต่ำ ผู้หญิงอย่างเธอ ถ้าไม่ใช่ว่ามีพ่อเป็นนายแบงค์ใหญ่ อย่านึกว่าฉันจะแตะแม้แต่ปลายเล็บ ขี้เล็บฉันก็ยังไม่อยากให้ร่วงใส่ซะด้วยซ้ำ!!” รัศมีแทบช็อค น้ำตาร่วงเผาะ “ทำไม รับความจริงไม่ได้ คนอย่างเธอมันไม่ได้ดีวิเศษวิโสตรงไหน ถึงจะมาชี้หน้าด่าฉันแบบนี้ ก่อนหน้าจะมาเจอฉัน เธอมันก็โสเภณีดีๆนี่เอง” รัศมีสะอึก “ไม่สิแย่กว่านั้นซะอีก โสเภณีเค้าก็ยังมีค่าตัว!!!”
รัศมีร้าวรานมาก ใจมันแตกสลายพังยับ “แก ไอ้แมงดา ไอ้ชั่ว แกจะต้องไม่ตายดี เลวชาติอย่างแก ตายไปแล้วก็จะต้องไม่ได้ผุดได้เกิด” รัศมีจะเข้ามาตบหน้าศักดา
ศักดาจับแขนล็อคเอาไว้ “อย่าฝัน!! ขนาดตำรวจยังทำอะไรฉันไม่ได้ แล้วอย่างเธอน่ะเหรอ”
“ฉันจะช่วยตำรวจเค้าจับแก !!!”
“นังนี่!! พูดกันไม่รู้เรื่อง !!”
“ปล่อย ปล่อยฉัน!!!”
ศักดาพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนมาจับตัวรัศมีไว้ “พาตัวมันไป!!!”
“จะทำอะไร ปล่อย!!!”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 14/5 วันที่ 28 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ