อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ศิรินธารให้ยิ้มนิดนึง แล้วขึ้นรถขับออกไป ชาติเดินกลับขึ้นมาหาจิ๊บ กับเหมียวที่ยังยืนมองอยู่
“ไม่โกรธ ไม่ไล่ออก คุณลูกหยีตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย” เหมียวแปลกใจ
“แต่ฉันรู้สึกเลยนะว่าเขาเข้าใจฉันจริง ๆ”
จิ๊บปลง “เฮ้อ...ที่สุดก็ใจอ่อนกับคุณกล้าจนได้ มีเงิน มีทุกอย่าง ดันเจอแต่เรื่องร้ายๆ บางทีก็สงสารนะ อยากให้เขามีความสุขบ้าง”
สามคนได้แต่มองตาม คิดว่าศิรินธารคงต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ

ที่ห้องนั่งเล่น ในบ้านของศิริ กัลยาคุยโทรศัพท์ โดยป้าเพ็ญเอาชามาเสิร์ฟให้ “เรื่องหนี้หาญกล้า แม่จะบอกพี่รุตม์เขาให้ ลูกหยีมีอะไรให้แม่ช่วยก็โทรมานะลูก ลูกหยีไม่ต้องคิดมากนะลูก แม่เข้าใจ”


ป้าเพ็ญมองกัลยาที่วางสาย ถามยิ้มๆ “ไม่โกรธเหรอคะที่คุณลูกหยีกลับไปหาคุณกล้าอีก”
กัลยาตอบอย่างปล่อยวาง “ลูกหยีโตแล้ว เขาต้องผ่านมันด้วยตัวของเขาเอง”
ป้าเพ็ญยิ้มรับอย่างภูมิใจ“เพ็ญรู้ว่ามันยากที่จะไม่ห่วง แต่ถ้าห่วงมันเป็นบ่วงรัดไม่ให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง วันที่พ่อแม่ไม่อยู่ลูกก็คงตายตามเรา เพราะเขาไม่รู้ว่าจะยืนได้ยังไง”
กัลยาเข้าใจ “ฉันจะรอเขาที่บ้าน เป็นที่พึ่งพิงเวลาที่ลูกกลับมา”
ป้าเพ็ญยิ้มให้กำลังใจ

ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง หาญกล้าที่หน้าตาบอบช้ำนั่งอยู่บนโซฟาโดยมีศิรินธารทำแผลให้ หาญกล้ามองศิรินธารที่นิ่งมากแล้วตัดสินใจ “ผมขอโทษ...” ศิรินธารชะงักไปนิดไม่ตอบ แล้วพยายามสนใจแต่กับการเก็บอุปกรณ์ทำแผล
“ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องสนุกชั่วครั้งชั่วคราวของผมจะทำร้ายคุณ..” ศิรินธารนิ่งไป “ลูกหยี...ผม”
ศิรินธารเอ่ยแทรกขึ้นมา “ลูกหยีเพิ่งรู้ว่า..ตัวเองเหมือนคนบ้าที่วิ่งไล่ตามคนที่ไม่เคยรักเรา เป็นลูกที่ทำร้ายจิตใจพ่อแม่เพราะเห็นคนอื่นดีกว่า...กว่าจะรู้ว่าครอบครัวรักลูกหยีมากแค่ไหน...คงเป็นเพราะลูกหยีทำให้แม่เสียใจ กรรมติดจรวดจริงๆ”
“แล้วทำไมคุณยังยอมช่วยผม...ทั้งที่ผมทำเรื่องเลวๆ กับคุณตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน”
“บางคำถาม กล้าก็รู้คำตอบอยู่แล้ว..” หาญกล้าชะงักมองศิรินธาร ที่ยอมรับว่ายังรักตนอยู่ หาญกล้าอึ้งที่เพิ่งตาสว่างว่าศิรินธารรักตัวเองมากแค่ไหน “ที่บ้านกล้ารู้เรื่องหรือยัง”
หาญกล้าเสียใจ “รู้...ผมถึงกลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว...”
ศิรินธารมองหาญกล้าอย่างเข้าใจ “ถ้ากล้าไม่มีที่ไป....เราก็อยู่เป็นเพื่อนกันจนต่างคนต่างหมดเวลา..ดีไหม”
หาญกล้ามองศิรินธารที่ยิ้มด้วยความรู้สึกที่ยังปรารถนาดีด้วยความรู้สึกผิด

ศิรินธารนอนหลับไปแล้ว หาญกล้าขยับเข้ามายืนมองศิรินธาร และนั่งลงคุกเข่าข้างเตียง “ถ้าผมซื่อสัตย์กับคุณ...ผมขอโทษ” หาญกล้าร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ศิรินธารลืมตามองหาญกล้าร้องไห้ ก็ใช้มือลูบผมหาญกล้าอย่างปลอบโยน “ผมขอโทษลูกหยี ผมขอโทษ”
ศิรินธารขยับลุกขึ้นมากอดหาญกล้าไว้พยายามกลั้นน้ำตาจะไม่ร้องไห้ “ลูกหยียกโทษให้ อย่าร้องไห้เลยนะ”
“แม่โกรธผมที่หาเงินให้ไม่ได้ พี่พรรังเกียจ..ไล่ผมออกจากบ้าน ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่ไม่เคยทิ้งผม คือคุณ...แต่ผมทำร้ายคนที่รักผมที่สุด ทำไมคนที่จะต้องตายไม่ใช่ผมคนเดียว...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ” หาญกล้ากอดศิรินธารแน่น แล้วจะลุกไป ศิรินธารคว้ามือกล้าไว้มองอย่างไม่เข้าใจ “ถ้าผมกลับไปอยู่กับลูกหยี นักข่าวคงตามคุณแน่ๆ ผมไม่อยากให้คุณยุ่งยาก”
ศิรินธารมองหาญกล้าเห็นว่าหาญกล้าเป็นห่วงตัวเองจริงๆ ไม่ใช่มารยา ก็ตัดสินใจ “งั้นเราก็ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นสิ” หาญกล้างงว่าลูกหยีจะทำอะไร

บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม จิ๊บมองภาพในไอจีของศิรินธารในมือถือของตนแล้วอ่านขึ้นดังๆ “ความผิดพลาดคืออดีต ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน ชีวิตที่เหลือเราจะก้าวไปด้วยกัน” จิ๊บกับเหมียวดูรูปอย่างสนใจ “ที่สุดก็ดีกันจริง ๆ ด้วยแก”
ชาติเดินเข้ามา “นักข่าวมารอกันอยู่ด้านหน้าเต็มเลย”
ทั้งสามคนมองออกไปเห็น ธีรพัฒน์กำลังต้อนรับนักข่าวอยู่ด้านหน้าโรงแรม
“คุณธีงานเข้าอีกแล้ว” เหมียวเห็นใจ

ด้านหน้าของโรงแรม รถของศิรินธารแล่นเข้ามาจอด หาญกล้าลงมาจากที่นั่งคนขับ แล้วเดินมาเปิดประตูรถให้กับศิรินธาร
นักข่าวที่รออยู่รีบเข้ามาสัมภาษณ์ “ภาพในไอจีเป็นการยืนยันความสัมพันธ์สามีภรรยาว่าขาเตียงยังแข็งแรงใช่ไหมคะ”
“แข็งแรงมากค่ะ เราสองคนยังรักกันดี” ศิรินธารเอ่ยตอบ
“แล้วกระแสที่คุณลีลาเป็นมือที่สาม...” นักข่าวเอ่ยถามตรงๆ ทันที
“ไม่เป็นความจริงค่ะ” ศิรินธารปฏิเสธหนักแน่น
“ผมขอปฏิเสธในคำกล่าวหา และผมยืนยันตรงนี้นะครับว่า ผมกับคุณลีลาเป็นเพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น” หาญกล้ายืนยัน
“ดิฉันกับคุณกล้ามีธุระต้องขอตัวก่อนนะคะ”
นักข่าวยังไม่ยอมลดละวิ่งตามมาดัก “แล้วข่าวลือที่ว่าคุณหาญกล้าติดเชื้อเอชไอวีเป็นความจริงหรือเปล่าคะ” ศิรินธารกับหาญกล้าอึ้งที่โดนถามแบบตีแสกหน้า “มีคนใกล้ชิดยืนยันว่าไม่ได้มีคุณกล้าที่ได้รับเชื้อ เป็นความจริงหรือเปล่าคะ”
ศิรินธารกับหาญกล้าอึกอักว่าจะเอายังไงดี
“เรื่องนี้ผมกับคุณศิรินธารจะขอจัดแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ” หาญกล้าจูงมือศิรินธารจะเข้าไปในโรงแรม แต่นักข่าวไม่ยอมตามดักหน้าดักหลัง
นักข่าวพากันจี้ถามศิรินธารจะเอาคำตอบให้ได้ “คุณศิรินธารเลี่ยงที่จะตอบ แสดงว่าเรื่องนี้มีมูลความจริงใช่ไหมคะ”
“เรายินดีจะตอบทุกคำถามครับ” เสียงของศิริดังขึ้น ทุกคนหันไปเห็นศิริ กัลยา นรุตม์ และศตวรรษเดินเข้ามา
ศิรินธารกับหาญกล้าตกใจที่เห็นศิริกับกัลยา หาญกล้ามองศิรินธารด้วยความกังวล ศิรินธารจับมืออีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจว่าจะไม่ทิ้งกัน หาญกล้าพยายามจะนิ่งที่สุด
ศิริ กัลยา เข้ามายืนเคียงข้างศิรินธาร นรุตม์กับศตวรรษเข้ามายืนข้างหาญกล้า
นรุตม์เอ่ยขึ้น “ขอโทษนะครับที่ทำให้ทุกท่านต้องรอ เหตุผลที่คุณศิรินธารไม่ตอบคำถาม เพราะผมขอให้เขารอครอบครัวมาพร้อมหน้าเพื่อตอบคำถามที่ทุกท่านอยากทราบ”
“เรื่องที่คุณศิรินธารกับสามีถูกระบุว่าติดเชื้อ”
ศิรินธาร หาญกล้ามองไปที่ศิริ กัลยา ด้วยความกังวล
“เป็นความจริงค่ะ” กัลยาเอ่ยตอบ นักข่าวฮือฮากับการยอมรับของกัลยา
“สาเหตุเป็นเพราะคุณหาญกล้ากับข่าวลือเรื่องเจ้าชู้”
นรุตม์เบี่ยงประเด็น “ถ้าเราศึกษาจริงๆ การติดเชื้อมันมีได้หลายสาเหตุ บางอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วยซ้ำ แต่เราจะไม่หาสาเหตุ เพราะมันคืออดีต เราสนใจกับปัจจุบันมากกว่า”
ศตวรรษเสริม “ตอนนี้ครอบครัวของเราจะสนใจแค่การดูแลทั้งคู่ให้ดีที่สุด เพราะเราคือครอบครัวครับ”
“ยอมรับแบบนี้ไม่กลัวผลกระทบเหรอคะ”
ศิริยอมรับ “ผมทราบดีว่าเรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบกับธุรกิจ ครอบครัวเราอาจจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ ถูกตัดสิน จากคนมากมาย แต่เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผมก็ไม่คิดจะโกหกสังคม เราทุกคนยินดีที่จะพูดความจริง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างร่วมกัน”
“แล้วข่าวลือที่ว่าคุณศิรินธารกับคุณหาญกล้าเตียงหักล่ะคะ”
กัลยายิ้ม “หาญกล้ายังเป็นคนในครอบครัวของเรา ไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ”
ศิรินธารกับหาญกล้ามองศิริกับกัลยาด้วยความรู้สึกขอบคุณ นักข่าวถ่ายรูปคนในครอบครัว ทุกคนในครอบครัวเดชาเลิศรัตน์ขยับเข้ามายืนให้ถ่ายอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน ดูสามัคคีและเข้มแข็งมาก

ศิริกับกัลยาก้าวเข้ามานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น นรุตม์กับศตวรรษตามเข้ามาด้วย สีหน้าของทุกคนดูโล่งใจ
ศิรินธารเดินตามเข้ามาพร้อมกับหาญกล้า “คุณพ่อ คุณแม่ พี่ๆ ลูกหยีขออนุญาตนะคะ” ทุกคนมองทั้งคู่ ศิรินธารจูงมือหาญกล้า เข้ามานั่งที่พื้นตรงหน้าศิริกับกัลยา ศิรินธารมองหาญกล้าที่ดูกล้าๆ กลัว ๆ อย่างให้กำลังใจ คนอื่นๆ รอว่าหาญกล้าจะว่ายังไง
“ผมเคยล่วงเกินคุณพ่อคุณแม่อย่างไม่ควรให้อภัย แต่วันนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ยังให้โอกาสผม ผมขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา”
กัลยาถอนใจ “ฉันรักและดูแลลูกหยียิ่งกว่าชีวิต น้ำตาของลูกหยีทำให้ฉันเจ็บปวดที่เห็นคนที่ฉันรักเสียใจ เธอไม่ใช่ ผู้ชายที่เหมาะสมกับลูกฉันเลยสักนิด” หาญกล้าหน้าเสียแต่ก็ยอมรับ “ฉันไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ลูกหยีอีก” ศิรินธารใจหายวูบแต่ก็พยายามยอมรับ ณรัลมองอย่างสะใจ “แต่นั่นมันเมื่อก่อน” ทุกคนมองกัลยาอย่างงงๆ ว่าหมายความว่ายังไง “มาคิด ๆ ดูฉันเองไม่เคยให้เกียรติ กดดันดูถูกเธอกับครอบครัว เรามีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่...ฉันอยากให้ลูกหยีมีความสุขกับช่วงเวลาที่เหลือ”
ทุกคนมองกัลยาอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณแม่...”
“แล้วคุณล่ะคะ” กัลยาหันไปถามศิริ
“เรื่องในบ้าน ผมให้คุณเป็นใหญ่ ถ้าคุณตัดสินใจแบบไหน ผมก็ตกลงตามนั้น”
“วันนี้ลูกหยีเข้าใจแล้วค่ะ ว่าคุณพ่อคุณแม่รักลูกหยีมากแค่ไหน ลูกหยี..” ศิรินธารรู้สึกจุกในอกพูดไม่ออก ศิรินธารกับหาญกล้ามองกันซึ้งๆ ในสิ่งที่ศิริกับกัลยามอบให้ ศิรินธารกับหาญกล้าก้มลงกราบที่เท้าของศิริกับกัลยา
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ...” ศิรินธารหน้าแทบจะแนบที่เท้าของพ่อกับแม่
“ในชีวิตเราไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆ หรอกนะ รักษามันให้ดี” ศิริเอ่ยกับหาญกล้า
“ครับ คุณพ่อ...”
ศิรินธารลุกขึ้นมากอดศิริกับกัลยาด้วยความรัก นรุตม์ ศตวรรษ และหาญกล้ามองทั้งสามคนพ่อแม่ลูกด้วยความรู้สึกดีๆ

คืนวันต่อมา ที่โรงพยาบาล ในห้องฟักฟื้นคนไข้ ดลฤดีนอนเล่นมือถือที่โซฟาภายในห้องผู้ป่วย วัลภากำลังห่มผ้าให้กับลีลาที่นอนหลับอยู่
“ยอมรับออกสื่อทุกอย่าง บ้านนี้เขาแมนกันจริงๆ คิดว่าจะปิดบังซะอีก” ดลฤดีทึ่ง
“ยืดอกยอมรับน่ะดีแล้ว ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนหนีความจริงตายทุกราย” วัลภาดึงมือถือดลฤดีมาดู “หาญกล้านี่โชคดีนะ เลวแค่ไหนเมียก็ให้อภัย คงจะรักจริง”
จังหวะที่ดลฤดีหันมาหาวัลภา พลันสายตาก็เห็นเงาคนที่กระจกประตูห้อง ดลฤดีลุกขึ้นมองไปที่ประตู เปิดประตูมองซ้ายมองขวา แต่ไม่เห็นมีใคร
“มีอะไรเหรอ ดีดี้”
“เมื่อกี้เห็นเงาคนยืนอยู่ที่หน้าห้องน่ะเจ๊”
“แล้วเจอไหม” ดลฤดีส่ายหน้า“พยาบาลเดินตรวจล่ะมั้ง”
“คงงั้น..” ดลฤดีไม่แน่ใจนัก
วัลภาหยิบรูปถ่ายใส่กรอบเล็กขึ้นมา “ดีดี้...”
ดลฤดีเข้ามาดู “นี่เจ๊ไปขุดอดีตมาได้ยังไงเนี่ย หน้าละอ่อนมากเลย คิดถึงตอนเรียนด้วยกันนะเจ๊”
วัลภาเอาภาพวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง “ลีเห็นบ่อยๆ เผื่อจะนึกอะไรออกบ้าง”
ดลฤดีขยับมาจับมือลีลา “กลับมาเร็วๆ นะลี ฉันคิดถึงแก...”
“ลียังมีเจ๊กับดีดี้นะ กลับมานะลี”
สองสาวมองลีลาด้วยความหวังว่าลีลาจะกลับมาเหมือนเดิม

ที่โรงแรม Castle ประตูลิฟต์เปิดออก หาญกล้ากับศิรินธาร และนรุตม์เดินออกมาจากลิฟต์
“ผมอยากให้คุณช่วยสอนงานวรรษ ประสบการณ์ของคุณจะเป็นประโยชน์กับวรรษมาก”
“ขอบคุณครับคุณรุตม์ที่ให้โอกาสผม” หาญกล้าซาบซึ้ง
“ขอบคุณลูกหยีที่ยอมให้อภัยคุณเถอะ รักษาสิ่งที่อยู่ในมือให้ดีโดยเฉพาะน้องสาวผม”
“ขอให้อาการลีลาดีขึ้นเร็วๆ นะคะ” ศิรินธารเอ่ยกับนรุตม์ นรุตม์ยิ้มแล้วเดินไปทางลานจอดรถ
“ชีวิตลีลาก็น่าสงสารนะ” หาญกล้าเอ่ยขึ้น
“ผลที่เขาได้รับ ทำให้ลูกหยีโกรธเขาไม่ลงเลย...”
“สักวันเขาก็จะเป็นเหมือนเรา” ศิรินธารมองว่าหมายความว่าอะไร “มีโอกาสแก้ไข เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่รักเขา” ศิรินธารยิ้มกับหาญกล้า ทั้งคู่เดินไปด้วยกัน ศิรินธารยิ้มมีความสุข

เหมียวกับจิ๊บอยู่ที่เคาน์เตอร์แอบมองหาญกล้ากับศิรินธาร แอบเม้าท์กันเบาๆ
เหมียวชื่นชม “กลับมาคราวนี้คุณกล้าหวานมาก ไม่ยุ่ง ไม่หลีพนักงาน แล้วยังไปนั่งเฝ้าคุณลูกหยีด้วยนะ สงสัยจะกลับใจได้จริงๆ”
จิ๊บมองอย่างยินดี หาญกล้ากับศิรินธารเดินผ่านเคาน์เตอร์มา จิ๊บลืมตัว หลุดปาก “คุณลูกหยี คุณกล้าพวกเราจะเป็นกำลังใจให้นะคะ”
“สู้ๆ นะคะ” เหมียวให้กำลังใจ หาญกล้ากับศิรินธารอึ้งๆ
ชาติรีบมาเสนอหน้า “ผมจะเป็นกำลังใจให้เหมือนกันครับ” พนักงานคนอื่นๆ ยิ้มด้วยความยินดี
หาญกล้ากับศิรินธารรับรู้ได้ถึงความจริงใจของพนักงาน
“ขอบคุณมาก” หาญกล้าตื้นตัน
“ขอบคุณนะทุกคน” ศิรินธารเสริม
หาญกล้ายิ้มจูงมือศิรินธารเดินออกไป พนักงานมองตาม ด้วยสีหน้ายินดีจริง ๆ

พนักงานขับรถของศิรินธารเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม หาญกล้ากับศิรินธารเดินลงมาจะขึ้นรถ
ชาติรีบเข้ามาเปิดประตูรถแต่ชะงักที่เห็นลำไพรก้าวเข้ามาขวาง ชาติตกใจรีบวิ่งไปกวักมือเรียกเหมียวกับจิ๊บ
“จิ๊บ!” เหมียวกับจิ๊บเห็นอาการตกใจของชาติก็รีบวิ่งไปหา
หาญกล้ารีบก้าวมายืนตรงหน้าศิรินธาร พร้อมปกป้องศิรินธารเต็มที่
“กลับมาเกาะชายกระโปรงผู้หญิงเหมือนเดิม เธอนี่มันไม่ชอบเป็นคนสินะ ยอมให้มันสวมเขาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า มีสมองบ้างไหมศิรินธาร”
เหมียวกับจิ๊บเข้ามาสมทบกับชาติ “จิ๊บโทรแจ้งคุณรุตม์เร็ว” ชาติเอ่ยบอก จิ๊บรีบโทรหานรุตม์ รปภ.สองคนรีบวิ่งมาจะเข้าจับลำไพร
“ไม่ต้อง!” ศิรินธารห้าม รปภ.ชะงัก “พูดมาเถอะลำไพร ถ้ามันทำให้เธอสบายใจ”
ท่าทีของศิรินธารที่ไม่มีอาการโกรธ เกรี้ยวใดๆ ทำให้ลำไพรโกรธที่ตัวเองเป็นรอง “แกกำลังสมเพชฉันใช่ไหม คิดว่าไอ้แมงดานี่กลับมาหาแกแล้วแกจะชนะฉันงั้นเหรอ!”
“ลำไพร ฉันอยากให้เธอรู้นะว่าฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นศัตรู ฉันไม่ได้อยากเอาชนะเธอหรือใครอีก”
ลำไพรมองมือหาญกล้าที่จับมือศิรินธารแน่นด้วยสายตาริษยา “สุดท้ายแกก็เป็นได้แค่แมงดา”
หาญกล้ายิ้มรับไม่ได้โกรธดิ้นตามคำด่าของลำไพร “ฉันต้องขอบใจเธอที่ทำให้ฉันสำนึกว่าลูกหยีคือภรรยาที่ดีที่สุด ไม่เคยทำร้ายฉัน และยืนอยู่เคียงข้างฉันเสมอ” เขามองศิรินธารด้วยความรัก “ขอบคุณนะลำไพร ที่ยังเหลือเวลาให้ฉันได้แก้ตัว”
ลำไพรอึ้งกับการเปลี่ยนไปของหาญกล้า เห็นสายตาของหาญกล้ากับ ศิรินธารที่ดีต่อกัน ลำไพรแทบคลั่งด้วยความอิจฉาริษยา “ไม่จริง มันต้องไม่ใช่แบบนี้”

“เธอเป็นแบบนี้คงจะลำบากมาก ถ้าอยากให้ฉันช่วยเรื่องรักษาตัว ฉันก็ยินดีนะ ถ้าเธอดูแลตัวเองไม่ให้ มีโรคฉวยโอกาสมาแทรก เราก็อยู่ได้อีกนาน เชื่อฉันนะลำไพร” ศิรินธารเอ่ยอย่างจริงใจ
ลำไพรทนไม่ได้กับการที่ศิรินธารดูนิ่ง ไม่ร้อนรนอาละวาดอย่างที่อยากให้เป็น แล้วยังทำท่าเมตตา ลำไพรตีความว่าอีกฝ่ายโดนดูถูก ตัวเองต้องพ่ายแพ้ก็ทนไม่ได้ ขยับจะเข้าใกล้ศิรินธาร รปภ.จับที่อาวุธกระบอง เงื้อรอเหมือนกัน ลำไพรไม่กล้าขยับ
“ไม่ใช่แบบนี้...พวกแกต้องโกรธ ต้องเกลียดฉัน กรีดร้องสิลูกหยี อาละวาด ด่าฉัน ไม่ใช่ดีกับฉันแบบนี้ !” ลำไพรเสียงดัง ร้องไห้ราวกับยอมรับความพ่ายแพ้ “ฉันกำลังจะตาย กำลังจะตาย!!!” ลำไพรร้องไห้เหมือนหวาดกลัวหมดทางไป
ศิรินธารจะเดินเข้าไป หาญกล้าดึงแขนไว้ ศิรินธารมองหาญกล้าว่าไม่เป็นไร แล้วเดินเข้าไปใกล้ลำไพร อยากจะจบเรื่องจริง ๆ “ลำไพร...ฉันเต็มใจช่วยเธอจริงๆ นะ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ