อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 2 วันที่ 26 ธ.ค. 58

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 2 วันที่ 26 ธ.ค. 58

บ้านที่เมืองไทยที่ดาราเลิศเอ่ยถึงคือบ้านที่บูรพาสมิงและระมิงค์เมือง ลูกชายหญิงของนายพลภูผานั่นเอง ระมิงค์เมืองบอกแก่พี่ชายว่า

“มีคำสั่งจากเวียงพะเนินให้ตามหาตัวเจ้าชายธาวินดรน” บูรพาสมิงที่กำลังเล่นเกรนด์เปียโนถามว่าจะให้จับเป็น หรือจับตาย “จับเป็นค่ะ เอาตัวไปต่อรองกับเจ้าสัตยาเพื่อลงนามเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วก็เปิดประเทศ”

ที่ประตูด้านหลังระมิงค์เมืองมีหลักชัยกับตันหยงยืนรออยู่ อีกด้านคือบอดี้การ์ดของบูรพาสมิงสองคน บูรพาสมิงหยุดเล่นเปียโนลุกมายืนใกล้น้องสาว ยิ้มหล่อบอกว่าช่วงนี้ตนต้องดูแลลูกค้าที่จะมาลงทุน โปรเจกต์สร้างเขื่อน ให้ระมิงค์เมืองจัดการเรื่องเจ้าชายไปก่อนได้ไหม



“ได้สิคะ พี่บูรพาสมิงของน้อง น้องไม่มีอะไรทำ บินไปช็อปปิ้งทั่วโลกจนเบื่อแล้ว ตามหาเจ้าชายคงเป็นเรื่องที่ทำให้ชีวิตตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง”

ระมิงค์เมืองรับงานไปอย่างนึกสนุก

ooooooo

เหมยเห็นธาวินซ้อมหนัก เข้ามาจับข้อเท้าของธาวินที่ถูกเอาไม้ทับ บอกว่าขาคงเคล็ดและเอายาให้ทา เธอถามอย่างสงสัยว่าทำไมถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อเข้าคณะของป๊า ทั้งที่เมื่อวานยังบอกว่าไม่รู้จักสิงโตอยู่เลย ธาวินอึกอักตอบไม่ออก

วันนี้อาหยางพี่ชายของหมิงเอาบ๊ะจ่างที่เจ๊ง้อแม่ของตนทำมาให้เฮียโชค เฮียโชคฝากเงินไปให้เจ๊ง้อ อาหยางบอกว่าขืนรับไปมีหวังโดนแม่ด่าแน่ ช่วงนี้มีคนสั่งทำเยอะพอมีกำไรบ้าง จะให้รับเงินจากญาติกันแกคงไม่ยอม

“ทำขายก็ถูกๆ แล้วยังเที่ยวแจกคนนั้นคนนี้เมื่อไหร่จะรวยอาหยางเอ๊ย หาอะไรขายแบบได้กำไรเยอะๆหน่อย ลื้อก็โตแล้วควรจะรีบสร้างเนื้อสร้างตัว ดูอย่างอาเหมย เด็กกว่าลื้อตั้งหลายปี ตอนนี้รวยเป็นล้านเลยนะ”

อาหยางถูกเฮียโชคเอาตนไปเปรียบเทียบกับเหมยที่เป็นญาติรุ่นน้องก็หน้าจ๋อย เมื่อออกมาหมิงถามพี่ชายว่าเสียใจหรือเปล่าที่เจ็คโชคเปรียบเทียบกับเหมย ปลอบใจพี่ชายว่า เจ็คแกเป็นคนปากร้ายใจดี อาหยางบอกว่าหมิงก็ต้องตอบแทนบุญคุณด้วยการดูแลเหมยให้ดีหมิงกระเซ้าพี่ชายว่าที่สั่งนี่เพื่อตอบแทนเจ็คโชคหรือห่วงเหม่ยเหมยกันแน่ อาหยางดุเขินๆว่า

“พูดมาก เฮียเห็นเหมยเป็นน้อง”

“น้องห่างๆ ญาติห่างๆ แต่อยากใกล้ใจหรือเปล่า” หมิงแซวจนอาหยางเขินไปไม่เป็นเอาเลย

ooooooo

เหมยยังติดใจสงสัยเรื่องธาวินมาฝึกเชิดสิงโตทั้งๆที่เมื่อวานยังบอกว่าไม่รู้จักสิงโต ธาวินบอกว่าตนโกหกเธอ เหมยระแวงว่าเขามาจากคณะอื่นจะมาขโมยวิชา ธาวินบอกว่าไม่จริงเลยคุณเมญ่า

“เรียกฉันว่าเหมยก็ได้ เมญ่ามันชื่อในวงการ เวลาอยู่ที่บ้าน ที่นี่ทุกคนเรียกฉันว่า คุณเหมย”

เหมยตั้งข้อสังเกตว่าท่าทางเขาแปลกๆ ธาวินบอกว่ารับรองว่าตนไม่คิดร้าย ไม่ได้มาขโมยวิชา

พอดีอาหยางเดินมา เหมยบอกอาหยางว่าธาวินเป็นคนงานใหม่ และบอกให้ธาวินไปได้แล้ว ถามอาหยางว่ามาหาป๊าหรือ อาหยางบอกว่าแม่ให้เอาบ๊ะจ่างมาให้ เหมยทำท่าอร่อยบอกว่า

“ลาภปากแล้ว...บ๊ะจ่างเจ๊ง้ออร่อยที่สุดในโลก”

เหมยยิ้มสดใสร่าเริงน่ารัก จนอาหยางมองเพลิน สุ่น เด็กรับใช้ในคณะสิงโต กร่างจัดวันนี้ก็ประกาศว่า ที่นี่ใครจะใหญ่กว่าตนไม่ได้ สั่งธาวินกับแทนให้ก้มหัวและเรียกตนว่าเฮีย ธาวินไม่ยอมก้มหัวและไม่ยอมเรียกว่าเฮีย สุ่นขู่ว่าจะบอกเฮียโชคให้ไล่ออกทั้งคู่เลย แทนฮึดฮัดจะเอาเรื่องแต่ธาวินขอร้องไว้บอกว่าตนอยากทำงานที่นี่ พูดกับสุ่นว่า

“ถ้าอยากให้ก้มหัวนับถือ ก็ทำตัวให้เป็นสิงห์ ไม่ใช่เห่าหอนอย่างหมาขี้เรื้อน”

“มึง...” สุ่นจะชก ถูกธาวินจับหมัดไว้ผลักออกจนสุ่นหงาย แต่ยังทำเป็นปากดีว่า “ข้าเวทนาหรอกนะ เห็นมาใหม่ ไม่อยากคว่ำให้หมอบตรงนี้ กลัวเอ็งจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เฮ้ย...ไป พวกเรา” แล้วสุ่นกับเด็กในคณะก็เดินกร่างออกไป

“มันให้เจ้าชายก้มหัว” แทนพูดอย่างเจ็บใจ ธาวิน บอกว่า

“อดทนผู้พัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องอยู่ในคณะสิงโตให้ได้”

ooooooo

อาหยางถามเหมยว่าคนงานใหม่มาจากไหนท่าทางไม่เหมือนพวกสุ่นเลย เหมยว่าคงมาจากต่างจังหวัดตนก็ไม่ได้ถามแต่ก็สังเกตเขาอยู่เหมือนกัน

“เขามาฝึกเชิดสิงโต ท่าทางเก่งนะ แต่จะทนความโหดได้กี่วันไม่รู้” หมิงบอกอาหยางพยักหน้า แล้วถามเหมยว่าวันนี้ไม่ร้องเพลงหรือ หมิงจึงเพิ่งนึกได้ว่าพี่เอกเอื้อไลน์มาบอกว่าให้เข้าบริษัท อาหยางบอกว่างั้นก็รีบไปเลย

ที่ห้องทำงานของเสี่ยอ๊อด เสี่ยบ่นเอกเอื้อว่าแค่เมญ่ามีรูปคู่กับลีโอเท่านั้นทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ นักหนา

“เพราะจุดขายของเมญ่ามันเป็นลักษณะไอดอลไงล่ะเสี่ย ต้องขายทั้งความสามารถ หน้าตา ภาพลักษณ์ แล้วพอมาแนวนี้ เรื่องมีแฟนมันก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะแฟนคลับเขาจะคาดหวังความเหมาะสม ดีงามไปด้วย”

“ไร้สาระ นี่มันยุคไหนแล้ว ศิลปินมันก็คนนะ จะมีผัวมีเมียมันก็เป็นเรื่องธรรมดา”

“เฮียฮ้า... สาเหตุที่เมญ่าดังเป็นพลุแตก ทำเงินให้เสี่ยอย่างมหาศาลภายในปีเดียวนี่ก็เพราะเมญ่ามีภาพที่ต่างจากคนอื่นนะ ตอนนี้ค่ายอื่นเขาก็พยายามเฟ้นหาศิลปินแนวนี้กันทั้งนั้น อีกไม่นานหรอก ดาราที่ขยันสร้างข่าวฉาวจะไม่มีที่ยืน เสี่ยรอดูได้เลย”

เสี่ยอ๊อดทำหน้าไม่อยากเถียง เปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วลีโอหลานตนไปถึงไหนแล้ว อย่าให้เงียบเหมือนเพลงชุดแรกนะ ย้ำว่าทำยังไงก็ได้ให้ลีโอหลานตนดัง มีกระแส เอกเอื้อถามว่ากระแสแบบไหน นักร้องคาสโนว่าหรือว่าศิลปินติดปาร์ตี้ เสี่ยตัดบทว่า

“มันหน้าที่ของฝ่ายดูแลศิลปินอย่างเธอนะเอกเอื้อ ถ้าฉันคิดเองได้ ฉันจะจ้างเธอมาทำไม คิดสิ กระแสอะไรที่จะทำเงินให้บริษัทฉัน คิดออกไหม”

“คิดได้ปุ๊บปั๊บ ปังเลยค่ะ” เอกเอื้อประชดแล้วเดินก้นบิดออกไป เสี่ยอ๊อดมองตามอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ไข่มุกเจ็บใจที่เล่นงานเมญ่ากับเอกเอื้อไม่ได้ บอกเจ๊ตุ๋มเจ้าของสถานี โอ้ว ว๊าว ว่า

“ถ้าเรากระชากหน้ากากเมญ่าได้นี่จะเป็นข่าวใหญ่ ข่าวเด็ดที่ทำให้สถานี โอ้ว ว๊าว ล้วง แคะ แกะเกาของเรายกระดับเป็นสถานีเบอร์หนึ่งชั่วข้ามคืนเลยนะ”

เจ๊ตุ๋มถามว่าที่หนึ่งเลยใช่ไหม ไข่มุกรับรองว่าล้านเปอร์เซ็นต์ ตนเห็นมาเยอะแล้ว พวกแอ๊บๆ ทำใสซื่อรับรางวัล เบื้องหลังกลิ่นคาว น้ำเน่าน่าอาย เราต้องกระชากหน้ากากศิลปินพวกนี้ออกมาแฉ

“ก็จริงนะ เรื่องแฉนี่มันงานของเรา สื่ออย่างเราจะปล่อยให้วัยรุ่นหลงเชื่อศิลปินพวกนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้เรตติ้งสถานีเรามันก็ยังต่ำมากกกกก”

“ให้ไข่มุกตามเรื่องฉีกหน้ากากเมญ่านะคะ”

“โอเค จัดมาให้หนัก ให้แรง เอาให้กระฉ่อน ถ้าข่าวนี้ฮอตจริงเจ๊จะยกรายการให้เธอทำเลย”

“โอ้ว ว๊าว นี่แหละค่ะ ความฝันของไข่มุก พิธีกรรายการบันเทิงเบอร์หนึ่ง”

“เจ๊ตุ๋มต้องที่หนึ่งเท่านั้น โอ้ว ว๊าววววว” เจ๊ตุ๋มทำท่าโอเว่อร์จนไข่มุกแอบเบะปาก

ooooooo

เกรียงเพชรแห่งค่ายเพลงเคพีมิวสิค หัวเสียอย่างหนักเมื่อ คริส อัคนี ร็อกเกอร์ดังของค่ายมีข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละเดือน ข่าวกระทืบขาโจ๋คาผับบ้าง เมาซิ่งแหกด่านบ้าง คลิปหลุดบ้าง

เมื่อเกรียงเพชรเรียกไปเตือนก็เถียงว่า มันเป็นวิถีชาวร็อก ถูกเกรียงเพชรด่าว่า

“วิถีชาวนรกน่ะสิ กระแสแฟนคลับที่เขารับไม่ได้มีมากขึ้นทุกวัน สื่อทีวี วิทยุเขาก็เริ่มแบนเราหลายรายแล้ว งานโชว์ตัวถูกแคนเซิล เสียหายเท่าไหร่รู้บ้างหรือเปล่า”

เกรียงเพชรบอกว่าตนจะจัดแถลงข่าวและให้คริสขอโทษแฟนๆ ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีแล้วขอโอกาสกลับตัว

“ผมไม่ทำเด็ดขาด แบบนั้นมันไม่ใช่ทางของผม”

“งั้นต่อไปนี้คริสก็เดินตามทางของตัวเองให้เต็มที่ไปเลย ไปทำเพลงอย่างที่อยากทำ อยากโปรโมตตัวเองให้มันฮาร์ดคอร์ขนาดไหนก็ตามสะดวก”

คริสยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่หารู้ไม่ว่า เกรียงเพชรสั่งลันตาเลขาทันทีว่า

“พรุ่งนี้จัดแถลงข่าว เคพียกเลิกสัญญาคริส อัคนี แล้วประกาศออดิชั่นหาศิลปินใหม่”

ลันตาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางตรงหน้าคริส พึมพำกับตัวเองว่า “กะอยู่แล้วพกไว้ต้องได้ใช้งาน” แล้วหยิบรูปวงร็อกในอดีตออกมาให้ดู มือกีต้าร์คือ เกรียงเพชร ท่าทางหน้าตาทรงผมเป็นแบบร็อกสุดๆ ลันตาบอกว่า

“คนพันธุ์ร็อกที่มองแต่เรื่องของตัวเอง ไม่แคร์โลก ไม่แคร์สังคมน่ะไม่ต่างอะไรกับไส้ติ่งอักเสบที่รอวันแตก... เคพีกีต้าร์เพลิง แห่งตำนานร็อกหูดับกล่าวไว้”

คริสเพ่งมองภาพนั้นจำได้อุทานว่าป๋าเกรียง ลันตาบอกว่า “ถูก...เคพี เท่ากับเกรียงเพชร โหดสลัดไหมล่ะชาวร็อก”

ลันตาดึงรูปกลับมาแล้วเดินออกไป เหลือคริส อัคนี นั่งอึ้งงงอยู่เพียงลำพัง

ooooooo

ส่วนค่ายเพลงของเฮียอ๊อดที่มีเอกเอื้อเป็นกำลังสำคัญ เอกเอื้ออบรมบ่มสอนเมญ่าอย่างเข้มงวดให้รักษาความดี ความขยันขันแข็งไว้ให้นานที่สุดอย่าให้เหมือนลีโอ ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขยันหาชื่อเสีย ไม่ใช่ชื่อเสียง

เมญ่ามีงานแน่นจนเอกเอื้อต้องปฏิเสธบางงาน วันนี้เอกเอื้อก็ปฏิเสธงานฟิตติ้งโฆษณาเพราะเมญ่า

ทำไม่ทัน ลีโอถามว่าแล้วตนล่ะทำไมเอกเอื้อไม่หางานโฆษณางานอีเวนต์ให้ตนบ้าง

“ว้าย...ผลงานเด่นไม่มี ความดังไม่ปรากฏ จะให้เอเจนซี่ เจ้าของงานที่ไหนเขามองเห็นหัวล่ะคะ น้องลีโอ” เมญ่ามองลีโออย่างสงสาร เอกเอื้อตัดบทว่า “เอาเป็นว่าซิงเกิลล่าสุด พี่ขอให้ปล่อยแล้วมีคนยอมดาวน์โหลดถึง ห้าพันก่อนนะคะ...ไปเมญ่า วันนี้มีคิวสัมภาษณ์หนังสือ”

ลีโอโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง ฟาดผ้าขนหนูกับเสาแล้วโยนทิ้งอย่างเจ็บใจ เมญ่ารำพึงกับหมิงว่าสงสารพี่ลีโอ หมิงถามว่าจะสงสารทำไมทำตัวเองแท้ๆ เมญ่าบอกลีโอร้องเพลงดี เต้นก็เก่ง

“พรสวรรค์น่ะใช่ แต่พรแสวงไม่มี เป็นศิลปินมันต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา หยุดนิ่งไม่ได้ พอดังแล้วก็ต้องรู้จักรักษาชื่อเสียง รักษาความดี เหมือนหนูน่ะเมญ่า”

เมญ่าบอกว่าตนโชคดีที่มีเอกเอื้อสั่งสอน เอกเอื้อก็ปลื้มที่ได้ปั้นเด็กกตัญญูอย่างเธอ

ooooooo

ในครัวคณะสิงโต ป้าเค็งทำข้าวต้มกระดูกหมูของโปรดของเหมย จำปาถามว่าเมญ่าน่ะหรือชื่อเหมย สุ่นสอดเข้ามาว่า จำปามาอยู่ที่นี่ไม่รู้จักลูกสาวเจ้าของคณะ สงสัยจะอยู่ได้ไม่นาน จำปาด่าว่าตนไม่ใช่พวกสอดรู้สอดเห็น

สุ่นหาเรื่องจำปา มีเด็กในคณะเชียร์เหยงๆ แทนขยับทันที ธาวินขอร้องให้แทนนั่งลง แทนจึงจำต้องนั่งลง

แทนติงว่าเจ้าชายไม่ต้องอดทนขนาดนี้ก็ได้ คณะสิงโตไม่เหมาะกับเจ้าชาย ธาวินพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เราจะอยู่ที่นี่ ผู้พัน เราต้องได้เชิดสิงโตต่อหน้าผู้นำเวียงพะเนิน”

เพราะเหมยไม่มีงานเช้าจึงกลับมานอนบ้าน เฮียโชคบ่นเสียดายที่แม่เหมยไม่อยู่แล้ว ถ้าแม่ยังอยู่ แม่คงดีใจที่เหมยเป็นนักร้อง แม่เขาชอบร้องเพลง แต่ก่อนป๊าต้องหัดร้องเพลงจีนกับแม่ แล้วเฮียโชคก็ฮัมเพลงจีนให้เหมยฟัง

ที่โรงเก็บหัวสิงโต ธาวินกำลังเล่นพิณ โดนมีแทนยืนเฝ้าที่ประตู ทำนองเพลงเดียวกับที่เคยเล่นที่เวียงพะเนินแต่เล่นที่เวียงพะเนินนั้นฟังสนุก ร่าเริง แต่เมื่อมาเล่นที่นี่ ฟังดูเศร้าสร้อย

เหมยได้ยินเสียงพิณ ถามป๊าว่าบ้านไหนเล่นดนตรีเพราะจัง

“ไม่นึกเลยว่าเราจะต้องมาเล่นเพลงเวียงพะเนินท่ามกลางหัวสิงโต” ธาวินกอดพิณรำพึงเศร้า

ooooooo

ด้วยความเห่อลูกสาว เฮียโชคให้คณะสิงโตวอร์มอัพด้วยการเต้นเพลงของเหมย ที่มีจังหวะ สนุกสนานคึกคัก โดยให้เหมยยืนข้างหน้าเต้นนำ

สุ่นเต้นยึกยือไม่ถูกจังหวะ แทนเต้นแข็ง ส่วนธาวินเต้นได้ตามจังหวะแข็งแรง คล่องแคล่ว สายตามองที่เหมยตลอดเวลา จำปาอยู่ในห้องครัวได้ยินเสียงเพลงสนุก ก็วิ่งออกมาเต้นด้วย

หลังการเต้นวอร์มอัพ แทนชมว่าลูกสาวเฮียโชคหน้าตาน่ารักไม่เห็นเหมือนพ่อ ธาวินที่มองเหมยยิ้มค้างอยู่รีบหุบยิ้มเก๊กหน้านิ่ง ส่วนจำปาพูดอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่วิน เมญ่า เมญ่าจริงๆ เมญ่า หมวยยุคใหม่” เหมยได้ยินหันมายิ้มกับจำปา

จากนั้นเฮียโชคใช้ธาวินให้ไปซื้อกระเพาะปลากับเป็ดย่าง บอกว่าวันนี้จะบำรุงลูกสาว จำปาได้ยินจะไปด้วย เฮียโชคไม่ให้ไปบอกว่าของนิดเดียว ไปคนเดียวก็พอ ใช้ให้จำปาไปทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าแทน

จำปาขัดใจที่ไม่ได้ไปกับธาวินเดินปึงปังกลับไปที่ครัว พูดพาลๆว่าเมญ่าตัวจริงไม่เห็นน่ารักสักเท่าไรเลย ป้าเค็งบอกว่าหนูเหมยน่ารักจะตายใครเห็นใครก็รัก

“ฉันคนนึงไม่รัก พี่วินก็ไม่รัก พี่วินเขาไม่ชอบผู้หญิงสไตล์นี้” ป้าเค็งว่าจำปาท่าจะบ้าหวงพี่ชายไม่เข้าเรื่อง จำปาหน้างอเดินไปทำอย่างอื่น ยังพูดอย่างไม่พอใจว่า “ฉันไม่ให้พี่วินรักใคร นอกจากฉัน”

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อธาวินไปซื้อกระเพาะปลากับเป็ดย่างเดินมาที่จอดรถภัตตาคาร ระมิงค์เมืองมาจอดรถกำลังปิดประตู ก็ถูกวัยรุ่นวายร้ายชิงกระเป๋าถือ ธาวินเห็นพอดีเขาเอาถุงกระเพาะปลาร้อนๆ ฟาดใส่หน้าจนมันต้องปล่อยกระเป๋า ธาวินกระโดดถีบซ้ำ มันเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีไป

ระมิงค์เมืองหยิบกระเป๋าถือเงยหน้ามองธาวินก็ถึงกับตกใจแต่เก็บอาการอย่างเร็ว ถามว่าจะตอบแทนเขาได้อย่างไร ธาวินบอกไม่ต้อง ก็จะขอขับรถไปส่ง

“ไม่เป็นไรครับผมอยู่ใกล้ๆนี่เอง คุณระวังตัวด้วยนะครับเผื่อมันย้อนกลับมา”

ธาวินเดินเร็วๆแยกไป ระมิงค์เมืองมองอย่างตกใจ กลับไปเล่าให้บูรพาเมืองฟัง พี่ชายถามว่า

“จะเป็นไปได้ยังไง เจ้าชายธาวินดรนจะอยู่คณะสิงโต”

ooooooo

แทนบอกธาวินว่าวันหลังไม่ต้องออกไปซื้อของข้างนอกตนไปเองดีกว่า แต่ธาวินเห็นว่าไปไม่ไกลและที่สำคัญไม่อยากให้ใครสงสัยด้วย

กลับมาแล้ว ธาวินถูกเฮียโชคใช้ให้ขัดรองเท้า แทนจะทำเอง เฮียโชคถามว่าใช้น้องชายเขาทำงานทีไรทำไมต้องขวางทุกที ธาวินจึงรีบไปทำ แทนพูดอย่างเจ็บปวดว่า อย่าให้หัตถ์ของเจ้าชายต้องแปดเปื้อน

ของต่ำแบบนี้ ธาวินเตือนว่า อย่าลืมว่าตอนนี้ ที่นี่ เราไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าชาย แทนติงว่า

“ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน เจ้าชายก็คือเจ้าชาย คือศักดิ์ศรี คือเกียรติยศแห่งเวียงพะเนิน เราลืมความจริงข้อนี้ไม่ได้”

ธาวินมองแทน นึกถึงอดีต ในวันที่ธาวินคือเจ้าชายธาวินดรน และทยุตเป็นผู้รวมรองเท้าเงาวับให้ในวันเข้าพิธีสถาปนา เจ้าชายธาวินช่างงามสง่าเหลือเกิน...

ในวันนั้น นายพลภูผา นายพลกามิน และนายพลอินทรี ยืนคุยกันอยู่ด้านหลัง นายพลภูผาเสนอว่าหลังพิธีสถาปนาเจ้าชายธาวินดรน เจ้าสัตยาเหนือหัวคงพิจารณาให้ต่างชาติมาลงทุนใหม่อีกครั้ง

นายพลกามินเห็นแย้ง นายพลภูผาเห็นว่าการหยุดนิ่งกับที่เท่ากับล้าหลัง นายพลกามินเห็นว่าควรค่อยเป็นค่อยไป ประชาชนของเราอาจจะยังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง หันถามนายพลอินทรีว่ามีความเห็นอย่างไร

“ผมเข้าข้างความถูกต้อง สิ่งไหนที่จะทำเพื่อแคว้นเวียงพะเนินของเรา ผมย่อมเห็นสิ่งนั้นสำคัญที่สุด”

งานนี้ระมิงค์เมืองและบูรพาสมิงยืนอยู่หลังห้องทั้งสองมีความเห็นว่าไม่ว่าพวกตนจะจากไปกี่ปี กลับมาเวียงพะเนินก็ยังเหมือนเดิม ไม่พัฒนา ดาราเลิศที่ยืนอยู่ด้วยพูดว่า

“นี่คือเหตุผลที่นายพลภูผาส่งลูกชายลูกสาวไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ ไม่ต้องให้คนที่นี่จำเธอสองคนได้”

ระมิงค์เมืองติงว่าน่าจะเป็นความคิดของแม่เลี้ยงอย่างคุณมากกว่า

“ถ้าจะแยกเธอให้ห่างจากพ่อ ฉันคงไม่เห็นด้วยที่จะให้พวกเธอกลับมาตอนนี้ จำหน้าเจ้าชายธาวินดรนองค์รัชทายาทไว้ให้ดี ถ้าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ก็จงเลือกเป็นศัตรู”

ดาราเลิศยิ้มร้าย บูรพาสมิงและระมิงค์เมืองยิ้มอย่างพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อพ่อ

ooooooo

ธาวินขัดรองเท้าไม่เป็น ทำยาขัดรองเท้าเปื้อน จมูกตัวเอง เหมยมาเห็นจึงส่งผ้าขนหนูของตนให้เช็ด ธาวินซึ้ง ชมว่าขนาดเธอเป็นถึงนักร้องดังเธอยังเฟรนด์ลี่ดี เหมยพูดสบายๆว่า

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 2 วันที่ 26 ธ.ค. 58

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ