อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[2] วันที่ 29 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[2] วันที่ 29 ธ.ค. 58

“เรื่องอนาคต มันไม่จำเป็นอีกแล้ว! เดี๋ยวยัยนาก็จะบินไปเรียนต่อที่เมืองนอก ไม่มีศัตรูของใครมาทำร้ายได้อีก”
“คุณตา คุณสิงห์พยายามปกป้องนาแล้ว แต่..นาประมาทเอง”
“แกเดือดร้อนขนาดนี้ ยังจะเข้าข้างมันอีกงั้นเหรอ !!”
ขนิษฐาอดไม่ได้ “ขอฉันพูดอะไรหน่อยเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าท่านห่วงหลาน แต่ท่านก็น่าจะเห็น..ว่าทุกคนที่นี่ ต่างก็รักและห่วงหนูนาเหมือนกัน พี่สิงห์น่ะ เสี่ยงเข้าไปช่วยทั้งๆที่รู้ว่านายอดิสรวางหมากให้ตัวเองไปตายนะคะ”

วรรณอึ้งไป
“คุณตา อย่าโกรธคุณสิงห์กับพ่อเลยนะคะ นาก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว อีกอย่างที่คุณสิงห์กับพ่อขัดแย้งกับพวกนั้นเพราะว่าเค้าต้องการจะปกป้องป่า พวกเค้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ว่านา..จะไม่กลัวนะคะ แต่..นาไม่เสียใจเลย นาภูมิใจในสิ่งที่พ่อและคุณสิงห์ทำ”
สีหนาทมองหนูนาอย่างขอบคุณในความเข้าใจ “หนูนา..”


หนูนาและสีหนาทสบตากัน เป็นสายแห่งความเข้าใจกันอันลึกซึ้ง
“คุณตารักและเป็นห่วงนา นาทราบค่ะ และดีใจมากๆ แต่นาอยากจะขอให้คนที่นารักเข้าใจกัน นาดีกับพ่อได้ก็เพราะคุณตาให้โอกาส คุณตา..ช่วยนาอีกครั้งนะคะ นะคะคุณตา”
วรรณมองหลานใจอ่อน ในที่สุดก็แพ้ กอดหนูนา “ยัยนา...” วรรณดูสงบและอ่อนลงด้วยความอ่อนหวานของหนูนาในที่สุด
รัศมีซึ่งเห็นว่าวรรณไม่ปรายตามาแม้สักนิด หลบตาต่ำ คลื่นความน้อยเนื้อต่ำใจซัดเข้ามาในใจ!

สีหนาทและรามเดินนำวรรณมาตามทางเดิน “ผมให้คนจัดห้องด้านในไว้ให้ท่านแล้ว จะสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด”
วรรณนิ่งๆไป เหมือนมีอะไรจะพูด ก่อนจะบอก “ฉันต้องขอโทษด้วย ที่เมื่อครู่นี้ใส่อารมณ์กับพวกเธอมากไป”
“ไม่เป็นไรหรอกครับท่าน ทำให้ผมดีใจด้วยซ้ำไป ว่าท่าน..รักยัยหนูมากจริงๆ” รามบอก วรรณอึ้งไป เมื่อได้ฟังรามพูดอย่างนั้น รามเห็นแววตาของวรรณที่อ่อนลง ทำให้พูดออกมา “จริงๆแล้ว ผม..มีเรื่องอยากจะขอโทษท่าน..อยู่ “ อึกอักไปนิดหนึง “เรื่อง..รัศมี” วรรณชะงัก ตัวเกร็งขึ้นมา “จริงๆแล้วท่านรู้จักรัศมีดีกว่าผมมาก แต่ตอนนั้น..ผมเองที่ไม่รู้อะไรเลย!! ผม..ผมเสียใจที่ทำให้ท่านต้องมาเป็นทุกข์เพราะความโง่เขลาของผม” วรรณฟังคำของรามมันบาดลึกลงไปในแผลเก่าๆ แต่ก็เป็นคำที่ไม่คิดเลยว่าจะได้ฟัง “ผมติดค้างท่านมาก แล้วพอยัยหนูนาบอกว่าท่านเป็นคนอนุญาตให้แกมาหาผม ผมคิดว่าจะต้องขอโทษท่านให้ได้!” เขายกมือไหว้วรรณ วรรณนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกไปอึดใจ
รามมองท่าทีวรรณที่ดูอึดอัดบอก “ถึงท่านจะไม่ยอมรับคำขอโทษ ผมก็ไม่โทษท่านหรอกครับ เพราะผม เป็นคนทำให้อนาคตของรัศมีต้องสะดุดลงแบบนี้” วรรณยังอึดนิ่งอยู่ ทุกๆคำของรามบาดลึกในหัวอกพ่อที่เจ็บใจมานาน“ผม ได้แต่บอกตัวเองว่า จะไม่ทำพลาดอีก ถึงแม้ว่ายัยหนูแกจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผม แต่ผมก็จะระลึกเอาไว้ ว่าคนที่มีพระคุณต่อลูกมากที่สุดคือท่าน..ที่กรุณารักและเอ็นดูแก ไม่ผิดกับลูกหลานคนอื่นๆ” วรรณพยายามที่จะไม่มองราม เพราะแววตาที่เริ่มจะยอมแพ้ลงไปทุกที “ที่ผมพูดกับท่าน ผมไม่ได้หวังประจบเอาอะไร เพราะท่านได้ให้ยัยหนูมากพออยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้ท่านทราบ..ว่านอกเหนือจากได้เจอยัยหนูแล้ว ผมไม่ต้องการอะไรอื่นอีก เพราะฉะนั้น ท่าน ยังคงเป็นผู้ปกครองของยัยหนู”
รามพูดแล้วจะหันหลังก้าวไป อย่างไม่คาดคิด เสียงทรงอำนาจเปล่งออกมาอย่างเบาลง ทว่ายังฟัดชัด “ขอบใจ...”
รามเหลียวกลับมา ไม่อยากที่จะเชื่อหูตัวเอง วรรณยอมมองหน้ารามตรงๆ “ไม่นึก ว่าคนที่ฉันเคยโกรธเคยโทษเค้ามาเป็นสิบๆปี กลับเข้าใจหัวอกฉัน รู้ว่าฉันคิดยังไง!!” วรรณมองราม ในขณะนี้ได้เห็นในสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆกันในแววตาของชายอีกคน
“คงจะเป็นเพราะ..ว่าเรา ต่างก็เป็นพ่อคนเหมือนกันน่ะครับท่าน”
วรรณนิ่งไปอีกอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าเบา ดวงหน้าที่เคร่งขรึมใส่รามมาตลอด ค่อยคลายออก เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปาก รามเองเมื่อได้เห็นสีหน้าที่คลายลงของวรรณก็เริ่มยิ้มบางๆออกมาเช่นกัน
สีหนาทพลอยปลื้มใจไปกับรามไปด้วย ที่ได้ขอขมาต่อวรรณในสิ่งที่เคยติดค้าง “ท่านคงอยากพักผ่อนแล้ว ถ้าต้องการอะไรก็บอกเด็กได้เลยนะครับ”
สีหนาทและรามกำลังจะออกไปแต่ก็ถูกเรียกไว้จนต้องหันกลับ
“คุณสีหนาท ขอบใจนะ ที่ช่วยยัยนา... กับแม่เค้าเอาไว้”
สีหนาทไม่นึกว่าในที่สุดวรรณจะพูด ตอนรับด้วยรอยยิ้มนิ่งๆ “ครับ ด้วยความยินดี” สีหนาทรับคำอย่างสุภาพ ใจชื้นขึ้นที่วรรณดูจะเริ่มยอมรับไมตรีของเขา
“ท่านอธิบดีอนุมัติคำสั่งจับพ่อเลี้ยงศักดามาแล้ว?” จ่าร้องขึ้นอย่างแปลกใจ แล้วก็ถามต่อทันที “แต่สารวัตรครับ เราเพิ่งได้ตัวลูกน้องพวกนั้นมา ยังไม่ทันได้สอบสวน”
กชคิด แน่ใจ “ผมคิดว่าคงจะมีสายตรง ที่ช่วยเร่งเรื่องนี้ให้เรา”

วรรณบอกทางโทรศัพท์ “ถ้าทราบข่าวว่าพ่อเลี้ยงถูกตำรวจควบคุมตัวได้แล้ว รีบแจ้งผมด้วย ผมจะโทรไปขอบคุณท่านอธิบดีด้วยตัวเอง ที่ท่านช่วยให้อะไรๆมันจบเร็วขึ้น! ใช่ ผมต้องแน่ใจว่าจะไม่มีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นกับหลานผมได้อีก! ขอบคุณมากที่เป็นธุระให้” วรรณคุยกับผู้ช่วยเสร็จก็วางสายลง ท่าทางโล่งใจเป็นอย่างมาก

เพล้ง!! แก้วถูกปาแตกเละบนพื้น “ไอ้สร ไอ้หมาโง่!! ทำไมมึงถึงได้โง่แบบนี้!!!” ศักดาใบหน้าบูดเบี้ยว แดงก่ำทั้งโกรธและเสียใจมากที่สุด ปัดของบนโต๊ะตกกระจาย
รูปอดิสรตกลงมา จนกระจกแตก ศักดาเหลือบเห็น หยิบขึ้นมาดู แววตารวดร้าว…
รูปภาพอดิสรตอนไปล่าสัตว์ในป่าด้วยกัน ดูแข็งแรงและยิ้มอย่างทระนง
“ไอ้สร... ไอ้สิงห์ ไอ้ราม พวงมึงไม่มีสิทธิ์มาฆ่าลูกกู!!! มึงไม่มีสิทธิ์!!!”
ขณะที่โกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น ลูกน้องมาเคาะประตู และเปิดเข้ามาบอกด้วยสีหน้าร้อนรน “นายครับ พวกไอ้คงมันร่วมมือกับตำรวจแฉเรา นี่ตำรวจกำลังมาแล้วครับ” ศักดาอึ้งไป

กชนำทีมซึ่งมีจ่า และเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาด้านในอย่างว่องไว เมื่อถึงหน้าห้องของศักดา จ่าเคาะประตูห้องทันที
“คุณศักดา! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมมอบตัวซะแต่โดยดี”
ก๊อกๆๆๆ จ่าเคาะอีกครั้ง แต่มีแต่ความเงียบ ทันใดกชเฉลียวใจ จับลูกบิด ไม่ได้ล็อค! ก็เปิดประตูออกเลย มือนึงก็ถือปืนพร้อมอย่างระวัง ในห้องว่างเปล่า ... กชและทีมชะงัก!!

ศักดากำลังวิ่งมาที่รถ ... ตำรวจที่ได้รับวอจากกช เข้ามาดัก “หยุด!!! อย่าหนีการจับกุม”
ศักดาไม่สน หลบหลังการ์ดจะหนี การ์ดหันมาจะยิงสู้ ... เปรี้ยง กชที่ตามมาถึงยิงสกัด การ์ดล้ม ตำรวจอีกหลายนายเอาปืนขึ้นมา การ์ดที่เหลือเลิ่กลั่ก
“สู้มันสิโว้ย”
การ์ดมองหน้ากัน แล้ววางอาวุธ ศักดาอึ้ง กชเดินเข้ามา “คุณถูกจับแล้ว ข้อหาหลบหนีการจับกุม และมีส่วนในการลักลอบตัดไม้ !” ฉับ! กุญแจมือใส่ลงที่ข้อมือของศักดา
ศักดาได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ก่อนจะระเบิดอารมณ์ใส่ลูกน้อง “ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุก!! ไม่ได้เรื่อง!!!” ศักดาโวยวายทุบรถ ก่อนจะทรุดร่างลงอย่างอดสู สองมือถูกคล้องไว้ด้วยกุญแจมือ

กาสมุนไพรในถาดพร้อมถ้วยแก้วเนื้อหนาถูกยกมาวางให้ ไข่บอกอย่างห่วงใยหนูนา “ยาสูตรนี้ช่วยลดอาการอักเสบฟกช้ำ ดื่มตอนร้อนๆนะเจ้า”
“ขอบคุณค่ะป้าไข่ ถ้างั้น” เธอนึกถึงรัศมี “แม่”
“ป้าให้นังบุญตายกไปให้แล้ว ถ้าดื่มแล้วฝาดคอ ก็เติมน้ำตาลช่วยเอานะเจ้า” ไข่บุ้ยไปทางโถน้ำตาล ที่วางอยู่ห่างออกไปและมีแก้วเครื่องดื่มเปล่าคว่ำเผื่อไว้ด้วย
“นาจะดื่มให้หมดค่ะ”
ไข่ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะเก็บถาดเดินออกไป หนูนายิ้มในความห่วงใยของไข่ รินสมุนไพรใส่แก้ว เป่าและลองจิบ หน้าแหยนิดๆ คิด มองไปที่โถใส่น้ำตาล จะหยิบ แต่ก็มีใครบางคนมาหยิบให้เสียก่อน หนูนาชะงักไป เป็นสีหนาทนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังคว้าแก้วของเธอมา เติมน้ำตาลและยังคนให้อย่างดี
“อย่างเธอคงต้องเติมสักสามช้อน ยาสูตรนี้ดื่มยาก”
“ขอบคุณค่ะ” หนูนายื่นมือไปจะรับยาคืน แต่สีหนาทกลับก้มลงเป่ายาร้อนๆนั้นให้อย่างเอาใจใส่ ก่อนส่งให้ใกล้ริมฝีปาก หนูนาอึกอัก เห็นแววตาสีหนาทมองมาเหมือนอยากจะดูแล... หนูนายอมตามใจให้เขาป้อน...รู้สึกรสชาติไม่คุ้นลิ้น หน้าเหยเก แต่มองสีหนาทที่ตั้งใจป้อนก็ยอม กลั้นใจดื่มต่อจนหมด
“ยาเนี่ยได้ผลชะงัดมาก แม่ไข่เค้าต้มให้ฉันบ่อยๆ”
หนูนานึกได้ “ถ้างั้นคุณก็น่าจะดื่มด้วยนะคะ” จะเอื้อมหยิบแก้วเปล่าให้
สีหนาทกลับจับมือนั้นเอาไว้ “เดี๋ยวก่อนก็ได้ ฉันน่ะมันหนังหนาซะแล้ว” เขาจับอีกมือมากุมไว้ซะด้วยกัน “รู้มั๊ย ว่าตั้งแต่เจอเรื่องเสี่ยงๆมานับครั้งไม่ถ้วน! ไม่เคยมีครั้งไหน ฉันใจหายใจคว่ำเท่านี้” สีหนาทละมือหนึ่งมาลูบแก้มคนตัวเล็ก “โชคดี ที่ได้เห็นหน้ากันอีก”
“ฉันเพิ่งรู้ค่ะ..ว่าอะไรที่น่ากลัวที่สุด ตอนที่พวกนั้นมันเอาปืนมาจี้ ฉันกลัวแทบตาย แต่ความตาย ไม่น่ากลัวเท่ากับ.. กลัวจะไม่ได้เจอคนที่เรารักอีก! มันทรมานจริงๆ”
สีหนาทฟังแล้วใจจะหาย กอดกระชับร่างหนูนาไว้ แน่นหนัก โธ่เอ๊ยหนูนา...ใจบีบคั้นเหลือเกิน “หนูนา” เสียงสั่นและขาดห้วง “ฉัน..จะทำอะไรให้เธอได้บ้าง?”
หนูนาสัมผัสได้ถึงความอ่อนไหวลึกๆ ที่สีหนาทไม่ค่อยแสดงออกให้เห็นบ่อยนัก ก็นิ่งสงบลง หนูนาคิด และบอก “ปล่อยมือฉันก่อนสิคะ แล้วฉันจะบอก” สีหนาทมองอย่างแปลกใจ แต่เห็นสายตาหนักแน่นของหนูนา ก็ยอมทำตาม หนูนาเอื้อมมือทั้งสองลูบไปบนเรือนผมเหนือขมับของสีหนาทเบาๆ พลางบอก “ขวัญเอ๊ย ขวัญมา...ขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัว..” เห็นสายตาคาดไม่ถึงของสีหนาทก็อธิบาย “ตอนเด็กๆ เวลาที่ฉันตกใจ พ่อ จะปลอบฉันแบบนี้..” หนูนาเห็นสายตาสีหนาทที่มองจ้อง.. บอกอย่างอ่อนโยน “คุณอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วยฉันกลับมาแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้วค่ะ” เธอแตะไหล่และต้นคอเขาไว้อย่างปลอบๆ มองตาย้ำ “ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนะคะ ไม่เป็นอะไรแล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วง..นะคะ”
สีหนาทเข้าใจดีในสิ่งที่หนูนาอยากจะบอก เข้าไปกอดร่างเล็กไว้อย่างแสนรักอีกครั้ง สีหนาทพูดเสียงแผ่ว “ขอบใจนะหนูนา...ขอบใจ” สีหนาทกอดหนูตัวน้อยที่ได้หวนคืนมาสู่อ้อมอกของเขาอย่างซึ้งใจ...

หนูนาอาบน้ำแต่งตัวใหม่เรียบร้อย กำลังเก็บของใส่กระเป๋า แป้นแวะมาเยี่ยมมือก็ช่วยหยิบจับไปด้วย “แค้นก็แค้นมันนะ! แต่พอรู้ว่าไอ้เรือง มันตายโหงไปแบบนั้น จะด่ามันอีกก็..”
“อโหสิกรรมให้เค้าไปเถอะแป้น คบคนเลว สุดท้ายก็เจอพวกกันเองเล่นงาน คำด่าคำไหนมันก็ไม่แรงเท่าผลกรรมที่เค้าทำไว้หรอก”
แป้นพยักหน้า จับไหล่เพื่อนเขย่าอย่างปลอบๆ

พวงน้ำตานอง เอารูปคู่ที่ถ่ายอย่างสวีทกับเรืองซึ่งเซฟไว้ในมือถือมาดู ก้อนเดินออกมาเห็น“ยังจะไปร้องไห้ให้มันทำไม! มันเกือบทำเอาแกติดคุก! ดีนะคุณสิงห์เค้าเห็นแก่พ่อ ไม่ถือโทษแก แกยังจะโง่ไม่เลิกอีกเหรอห๊ะนังพวง!”
“ฉันรู้แล้วน่ะพ่อ! ฉันรู้! ว่าเค้าเลว เค้าทำเลวๆกับฉัน กับนาย กับไร่เรา! แต่..ยังไงมันก็แฟนฉันนะพ่อ ฮือ....ฉันจะร้องแค่วันนี้วันเดียว! แล้วพรุ่งนี้จะกรวดน้ำคว่ำขัน ขอไม่ต้องเจอะต้องเจอกันอีก!!”
“เอ็งคิดได้ก็ดีแล้วนังพวง” ก้อนบอก
“พ่อ....” พวงเกาะแขนพ่อเอาไว้ พ่อที่สุดท้ายก็เป็นคนเดียวที่รักกันจริง…

ขนิษฐาตรวจตราและจัดวางสำรับที่โต๊ะอาหารอย่างประณีต
บุญตาร้องห้าม “คุณน้องไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าป้าไข่รู้ว่าคุณน้องมาทำ ฟาดบุญตาแน่ๆ”
“ก็ไม่ต้องบอกสิ มื้อนี้เราเลี้ยงแขกคนสำคัญของพี่สิงห์ ต้องช่วยกันนะ..บุญตาไปยกที่เหลือออกมาเถอะจ้ะ” บุญตาพยักหน้าเดินออกไป
ขนิษฐาเลื่อนโถแกงจืดที่ร้อน มือแตะโดยไม่ทันระวัง! ผงะ!
รามที่ผ่านมาตรงนั้นพอดี รีบรี่เข้ามา “ระวังครับ!” เขาเข้ามาช่วย “จะวางตรงไหน เดี๋ยวผมขยับให้ดีกว่า”
ขนิษฐาชะงักไป มองราม..คาดไม่ถึงว่ารามจะเข้ามา ต้องทำเหมือนทุกอย่างปกติ “ตรงนั้นค่ะ” รามจัดการให้อย่างดี ขนิษฐาก้มหน้า “ขอบคุณนะคะ”
รามมองขนิษฐาที่ก้มๆหน้าไม่ค่อยสบตา อดถามไม่ได้ ด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย “แล้วนี่คุณน้อง..เป็นยังไงบ้างครับ บาดเจ็บที่ไหนบ้างรึเปล่าครับ ?”
ขนิษฐาเงยหน้าขึ้นมองราม พอเห็นสายตาที่เป็นห่วง ก็อึ้งด้วยความนึกไม่ถึง แล้วส่ายหน้าเบาๆ “น้องไม่เป็นไร..” เธอหลบๆตา “เจ็บที่กายมันไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ..” เธอคิด แล้วตัดสินใจพูด “น้ารามคะ ที่ผ่านมา..น้องขอโทษนะคะ ที่เอาแต่ความรู้สึกของตัวเอง” รามอึ้งไปเบาๆ ไม่นึกว่าขนิษฐาจะพูดออกมายามนี้ “พอน้ารามรับความรู้สึกของน้องไว้ไม่ได้ น้องก็ทำเย็นชาใส่” หญิงสาวนึกแล้วเสียใจ “ถ้าตอนนั้น..ต้องเป็นอะไรไป โดยที่เรายังไม่ได้ร่ำลากันดีๆ น้องคง..”
“คุณน้อง..ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ คุณน้องไม่..”
“น้องไม่ผิด!” ขนิษฐายิ้มอ่อนๆ “น้ารามก็พูดแบบนี้ทุกที น้องถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ไงคะ” รามมองขนิษฐาด้วยสายตาเปี่ยมความรู้สึกผิด “น้ารามพูดถูกแล้วค่ะ ว่าเรา... ควรจะลืม เรื่องในคืนนั้น น้อง..น้องจะลืมค่ะ ถ้ามันจะดีต่อทุกๆฝ่ายๆ” รามเห็นขนิษฐาต้องกล้ำกลืน ก็ยิ่งสะเทือนในใจ ขนิษฐาสายตาหวั่นไหว กลั้นใจบอก “น้าราม..เป็นน้า..ของน้อง เหมือนเมื่อก่อนนี้นะคะ”
รามพยักหน้าฝืนยิ้มให้.. แต่ เจ็บไม่น้อย ที่ไม่อาจจะตอบสนองดอกฟ้าที่อยู่ในใจเขาผู้นี้ได้เลย..

หนูนาถามรัศมี “ทำไมถึงไม่ไปร่วมโต๊ะด้วยกันล่ะคะ หรือว่าแม่ ยังไม่พอใจพ่ออยู่?”
“ฮึ! ฉันต่างหากที่โดนคนไม่พอใจ! แกไม่เห็นเหรอยัยนา ว่าตาของแกทำท่าทางเหมือนไม่เห็นหัวฉันสักนิด!”
หนูนาชะงักไป ไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้ “แต่คุณตาเป็นห่วงแม่นะคะ นายืนยันได้”
รัศมีสีหน้าไม่ยอมรับ “แกมันเข้าข้างตาแก เค้าทำเหมือนฉันเป็นตัวอะไรสักตัวที่น่าขยะแขยง เหมือนฉันไม่มีตัวตน ไม่มีค่าในสายตาของเค้า คนพวกนั้นก็เห็นกันหมด! ที่เค้าไม่ไว้หน้าฉัน!”
หนูนาหน้าจ๋อย กำลังจะบอกแทนตา แต่แล้วเสียงมีอำนาจดังขึ้น “ว่าแต่ฉัน แล้วตัวแกเองเคยไว้หน้าคนอื่นเค้าบ้างรึเปล่า?” หนูนาและรัศมีผงะ ปรากฏว่าวรรณเดินมาถึงที่หน้าห้อง “ที่ทำให้ฉันและทั้งวงศ์ตระกูลต้องอับอาย ไม่เห็นแกเคยสนใจใยดีอะไรเลย !” รัศมีเจ็บมาก แต่วรรณไม่ใส่ใจ หันมาบอกหนูนา “เห็นเด็กรับใช้บอกว่าหนูอยู่ที่นี่ ตาเลยมาหา ใครไม่อยากจะโผล่หน้าไปเจอผู้คนก็ช่าง! เราไปกันเถอะ”
รัศมีไม่ยอมแพ้ “แล้วหนูตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้งั้นเหรอคะ ไอ้ศักดามันเป็นคนเลว มันทำร้ายหนู แทนที่คุณพ่อจะเห็นใจ กลับมาซ้ำเติม!!”
“ก็แกมันไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย มองเห็นแต่ความผิดพลาดของคนอื่น กี่ครั้งกี่หนแล้ว ที่ต้องมาเจ็บช้ำซ้ำซากอยู่อย่างนี้!!”
รัศมีสะดุ้งเฮือก!เจ็บมาก “ว่าแต่หนูโทษคนอื่น แล้วคุณพ่อล่ะ คุณพ่อก็โทษแต่หนูเหมือนกัน” วรรณที่ก้าวขาจะไปแล้ว หันกลับมา รัศมีเจ็บแค้นจนต้องพูดออกมา “สิบห้าปี! ตั้งแต่วันที่หนูก้าวขาออกไปจากบ้าน ปากคุณพ่อบอกว่ายกโทษให้ แต่จริงๆแล้ว ไม่เคย! คุณพ่อยังชอบจะขุดเรื่องเก่าๆขึ้นมาประจานหนูตลอด คุณพ่อโทษๆแต่หนู เคยโทษตัวเองบ้างรึเปล่า ว่าทำไมหนูถึงได้เป็นแบบนี้”
“แม่คะ” หนูนาส่ายหน้าปรามแม่
รัศมีไม่หยุด “หนูเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อนั่นแหละ เพราะคุณพ่อกีดกันหนูตั้งแต่แรก จนหนูต้องหนีไป ชีวิตหนูถึงได้เป็นแบบทุกวันนี้!!”
หนูนาเสียใจที่รัศมีย้อนวรรณ วรรณอัดอกมากเช่นกัน จนต้องโพล่งออกมา “ใช่ มันเป็นเพราะฉันเอง! แต่ไม่ใช่เพราะฉันขัดใจแก แต่เพราะฉันตามใจแกมากเกินไปต่างหาก ใช้เงินเลี้ยงแกโดยไม่ได้สั่งสอนอบรมแกให้ดี ทั้งชีวิตของแก ก็เลยรู้จักแต่จะสนองกิเลสของตัวเอง ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย!”
“ทำไม หนูหาความสุขมันผิดตรงไหน คนไม่รู้จักหาความสุขก็คือคนโง่!! เกิดมาเสียชาติเกิด!!”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[2] วันที่ 29 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ