อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ศิรินธารจะเดินเข้าไป หาญกล้าดึงแขนไว้ ศิรินธารมองหาญกล้าว่าไม่เป็นไร แล้วเดินเข้าไปใกล้ลำไพร อยากจะจบเรื่องจริง ๆ “ลำไพร...ฉันเต็มใจช่วยเธอจริงๆ นะ”
จังหวะที่นรุตม์เดินออกมาจากโรงแรม ทันใดนั้น ลำไพรก็ดึงมีดออกมาจากกระเป๋าเงื้อจะแทงศิรินธาร หาญกล้าที่ระแวงอยู่แล้วกระชากศิรินธารมากอดไว้ หาญกล้าเอาตัวเข้ารับมีดจากลำไพรที่เหวี่ยงจะแทงสุดแรง มีดปักเข้าที่ด้านหลังหาญกล้า
“กล้า!” ศิรินธารตกใจสุดขีด

ลำไพรชักมีดออก แล้วแทงซ้ำด้วยอาการคลั่ง นรุตม์รีบพุ่งเข้าไปล็อกตัวลำไพรจากด้านหลัง ลำไพรดิ้นรน เสียงกรีดร้องของพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ ทำให้รปภ.ที่ตกตะลึงได้สติรีบเข้ามาช่วยจับตัวลำไพร


“ปล่อยกู กูไม่ยอมให้มึงมีความสุข อีลูกหยี กูไม่ยอม!” ลำไพรโวยวายอย่างบ้าคลั่ง
“รปภ.!” นรุตม์บิดข้อมือจนลำไพรเจ็บจนมีดหลุดจากมือ
รปภ.รีบเข้ามาล็อคตัวลำไพรแล้วลากออกไป ลำไพรกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ร่างหาญกล้าทรุดลงกับพื้น ศิรินธารล้มตามเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว ศิรินธารกระเสือกกระสนพยายามจะประคองหาญกล้าไว้กับอก เลือดจากหลังหาญกล้าเปียกชุ่มไปทั้งมือศิรินธาร
“ไปเอารถมาเดี๋ยวนี้!” นรุตม์เอ่ยสั่ง ชาติรีบวิ่งไป นรุตม์รีบเข้ามาดูหาญกล้า
“กล้าต้องไม่เป็นอะไรนะ เรียกรถพยาบาลที ใครก็ได้เอารถมาให้ฉัน ใครก็ได้! กล้า...กล้าอย่าเป็น อะไรนะ”หาญกล้าที่เสียเลือดมาก จับมือศิรินธารไว้ “กล้า...”
“ผมขอโทษ...ผมผิดสัญญากับคุณอีกแล้ว ทั้งที่บอกว่าจะดูแล...ผม...”
“กล้าต้องอยู่กับลูกหยีนะ ห้ามไปไหน อยู่กับลูกหยีนะกล้า...”
หาญกล้าหายใจลำบากขึ้นทุกที “ขอบคุณที่รักผม...ลูกหยี”
“ไม่นะ ลูกหยีไม่ยอมให้กล้าไป กล้าต้องอยู่ !”
“ลูกหยี...ผมรักคุณ.....ผมรัก...” หาญกล้าบอกรักศิรินธารจนสิ้นลมหายใจสุดท้าย
“กล้า....กล้า!!!” ศิรินธารกอดศพหาญกล้าร้องไห้ด้วยหัวใจที่แตกสลาย ศิรินธารเป็นลมฟุบไปกับศพของหาญกล้า
รถของโรงแรมวิ่งเข้ามา นรุตม์กับชาติชะงักในชั่วจังหวะที่จะอุ้มหาญกล้า แต่แล้วก็ตัดสินใจเข้ายกร่างหาญขึ้นรถ

ที่โรงพยาบาล ห้องพักคนไข้ลีลา วัลภากับดลฤดีนอนเฝ้าลีลาอยู่ เสียงมือถือดังขึ้น วัลภากับดลฤดีตื่น ขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์
วัลภารีบหยิบโทรศัพท์มากดรับ“สวัสดีค่ะ” ฟังแล้วก็ตกใจ “ไฟไหม้ที่ช็อป!” ดลฤดีได้ยินก็ตกใจมากเช่นกัน “ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” วัลภาวางสายแล้วรีบหยิบกระเป๋า “Castle ไฟไหม้ เจ๊จะไปดูที่ช็อป”
ลีลาลืมตาตื่น แต่ยังนิ่งไม่ได้หันตามเสียงของวัลภา
“ไปด้วยเจ๊!”ดลฤดีรีบบอก
“ดีดี้อยู่ดูลีที่นี่ เจ๊จัดการเอง” วัลภาเอ่ยจบรีบวิ่งออกไป
ดลฤดีรีบเปิดทีวีหาข่าวอย่างร้อนใจ “ทำไมไม่มีข่าวเลยนะ” ดลฤดีหันมาเห็นลีลาที่ลืมตา “ลี..โทษทีนะ ฉันเสียงดังไปหน่อย คือช็อปเรา...” หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด “ไม่มีอะไร แกพักเถอะนะ”
ลีลามองดลฤดีนิ่ง เห็นมัสยาเดินเข้ามาด้านหลังดลฤดีอย่างเงียบๆ ลีลามองมัสยาด้วยสายตาที่คุ้นเคย มัสยามองหน้าลีลาแล้วยิ้มร้าย

ที่บ้านของศิริ ภายในห้องนั่งเล่น นรุตม์อุ้มศิรินธารเข้ามาในห้อง ป้าเพ็ญปูผ้ารอรับไว้บนเตียง นรุตม์รีบเแล้ววางร่างศิรินธารลงบนเตียง ศิริกับกัลยาและศตวรรษรีบเข้ามาด้วยความเป็นห่วง
“ลูกหยี ทำไมเลือดถึงมากขนาดนี้” กัลยาตกใจ
“เลือดของหาญกล้าครับ ลำไพรจะทำร้ายลูกหยี แต่หาญกล้าช่วยลูกหยีไว้” นรุตม์ตอบ
ศิริกับกัลยาตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน
“แล้วหาญกล้า?” ศิริเป็นห่วง
“ลำไพรแทงจุดสำคัญ หาญกล้า...” นรุตม์เงียบไปแทนคำตอบว่าเสียชีวิต
“มันกำลังจะดีแล้วแท้ๆ” ศตวรรษเอ่ยอย่างเสียใจ
นรุตม์รายงาน “ผมส่งตัวลำไพรให้ตำรวจแล้ว ส่วนหาญกล้าส่งไปที่นิติเวช”
“เวรกรรมอะไรนักหนา...ลูกแม่...”
ทุกคนรู้สึกสงสารศิรินธารทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ
เสียงมือถือนรุตม์ดัง “ครับคุณภา..ไฟไหม้ที่โรงแรม” เขาแปลกใจ “ไม่มีนะครับ พนักงานที่โรงแรมโทรหาคุณ? คุณภาออกมาแล้ว” นรุตม์ฉุกคิด “ตอนนี้ มีใครอยู่กับลีหรือเปล่าครับ”
ทุกคนหันมองว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่โรงพยาบาล แดนกับภารดีเดินมาด้วยกันจากบันไดเลี้ยวขึ้นมาที่ทางเดิน สีหน้าแดนเครียด
ภารดีมองอย่างสังเกตอดไม่ได้ “กังวลเรื่องอาการคุณลีใช่ไหม?”
“ลีไม่ตอบรับกับใครเลย แม้แต่นรุตม์ ผมกลัว..กลัวว่าลีจะไม่กลับมา”
ภารดีจับมือแดน“คุณบอกฉันว่าเขาเป็นคนเข้มแข็ง ไม่เคยยอมแพ้ ไหนคุณว่ารู้จักคนที่คุณรักดีไง ขี้โม้มาตลอดสินะ มนุษย์ลุง”
มัสยาเดินประชิดพยาบาล ใช้ปืนจ่อบังคับพยาบาลให้เข็นเก้าอี้รถเข็นที่ลีลานั่งเข้ามาที่หน้าลิฟต์
แดนมองภารดีแล้วยิ้ม รู้ว่าพยายามปลอบใจ “ขอบคุณนะ” ภารดีเห็นแดนยิ้มอ่อนโยนให้ก็เขิน ๆ
ทั้งคู่หันมาทางลิฟท์ เป็นจังหวะเดียวกับที่พยาบาลเข็นเก้าอี้รถเข็นเข้าไปในลิฟต์พอดี มัสยาก้าวตามเข้าไป แดนกับภารดีไม่ทันเห็นว่าเป็นลีลากับมัสยา
ภารดีมองไปที่หน้าห้องพักคนไข้ลีลา เห็นดลฤดีที่เดินกุมหัวออกมา “คุณดีดี้...”
ดลฤดียังเจ็บศีรษะที่โดนตี แต่พอเห็นแดนกับภารดีก็พยายามเรียกเสียงดัง “ช่วยลีด้วย ป้ามัสพาลีไปแล้ว”
จังหวะที่แดนกับภารดีผ่านประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิด สายตาแดนมองเข้าไปในลิฟต์เห็นลีลานั่งเก้าอี้รถเข็นกับมัสยาที่ยืนประกบอยู่ในลิฟต์ “ลี!” แดนจะพุ่งเข้าไปแต่ไม่ทัน ลิฟต์ปิดสนิทต่อหน้าแดน แดนพยายามจะกดแต่ลิฟท์เลื่อนไปแล้ว แดนมองเห็นลิฟต์กำลังเลื่อนลงไปชั้นล่าง
“ลานจอดรถ!”ภารดีเอ่ยขึ้น แล้วทั้งคู่ก็รีบวิ่งไปที่บันไดทันที

ที่ลานจอดรถ แดนกับภารดีวิ่งเข้ามาที่ประตูลานจอดรถเห็นพยาบาลนอนสลบอยู่ที่พื้น ทั้งคู่ตกใจมองหามัสยากับลีลา เสียงรถแล่นมา ภารดีกับแดนหันมอง เห็นรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เปิดไฟสูงใส่
“ป้ามัส!” แดนเห็นมัสยาขับรถ ลีลานั่งอยู่ข้างๆ ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ แดนจะพุ่งไปขวางรถให้หยุด
“อย่า!” ภารดีร้องห้ามตกใจกระชากแดนไม่ให้ออกไป
แดนเสียหลักตัวดันภารดีไปกระแทกกับเสา แดนยังไม่ยอมแพ้ วิ่งตามรถสุดแรง แต่รถก็แล่นไปด้วยความเร็วหายลับตา แดนมองตามด้วยความโกรธที่ตามไม่ทัน แดนลุกขึ้นมาไม่เห็นภารดีรีบวิ่งกลับไป เห็นภารดีนอนนิ่ง
แดนเข้าไปดูเห็นว่าที่ขมับภารดีมีเลือดไหลและหมดสติไป “เอม!”

ที่บ้านของศิริ ในห้องหนังสือ ศิริหันมาด้วยอาการตกใจ “มัสยาลักพาตัวลีลา” ศิริมองท่าทีนรุตม์ที่ดูนิ่ง “รุตม์...ทางโน้นติดต่อมาแล้วใช่ไหม”
“ครับ” นรุตม์ลำบากใจ
“แล้วพวกนั้นต้องการอะไร”
นรุตม์มองศิริด้วยสีหน้าเครียด

ที่บ้านกลางไร่แห่งหนึ่ง ลีลานั่งอยู่หน้าบ้าน สายตายังเหม่อลอย ราวกับไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ มัสยาเข้ามาพร้อมกับชามโจ๊ก “อ้าปาก...” ลีลานิ่งไม่ตอบรับไม่รับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น มัสยามองอย่างหัวเสีย
ภายในบ้าน ณรัลและชลัมน์กำลังถกเถียงกันอยู่
“หนึ่งร้อยล้าน คนละห้าสิบห้าสิบมันก็โอเค” ณรัลเอ่ยขึ้น
“ให้มันมาที่นี่ ใช่ไหม?” ชลัมน์คาดคั้น
“ครับ”
“เราคงได้เงินถ้ามันไม่อดข้าวตายซะก่อนนะ” มัสยาหัวเสีย ชลัมน์เดินเข้ามาตรงหน้าลีลา มองด้วยสายตาเลือดเย็น “ไม่เปิดปาก ไม่ขยับอะไรสักอย่าง”
“แกต้องกิน! แกจะตายไม่ได้จนกว่าแกจะชดใช้สิ่งที่พ่อแม่ของแกทำไว้กับฉัน” ชลัมน์สั่งมัสยา “ถ้าไม่กินก็กรอกใส่ปาก มัน!” ชลัมน์เดินออกไปอย่างไร้ความใส่ใจ
มัสยาตักโจ๊กยื่นช้อนไปจนติดปากลีลา ลีลาค่อยๆ เปิดปากกินตามที่มัสยาป้อนให้ จู่ๆ น้ำตาลีลาก็ไหลออกมา มัสยามองหน้าลีลาที่น้ำตาร่วงแต่ก็ยังกินโจ๊กด้วยสายตาเย็นชาป้อนต่อไป ไม่ได้มีสำนึกเห็นใจผู้ที่เคยเลี้ยงดูอุ้มชูกันมาเลย

ภายในโรงพยาบาล ภารดีกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงในห้องผู้ป่วย ขณะที่จะขยับหยิบแก้วน้ำ แดนรีบปราดเข้ามาคว้าแก้วน้ำขึ้นมาก่อน“หิวน้ำก็บอกผมสิครับ” ภารดีจะรับแก้วน้ำมาดื่ม แต่แดนไม่ยอม “ผมป้อนให้ ขยับน้อยๆ สมองจะได้ไม่สะเทือน”
ภารดีดึงแก้วน้ำมาจนได้ “ฉันแค่หัวแตก ไม่ได้เจ็บหนักขนาดนั้น”
“ตอนที่เห็นคุณเจ็บ ผมใจหาย ถ้าคุณเป็นอะไรไป” แดนจับมือภารดี “ผมคงรู้สึกผิดชั่วชีวิตที่ปกป้องคุณไม่ได้”
ภารดีอึ้งกับท่าทีจริงจังของแดน บรรยากาศกรุ่นด้วยความหวานไม่รู้ตัว ภารดีรู้สึกตัวก่อน ดึงมือออกเปลี่ยนเรื่อง
“คุณลีโดนเรียกค่าไถ่แบบนี้ คุณลุงศิริกับพี่รุตม์จะทำยังไงต่อคะ”
แดนสีหน้าหนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ศิรินั่งเครียดอยู่ตามลำพังในสวนของบ้าน หลังจากได้ฟังสิ่งที่นรุตม์บอก กัลยาเข้ามานั่งข้างๆ อยู่เป็นเพื่อนเงียบๆ ไม่ถามใดๆ กัลยากอดศิริปลอบโยน “ลีลาต้องไม่เป็นอะไร” ศิริยิ่งเครียด “ถ้าเขาต้องการเงิน เราก็ให้เขาไปเถอะค่ะ ให้เท่าที่เขาพอใจแล้วก็จบเรื่องนี้สักที”
“ผมไม่แน่ใจ...” ศิริไม่คิดว่าให้แล้วจะจบ กัลยามองว่าหมายความว่ายังไง แต่ไม่ได้รับคำตอบ
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราค่อยๆ แก้กันไปนะคะ เพื่อครอบครัวของเรา”
ศิริกอดกัลยาอย่างขอบคุณ ศิริเห็นดลก้าวเข้ามา ศิริแปลกใจ “ดล”
“ฉันคิดว่าพี่ชลัมน์ไม่ได้ต้องการเงิน ถ้าให้นรุตม์ไป ฉันกลัวว่าลีกับนรุตม์จะเป็นอันตราย” ดลเอ่ยขึ้น
“แล้วเขาต้องการอะไร” กัลยาย้อนถาม
ศิริสบตากับดลเข้าใจว่า ดลกำลังบอกว่าชลัมน์ต้องการชีวิตของตัวเอง กัลยาหันมองศิริ เห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูเหมือนตัดสินใจบางอย่าง กัลยาหวาดกลัวว่าที่ตัวเองเข้าใจจะเป็นจริง ศิริคิดจะเอาชีวิตตัวเองไปแลก

นรุตม์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะเตรียมตัวจะไปช่วยลีลา
ศตวรรษก้าวเข้ามา “ผมจะไปด้วย”
“มันอันตราย” นรุตม์เอ่ยอย่างเป็นห่วงน้อง
“เพราะอันตรายผมถึงต้องไป ผมอยากช่วยพี่ ช่วยคุณลี”
นรุตม์กำลังจะเกลี้ยกล่อม แต่กัลยาเข้ามาด้วยความรีบร้อน “รุตม์ ช่วยไปห้ามคุณพ่อที”
นรุตม์กับศตวรรษตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่ห้องพักคนไข้ แดนคุยมือถือหันกลับมาทางภารดีที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอย่างตกใจ “ลุงศิริออกไปกับพ่อผม” ชายหนุ่มคิด “ต้องไปหาลุงชลัมน์แน่” เขาหยุดฟัง “ไปนานหรือยัง ผมจะรีบตามไป” แดนวางสาย เห็นภารดีมองมาว่าเกิดอะไรขึ้น แดนเดินเข้ามาใกล้ภารดี อธิบาย“ผมเป็นห่วงพ่อ ผมต้องไปแล้ว”
ภารดีจับมือแดนอย่างเข้าใจ “ระวังตัวด้วยนะคะ”
“ครับ” แดนรับปากแล้วรีบออกไป
ภารดีมองตามด้วยความเป็นห่วง

ที่บ้านกลางไร่ ยามกลางคืน ลีลานั่งอยู่บนเตียงในไฟสลัว ยังคงมองเหม่อออกไปด้านนอก ประตูห้องเปิดเข้ามา ณรัลก้าวเข้ามาในห้องก่อนปิดประตูอย่างเบามือ เขาเข้ามานั่งตรงหน้าลีลา ลีลายังนิ่ง
ณรัลค่อย ๆ ใช้นิ้วไล้ที่แก้มลีลา “ถ้าไอ้รุตม์มันรู้ว่าคืนนี้เธอกับฉัน....” ลีลายังนิ่ง ณรัลโน้มตัวเข้าไซ้ที่ซอกคอ ลีลามือกำแน่น ณรัลจะดันลีลาให้ล้มตัวลงไปกับเตียง ความรังเกียจทำให้ลีลาผลักณรัลสุดตัว แต่ณรัลไม่ยอมถอย ณรัลพยายามจะใช้กำลังกับลีลา ลีลาขัดขืนเต็มที่ สองคนสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลีลาไม่พูดแต่ร้องเสียงดังด้วยความขยะแขยง
ณรัลใช้สองมือจับข้อมือของลีลาทั้งสองข้างกดไว้กับเตียง “ตอบโต้แบบนี้สิ ถึงจะมันส์!” เขาพยายามจะข่มขืนลีลา ลีลากรีดร้องไม่ยอม
ประตูห้องเปิดดังปึ้ง! ชลัมน์กับมัสยาเดินเข้ามา ไม่ได้มีท่าทีตกใจกับการกระทำของณรัลแม้แต่น้อย
“เรียบร้อย...” ณรัลมองไปทางลีลา “หายบ้าแล้ว...”
ลีลาอึ้ง ที่ณรัลพูด หมายความว่า ชลัมน์เป็นคนสั่งให้ณรัลเข้ามา “พ่อสั่งให้เขาเข้ามา”
“คิดว่าแกเป็นบ้าแล้วฉันจะหยุดเหรอ ไม่มีทาง...ฉันเลี้ยงแกมากับมือ ทำไมฉันจะมองไม่ออกว่า แกบ้า จริงหรือแกล้งบ้า” ชลัมน์เอ่ยอย่างรู้ทัน
“ทำไมพ่อไม่หยุดสักที”
“ฉันจะหยุดต่อเมื่อพวกมันฉิบหายวายวอด”
“แล้วลีล่ะพ่อ....พ่อเคยเห็นลีเป็นลูกบ้างไหม สักครั้ง”
“แกเป็นได้แค่หลักฐานความอัปยศในชีวิตฉัน”
“แล้วถ้าลีตายทุกอย่างจะจบไหม”
“ไม่...” ชลัมน์ตอบอย่างเลือดเย็น แล้วเดินออกไปอย่างไม่สนใจ
ลีลามองมัสยา แต่สายตาของมัสยาที่ มองตอบมาว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของความอาทรแม้แต่น้อย มัสยาตามชลัมน์ออกไป ลีลาเสียใจที่ตัวเอง ไม่มีค่าใดๆ กับชลัมน์และมัสยาเลย

เช้าวันต่อมา มัสยาเอาแก้วเครื่องดื่มมาให้ชลัมน์
“ขอบใจนะ ที่พี่อยู่ข้างผมมาตลอด”
“หลังจากชำระหนี้แค้นกับศิริ เราจะเริ่มต้นใหม่กับเงินร้อยล้านใช่ไหม”
“ใช่...ร้อยล้าน”
“แล้วไอ้ณรัล...”
ชลัมน์ยิ้มร้ายไม่ตอบ ณรัลยืนแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง รู้แล้วว่าชลัมน์คิดจะหักหลังเอาทุกอย่างไว้กับตัวก็สายตากร้าวขึ้นท่าทางไม่ยอม

ลีลานอนไม่หลับ นั่งอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย เสียงรถแล่นเข้ามาที่หน้าบ้าน ทำให้ลีลาได้สติ ลุกขึ้นมองออกไปด้านนอก
ณรัลเปิดประตูเข้ามาด้านหลัง “คนรักของเธอมันมาแล้ว”
ลีลามองณรัลที่ยิ้มร้ายด้วยความหวั่นกลัว

นรุตม์ขับรถด้วยความเร็ว แดนโทรหาดลด้วยบลูทูธ เปิดสปีกเกอร์โฟนภายในรถ “พ่อครับ...พ่ออย่าเพิ่งเข้าไปนะ รอพวกผมก่อน” แดนเอ่ยขึ้น
ดลจอดรถที่หน้าบ้านไร่ของชลัมน์ ดลก็เปิดสปีคเกอร์โฟนเหมือนกัน
ศิริตกลงใจ “ลุงจะทำให้ทุกอย่างมันจบวันนี้ ฝากนรุตม์ดูแลทุกอย่างแทนลุงด้วย”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ