อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ธ.ค. 58

“ที่ผ่านมาพิริยพงษ์เป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่อหลอกฉัน แถมยังทำชักน้ำเข้าลึกให้หญิงประสงค์สมต้อง...” เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีแม้ประทับนั่งอยู่ก็ทรงแทบประคองตัวไว้ไม่อยู่ อัศดงและทิวารีบส่งยาหอมยาดมให้
ราตรีวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “เสด็จเพคะ มีตำรวจติดต่อมาแล้วเพคะ”
“เขาว่ายังไง”
“เจอคุณหญิงประสงค์สมแล้วเพคะ คุณวิศรุต เออ...นายชัยบดีตายแล้วเพคะ ส่วนคุณชายถูกจับเพราะยิงคนตายเพคะ” ทุกคนพากันตกใจ
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงเป็นลมไปอีกครั้ง
อัศดง/ทิวารีบปฐมพยาบาล “เสด็จเพคะ เสด็จ...”

ที่โรงพยาบาล เวลาเช้า ห้องพักวิศรุตในโรงพยาบาล วิศรุตนอนอยู่ที่เตียง มีสโรชาฟุบหลับอยู่ข้างเตียง วิศรุตค่อยๆลืมตาขึ้นรู้สึกเจ็บไหล่ที่โดนยิง วิศรุตหันมาเห็นสโรชาที่หลับสนิทก็ได้มองอย่างซึ้งใจที่อยู่ข้างๆตนในยามที่เจ็บ ยกมือไปลูบผมสโรชาอย่างแผ่วเบา “คุณสโรชา...”


สโรชารู้สึกตัวเห็นวิศรุตมองตนอยู่ก็ดีใจ จับมือวิศรุตมากุมไว้ “คุณวิศรุต คุณฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ”
“เสด็จพระองค์หญิงและคนที่วังเป็นยังไงบ้าง”
“เป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ ฉันคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีกแล้วรู้ไหม”
“ผมคิดว่าคุณจะเกลียดผม จนไม่อยากเห็นหน้าผมแล้วซะอีก
“ฉันพยายามจะคิดแบบนั้นนะคะ แต่ฉันก็ทำใจให้เกลียดคุณไม่ได้อยู่ดี ยิ่งรู้เรื่องของคุณหญิงกับนายชัยบดี” สโรชาสงสารม.ร.ว.หญิงประสงค์สม สโรชามองวิศรุตด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใย จับมือวิศรุตมาแนบแก้มตนไว้ วิศรุตซึ้งใจที่สโรชารักตนมาก แต่ในใจวิศรุตยังมีเรื่องกังวลใจอยู่

ห้องพักจริยาในโรงพยาบาล แก้วกิริยาพยายามป้อนข้าวให้จริยา แต่จริยาไม่ยอมกินผลักช้อนในมือแก้วกิริยา “ฉันไม่กิน”
“คุณแม่ ทานหน่อยเถอะนะคะ”
“ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตายๆไปซะ พ่อแกจะได้สบายใจไม่ต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักอีก”
พลโทวินิตเดินเข้ามาหน้าเครียด “ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ ถึงคุณจะก่อเรื่องเลวร้ายเอาไว้กับวังเทวาสถิตย์มากมาย รวมทั้งหลอกผมเรื่องลูกชายของท่านหญิงกิรติโสภณ”
จริยาเยาะ “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันจะได้รู้เหรอว่าคุณไม่เคยลืมท่านหญิง ทุกลมหายใจเข้าออกของคุณมีแต่ท่านหญิงกับลูกชาย ไม่เคยมีฉัน ไม่เคยมีลูกๆของเราอยู่เลย” จริยาพยายามจะลุกจากเตียงแต่ขาขวากลับขยับไม่ได้ จริยาตกใจ “ขาฉัน ขาฉันทำไมขยับไม่ได้”
พลโทวินิตและแก้วกิริยาหน้าเศร้า
“คุณหมอบอกว่ากระสุนถูกเส้นประสาท ขาคุณแม่อาจจะขยับไม่ได้อีก”
“ฉันจะกลายเป็นคนพิการงั้นเหรอ ไม่จริง ไม่จริง” จริยาฟูมฟาย “สะใจคุณแล้วสิท่าคุณวินิต คุณคงรอวันนี้อยู่ใช่ไหม พวกที่วังเทวาสถิตย์ก็คงเหมือนกัน คงอยากเห็นฉันต้องเป็นแบบนี้” จริยาฟูมฟายทุบตีตัวเอง
แก้วกิริยาร้องไห้สงสาร “คุณแม่”
พลโทวินิตเดินเข้าไปจับไหล่จริยาเอาไว้แน่น “พอได้แล้วจริยา ไม่มีใครเขาคิดอะไรแบบนั้นกับคุณเลยนะจริยา เรื่องในอดีตลืมมันไปให้หมดซะทีได้ไหม ถ้าผมเกลียดคุณ ผมคงไม่อยู่กับคุณจนมีลูกด้วยกันขนาดนี้”
“แต่คุณก็เอาแต่อาลัยอาวรณ์ท่านหญิง เฝ้ารอแต่ลูกชายของคุณ”
“ใช่ ผมรอ เพราะผมรู้สึกผิดต่อท่านหญิง ส่วนเรื่องวิศรุต คุณจะให้ผมใจดำ ไม่คิดเหลียวแลลูกชายตัวเองที่ไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขาเลยหรือไง คุณดีใจและมีความสุขเหรอที่มีสามีเลวทรามไร้ความผิดชอบ”
จริยาสะอึกสะอื้น “เวรกรรมมันตามทันฉันแล้วจริงๆ ฉันขอโทษ คุณวินิต ฉันขอโทษ”
พลโทวินิตดึงจริยามากอดปลอบประโลมไว้ แก้วกิริยาปาดน้ำตาดีใจที่พ่อแม่เข้าใจกันได้

ห้องบรรทมเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมในชุดดำนั่งหน้าเศร้าอยู่ข้างเตียงของเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีที่ประชวรเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ชายพิริยพงษ์คบแต่คนพาลสุดท้ายก็พากันพบแต่ความวิบัติ จะว่าไป.. ย่าก็ผิดเหมือนกัน ..คนเราทุกคนมีข้อเสีย ย่าอาจจะเลี้ยงหลานผิดๆ.. มัวแต่คิดถึงคนที่ไม่อยู่ จนลืมใส่ใจคอยสั่งสอนคนที่ยังอยู่ สงสารก็แต่เรา ต้องมารับเคราะห์กรรมเพราะพี่ชาย”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมน้ำตาไหลริน กราบที่พื้น “หญิงทำให้ท่านย่าต้องเสื่อมเสีย ทำให้วังเทวาสถิตต้องอับอาย
“อย่าโทษตัวเอง ย่ารู้ว่าหญิงไม่ได้ทำอะไรผิด คนผิดคือพิริยพงษ์ ส่วนคนชั่วที่มันทำให้หญิงต้องเสียเกียรติและหลอกย่าก็จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถไปแล้ว”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมเศร้า “หญิงอโหสิกรรมให้เขาแล้วเพคะ ส่วนเรื่องพี่ชายพิริยพงษ์...”
อัศดงเข้ามา ”ทนายสมภพมาแล้วเพคะ”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีรับสั่ง “ให้เข้ามาเลย”

ม.ร.ว.พิริยพงษ์อยู่ในห้องขัง หน้าตาทรุดโทรม ตำรวจพาคนร้ายมาเข้าห้องขังร่วมกับม.ร.ว.พิริยพงษ์ ม.ร.ว.พิริยพงษ์ทำท่ารังเกียจเขยิบหนีมา ทนายเดินมาที่หน้าห้องขัง ม.ร.ว.พิริยพงษ์ดีใจรีบไปเกาะที่ประตู “ทนายสมภพ มาประกันตัวผมแล้วใช่ไหม”
ทนายถอนใจ “พรุ่งนี้ตำรวจจะส่งตัวคุณชายไปฝากขังที่ศาลครับ”
“แล้วทำไมไม่ประกันฉันออกไป หรือว่าท่านย่าโกรธฉันมาก จนไม่คิดจะช่วยฉัน”
“เสด็จพระองค์หญิงกำชับให้ผมช่วยคุณชายอย่างสุดความสามารถ”

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่ห้องบรรทมเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีอยู่กับทนายตามลำพัง “ยังไงพิริยพงษ์ก็เป็นหลานของฉัน จะดีจะชั่ว คนเป็นย่าก็ต้องรับไปส่วนหนึ่ง คุณทนายช่วยจัดการช่วยเหลือเขาตามกระบวนการให้เต็มที่เถอะ”
“กระหม่อมจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถกระหม่อม”
“ฝากบอกเขาด้วยว่า ไม่ว่าศาลจะตัดสินยังไง แต่ขอให้เขารู้ว่าวังเทวาสถิตย์จะไม่ทอดทิ้งเขา ขอให้เขาสำนึกในความผิด เมื่อสิ้นสุดคดีความเขาก็ยังเป็นหลานชายของฉันไม่เปลี่ยนแปลง“

ในห้องขัง ม.ร.ว.พิริยพงษ์ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง รู้สึกผิดอย่างรุนแรง
“ผมพยายามทำตามคำสั่งของเสด็จแล้ว แต่คดีนี้ ผู้ตายพัวพันกับบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ตำรวจจึงไม่ยอมให้ประกันตัวคุณชาย”
“ท่านย่า .. ชายผิดไปแล้ว ชายเสียใจ”
วินิตาตาแดงก่ำเดินเข้ามาหาม.ร.ว.พิริยพงษ์ “คุณชาย”
“วิ คุณมาหาผมแล้ว”
“ตอนแรกวิก็ไม่กล้ามา วิรับไม่ได้ที่คุณชายกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคน แต่วิคิดๆดูแล้ว คุณชายดีกับวิมาก แม้วิจะเอาแต่ใจ เรียกร้องอะไรมากมายจากคุณชาย แต่คุณชายก็ไม่เคยขัด ที่คุณชายกลายเป็นแบบนี้ วิก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน วิถึงสมควรมาหาคุณชาย”
ม.ร.ว.พิริยพงษ์ซึ้งใจ “วิ”
“วิไม่กล้าสัญญาว่าต่อไปเรื่องของเราจะเป็นยังไง แต่วิจะไม่ทิ้งให้คุณชายเผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียวแน่ๆ”
ทั้งคู่จับมือกัน ม.ร.ว.พิริยพงษ์และวินิตาร้องไห้ที่ต่างคิดได้และไม่ทิ้งกัน

ที่บ้านสโรชา เวลาเช้า พิสิฐอ่านหนังสือพิมพ์ด้านใน เห็นพาดหัวข่าว “คุณชายยิงทายาทกำมะลอดับอนาถ” พลางถอนใจ “ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้”
“โบราณถึงว่าไว้ไงคะ ว่าเวรกรรมมีจริง เห็นผลทันตา คุณชายพิริยพงษ์ทั้งๆที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่เพราะผีพนันเข้าสิง กลายเป็นคนไม่รู้จักพอ ส่วนคุณจริยาก็เจ้าคิดเจ้าแค้นไม่เลิกรา สุดท้ายถึงได้ต้องเป็นกลายแบบนี้”
“ว่าแต่ลูกสาวตัวดีของผมล่ะ ไม่เห็นมาสองสามวันแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่อง”
สาวใช้เดินเข้ามาเสิร์ฟกาแฟให้พิสิฐและลัดดา “เห็นคุณลิลลี่หรือเปล่า”
“อยู่ที่โต๊ะอาหารค่ะ”

ที่โต๊ะอาหาร สโรชาถือกระติกเก็บความร้อนที่ใส่ซุปผักร้อนๆ กำลังหยิบฝามาจะปิด สโรชาดมกลิ่นหอมของซุปที่ทำอย่างพอใจก่อนจะปิดฝา ลัดดาและพิสิฐเดินเข้ามาพอดี
“แหมกลิ่นซุปนี่หอมออกมาถึงนี่ มีให้ป๊าบ้างไหมเนี่ย”
“เสียใจค่ะ ซุปนี่ของคุณวิศรุต ถ้าป๊าอยากทานให้คุณน้าทำให้ละกันนะคะ” สโรชาคุยไปก็จัดของใส่ตะกร้าไป
“นั่นไง ไม่น่าถาม ตอนนี้หายใจเข้าหายใจออกก็เป็นคุณวิศรุต”
“ก็เขาเป็นคนเจ็บนี่คะ ลี่ก็ต้องดูแลเขาก่อน”
“น้ากับคุณพิสิฐก็เพิ่งคุยเรื่องที่วังกันอยู่ แล้วตอนนี้อาการคุณวิศรุตเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ แต่หมออยากให้อยู่ดูอาการอีกสักพักก่อน ลี่ก็เลยต้องไปดูแลคุณวิศรุต ลี่ไปก่อนนะคะ อยากไปให้ทันก่อนอาหารเช้าที่โรงพยาบาลจะมา” สโรชาร่าเริงหิ้วตะกร้าออกไป
“หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรให้เจ้าลี่ต้องเสียน้ำตาอีกนะ” พิสิฐและลัดดาได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

สโรชาหิ้วตะกร้าเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาลอย่างอารมณ์ดี มองตะกร้าในมือยิ้ม หวังว่าวิศรุตจะพอใจกับซุปที่ตนเตรียมมา

ห้องพักวิศรุตในโรงพยาบาล สโรชาหิ้วตะกร้าเปิดประตูเข้ามา “คุณวิศรุตคะ” สโรชาต้องชะงักเมื่อเห็นม.ร.ว.หญิงประสงค์สมกำลังปอกผลไม้ให้วิศรุตที่เพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว “คุณหญิง”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมยิ้มให้ “คุณสโรชามาเยี่ยมคุณวิศรุตเหรอคะ”
สโรชารับเบาๆ “ค่ะ ฉันทำซุปมาให้”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมมองตะกร้า “ความจริงคุณสโรชาไม่ต้องลำบากเอาอะไรมาเยี่ยมก็ได้นะคะ เพราะหญิงจัดเตรียมของที่วังมาให้คุณวิศรุตแล้ว”
สโรชาเห็นกล่องใส่อาหารของม.ร.ว.หญิงประสงค์สมที่วางอยู่ก็รู้สึกน้อยใจ วิศรุตบอกกับสโรชา “ผมไม่รู้ว่าคุณจะมาเช้าขนาดนี้”
สโรชาฝีนยิ้ม “ฉันก็ไม่คิดว่าคุณหญิงจะมาเช้าขนาดนี้เหมือนกัน ก็เลยแวะมาดูคุณก่อนไปทำงาน ตอนนี้คุณมีคุณหญิงดูแลแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ ไปก่อนนะคะคุณหญิง” สโรชาหันหลัง นัยน์ตาเศร้าเดินออกไป
วิศรุตมองตามอย่างอยากจะไปปลอบโยนแต่ทำไม่ได้
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมเห็นสายตาวิศรุตที่มองสโรชาก็นึกน้อยเนื้อต่ำใจ “หญิงขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ ตอนนี้ใครๆก็คงรู้กันทั่ว เรื่องหญิง หญิงไม่ควรมาหาคุณวิศรุตอีก” ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมน้ำตาคลอเดินออกไป
วิศรุตได้แต่มองตามอย่างสับสนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง

ห้องทำงานน้ำมนต์ ประพันธ์ตักซุปผักเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย น้ำมนต์มองอย่างหมั่นไส้
“ฝีมือคุณพัฒนามากเลยนะ คราวก่อนกาแฟยังรสชาติอย่างกับน้ำล้างแก้ว แต่คราวนี้ทำซุปได้อร่อยมาก”
“ซุปนี่ฝีมือยัยลี่ต่างหาก เขาตั้งใจทำไปให้คุณวิศรุต” น้ำมนต์โกรธๆ “แต่สุดท้าย...โดนคุณหญิงประสงค์สมปาดหน้าเค้กไปจนได้”
“มิน่าผมก็ว่าคุณไม่น่าจะทำอะไรที่กินได้แบบนี้”
น้ำมนต์ทุบหลังประพันธ์อย่างแรง พร้อมดึงชามซุปหนี “พูดแบบนี้อย่ากินเลย”
ประพันธ์ดึงชามกลับ “โธ่ ให้ผมกินอร่อยๆบ้างเถอะครับ เพราะต่อไปผมก็ต้องกินอาหารฝีมือคุณไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว”
น้ำมนต์ทั้งเขินทั้งหมั่นไส้ทุบหลังประพันธ์อีกหลายรอบ “บ้า”
ประพันธ์กำลังตักซุปเข้าปากถึงกับสำลัก หันมาจับมือน้ำมนต์ไว้ ทั้งคู่จ้องกันอย่างเขิน เสียงโทรศัพท์ประพันธ์ดังขึ้น ขัดจังหวะ ต่างทำหน้าเซ็ง ประพันธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ประพันธ์รับสาย “คุณวิศรุต” ประพันธ์ทำหน้าแปลกใจ “ได้ครับ ผมจะเอาไปให้” ประพันธ์วางสาย
“มีอะไรเหรอคุณ”
“ผมต้องไปแล้วล่ะ คุณวิศรุตจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้เช้า”
“ทำไมออกเร็วแบบนี้ล่ะ”
ประพันธ์ถอนใจ “คุณวิศรุตคงอยากจบปัญหาเรื่องปาดหน้าเค้กที่คุณเล่าล่ะมั้ง”
จอห์นนี่และริชาร์ด ช่วยกันกวาดใบไม้แห้งอยู่ที่หน้าทางเข้าโฮมสเตย์
“โฮมสเตย์เราต้องปิดไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย ฉันเบื่อที่ต้องเอาแต่กวาดใบไม้แล้วนะ อยากจะฟุดฟิดฟอไฟ
กับนักท่องเที่ยวสาวๆมั่ง”
“ก็คงจนกว่าจะเสร็จงานแต่งล่ะมั้ง”
ริชาร์ดถอนใจ “เกิดเรื่องขนาดนี้คุณวิศรุตยังจะแต่งงานกับคุณหญิงอีกเหรอวะ”
ธาราเดินเข้ามาคว้าไม้กวาดที่วางอยู่แถวนั้นเคาะหัวจอห์นนี่และริชาร์ด “งานการไม่มีทำหรือไง เอาแต่พูดเรื่องเจ้านายน่ะ”
“ก็ไม่มีไง โฮมสเตย์ปิด จะมีงานอะไรอีกล่ะเจ้”
ธารานึกได้ “เออ จริง”
“ถามจริงๆเหอะ เจ๊ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง พวกเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าคุณวิศรุตรักพลับพลึง ไม่สิ รักคุณสโรชา แต่คุณวิศรุตก็ยังจะแต่งงานกับคุณหญิงประสงค์สม”
“ใช่ฉันสองคนสงสารคุณสโรชาบอกเลย”
ธาราอ้อมแอ้มเพราะจริงๆก็สงสารสโรชาเหมือนกัน “คุณวิศรุตเขาทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลของเขาล่ะน่า พวกโง่ๆอย่างแกไม่เข้าใจหรอก”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[3] วันที่ 21 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ