อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[3] วันที่ 29 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[3] วันที่ 29 ธ.ค. 58

ให้ดี ทั้งชีวิตของแก ก็เลยรู้จักแต่จะสนองกิเลสของตัวเอง ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย!”
“ทำไม หนูหาความสุขมันผิดตรงไหน คนไม่รู้จักหาความสุขก็คือคนโง่!! เกิดมาเสียชาติเกิด!!”
“แล้วทุกวันนี้แกมีรึเปล่าล่ะ ความสุขน่ะ?” รัศมีชะงัก “ดูสภาพตัวเองซะก่อน มีความสุขมากมั๊ย? ห๊ะ?”
“คุณพ่อ! ถ้า..ถ้าหนูเจอคนดีๆ มันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก!”

“แกจะเรียกหาคนดี ทั้งที่แกเป็นคนแบบนี้น่ะเหรอ ตราบเท่าที่แกยังแยกไม่ออกระหว่างคำหวานกลวงๆกับเนื้อแท้ที่หวังดี แกจะไม่ได้เจอคนดีอะไรนั่นหรอก!” รัศมีช็อค วรรณด่าและโทษเธออีกแล้ว “ก็เหมือนกับที่แกได้แต่มองว่าฉันว่าแก เพื่อระบายความแค้น แกคิดเหรอว่าพ่ออย่างฉัน!!” วรรณแววตาร้าวราน “เห็นชีวิตลูกทั้งคนพังลงต่อหน้า แล้วฉันจะมีความสุข


แกมองพ่อของแกได้แค่นี้เองน่ะเหรอ รัศมี” รัศมีนึกไม่ถึงเมื่อในแววตาของวรรณมันมีความร้าวราน ที่พ่อไม่เคยแสดงออกให้เห็นชัดเท่านี้มาก่อน “เวลาคนเป็นพ่อเป็นแม่ด่าลูกของตัวเอง มันเจ็บ..มันผิดหวังซะยิ่งกว่า ทุกๆคำที่ฉันว่าแก ก็เหมือนฉันว่าตัวฉันเอง! มันเป็นเพราะฉันเอง ที่เลี้ยงแกมาไม่ดี ฉันผิดเอง ได้ยินแบบนี้ แล้วแกพอใจรึยัง !” รัศมีอึ้ง เมื่อถึงเวลาที่วรรณยอมพูดออกมาจริงๆ “ฉันยอมรับความผิดของฉัน แล้วแกเอง..เคยยอมรับอะไรกับเค้าบ้างมั๊ย เคยมั๊ยรัศมี!!”
วรรณมองรัศมีที่ยังอึ้งงัน พูดไม่ออกอยู่ ก่อนจะเบือนหน้าแล้วเดินออก หนูนามองแม่และตาอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจตามวรรณออกไปก่อน

หนูนารีบก้าวเท้าตามวรรณออกมา จะขอร้อง “คุณตาคะ”
“ไม่ต้องพูด...” หนูนาชะงัก “ถ้ามันจะดักดานคิดได้แค่นี้ ก็ช่างหัวมัน!”
หนูนาเศร้า.. หันกลับไปมองทางประตูห้องรัศมี ปัง!! รัศมีปิดประตู หนูนาชะงัก กำมือ ทำอะไรไม่ได้
ในห้องรัศมียืนหลังพิงประตู ทุกๆคำที่วรรณพูดสร้างความเจ็บร้าวสะเทือนไปทั่ว

บรรยากาศยามค่ำที่ระเบียง ผ่อนคลายและสงบลงอย่างมาก วรรณนั่งอย่างผ่อนคลายลง..ที่เก้าอี้ใกล้กันนั้น สีหนาท และรามร่วมอยู่ด้วย รามรินชาให้ “ชาร้อนครับท่าน เห็นยัยหนูบอกว่าท่านชอบดื่มชาหลังอาหาร”
“ยัยนามันช่างจำ ของอะไรที่ตามันชอบ มันจำได้หมด”
“ยายหนูแกบอกว่าคุณตาดีกับแกมาก คอยอบรมสั่งสอนให้ทุกอย่าง ที่ได้ดีมาทุกวันนี้ก็เพราะท่าน”
วรรณยิ้มน้อยๆ แต่แล้วก็มีแววขื่น “ฉันได้บทเรียนจากรัศมีมันมามาก ตอนที่ได้หลานคนนี้มา ฉันถึงตั้งใจเลี้ยงมันใหม่ ไม่ให้เหมือนตอนเลี้ยงลูก”
“ยัยหนูเป็นเด็กดี..”
“ใช่ มันเป็นหลานที่ฉันภูมิใจ และ มันจะต้องมีอนาคตที่ก้าวหน้า มั่นคงที่สุด”
รามฟังวรรณพูดแล้วเหลือบมองสีหนาท แววตาห่วง แต่สีหนาทยังมีดวงตาที่เชื่อมั่น บอกวรรณ “ถ้าท่านไม่รังเกียจ ผมอยากจะขอเป็นคนดูแลคุณนารา ผมแน่ใจว่าสามารถให้อนาคตที่ดี และทำให้เธอมีความสุขได้”
วรรณเลิกคิ้ว “เหอะ!” มองไอ้หนุ่มใจกล้าตรงหน้า แล้วย้อนให้ “แน่ใจเหรอ? ว่าจะทำได้อย่างที่พูด ?”
สีหนาทไม่เกรงการท้าทายของวรรณ “ครับ ผมแน่ใจ”
“แค่มีไร่สักกับโรงแรมแค่นี้ คิดเหรอว่าจะมั่นคงเพียงพอกับหลานฉัน?”
“ถ้าเป็นความมั่นคงภายนอก อย่างพวกทรัพย์สินเงินทอง ผมคงไม่มีทางเทียบท่านได้ แต่ถ้าพูดถึงความมั่นคงทางใจ ความรัก และเอาใจใส่ที่ผมมีต่อนารา ผมมั่นใจว่า ไม่มีใครให้นาราได้มากเท่าผม”
“อวดดี!”
รามมองหน้าสีหนาทไม่อยากให้ย้อนวรรณ แต่สีหนาทยืดอกตอบ“ท่านจะพูดอย่างนั้นได้.. ก็ต่อเมื่อ ที่ผมพูดมันไม่จริง”
วรรณอึ้งไปเลย หนอยไอ้นี่!! ช่างกล้า “เธอแค่ไปช่วยหลานฉันมาแค่นี้ ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าที่เธอพูดมันจริง!”
“ถ้าไม่จริง ผมจะไม่พูด”
หนอย!! วรรณขบเขี้ยวอยู่ภายใน ไอ้นี่ มันร้าย “ปากเก่ง! ไม่นึกว่ายังจะมีคนกล้าพูดแบบนี้กับฉัน!” รามหน้าเสีย ห่วงสีหนาทว่าจะทำให้วรรณโกรธมากที่มาท้าทายแบบนี้ “ดี!” อ้าว “ในเมื่อมั่นใจซะขนาดนี้ ฉันก็จะไม่กีดกัน”
รามสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
สีหนาทพอใจ จะรีบเอ่ย “ขอบคุณครับท่..”
“อย่าเพิ่งมาขอบคุณฉัน! เวลาอีกตั้งสองปี ฉันจะรอดู ว่าเธอ จะแน่จริงอย่างที่พูดสักแค่ไหน!”
“ผมเป็นคนที่รู้ใจตัวเองดี ไม่ว่าจะสองปี หรือว่านานกว่านั้น ก็ไม่เปลี่ยน” เขาแววตาแน่วแน่มาก “ท่านก็รอพิสูจน์ได้เลย!”
วรรณทำหน้านิ่งเสีย แต่แววตาพราวขึ้นอย่างชอบใจอยู่นิดๆในความใจกล้าของไอ้หนุ่มตรงหน้า

สีหนาทกำลังเดินแยกจะกลับไปห้อง แต่ระหว่างทางเจอกับหนูนายืนเท้าระเบียงเหม่อคิดอะไรอยู่
“ทำไมดึกป่านนี้ ถึงยังไม่นอนอีก!”
“คุณ.. คุณตากับพ่อล่ะคะ”
“น้ารามไปส่งตาเธอที่ห้องได้สักพักแล้ว” พอเห็นสีหน้าหนูนาจ๋อยๆก็ถาม “ไหนหนูมีอะไรกลุ้มบอกสิงห์เจ้าป่าซิ”
หนูนาฝืนยิ้ม “เรื่องแม่..กับคุณตาน่ะค่ะ สองคนยังเข้าหน้ากันไม่ติด..”
“นึกแล้ว” หนูนาเหลือบตามองว่ารู้ได้ยังไง? “ก็เห็นตั้งแต่แม่เธอไม่ยอมมาร่วมโต๊ะอาหารค่ำแล้ว”
“เดี๋ยวฉันก็จะต้องไปเรียนต่อแล้ว ถ้ายังเป็นอยู่อย่างงี้ ฉันคงไม่สบายใจ..”
สีหนาทลูบผมอย่างปลอบๆ “แม่เธอเค้าไม่เป็นอะไรหรอก ตาเธอเค้ารักแม่เธอมาก ถึงจะโกรธแค่ไหน ก็ตัดไม่ขาด” หนูนาสีหน้าครุ่นคิด “แล้วถ้าเธอเป็นห่วงคุณตา ก็ไม่ต้องห่วง ว่าที่หลานเขยจะหมั่นไปเยี่ยมให้.. ดีมั๊ย?”
“คุณนี่ เอาดีเข้าตัวหมด!”
“อ้าว! ก็ต้องทำคะแนนหน่อยสิ” สีหนาทประคองสองไหล่ของหนูนาไว้ “ทำให้ฉันคิดอะไรได้อย่างนึง คนเราเนี่ยถึงอยู่ใกล้ แต่ถ้าไม่เข้าใจกัน มันก็เหมือนไกล แต่ถ้าอยู่ไกล แต่เข้าใจ มันก็เหมือนใกล้”
หนูนาแกล้ง “งั้นก็น่าจะไปสักสิบปี!” สีหนาทบีบจมูกหนูนาแก้แค้นทันที “โอ๊ย!” หญิงสาวปัดมือสีหนาทออก แล้วหัวเราะ “ก็ไหนบอกว่าเหมือนใกล้ยังไงล่ะคะ”
“เดี๋ยวนี้ร้ายนักนะเรา!”
สองคนเล่นแกล้งกัน สีหนาทจะจับตัวหนูนาอย่างหมั่นเขี้ยว แต่หนูนาปัดออก ขำ ๆ “โอ๊ย คุณ! ปล่อย”
สีหนาทรวบกอด “แต่ถ้าได้ใกล้.. ทั้งตัวทั้งใจ แบบนี้แหละถึงจะดีสุด!” แล้วสีหนาทโอบเอาไว้อย่างทั้งหมั่นเขี้ยวและแสนรัก..หนูนาอมยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมาจนได้

เรือนใหญ่ยามเช้า สีหนาท และขนิษฐาดื่มกาแฟด้วยกันอยู่
รามเดินตรงเข้ามาหา สีหนาทเห็นก็เอ่ยชวน “น้าราม ทานกาแฟด้วยกันมั๊ยครับ”
ขนิษฐาชวนอย่างใจกว้าง “ดื่มด้วยกันหลายๆคน กาแฟยิ่งรสชาติดีนะคะ
รามซึ้งใจเบาๆที่ขนิษฐาพยายามจะทำดีด้วย “...ขอบคุณครับ แต่เอาไว้คราวหน้านะครับ” เขาหันไปบอกสีหนาท “ผมจะมาบอกคุณสิงห์ มีแขกจากข้างนอกขอเข้ามาในไร่ครับ เค้าบอกว่ามาจากบริษัทก่อสร้าง”
“บริษัทก่อสร้าง มาหาใคร?” สีหนาทหรี่ตาอย่างประหลาดใจ

รัศมีมองชายสองคนที่มาจากบริษัท ด้วยสีหน้ากึ่งอับอายและไม่อยากจะเผชิญหน้า สองคนนั้นดูเอาเรื่อง หนูนามองแม่อย่างเป็นห่วง
“คุณต้องรับผิดชอบ! เพราะคนอื่นๆถอนหุ้นกันไปหมดแล้ว นี่คือค่าเสียหายที่ทางคุณต้องชดใช้ให้กับเรา”
รัศมีหยิบเอกสารมาดู เป็นตัวเลข 100ล้าน “ร้อยล้าน!! นี่จะบ้าไปแล้วเหรอ โรงแรมยังไม่ได้สร้างสักหน่อย!”
“แต่เราก็จ้างนักออกแบบจากนอกตามที่พ่อเลี้ยงสั่ง แล้วยังอุปกรณ์ฐานรากต่างๆที่เราเริ่มทยอยสั่งเข้ามา แล้วคุณก็เป็นคนเซ็นอนุมัติเอง”
ผู้ชายอีกคนเอาเอกสารที่มีลายเซ็นมาวาง หนูนาหยิบมาดู อึ้งที่เห็นลายเซ็นของแม่จริงๆ
“ฉัน....ใครจะไปมี! หุ้นที่พ่อเลี้ยงให้ฉันเป็นหุ้นลม เค้าบอกว่าฉันไม่ต้องรับผิดชอบ”
“แต่นี่มันลายเซ็นของคุณ ถ้าคิดจะเบี้ยวหนี้ ผมจะแถลงข่าวบอกให้คนเค้ารู้กันให้ทั่ว ว่าลูกสาวเจ้าสัววรรณเอาเปรียบบริษัทเล็กๆ ดูซิคนจะมองคุณกับธนาคารพ่อคุณยังไง!” รัศมีสะดุ้ง โดนขู่อีกแล้ว “ว่ายังไงครับ จะใช้หนี้ หรือว่ายอมเป็นข่าว!!”
“ถ้าคุณเอาเรื่องแม่ ฉันจะให้ทนายฟ้องคุณเหมือนกัน แม่ฉันโดนหลอกให้เซ็นเอกสาร เรื่องนี้ต้องมีการคุยกับทนายก่อน” หนูนาออกหน้าปกป้องรัศมี
ขนิษฐามองเข้าไปในมุมที่รัศมี และหนูนาคุยกับคนจากบริษัทฯอย่างเป็นห่วง “ท่าทางไม่ค่อยดีเลยนะคะพี่สิงห์ ปล่อยไว้แบบนี้จะดีเหรอคะ”
สีหนาทคิด... เหลือบไป...เห็นวรรณมาพอดี ก็เลยยังนิ่งเฉยอยู่ วรรณเดินมาถึงเห็นรัศมี หนูนาคุยเครียดอยู่กับคนแปลกหน้า ถาม “นั่นมีเรื่องอะไรกัน?”

ผู้เสียหายยังข่มต่อเนื่อง “ก็ได้! งั้นไว้คุยหลังงานแถลงข่าวก็แล้วกัน!! ถึงตอนนั้นเรื่องเล็กก็คงเป็นเรื่องใหญ่เผลอๆ พวกคุณอาจจะต้องจ่ายมากกว่าร้อยล้าน!” ผู้ชายสองคนยิ่งข่มใหญ่ ขณะที่รัศมีหวาดกลัวเสียงชื่อเสียงไปถึงไหน หนูนาเห็นสีหน้าแม่ก็เป็นห่วง
“ไอ้ศักดานี่มันใช้ได้จริงๆ จ้างคนนิสัยเหมือนตัวเอง!!”
ทั้งสองคนชะงักเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา จำวรรณได้ทันที “ไม่นึกว่าจะได้เจอเจ้าสัวด้วย อย่าพูดยังงี้เลยครับ บริษัทผมเสียหาย ลงทุนไปตั้งเป็นร้อยล้าน ท่านเองก็มีเงินตั้งเยอะแยะ แบ่งมาใช้หนี้ให้ลูกสาวนิดๆหน่อยๆ ก็คงจะไม่เป็นไร”
รัศมีหน้าเสียมาก เพราะยังโกรธกับวรรณอยู่ ได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา วรรณมองรัศมีอย่างข่มอารมณ์!

เช็คถูกเลื่อนไปตรงหน้าคนทั้งสอง ที่หน้าตากระหยิ่มดีใจ แต่แล้วทั้งสองก็เหวอไปเมื่อเห็นตัวเลข “สองล้าน!! นี่ท่านล้อผมเล่นเหรอ”
“พวกคุณน่ะสิ ที่มาล้อเล่น!!” วรรณหยิบเอกสารค่าเสียหายขึ้นมา “อุตส่าห์แต่งบัญชีมาซะยาวเหยียด!! หึ” เขาโยนทิ้งไม่แยแส “มีแต่เรื่องโกหก!”
“พูดยังงี้มันหมิ่นประมาทกันนี่หว่า!!”
“อยากรู้มั๊ยว่าหมิ่นประมาทกับฉ้อโกงอะไรโทษหนักกว่า! บริษัทที่อ้างว่าสั่งของไว้เนี่ย เจ้าของเป็นเพื่อนฉันทั้งนั้น! ฉันโทรแกร็กเดียว รู้ทันทีว่าสั่งของไปแล้วจริงรึเปล่า” ทั้งสองคนชะงักไปทันที ชักมองตากันเลิ่กลั่ก “โครงการยังไม่ทันแถลงข่าว อย่างมากก็แค่จ้างสถาปนิกร่างแบบกันอยู่ ต่อให้ผิดสัญญา โปรเจ็คท์ล่ม ก็จ่ายค่าชดเชยแค่หลักล้านเท่านั้นแหละ” ชายทั้งสองสะดุ้ง ที่วรรณรู้ทันทุกอย่าง “ฉันเจอมาเยอะแล้ว ยิ่งกว่านี้ซะด้วยซ้ำ พวกที่เห็นว่าฉันเป็นเนื้อก้อนใหญ่จะมาเฉือนง่ายๆ คนจะได้กิน!มันต้องมีมันสมอง พวกกระจอกหลอกกิน ไม่โดนฟ้องกลับก็บุญเท่าไหร่แล้ว!!”
“ท่าน...ผม..ผมเดือดร้อนจริงๆนะครับ อย่างน้อยก็อีกสักสิบล้าน”
“เลิกเล่นละครได้แล้ว!! สองล้านนี่ฉันไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยซ้ำ! แต่ฉันยอมเพราะถือว่าเป็นค่าบทเรียน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนของฉัน” รัศมีสีหน้าเจ็บ “แต่ถ้ามั่นใจ ว่าที่พูดออกมาเป็นเรื่องจริง ก็มาฟ้องเอา!”
อีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทียอมคว้าเช็คมาแต่โดยดี แล้วสองคนรีบยกมือไหว้ แล้วรีบผละไปเลย
วรรณยืนนิ่ง รัศมีพูดไม่ออก หนูนาเข้าไปกราบอกตา “คุณตา ขอบคุณนะคะ”
วรรณแตะหลังหลาน เหลือบไปทางรัศมี บอกเสียงเย็น “นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ฉันจะยอมทำอะไรแบบนี้อีก!” พูดแล้ววรรณก็เดินผละไปเลย
หนูนามองตาที่เดินออกไป หันไปมองแม่ เห็นรัศมีเดินข่มอารมณ์ก่อนจะเดินออกไป หนูนามองอย่างผิดหวัง..

วรรณเดินออกมา ด้านนอกคือสีหนาท ราม และขนิษฐาที่รอฟังเหตุการณ์
หนูนาเดินตามรัศมีออกมา แล้วทนไม่ไหวกับอาการนิ่งเฉยของรัศมี เข้าไปหาและบอก “แม่.. แม่พูดอะไรกับคุณตาบ้างสิคะ คุณตาทำไปเพื่อปกป้องแม่ ปกป้องชื่อเสียงของแม่นะคะ”
“เค้า..ไม่อยากจะขายขี้หน้าคนต่างหาก!”
หนูนาอึ้งไปกับคำตอบของรัศมี มองแม่ รู้สึกว่าทนไม่ไหวอีกแล้ว หนูนาขึ้นเสียงดัง “แม่ก็เห็นว่าคุณตาทำเพื่อแม่ ทำไมทีตอนคุณตาว่า.. แม่จำ.. แต่ตอนคุณตาทำอะไรให้ แม่กลับเฉยแบบนี้!”
รัศมีตวาด “ยัยนา!! แกจะเข้าข้างตาแกก็ช่าง! แต่ไม่ต้องมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!”
“แม่ก็เอาแต่พูด! ว่านาเข้าข้างคุณตา ว่าคุณตารักแต่นา แล้วแม่เคยคิดบ้างหรือเปล่า ที่คุณตารักนา มันเป็นเพราะอะไร” หนูนานิ่งไปอึดใจ พูดค่อยลงอย่างสะเทือนใจ “นา..เป็นลูกของพ่อ คนที่คุณตาไม่ยอมรับ แต่ทำไม คุณตาถึงได้รักนา แม่เคยคิดบ้างมั๊ย” รัศมีอึ้งงัน “ก็เพราะว่าคุณตา เค้ารักแม่มาก...รักมากซะจนเค้ายอมรับในตัวของนาได้ ไม่ว่าพ่อของนาจะเป็นใคร!” วรรณสะอึกในอกที่ได้ยินหนูนาพูดแทนคำที่อยู่ช้างในใจของตัวเอง “แค่นี้มันยังไม่ชัดอีกเหรอคะ แม่น่ะเฝ้าแต่มองหาความรักจากคนอื่น ทั้งๆที่คนที่รักแม่จริงๆเค้ายืนอยู่ตรงนี้! นี่คือผู้ชายที่เค้ารักแม่มากที่สุด..ในโลก.. ไม่เห็นอีกเหรอคะแม่!!” หนูนาปาดน้ำตา
รัศมีเองน้ำตาหยาดออกมาไม่รู้ตัว มองไปที่ด้านหลังของวรรณก็สั่นสะท้านน้อยๆ ความรู้สึกอัดอั้นตั้งแต่เมื่อครู่ผลักดันให้รัศมีก้าวเข้าไปหา..“คุณพ่อ..จริงหรือคะ ที่คุณพ่อไม่..” มือค่อยยื่นไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะแตะแขนพ่อไว้เบาๆ.. “ไม่เกลียดหนู” รัศมีน้ำตาไหลพราก วรรณเบือนหน้า แทบไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ไหล่สั่นสะท้าน น้ำตาไหลหยดอาบแก้ม “รัศ...ขอโทษ...” เธอหยุด และน้ำตาตกอยู่ตรงนั้น
วรรณรู้สึกได้ถึงอาการสะท้านของลูก ใจที่ทรหด ก็ไม่เท่ากับความรักที่มี ค่อยๆหันกลับมา เห็นรัศมีในสภาพคอตกศิโรราบ รัศมีเมื่อเห็นแววตาที่เอ่อด้วยความรักของวรรณ ก็ปล่อยโฮ “หนูคิดว่าคุณพ่อเกลียดหนู เพราะหนูทำให้คุณพ่อต้องอาย ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก! ไม่เคยทำให้คุณพ่อภูมิใจ หนูคิดว่า..” เธอส่ายหน้า สะกดอารมณ์ “คุณพ่อยกโทษให้หนูด้วย..ที่ไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาคุณพ่อ... ยังรักหนูอยู่ ฮือ..” แล้วรัศมีตัวสั่นทรุดลง ก้มกราบแทบเท้าของวรรณ
วรรณอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง รัศมีกราบพ่อสะอื้นตัวโยน ความรู้สึกทั้งหลายประเดประดังเข้ามามากมาย หนูนามองตากับแม่ ใจหวัง..ขอให้เข้าใจกันได้เถิด.. วรรณมองลูกที่สะอึกสะอื้น..ค่อยๆก้มลง แตะที่หลังของลูกเบาๆ รัศมีเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา
วรรณมองรัศมีที่น้ำตากลบตาอยู่ สงสาร.. “พอ..พอแล้ว ไม่ว่าแกจะเป็นยังไง แกก็ยังเป็นลูกฉัน ถึงฉันไม่พูด แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันไม่รักแก ..เรื่องนี้ฉันเองก็ผิด ผิดที่เคยเห็นว่าการหาเงินหาทองมาให้ มันสำคัญกว่าการให้ความรัก ความเอาใจใส่ แล้วพอแกผิดพลาดไป ฉันก็ร้ายกับแก เพราะไม่อยากจะเห็นแกทำผิดพลาดแล้วต้องตกนรกทั้งเป็นอีก! แต่ฉัน..ก็ทำให้แกเสียใจ” เขาส่ายหน้า “พ่อ...พ่อขอโทษ...ขอโทษนะลูก...”
รัศมีสะอื้น วรรณเข้าไปกอดปลอบ....อย่างที่เคยกอดลูกเมื่อก่อน เมื่อนานแสนนานมาแล้ว...หนูนากอดรามอย่างปลื้มใจ รามกอดและลูบหัวลูกสาวเอาไว้ สีหนาท ขนิษฐา ต่างโล่งอกกัน ขนิษฐามองภาพของราม หนูนา และรัศมีกับวรรณ ริมฝีปากยิ้มดีใจด้วย แต่แววตานั้นกลับเศร้านิดๆ

จุฑารัตน์เดินยิ้มมาแต่ไกล หนูนารีบเดินมาหาเพื่อนหน้าตาดีใจ มีสีหนาทเดินติดตามมา “จุ๊! นี่มาได้ยังไง?ไ
กชเดินออกมาทางด้านหลัง หนูนาจึงรู้คำตอบ “ไม่ได้สิ ยังไงฉันก็ต้องมาส่งแกนะหนูนา”
“คุณจุ๊ ไม่กลับกรุงเทพพร้อมกับหนูนาเลยล่ะครับ”
“ก็อยากกลับค่ะ แต่สกู๊ปใหญ่ที่แฉกระบวนการตัดไม้เถื่อนทั้งหมดยังไม่เสร็จดี สารวัตรกชเค้าก็เลยแนะนำว่าให้อยู่ต่อก่อน”
สีหนาทปรายตามองกช ที่มาส่งจุฑารัตน์ เห็นกชแววตาวิบๆ สีหนาทมองกช แววตาชักรู้ทัน
“สงสัยเดี๋ยวจะมีคนได้เลื่อนตำแหน่ง!” หนูนาอวยเพื่อน
“แน่นอนอยู่แล้ว พอเธอกลับมานะหนูนา ฉันก็เป็นซีเนียร์แล้ว”
กชแซว “ขี้โม้!”
จุฑารัตน์สวน “ปากไม่ดี ระวังจะโดนปลด!”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[3] วันที่ 29 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ