อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ในเมื่ออ้อนวอนสีหนาทกับรามไม่ได้ หนูนาเลยเปลี่ยนแผน ตอบรับคำสั่งของสีหนาท จะไปทำงานที่โรงแรม และบุกไปหาขนิษฐาถึงที่ในวันเดียวกัน เพื่อเกลี้ยกล่อมไม่ให้รับเธอเข้าทำงาน โดยไม่รู้เลยว่าสีหนาท ก็กำลังมาที่โรงแรมเช่นเดียวกัน เพราะมีนัดตรวจงานสำคัญและอยากมาดูสวนใหม่ของญาติสาว

ส่วนจุฑารัตน์...หลังแก้ต่างแทนเพื่อนรักอยู่พักใหญ่จนสีหนาทไม่มีท่าทีติดใจ ก็สานต่องานตามที่อ้าง



ซึ่งเขาก็ร่วมมืออย่างดี ให้ข้อมูลธุรกิจค้าไม้เถื่อนเท่าที่ได้ แถมมอบนามบัตรของกรกช สารวัตรหนุ่มผู้ดูแลการจับกุมพวกทำไม้เถื่อนให้อีกต่างหาก นักข่าวสาวดีใจมาก และหมายมั่นปั้นมือจะไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อขอข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

ooooooo

ขนิษฐากับรามยังไม่รู้ว่าหนูนากับสีหนาทจะมาที่โรงแรม มัวควบคุมงานแต่งสวนให้ทันตามกำหนด จนเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ หัวหน้าคนงานหนุ่มถึงมีโอกาสถามถึงเรื่องอดิศร

“คุณน้องแน่ใจเหรอครับ จะไม่บอกคุณสิงห์เรื่องนายอดิศร”

“ค่ะ...เพราะถ้าบอกก็ต้องมีเรื่องกันแน่ แค่พี่สิงห์ไปช่วยตำรวจจับไม้เถื่อน ก็เสี่ยงมากพอแล้ว”

“แล้วตัวคุณน้องล่ะครับ ไม่กลัวเหรอ ท่าทางมันไม่เกรงใจคุณเลย”

“น้องจะระวังตัวให้มากขึ้นค่ะ...น้ารามเป็นห่วงน้องเหรอคะ”

“เอ่อ...ครับ ผมไม่อยากเห็นคนดีๆ โดนคนชั่วรังแก ถ้ามีอะไรคุณน้องบอกผมได้ทันทีเลยนะครับ”

ขนิษฐาหัวใจพองโต เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นห่วง สบตาเขายิ้มๆ

“แค่นี้...น้องก็ไม่กลัวแล้วล่ะค่ะ”

ฝ่ายหนูนา...ตามหาขนิษฐารอบโรงแรม และเกือบจะปะทะกับสีหนาทอยู่แล้ว โชคดีที่มีพนักงานมาเรียกเขาไปดูงาน สาวร่างเล็กเลยรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด

และหลังจากนั้นไม่นาน หนูนาก็สมหวัง เมื่อเห็นคนที่ต้องการพบ ขนิษฐากำลังยืนคุยงานกับรามที่มุมหนึ่ง สาวร่างเล็กเลยไม่รอช้า เปิดฉากเจรจากับว่าที่เจ้านายสาวทันที

“คุณน้องคะ คุณอย่ารับฉันเข้าทำงานในโรงแรมเลยนะคะ ฉันทำไม่ได้จริงๆ คุณช่วยพูดกับคุณสิงห์ได้ไหมคะ เขาคิดว่าฉันทำงานโรงแรมได้ ยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ แต่ฉันรู้ตัวเองดีค่ะ คุณน้องช่วยฉันหน่อยเถอะนะคะ”

“หนูนา...ใจเย็นๆก่อนนะ เรื่องอะไรที่พี่สิงห์ตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ก้าวก่าย”

หนูนาหน้าเสีย จะอ้อนวอนอีกครั้ง แต่รามก็พูดแทรกเสียก่อน

“หนูกำลังทำให้คุณน้องลำบากใจนะ”

“แต่ว่านา...เอ่อ...คุณน้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของฉันแล้วจริงๆนะคะ ถือว่าช่วยฉันสักครั้ง อย่าให้ฉันตกงานเลย”

ขนิษฐาอึดอัดใจมาก เวทนาคนงานสาวเหลือเกิน รามเข้าใจดี ตัดบทให้เธอกลับห้องทำงาน ทิ้งให้หนูนาใจหายวาบ และเกือบปล่อยให้โอกาสสุดท้ายหลุดลอยเสียแล้ว ถึงได้ตัดสินใจตะโกนไล่หลัง

“พ่อ...พ่อของหนูนาเป็นคนสวนค่ะ พ่อกับแม่เลิกกัน หนูนาตามแม่ไป เลยทำให้ต้องห่างพ่อ แต่หนูนาก็อยากให้พ่อรู้...ว่าหนูนายังเป็นลูกของพ่อ เป็นลูกสาวคนสวน”

รามถึงกับอึ้งไปอึดใจ เรื่องของคนงานสาวร่างเล็ก เหมือนอดีตของเขาอย่างเหลือเชื่อ และก็ยิ่งสะเทือนใจหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหนูนา

“ที่หนูนามาทำไร่ เพราะว่าอยากจะรู้...รู้จักพ่อให้มากขึ้น อยากจะ...ได้ใกล้ชิดพ่อ”

ขนิษฐาสัมผัสได้ถึงความจริงใจบางอย่าง และเกือบใจอ่อนอยู่แล้ว ถ้ารามจะไม่โพล่งขึ้น

“แต่ฉันว่าพ่อหนูคงไม่เห็นด้วย ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกลำบากหรอกนะ หนูทำงานที่นี่ดีกว่า”

“แต่ถ้าอย่างนั้น หนูนากับพ่อก็จะยิ่งห่างกันออกไป ห่างออกไปทุกทีนะคะ”

“หนูกำลังใช้อารมณ์เป็นใหญ่ คนเราต้องอยู่กับความจริง อย่าทำอะไรเกินตัว มันไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น”

“แล้วความรู้สึกของลูกสาว ที่อยากทำเพื่อพ่อ...มันไม่มีค่าเลยเหรอคะ”

“ถ้าเราเอาแต่ใจ เอาแต่อารมณ์ โดยที่ไม่ดูตัวเราเอง เราก็จะทำพลาด แล้วความผิดพลาดบางอย่าง มันเรียกคืนกลับมาไม่ได้ อย่าทำให้คุณน้องและคุณสิงห์ต้องลำบากใจอีกเลย”

ooooooo

สีหน้าเหมือนหัวใจสลายของหนูนา ทำให้ทั้งขนิษฐากับรามพลอยรู้สึกแย่ แต่ไม่ใช่กับสีหนาท ซึ่งเพิ่งรู้เรื่องจากญาติสาวกับหัวหน้าคนงานหนุ่ม ว่าคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วนบุกมาร้องขอความเป็นธรรมถึงที่นี่

สีหนาทโกรธมาก เพิ่งเข้าใจเหตุผลที่สาวคนงานจอมป่วนยอมรับปากมาทำงานโรงแรมง่ายๆ และไม่รอช้า จะบุกไปเอาเรื่อง แต่กลับต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า

หนูนาเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขาเหมือนเคย จนสีหนาทอดแปลกใจไม่ได้

“ทำไม...หน้าตาฉันแย่มากเลยเหรอ เธอถึงไม่กล้ามอง”

สีหนาทไม่พูดเปล่า เอื้อมไปเชยคางเธอขึ้น แต่กลับได้เห็นแต่น้ำตา ไม่ใช่แววตาสุกใสเหมือนเคย

หนูนาขืนตัวออก เคืองไม่น้อยที่เขาถือวิสาสะ “หน้าตาฉันเองที่แย่ ไม่ใช่คุณหรอก”

พูดจบก็ผละไปดื้อๆ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้สะเทือนใจอีก แต่สีหนาทก็ไม่ยอม ตามติดจะเอาเรื่องที่เธอบังอาจหลอกเขาว่าจะมาทำงานที่โรงแรม หนูนากดดันมาก แต่ก็ยังกัดฟันขอโทษ

“ขอโทษ...เธอพูดได้แค่คำว่าขอโทษงั้นหรือ”

หนูนาเจ็บจี๊ด โพล่งออกไปอย่างเหลืออด “คุณจะให้ฉันทำยังไง อยากให้พูดอะไร หรืออยากให้ฉันพูดว่าฉันผิด ฉันไม่ดี ไม่เอาไหน สร้างแต่ปัญหา...ฉันมันตัวปัญหา งั้น...ฉันขอลาออก!”

สีหนาทชะงักไปอึดใจ กว่าจะตั้งสติได้ แต่แทนที่จะดีใจที่ตัวป่วนลาออก กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแทน

“เดี๋ยว...ฉันไม่ได้ชอบจะมาฟังเธอโทษตัวเองแบบนี้หรอกนะ ที่ไม่พอใจเพราะเธอไม่เห็นความหวังดีของฉันและใครๆหลายคนที่นี่เลย เธอยังมีงานทำนะ ถ้าจะเอาแต่ใจน้อยลง”

หนูนาอยากจะเป็นบ้า ยกมือปาดน้ำตา แล้วตัดสินใจย้อนถามตรงๆ

“คุณสิงห์...คุณรักไร่นี้หรือเปล่า”

สีหนาทอึ้ง แต่ก็ตอบเสียงหนักแน่น “ทำไมถามแบบนี้ ต้องรักสิ”

“รักแค่ไหนคะ”

“เท่ากับชีวิตฉัน”

“งั้นถ้ามีคนจ้างให้คุณไปทำงานที่สบายกว่า หรูหรากว่านี้ คุณจะไปไหม”

“ฉันจะไปทำไม ฉันไม่สนใจงานสบายหรือว่าหรูหราหรอก ฉันรักที่นี่ ฉันก็ต้อง...”

หนูนาเหยียดยิ้ม ต่อประโยคให้แทน “อยู่ที่นี่ใช่ไหม...ฉันก็เหมือนกัน ฉันไม่ต้องการงานเบา งานสบาย ฉันมาทำไร่เพราะ...คุณคงทราบจากคุณน้องแล้ว ถ้าฉันไม่ได้อยู่ที่ไร่ ก็ไม่จำเป็นที่ฉันต้องอยู่ที่นี่อีก”

สีหนาทถึงกับเถียงไม่ออก หนูนาเลยถือโอกาสตัดบท

“คุณพูดถูกที่ว่าฉันไม่เหมาะกับที่นี่ ถึงพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงก็...ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์ให้งานฉันทำ...”

ooooooo

ศักดาไม่เลิกล้มความพยายามเรื่องรัศมี ทั้งโทร.และส่งข้อความทุกวัน แต่เธอก็ไม่ตอบกลับ สุดท้ายเลยเลือกวิธีสุดท้าย ตามไปดักเจอเธอในงานเปิดตัวผับดัง ที่เขาสืบรู้มาว่าเธอจะมาร่วมงาน

รัศมีไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ได้เห็นพ่อเลี้ยงใหญ่ ทำท่าจะปลีกตัวเหมือนเคย แต่เขาก็ถลามาขวางไว้

“คุณรัศ...ผมห้ามคุณฟังคนอื่นไม่ได้ แต่ผมขอให้คุณคิดดูให้ดี ว่าก่อนหน้านี้ เรารู้สึกดีต่อกันมากแค่ไหน ถึงเราจะเพิ่งพบกันแค่ไม่นาน แต่คุณก็มีความหมายต่อผมจริงๆนะ”

“มีความหมายหรือ ก็แค่อยากจะใช้ฉันกู้เงินจากคุณพ่อเท่านั้นแหละ”

ศักดาตัวชา เสียวสันหลังวาบ แต่ยังตีหน้าซื่อ “อะไรนะ...ใครบอกคุณ มันไม่ใช่เลยนะ”

“งั้นรู้ได้ยังไงว่าฉันมาที่นี่” ศักดาชะงัก รัศมีเลยได้ที ดักคออย่างรู้ทัน “ตอนแรกก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่ผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ ธาตุแท้มันก็โผล่มา เอาพวกคำน้ำเน่าของคุณทิ้งไปซะ ทีแรกกะจะให้ปิดฉากดีกว่านี้แล้วแท้ๆ!”

สถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิม ทำให้ศักดาตัดสินใจใช้แผนสุดท้าย มอมยารัศมีและพาเธอเข้าโรงแรม แล้วถ่ายภาพเปลือยกับทำคลิปไว้ขู่แบล็กเมล์ แต่เมื่อเธอตื่นมาตอนเช้า กลับตีหน้าซื่อเป็นสุภาพบุรุษ ปั้นเรื่องว่าช่วยพาเธอจากผับหรู พามานอนที่โรงแรม เพราะเธอเมา จนไม่ได้สติ

สายตาจริงใจและการกระทำของศักดาในคืนที่ผ่านมา ทำให้กำแพงของรัศมีลดความแข็งลงไปมาก และพ่อเลี้ยงใหญ่ก็รู้ดี ทำทีเป็นรู้สึกผิดเสียเต็มประดา และอยากจะเปิดอกคุยกับเธอ

“คุณรู้ไหม ถ้าย้อนเวลาไปได้ ผมจะไม่พูดเรื่อง โครงการนั่น ไม่พูดแม้แต่ครึ่งคำ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกแย่แบบนี้”

“ใช่...ฉันรู้สึกแย่ แต่ก็ชินซะแล้ว มีคนแบบคุณออกเยอะแยะไป”

ศักดาสะอึก แต่ยังไม่ยอมแพ้ ตะล่อมให้ไฮโซสาวเป้าหมายตายใจ “ใช่...ผมไม่ปฏิเสธว่าผลประโยชน์นั่นมันสำคัญกับผมมาก แต่มันก็ไม่สำคัญไปกว่าคุณ...ถ้าผมไม่พูดถึงมันอีก เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ถ้าต้องเสียคุณไปเพราะเรื่องนี้ ผมคงต้อง...เสียใจไปตลอดชีวิต ผมคิดถึงคุณจริงๆนะคุณรัศ”

คำพูดหวานๆของเขา ทำให้รัศมีใจอ่อนยวบ แต่ยังทำใจแข็งเมินหน้าหนี ศักดาเลยใช้ตัวช่วย เป็นสร้อยเส้นสวย กับสายตาโอ้โลมที่ทำให้กำแพงง่อนแง่นของเธอพังทลาย

ศักดาเห็นอาการไฮโซสาวก็ย่ามใจ แต่ยังปั้นหน้าเล่นละครต่อ “ไม่ว่าคุณจะให้โอกาสผมอีกไหม ให้ผมได้ตอบแทนคุณนะ หลังจากหย่ากับภรรยา ไม่มีวันไหน ที่ผมมีความสุข...เหมือนได้อยู่ใกล้ๆคุณเลย”

พูดจบก็สวมสร้อยให้ รัศมีประทับใจมาก และในที่สุดตัณหาราคะก็เป็นฝ่ายชนะ โน้มตัวจูบเขาอย่างดูดดื่มและร้อนแรง ศักดาก็ตอบสนองได้ถึงใจ...สาแก่ใจยิ่งนักที่แผนขั้นสำคัญบรรลุแล้ว

ด้านหนูนา...ตัดใจแล้วว่าต้องสูญเสียโอกาสจะได้อยู่กับพ่อ เลยถือโอกาสร่ำลาทุกคนที่เคยช่วยเหลือ โดยไม่สนใจวาจาถากถางของผู้คนรอบข้าง ส่วนสีหนาท... ไม่ได้สบายใจอย่างที่คิด แต่กลับรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก จนต้องไประบายความอึดอัดใจกับขนิษฐา เลยได้รู้ความเห็นจากอีกฝ่าย ที่เชื่อว่าเรื่องราวของหนูนาเป็นความจริง

ในที่สุดเช้าของวันจากลาก็มาถึง หนูนาตื่นแต่เช้า หลังคิดใคร่ครวญทั้งคืน จึงไปบอกลารามถึงบ้านพัก

“หนูตัดสินใจดีแล้วเหรอ”

“ถ้าไม่ได้อยู่ที่ไร่ ถึงหนูอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ หนูอยากมาขอบคุณที่น้ารามเคยช่วยหนูหลายๆอย่าง”

ท่าทางสงบนิ่งของเธอ ทำให้รามอดรู้สึกผิดไม่ได้ “ขอโทษนะ ที่ฉันช่วยอะไรหนูไม่ได้”

“น้ารามไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ”

“เมื่อวานที่ฉันพูด ก็เพราะอยากจะให้หนูเป็นผู้ใหญ่ หัดคิดอะไรให้รอบคอบ อย่าถือฉันเลยนะ หนูเป็น เด็กฉลาด ไม่นานก็ต้องหางานที่ใหม่ได้ ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ”

หนูนาร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น สะเทือนใจมากที่พ่อไม่คิดแม้แต่จะรั้งเธอไว้

รามหน้าเสีย ปลอบเสียงเครียด “หนู...เป็นอะไร ฉันพูดอะไรไม่ถูกเหรอ”

“เปล่า...เปล่าค่ะ ทำไมขี้แยอย่างนี้ก็ไม่รู้ เคยมีคนบอกหนู...ว่าอย่าร้องไห้ ให้เก็บแรงไว้ไปแก้ปัญหาดีกว่า”

คำพูดคุ้นหูของคนงานสาวร่างเล็ก สะกิดใจรามอย่าง ประหลาด ยิ่งท่าทางร้องไห้เหมือนเด็กๆ ทำให้อดคิดถึงใครบางคนที่เขารักที่สุดไม่ได้ แต่กระนั้น...สติก็บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่ลูกสาวคนเดียวจะมาหาเขาที่นี่ หนูนา ได้แต่ปล่อยให้พ่อเดินจากไปช้าๆ หัวใจแทบสลายเมื่อคิดว่าจะไม่มีโอกาสเจอหรือใกล้ชิดพ่อเหมือนวันนี้อีกแล้ว

แต่ก่อนที่หนูนาจะได้จากไร่บัวขาว รามก็มาเจอเธออีกครั้ง พร้อมคำสั่งสดๆร้อนๆจากสีหนาท ให้เธอไปพบที่เรือน แถมเขายังพาเธอมาส่งถึงที่ และตัดสินใจยกเสื้อคลุมให้ เมื่อเห็นว่าเธอยืนห่อตัว หนูนาอึ้งไปอึดใจ กระชับเสื้อให้แนบตัวมากขึ้น เหมือนจะซึมซับความอบอุ่นครั้งสุดท้ายจากพ่อ

สีหนาทปรากฏตัวไม่นานหลังจากนั้น พร้อมซองเงิน ค่าแรงงวดสุดท้ายของเธอ หนูนาจะไม่รับ แต่เขาก็ยัดเยียดให้ แล้วถามทิ้งท้ายให้แน่ใจว่าเธออยากลาออกจริงๆ

ท่าทางลังเลใจเหมือนอยากพูดบางอย่าง ทำให้หนูนาสงสัย แต่เมื่อถามตรงๆ สีหนาทกลับไม่พูดอะไร นอกจากอวยพรให้เธอโชคดี คนงานสาวจอมป่วนเลยยกมือไหว้และขอตัว ทิ้งให้ราชสีห์หนุ่มมองตามนิ่งๆ ใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก...นี่เขาจะไม่ได้เจอยายตัวป่วนร่างเล็กอีกจริงๆหรือ

ooooooo

หนูนาไม่ทันก้าวพ้นอาณาจักรไร่บัวขาว ก็หมุนตัวเปลี่ยนใจ คืนซองเงินค่าจ้างและขอโอกาสกับสีหนาทอีกครั้ง ยังไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจเรื่องพ่อ เพราะไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต

เหล่าคนงานถึงกับทึ่งในความกล้าของคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วน แต่ที่อึ้งกว่าคือสีหนาทดันตอบตกลง

“แต่มีข้อแม้นะ เธอจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายอีก ที่สำคัญ...ห้ามบาดเจ็บหรือเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ภายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าทำตามนี้ได้ ฉันถึงจะนับว่าเธอเป็นคนงานที่นี่ ทำได้หรือเปล่า”

หนูนาหน้าบาน หัวใจพองโต “ได้...ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณสิงห์”

สีหนาทถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ แต่ยังเสปั้นหน้าเคร่ง ยื่นซองเงินคืนให้

“ส่วนเงินนี่ ไม่ต้องคืนฉัน มันเป็นเงินจากน้ำพัก น้ำแรงของเธอ แค่ทำตามที่ตกลงกันให้ได้ก็พอ”

“ฉันจะทำให้ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับรอง”

เป็นอันว่าหนูนาได้เป็นคนงานในไร่บัวขาวต่อ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าคนงาน ว่าเหตุใดนายใหญ่ของไร่ถึงใจอ่อน ส่วนจุฑารัตน์...ยังไม่รู้เรื่องเพื่อนรักเปลี่ยนใจ มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจแต่เช้า เพื่อขอสัมภาษณ์กรกชเรื่องลักลอบตัดไม้ตามคำแนะนำของสีหนาท แต่สารวัตรหนุ่มก็ยึกยัก ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ จนเธอเริ่มหงุดหงิด

สารวัตรหนุ่มก็เหมือนจะรู้ตัว แต่ยังแกล้งพูดวกวน เหมือนจะลองใจ จนในที่สุดจุฑารัตน์ก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเรื่องศักดาเป็นตัวการใหญ่ พร้อมประกาศอุดมการณ์ ตัวเองจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาลักลอบตัดไม้

“แต่ในเมื่อมีแต่ราชการลับแบบนี้ ฉันคงไม่ต้องกวนคุณแล้ว ขอบคุณที่ให้มานั่งเล่น!”

พูดจบก็จะผละไป กรกชซึ่งกำลังทึ่งในความเป็นคนจริงของเธอ รีบรั้งตัวไว้ และจดอะไรบางอย่างให้

“เดี๋ยวครับ...นี่เบอร์ส่วนตัวผม คุณโทร.มาได้ถ้ามีอะไรเป็นประโยชน์ส่วนรวม ผมรับรองว่าคุณจะได้ทราบ”

จุฑารัตน์ดีใจมาก แต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับ จนเมื่อเขาจะชักมือกลับ ถึงรีบคว้าไว้ พึมพำขอบคุณแล้วผละไป กรกชได้แต่มองตามยิ้มๆ นึกชอบใจท่าทีแข็งๆ ไม่ยอมใครของอีกฝ่าย จนอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

จบเรื่องหาข่าว จุฑารัตน์ก็ต้องมาเวียนหัวเรื่องเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนใจไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวร่างเล็กถอนใจยาว ก่อนจะบอกความตั้งใจ “เมื่อวานฉันใจร้อนไปหน่อย ถ้าฉันทิ้งเรื่องพ่อตอนนี้ เมื่อไหร่ล่ะที่ฉันจะมีโอกาสอีก ถ้าไม่ได้คืนดีกับพ่อ ฉันคงไม่มีกะจิตกะใจทำอย่างอื่นแน่”

“เฮ้อ...แกพูดมาขนาดนี้ ต่อให้ฉันไปลำบากลากตัวแกออกจากไร่ แกก็คงกลับเข้าไปอีกอยู่ดี ฉันจะห้ามอะไรแกได้ ว่าแต่ตาแกเถอะ เขาจะยอมรอด้วยหรือเปล่า”

คำถามของเพื่อนรักนักข่าว ทำให้นาราคิดหนัก แต่สุดท้ายก็หาทางออกได้ แต่ต้องพึ่งแรงมาโนชหรือมี่ เพื่อนชายใจสาวของทั้งคู่ ช่วยโทร.แจ้งข่าวกับวรรณ เพราะเชื่อคารมว่าจะกล่อมให้เจ้าสัวใหญ่ใจเย็นลงได้

ooooooo

ข่าวของนาราทำให้วรรณเบาใจพอสมควร แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่หลานสาวคนเดียวไม่โทร.มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเพื่อนมาบอกแทน ส่วนรัศมี...ไม่ได้ยี่หระเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหน มัวคลอเคลียศักดาไม่ห่างด้วยความหลงใหล จนถึงขั้นยอมตกลงช่วยเขาเรื่องโครงการที่เชียงราย

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันสำคัญ ถ้ามันสำคัญสำหรับคุณ ก็สำคัญสำหรับฉันด้วย”

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอ ว่าคนอื่นจะว่า...”

“ถ้างานนี้สำเร็จ ใครจะมาว่าฉันมองคุณผิดไปไม่ได้!”

ขณะที่รัศมีเดินหน้าหาทางช่วยศักดา หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวก็พยายามอย่างหนักจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับสีหนาท ด้วยการไม่ก่อเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะสาวร่างเล็กดันเซ่อซ่าวิ่งเหยียบต้นกล้าสักราบเป็นหน้ากลอง เพียงเพราะเห็นกิ้งกือตัวใหญ่หลายตัว!

เชษฐ์ซึ่งเพิ่งรู้ข่าวเรื่องหนูนาไม่ลาออกจากไร่ แทบ กลั้นยิ้มไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพจ๋อยๆของคนงานสาวจอมป่วน

“คุณสิงห์...ฉันขอโทษ ฉันตกใจมากไป คราวหน้า ฉันจะระวังกว่านี้ เพราะงั้นครั้งนี้...อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ