อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ธ.ค. 58

“ใช่ฉันสองคนสงสารคุณสโรชาบอกเลย”
ธาราอ้อมแอ้มเพราะจริงๆก็สงสารสโรชาเหมือนกัน “คุณวิศรุตเขาทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลของเขาล่ะน่า พวกโง่ๆอย่างแกไม่เข้าใจหรอก”
“เจ้ฉลาดนักก็ช่วยบอกพวกเราหน่อยสิ”
ธาราได้แต่อึกอัก เพราะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเหมือนกัน

เวดดิ้งสตูดิโอ ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมในชุดเจ้าสาวยืนมองตัวเองในกระจก มือแตะท้อง สีหน้าหมองลงนิดหนึ่ง...แต่พอมองเห็นตัวเองในชุดเจ้าสาวก็ค่อยๆยิ้มออก
นึกย้อนถึงเหตุการณ์ตอนเช้าที่ห้องพักวิศรุตในโรงพยาบาล วิศรุตตัดสินใจเรียกม.ร.ว.หญิงประสงค์สมเอาไว้ “คุณหญิงครับ” ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมชะงักหันกลับมา “ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมยังคงเหมือนเดิม”

“แล้วเรื่อง.. แต่งงาน”
“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของผมได้ครับคุณหญิงจะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ต้องแคร์ว่าใครจะมองว่ายังไง ผมจะไม่ยอมให้เด็กเกิดมาโดยไม่มีพ่อ เขาจะเป็นลูกผม”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมค่อยๆเดินกลับไปแล้วกอดวิศรุตไว้ ดีใจ



ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมดีใจที่เป็นคนที่ถูกเลือก วิศรุตในชุดเจ้าบ่าวสีหน้านิ่งเรียบเดินเข้ามายืนข้างๆ ม.ร.ว.หญิงประสงค์สม พนักงานเข้ามาช่วยม.ร.ว.หญิงประสงค์สมจัดชุดให้เรียบร้อย
“สวย หล่อ สมกันจริงๆเลยค่ะ” พนักงานพูดจบก็เดินเลี่ยงออกไป
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมยิ้มให้วิศรุตอย่างมีความสุข “หญิงขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”
“คุณหญิงอยากรู้อะไรครับ”
“หญิงอยากรู้ทำไมคุณวิศรุตเลือกจะช่วยหญิง ทั้งๆที่ความจริงหลายคนก็รู้เรื่องของหญิง คุณวิศรุตก็ยัง
ยืนยันจะแต่งงานกับหญิง”
“ผมเคยบอกคุณหญิงไปแล้ว ว่าผมพร้อมที่จะเป็นพี่ชายที่ยินดีช่วยเหลือน้องสาวเสมอ ตอนนี้ผมก็ยังคิดแบบนั้นอยู่ ผมจะไม่ให้น้องสาวของผมต้องเสียเกียรติ ไม่ให้ เสด็จพระองค์หญิงต้องทุกข์ใจ นั่นเป็นความตั้งใจของผม” ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมนิ่งงัน รู้สึกเจ็บปวดมากกว่าดีใจ ที่วิศรุตคิดกับตนเพียงน้องสาวจริงๆ

บ้านพิสิฐ ลัดดาเดินเข้ามาพร้อมตั๋วเครื่องบินในมือ พิสิฐนั่งอยู่เห็นจึงทัก “อะไรน่ะคุณลัดดา”
“ตั๋วเครื่องบินค่ะ”
“ใครจะไปไหนคุณ”
“ของหนูลี่น่ะค่ะ เขาขอให้ฉันจัดการให้”
พิสิฐพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกลูกสาวตอนนี้จึงไม่พูดอะไร นอกจากแววตาที่แสดงความเป็นห่วง

ระเบียงบ้านพิสิฐ สโรชายืนเหม่อหน้าเศร้า นึกถึงคำพูดของวิศรุต หลังวิศรุตออกจากโรงพยาบาล สโรชามาหาที่โฮมสเตย์ “คุณจำได้ไหม คุณบอกผมเอง ไม่ว่าผมจะหนียังไงก็ไม่มีวันหนีเงาตัวเองไปได้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ยังไงผมก็เป็นคนของวังเทวาสถิตย์ ผมมีญาติพี่น้อง มีท่านยาย เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่ ผมคงทิ้งให้พวกเขาเผชิญกับความทุกข์โดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้”
สโรชามองวิศรุตด้วยสายตาที่เข้าใจ แม้จะเจ็บปวดที่ไม่สามารถรักกันได้

สโรชาได้แต่หน้าเศร้า “ฉันเข้าใจค่ะ เพราะคุณเป็นคนดีแบบนี้ ฉันถึงได้...รักคุณ คุณวิศรุต” สโรชาน้ำตาไหลออกมาด้วยความเศร้าที่ต้องเสียสละความรักครั้งนี้ให้ม.ร.ว.หญิงประสงค์สม ตามความต้องการของวิศรุต

หน้าห้องหอบ้านวิศรุต ธาราและอธิปยกเครื่องนอนเดินไปที่ห้องสำหรับเตรียมเป็นห้องหอ
“ตกลงคุณวิศรุตเขาจะไม่ยอมบอกความจริง ว่าตัวเองเป็นใครเหรอพี่”
“คงจะบอกหลังแต่งงานละมั้ง อย่าสงสัยมากนักเลย รีบจัดๆห้องเตรียมให้คุณหญิงเถอะ หลังแต่งงานเธอจะมาอยู่ที่นี่ พวกเราก็ต้องหัดสงบปากสงบคำไว้”

ธาราและอธิปเข้ามาในหอก็พากันชะงัก เพราะในห้องทำคามสะอาด ปูเตียงเรียบร้อย มีแจกันดอกไม้และผ้าม่านลูกไม้ประดับสวยงาม “เฮ้ย ใครมาจัดเนี่ย แกเหรออธิป”
“จะเป็นฉันได้ไง ฉันก็มาพร้อมพี่เนี่ย” ธาราและอธิปรีบวางเครื่องนอนเดินหยิบจับข้าวของในห้องอย่างงงๆ
“หรือคุณวิศรุตให้ใครมาทำแทนเราสองคน”
“ฉันมาทำให้เองแหละ”
ธาราและอธิปรีบหันไป สโรชาแต่งตัวเป็นพลับพลึงถือถังน้ำและไม้ถูพื้นออกมาจากห้องน้ำในห้องนั้น “พลับพลึง/คุณสโรชา”
“วันนี้ขอเป็นพลับพลึงวันนึงละกันนะจ้ะ นี่ฉันทำความสะอาด จัดห้องให้ใหม่ไปสามห้องแล้วนะ ทุกคนจะได้ผ่อนแรงหน่อยไง”
ธารามองอย่างสงสาร “แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่านี่ห้องใคร” สโรชาทำหน้างงไม่รู้ว่าห้องนี้ห้องใคร “ห้องนี้จะทำเป็นห้องหอของคุณวิศรุตกับคุณหญิงนะคะ”
สโรชานิ่งงันไป ก่อนฝืนยิ้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร “เหรอจ้ะ” สโรชากลบเกลื่อนความเศร้า “จริงสิ ยังมีงานอื่นต้องทำอีก ฉันรีบไปทำก่อนนะ” สโรชาเดินออกไปจากห้อง
ธาราและอธิปพากันหน้าเหวอ

สโรชาทำความสะอาดถือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นในบ้าน จัดดอกไม้ ติดผ้าม่าน ช่วยจอห์นนี่และริชาร์ดรดน้ำและเก็บผักที่แปลง สโรชาหิ้วตะกร้าผักกลับเข้ามาในบ้าน พร้อมจอห์นนี่และริชาร์ด สโรชา ปาดเหงื่อแม้รู้สึกร้อนและเหนื่อยแต่ก็มีความสุข อธิปยกน้ำมาให้สโรชาดื่ม
“ขอบใจจ้ะ”
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะคุณสโรชา” ธาราสงสัย
“ก็บอกแล้วไงว่าขอเป็นพลับพลึงหนึ่งวัน”
“งั้นจะไม่เกรงใจล่ะนะคะ” สโรชายิ้มทะเล้นให้เป็นการอนุญาต “นี่แม่พลับพลึงเธอจะทำแบบนี้ทำไม เจ้ากี้เจาการทำนั่นโน่นนี่ คุณวิศรุตเขาก็ไม่ได้สั่ง หรือไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยฟรียะ”
สโรชาพยายามเข้มแข็ง “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนหรอกธารา ฉันก็แค่อยากทำอะไรเพื่อคนที่ฉันรักบ้าง แค่ได้เห็นคุณวิศรุตมีความสุข ฉันก็พอใจแล้วล่ะ” ทุกคนมองสโรชาอย่างเห็นใจ “แล้วนี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เจอกับทุกคนในฐานะพลับพลึง ความสุขที่ฉันเคยได้รับจากที่นี่และทุกคนๆ ฉันไม่เคยลืมเลย จริงๆนะ”
ธาราซึ้ง โผเข้ากอดสโรชา “พลับพลึงถ้าเลือกได้ ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่กับพวกเรานะ”
“ใช่” อธิป จอห์นนี่ ริชาร์ด พาหน้าเศร้าพยักหน้าสำทับ
“ทำไมไม่เป็นเธอนะพลับพลึง”
“ขอบใจทุกคนมาก ถึงจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันก็ดีใจ” ทุกคนพากันปาดน้ำตา
ที่ด้านนอกม.ร.ว.หญิงประสงค์สมหิ้วตะกร้าขนมตั้งใจมาให้คนที่โฮมสเตย์ แต่กลับมาเห็นทุกคนแสดงให้เห็นว่ารักสโรชาแค่ไหน รวมทั้งสโรชาที่รักวิศรุตมากเช่นกัน ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมยิ่งละอายแก่ใจ

ที่วังเทวาสถิตย์ ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมส่งตัวอย่างการ์ดแต่งงานให้เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภี สีหน้าดูไม่สดใส “ตัวอย่างการ์ดแต่งงานเพคะ”
“ดูเรียบง่ายดี แล้วว่าที่เจ้าบ่าวเราเขาว่ายังไงบ้าง”
“คุณวิศรุตให้หญิงเลือกตามที่ชอบ”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงพยักพระพักตร์ “เขาดูรักหญิงมากนะ เขายอมเสี่ยงชีวิตช่วยพิริยพงษ์ ยอมที่จะแต่งงานกับหญิง ถือเป็นโชคของหญิงที่มีคนดีๆมารัก”
ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมสะท้อนใจว่าถูกรักแบบน้องสาว “เพคะ”

ที่สนามบ้านพลโทวินิต พลโทวินิตเข็นรถเข็นให้จริยาที่ท่าทางสำนึกผิดแล้วอยู่ในสวน พลโทวินิตหยุดเข็นให้จริยาได้ดูดอกไม้ในสวน จริยาเอื้อมมือมาจับมือพลโทวินิตเอาไว้ “ขอบคุณนะคะ คุณทำให้ฉันรู้ว่าฉันโชคดีขนาดไหน คนเราจะเห็นน้ำใจกันก็ยามยาก มันเป็นแบบนี้นี่เอง”
“ก็เพราะแบบนี้ ผมถึงไม่ว่าอะไรยัยวิ ที่ไปเยี่ยมคุณชายพิริยพงษ์”
“ฉันทำผิดกับคนที่วังเทวาสถิตไว้มาก ยิ่งที่วังใกล้จะมีงานมงคล ฉันก็อยากไปกราบขอขมาเสด็จพระองค์หญิง”
“เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองเถอะ ส่วนคุณก็ทำใจให้สบายอย่าคิดอะไรมากก็พอ”
จริยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย

น้ำมนต์เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเซ็งๆอยู่กับประพันธ์ที่ทางเข้าโฮมสเตย์
“ทำไมเพื่อนฉันถึงได้ unlucky in love แบบนี้นะ”
“ผมบอกได้เลยว่าคุณวิศรุตเองก็ไม่มีความสุขกับเรื่องนี้เหมือนกัน”
“ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่เชียร์เพื่อนฉันกับเจ้านายคุณเลย”
แนนซี่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมๆเข้ามา “ขอโทษนะจ้ะ ที่นี่โฮมสเตย์ของวิศรุตใช่ไหม”
ประพันธ์และน้ำมนต์คิดว่าแนนซี่เป็นนักท่องเที่ยว “ใช่ครับ แต่ต้องขอโทษจริงๆ โฮมสเตย์ของเรา ช่วงนี้ปิดปรับปรุงครับ”
น้ำมนต์ยังเคืองวิศรุตอยู่ “เจ้าของเขาจะแต่งงานน่ะค่ะ เลยไม่มีเวลาจะต้อนรับแขก”
ประพันธ์สะกิดไม่ให้น้ำมนต์พูดให้โฮมสเตย์เสียหาย แนนซี่ประหลาดใจ “แต่งงาน กับใครจ้ะ”
“คุณหญิงสมประสงค์ แห่งวังเทวาสถิตย์ไงคะ”
แนนซี่รำพึง “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” แนนซี่หิ้วกระเป๋าเดินจ้ำเข้าไปด้านใน ทำเอาน้ำมนต์และประพันธ์งง
“อ้าว คุณครับ บอกแล้วไงครับ โฮมสเตย์เราปิดอยู่ คุณรอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมมา” ประพันธ์รีบเดินออกไป น้ำมนต์ได้แต่ยืนมองอย่างงงๆ

แนนซี่เดินเข้ามาในบ้านวางกระเป๋าลง ธาราและอธิปที่หิ้วตะกร้าผ้าเดินผ่านมาพอดีเห็นแนนซี่ก็งงๆ
“คุณคะ โฮมสเตย์เราปิดอยู่ค่ะ”
“ฉันทราบแล้วล่ะจ้ะ แต่ฉันต้องการพบวิศรุต เขาอยู่ที่ไหน”
ประพันธ์และวิศรุตรีบเดินเข้ามา “คุณป้าที่ไหนไม่ทราบครับ อยู่ๆก็เข้ามา ผมบอกว่าที่นี่ปิดอยู่ก็ไม่สนใจ” วิศรุตเห็นแนนซี่ก็ประหลาดใจ ประพันธ์รีบบอก “นั่นไงครับ”
“แนนซี่” แนนซี่มองวิศรุตด้วยสายดุๆ เคืองที่เพิ่งรู้เรื่องวิศรุตจะแต่งงานโดยเฉพาะแต่งกับม.ร.ว.หญิงประสงค์สม

วิศรุตพาแนนซี่มาคุยอีกด้านหนึ่ง “จะมาทำไม่บอกผมก่อนครับ”
“บอกก่อนก็คงไม่รู้ว่าหลานจะแต่งงาน โดยไม่ปรึกษาป้าสักคำ นี่ยังไม่ได้ไปแสดงตัวใช่ไหมวิศรุต”
“ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วล่ะครับ”
ประพันธ์ ธารา และอธิปรีบตามมาเกาะกลุ่มแอบฟังหน้าสลอนอย่างอยากรู้อยากเห็นที่บริเวณนั้น
“เห็นว่าหลานจะแต่งงานกับคุณหญิงประสงค์สม”
พวกแอบฟังมองหน้ากัน ที่แนนซี่เรียกวิศรุตว่าหลานก็พากันเลิกลัก “หลาน!!”
“ถ้าคิดว่าดีแล้วป้าก็ไม่ว่าอะไร แต่คนจะแต่งงานกันเขาก็ควรจะรู้ว่าคนที่เขาแต่งงานด้วยเป็นใคร จริงไหม”
“ที่ผมทำทุกอย่างมันมีเหตุผลนะครับ”
“จะเหตุผลอะไรก็ตาม ถ้าต้องหลอกลวงคนในครอบครัวไปตลอดชีวิต ป้าคงไม่เห็นด้วย เราเคยโกรธที่ถูกหลอก แต่วันนี้กลับทำซะเอง ยิ่งกับคนที่วังเทวาสถิตย์ ถ้าท่านหญิงกิรติโสภณ แม่ของหลานยังอยู่คงเสียใจมาก” วิศรุตนิ่งงันไปจนด้วยเหตุผล “พรุ่งนี้มีใครนำทางฉันเข้าวังได้บ้างจ้ะ”
ทุกคนยกมือ “พวกเราครับ/ค่ะ” แนนซี่รีบเดินไปหาพวกประพันธ์ ทุกคนรีบพาแนนซี่ออกไป
วิศรุตกลุ้มใจ “แนนซี่”

โฮมสเตย์ เวลากลางคืน บรรยากาศริมน้ำเงียบเหงา วิศรุตยืนมองดูแหวนในมืออย่างไม่มั่นใจกับการจะไปเปิดตัวที่วังเทวาสถิตย์กับแนนซี่
แนนซี่เดินเข้ามาอย่างรู้ว่าวิศรุตกำลังไม่สบายใจ “ทำไมจะต้องกังวล กับการทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยล่ะวิศรุต”
“แล้วแนนซี่รู้ได้ยังไงครับว่ามันถูกต้อง บางทีถ้าผมไม่บอกความจริงอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าก็ได้”
“ลืมที่ป้าเคยสอนเราตอนเด็กแล้วหรือไง ความจริง ความถูกต้องและความดี ต้องมาพร้อมๆกัน อย่าลังเลอีกเลยนะวิศรุต” แนนซี่จับมือวิศรุตอย่างเป็นการกำชับว่าเขาหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว

วังเทวาสถิตย์ เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีทรงคอยกำกับทอดเนตร ม.ร.ว.หญิงประสงค์สมและสาวใช้ที่จัดแจกันดอกไม้กันอยู่
ทิวาเข้ามา “มีแขกมาขอเข้าเฝ้าเสด็จเพคะ”
เสด็จพระองค์หญิงทรงแปลกพระทัย “ใครกัน”
“เขาบอกว่า ชื่อแนนซี่เพคะ”
เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีและม.ร.ว.หญิงประสงค์สมพากันแปลกใจ ว่าแนนซี่คือใคร
แนนซี่นั่งเก้าอี้ห่างๆ ก้มกราบเสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีอย่างนอบน้อม เสด็จพระองค์หญิงวิสุทธิโสภีตะลึง ทอดเนตรและฟังอย่างสนใจ “อายุมาก ก็ลงนั่งที่พื้นไม่ไหว ขอประทานอภัยเถอะเพคะ”
“จำได้ละ เธอคือครูแหม่มแนนซี่คนสวย ของหญิงกิรติ ..ใช่จริงๆด้วย”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนอวสาน[4] วันที่ 21 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ