อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[4] วันที่ 29 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[4] วันที่ 29 ธ.ค. 58

“สงสัยเดี๋ยวจะมีคนได้เลื่อนตำแหน่ง!” หนูนาอวยเพื่อน
“แน่นอนอยู่แล้ว พอเธอกลับมานะหนูนา ฉันก็เป็นซีเนียร์แล้ว”
กชแซว “ขี้โม้!”
จุฑารัตน์สวน “ปากไม่ดี ระวังจะโดนปลด!”
“ถ้าผมโดนปลด คุณเองแหละจะลำบาก จะมีตำรวจคนไหนให้ความร่วมมือและช่วยเหลือนักข่าวป่วนๆอย่างคุณเท่ากับผมอีก”
จุฑารัตน์เบ้หน้า ที่กชพูดยกตัวใส่ กชยิ้มๆกรุ้มกริ่ม...
หนูนา และสีหนาทมองๆหน้ากัน สองคนเริ่มจะเห็นตรงกัน ว่าคู่นี้ชักยังไงๆกันอยู่

รามมาช่วยขนของ บอกกับบุญตา “ยกไปไว้ที่รถตู้ของคุณวรรณนะ” รามเห็นบุญตายกไปไม่หมด “ไม่เป็นไรที่เหลือฉันจัดการเอง”
บุญตาหิ้วของรัศมีไป รามหันมายกกระเป๋าที่สวยและดูแข็งแรงมากใบนึง


“นี่ ใบนั้นถือระวังหน่อยนะ” รัศมีส่งเสียงออกมาก่อนตัว ก่อนจะออกมาเห็นว่าคนที่ตัวเองสั่งไปคือราม ไม่ใช่บุญตา ก็ชะงักไป “ฉัน..ฉันนึกว่าเด็กรับใช้”
“ผมจะระวัง ไม่ต้องห่วง” รามถือกระเป๋า หันหลัง กำลังจะไป
“เดี๋ยวก่อน..” รามชะงัก รู้สึกได้ว่าสุ้มเสียงของรัศมีฟังดูไม่กระด้างเท่าเก่า หันกลับมามอง รัศมีอึกอักเล็กน้อย ก่อนบอก “ขอบใจ..” พูดนิ่งๆ ด้วยท่าที่ที่คงความทระนงอยู่
รามมองที่กระเป๋า “ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง”
“ไม่ใช่...” รามแปลกใจ “ฉันไม่ได้ขอบใจเรื่องนั้น แต่เป็น..เรื่องที่นายช่วยชีวิตฉัน”
รามยืนนิ่ง ไม่นึกไม่ฝันจะได้ยินคำขอบคุณของรัศมี มองรัศมีนิ่งอยู่อึดใจ ตัดสินใจบอก “คุณเป็นแม่ของยัยหนู เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ที่ต้องปกป้องคุณ..”
รัศมีมองหน้าราม เห็นความหนักแน่นและจริงใจแบบลูกผู้ชายที่ไม่เปลี่ยนไปของเขา ซึ้งใจ พยักหน้าน้อยๆ ขนิษฐาเดินออกมา เห็นรามหยุดคุยกับรัศมีอยู่ ก็ชะงัก จะเดินออกไปก็ไม่กล้า ได้แต่หยุดแอบอยู่..
“ถือว่าวันนี้เราสองคนโชคดี ที่ต่างก็ได้ครอบครัวของเรากลับคืนมา ยัยหนูแกคงจะดีใจมาก ที่คนรอบๆตัวแก เข้าใจกันได้แบบนี้ พวกเราก็ควรปล่อยวางเรื่องที่เคยบาดหมางกันซะที จะได้มั๊ย?”
รัศมีเหลือบมองราม แล้วนิ่ง ก่อนจะตอบเด็ดเดี่ยว “ได้สิ” แววตาอ่อนแสงลง ยิ้มให้รามเป็นครั้งแรก “ขอบใจนะ”
หนูนาเดินมา “เสร็จรึยังคะแม่” เซอร์ไพร์สนิดๆที่เห็นพ่อกับแม่คุยกันอยู่ “สองคนคุยอะไรกันอยู่คะเนี่ย ?”
รัศมียังฟอร์มอยู่ “เรานี่มันชอบยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่นักนะ!”
หนูนาจ๋อยไปเบาๆ “กะแล้ว ว่าแม่ต้องว่า” ยิ้มใสให้ราม “ตกลงคุยอะไรกันคะ?”
รามยิ้มเอ็นดูลูก แต่ยังไม่ทันจะตอบ ก็เหลือบไปเห็นขนิษฐาที่ค่อยๆเดินออกมา ขนิษฐามองสามคนพ่อแม่ลูก แล้วตัดสินใจ เข้ามา ขนิษฐายิ้มอ่อนๆ แตะแขนหนูนา “ฉันดีใจด้วยนะหนูนา” มองราม “ดีใจด้วยนะคะน้าราม ที่ตอนนี้ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า ต่อจากนี้ คงจะมีแต่ความสุข..” ขนิษฐาบอกพร้อมพยายามแย้มยิ้ม แม้จะปกปิดรอยเศร้าจางๆในแววตาไม่มิดนัก
“ขอบคุณค่ะคุณน้อง”
ขนิษฐายิ้มตอบคำขอบคุณ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป หนูนามองตาม
รัศมีเองก็มองตามครุ่นคิด “แสดงความยินดีที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า? พูดอย่างกับเราจะแต่งกันใหม่ยังงั้นแหละ” ราม หนูนาชะงักกันไป “ทำเป็นแสดงความยินดี ไม่รู้ว่าจริงๆแอบหลบไปซับน้ำตาอยู่ที่ไหน! ถ้าไม่กลัวยัยนั่นเสียใจก็ไม่ต้องฟังฉันหรอก! ฉันไปตามตาแกก่อน” รัศมีว่าแล้วก็เดินไป
“แม่เค้าพูดอะไรของเค้า” รามส่ายๆหน้า
“แต่หนูนาว่า.. แม่พูดถูกนะคะ” รามชะงักที่หนูนาพูดขึ้นมาแบบนี้ หนูนาตัดสินใจ ถามเลย “พ่อคะ พ่อ..ยังรักแม่อยู่รึเปล่า?” รามอึ้ง

เมื่อห่างจากรามและหนูนา ขนิษฐาเร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ แล้วมาหยุดพิงผนังด้านหนึ่ง น้ำตาเอ่อขึ้นที่ขอบตาล่าง รีบยกนิ้วขึ้นปาดออกก่อนที่มันจะไหลรินยิ่งกว่านี้ “พอแล้ว..ไม่ต้องร้อง..” ขนิษฐาข่มอารมณ์สะเทือนใจเอาไว้ จะต้องยอมรับกับการเสียรามไปให้ได้!

หนูนาถามย้ำกับรามที่นิ่งอึ้งไป “ว่าไงคะพ่อ พ่อยังรักแม่อยู่รึเปล่า?” เห็นท่ารามอึดอัด “นาอยากรู้จริงๆ”
“ถ้าให้ตอบตรงๆ” รามระบายลมหายใจ “พ่อยอมรับ..ว่าตอนนี้ความรักระหว่างพ่อกับแม่..คงหาได้ยากเต็มที เราสองคนเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้อีก..แต่สิ่งหนึ่งที่ยังผูกพันพ่ออยู่คือความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์”
หนูนาอดใจหายเบาๆไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก “แล้วถ้าวันนึง พ่อเจอคนที่..พ่อคิดจะรักเค้า และเค้าก็รักพ่อมากล่ะคะ”
รามชะงักไป แต่ยังพูดหนักแน่น “ไม่มีใครอีกแล้วลูก ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ผู้หญิงที่พ่อจะรัก..มีหนูแค่คนเดียว เท่านี้ก็พอสำหรับพ่อแล้ว”
หนูนาทนไม่ไหว “แล้วคุณน้องล่ะคะ พ่อเอาคุณน้องไปไว้ที่ไหน”
“ยัยหนู..”
“คุณน้องรักพ่อนะคะ..รักมาก” รามอึ้งไป “ตอนที่หนูนาไปเฝ้าไข้ เธอยังเพ้อหาพ่อ พ่อคะ ถ้าคนๆนั้นเป็นคุณน้อง นาเห็นด้วยนะคะ” รามนิ่งไปอึดใจ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งนึกไม่ถึงว่าลูกจะรู้!! แล้วยังจะมาอนุญาตอีกด้วย “รับปากนานะคะ ถ้าเรื่องวุ่นๆนี่ผ่านไปแล้ว นาอยากให้พ่อ..คิดเรื่องคุณน้องบ้างนะคะพ่อ หนูนาอยากเห็นพ่อมีความสุขค่ะ” หนูนายิ้มหวานอ้อนพ่อ “ นะค้า..”
รามอดไม่ได้ที่ยิ้มล้อเลียนออกมา หนูนามองรอยยิ้มพ่อ ประหลาดใจ รามหัวเราะเบาๆ “สิบห้าปีมานี่ พ่อเคยคิดบ่อยๆว่าถ้าพ่อได้เจอหน้าลูก ลูกจะพูด อะไรบ้าง อาจจะโกรธ หรืออาจจะเข้าใจพ่อ แต่ไม่เคยเลยสักครั้ง!ที่พ่อจะฝัน ว่านาราของพ่อจะพยายามมาเป็นแม่สื่อแม่ชัก”
“แหม! ก็หนูนาห่วงพ่อนี่คะ” เธอยิ้มทะเล้น “อยากให้พ่อมีคนดีๆดูแล”
“ลูก..แค่หนูรักและคิดถึงพ่อแบบนี้ พ่อ..ก็มีความสุขมากแล้ว”
รามพูดพลางโอบศีรษะเล็กๆของลูกมาไว้ในอ้อมกอด..ปลื้มใจเป็นที่สุด แล้วรามโอบไหล่ สองพ่อลูกพาเดินไปด้วยกันอย่างอบอุ่น..

ชาวไร่ทั้งหลายต่างรออยู่ที่หน้าเรือน สีหนาทยืนอยู่ด้านหน้า
“พวกเราคงส่งได้แค่ตรงนี้นะหนูนา” แป้นจับมือหนูนา ใจหาย “แกไปอยู่โน่นก็ระวังๆล่ะอย่าไปเผาครัวพวกฝรั่งมันเชียว ยิ่งซุ่มซ่ามๆอยู่!!”
“แป้นน่ะ..” เธอค้อนเบาๆ แต่รับรู้ได้ถึงความจริงใจของแป้น เธอเข้ามากอดแล้วสองตาพากันตาแดงๆ
พอหนูนาคลายออกจากอ้อมกอดแป้น แล้วกระจิบก็ดันหลังใครคนนึงเข้ามา “กล้าๆหน่อย เค้าจะไปแล้ว!”
พวงนั่นเองที่กล้าๆกลัวๆ ในมือถือช่อดอกไม้ที่เก็บมาจากในไร่ กระจิบ เพ๊อะพยักหน้าให้พวงลงมือ
“ฉัน...ขอโทษนะหนูนา เรื่องที่เกิดขึ้น ถึงฉันไม่ได้คบคิดกับไอ้เรือง แต่ฉันก็มีส่วนทำให้เธอเดือดร้อน ฉันสำนึกแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว อภัยให้ฉันได้มั๊ย”
หนูนาแทนคำตอบ หยิบดอกไม้มาจากมือของพวง “ฉันอภัยให้”
พวงมองหน้าหนูนา ปาดน้ำตา “ขอบใจ ขอบใจเธอมากนะ”
“ที่ฉันเคยว่าพวง พวงก็อย่าถือเลยนะ”
พวงรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไร เธอว่าฉัน น้อยกว่าที่ฉันว่าเธอตั้งเยอะ! เอาไว้เธอกลับมาฉันจะสอนวิธีด่าเจ็บๆกว่านี้ให้!”
สีหนาทปราม “เอ่อ ไม่ต้องหรอกพวง ให้หนูนาเป็นแบบนี้น่ะดีแล้ว”
พวงชะงักเพิ่งรู้ตัวว่าเยอะ ชาวไร่พากันหัวเราะ พวงเห็นรอยยิ้มหนูนาก็ยิ้มออกในที่สุด..บุญตา แป้น ชาวไร่คนอื่นๆพากันมาตบบ่าพวง พากันอภัยและไม่ถือสาไปด้วย ก้อนค่อยยิ้มออกที่ลูกหมดเคราะห์กันซะที!
ก้อนอวยพร “ขอบใจนะหนูนา เอ็งใจกว้างแบบนี้ อยู่ที่โน่นก็ขอให้เจอแต่คนดีๆเพื่อนดีๆนะ”
ประกอบเสริม “ช่ายๆ เรียงจบมาแล้วก็ร่ำรวยๆๆยิ่งๆขึ้งไปอีกน๊า อาหนูนา”
“เค้ารวยอยู่แล้วนะ ได้ข่าว ป้าขอให้เอ็งประสบความสำเร็จนะ แล้วจะส่งน้ำพริกสูตรเด็ดไปให้ รับรองกินแล้วอร่อยมีแรงสู้พวกฝรั่งได้แน่!” อวนบอก
“ขอบใจมากจ้ะป้า” เธอตอบรับอย่างซึ้งใจ
“พวกฉันขอให้เธอได้เกรดดีๆนะหนูนา” กระจิบมองหนูนาจริงใจ
เพ๊อะพยักหน้าร่วมด้วย “ใช่ๆ ขอให้เรียนได้ที่หนึ่ง ไม่มีใครสู้เธอได้เลย!”
“แหม นี่เรียนนะจ๊ะ ไม่ได้ไปรบ บู๊ตลอด พวกเธอเนี่ย! พี่ไม่ขอให้น้องหนูนาได้เกรดดีๆหรอกนะจ๊ะ ต้องได้เกรดเอๆ สิมันถึงจะแจ่ม!!” ทุกคนครื้นเครงกันไปกับลูกเล่นของเชษฐ์
“ขอบใจนะ ทุกๆคน ขอบใจจริงๆ แล้วไว้เจอกันใหม่” หนูนาบอกเพื่อนพี่น้องชาวไร่ด้วยความซาบซึ้งใจ

สีหนาทเดินกันมาเพียงสองคนกับหนูนา...ในยามนี้ทั้งสองคน และบรรยากาศรอบข้างพากันเงียบงันลงไป
หนูนาเหลือบมองสีหนาท ที่เดินช้าลงไปอย่างมาก สีหนาทหยุด พลางบอก “แปลกนะ ทุกทีที่เดินทางนี้ ฉันไม่เคยรู้สึกเลย..ว่าระยะทางมันสั้นขนาดนี้..” เขาถามหนูนา “รู้สึกมั๊ย ?” หนูนามองตาสีหนาท เข้าใจในความหมายอันน่าใจหายนั้น “เราเดิน..” เขาจับมือหนูนาไว้ วอนขอ “ช้าลงอีกหน่อยได้มั๊ย? ฉันอยาก..ยืดเวลา ที่เราได้เดินด้วยกันแบบนี้..ไปอีกหน่อย..” หนูนาฟังสีหนาทใจหายยิ่งกว่าเก่า เอื้อมนิ้วไปแตะที่เคราของเขาอย่างปลอบๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ สีหนาทรวบหนูนาเข้ามากอดไว้ เป็นกอดที่แสนจะหวงและห่วงเหลือเกิน “อีกสองปี เธอต้องกลับมาเดินข้างๆฉันนะหนูนา.. แล้วฉันจะไม่ให้เธอต้องเดินไปคนเดียวอีก หลังจากนั้น..” เขาสบตา ประคองใบหน้าหนูนาให้ฟัง “เราจะเดินไปด้วยกัน”
“ค่ะ..” เธอตอบรับอ่อนหวาน “ฉันจะเดินกับคุณ เหมือนที่.. คุณแม่คุณ..เคยเดินกับคุณพ่อ..”
สีหนาทได้ยินว่าหนูนาจำได้ ยิ่งบีบในใจ ไม่อยากจะปล่อยให้ไปเลย “ใช่ เหมือนพ่อแม่ฉัน ที่ท่านไม่ปล่อยมือกัน จนกระทั่งวันสุดท้าย..” สีหนาทจับมือหนูนา มาจูบเบาๆ ลูบผมสายตาอาวรณ์ แล้วดึงมากอดใจหาย.. “รีบกลับมาเร็วๆนะหนูนา”
หนูนาพยักหน้า ตาแดงๆอยู่บนบ่ากว้าง.. ทั้งสองคนอยากจะให้เวลาหยุดหมุนเสียตรงนี้

วรรณยืนคอยอยู่ ณ บริเวณหนึ่ง ห่างจากรถตู้ไม่มาก จุฑารัตน์ กช ราม รัศมียืนอยู่มุมหนึ่ง ไข่ และขนิษฐาก็ยืนรออยู่ด้วย สีหนาทและหนูนาเดินกันมาถึงที่รถตู้ สีหนาทพยักหน้ากับหนูนาว่าจะเดินไปตามวรรณให้
สีหนาทเดินมาถึงตรงที่วรรณยืนอยู่ วรรณเมื่อเห็นสีหนาทก็บอก “ขอบใจเธอนะที่ดูแลต้อนรับฉันเมื่อคืน แล้วก็..ที่เธอคอยช่วยเหลือยัยนา ตลอดเวลาที่เค้าอยู่ที่นี่”
“ผมยินดีครับ อย่างที่ท่านทราบ..”
วรรณนิ่งไปอึดใจ แล้วบอก “สำหรับเรื่อง..ที่เราคุยกันเมื่อคืน” สีหน้าจริงจังขึ้น “ถ้าเธอจริงใจกับหลานฉันจริง ฉันอยากจะขอให้ภายในสองปีนี้ เธอกับยัยนาไม่มีพันธะผูกมัดใดๆต่อกัน” สีหนาทฟังวรรณ ชะงักไป “ฉันอยากจะให้หลานฉันได้มีโอกาสอย่างเต็มที่ ยัยนาจะต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด!”
สีหนาทนิ่งไป ก่อนจะตอบด้วยแววตาหนักแน่น ไม่เปลี่ยน “ได้ครับ ตามที่ท่านขอ”
“ดี” วรรณพยักหน้า พอใจความใจกว้างของสีหนาท “ยัยนาน่ะมันเป็นเด็กฉลาด ฉันมั่นใจว่ามันจะรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับมัน”
“ครับ และผมก็มั่นใจไม่แพ้ท่าน ว่าหนูนาต้องรู้แน่ว่าใครดีที่สุดสำหรับเธอ” สีหนาทตอบวรรณอย่างไม่หวั่นไหว
วรรณยิ้ม..นึกทึ่งในความมั่นใจและทรนงของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

วรรณพยักหน้าเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว บอกพวกสีหนาทที่มาส่ง“พวกฉันไปก่อนล่ะ”
สีหนาท ขนิษฐา รามยกมือไหว้วรรณ และยิ้มให้อย่างสุภาพ วรรณขึ้นรถไปกับรัศมี รัศมีช่วยประคองวรรณ หนูนาหันมาหาจุฑารัตน์ กอดกันร่ำลา
“วันที่แกขึ้นเครื่องไปเมกา ฉันอาจจะได้ไปส่ง แล้วเจอกันนะหนูนา”
“เดินทางปลอดภัยนะครับ” กชบอก
“ขอบใจนะจุ๊ ขอบคุณค่ะสารวัตร”
หนูนาหันหาไข่ ไข่จับมือและลูบแขนหนูนาเอ็นดู “ประสบความสำเร็จทุกอย่างนะเจ้า อย่าลืมสูตรกับข้าวที่แม่ไข่สอน กินแต่อาหารฝรั่งเดี๋ยวจะเลี่ยน”
“ค่ะ ป้าไข่ หนูนาไม่ลืมแน่ค่ะ คนที่สอนให้หนูนาทำครัวได้ขนาดนี้ มีแค่ป้าไข่คนเดียว ขอบคุณมากนะคะ” ไข่แตะมือหนูนาซึ้งใจ แล้วหนูนาหันไปทางขนิษฐา หนูนาเข้าไปหา และตัดสินใจพูด “คุณน้องคะ ช่วงที่นาไม่อยู่ นาฝากพ่อด้วยนะคะ”
ขนิษฐาชะงักไป อย่างนึกไม่ถึง เอ๊ะ! หนูนาจับมือขนิษฐา มองย้ำว่าไม่ได้พูดเล่น ขนิษฐยังงงงันทำตัวไม่ถูก หนูนายิ้ม.. แล้วก็ผละมาหาราม
รามเสียงเบา “ทำอะไรห๊ะเรา?”
“ก็ทำหน้าที่ลูกที่ดีไงคะ” หนูนามองพ่อ หน้าจ๋อยๆลง “หนูนาไปก่อนนะคะพ่อ”
รามใจหาย...จับศีรษะเล็กนั้นโยกเบาๆอย่างเอ็นดู “พ่อรู้..ว่าลูกของพ่อต้องทำได้ ทั้งเรื่องเรียนและทุกๆเรื่อง ดูแลรักษาตัวดีๆนะลูก”
“ค่ะ” แววตาหนูนายังห่วงพ่อ “พ่อด้วยนะคะ”
รามพยักหน้าให้ หนูนากอดรามรับเอาไออุ่นก่อนลา แล้วพอผละออก เห็นสีหนาทมายืนตรงหน้า สองคนสบสายตากัน มีความรู้สึกห่วงหาอาทรมากมาย สีหนาทเพียงเอื้อมมือมาสัมผัสเรือนผมหนูนาเบาๆอย่างรักใคร่ แววตาอาวรณ์
หนูนาอ้าปาก จะเอ่ยลา “ฉันไป..”
สีหนาทชิงพูดก่อน “แล้วเจอกันใหม่!” ย้ำเบาๆ เสียงแผ่ว “อย่าลืมนะ” แววตาสีหนาทหนักแน่น หนูนาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะผละไป...
รถตู้แล่นห่างไป...... สีหนาทและราม ผู้ชายสองคนซึ่งเป็นดวงใจของหนูนา ยืนส่งจนรถไปไกลลับตา

3 เดือนผ่านไป ดวงอาทิตย์ขึ้น ณ เช้าวันใหม่ในไร่บัวขาว ที่สวนหลังบ้านราม ไก่ของหนูนาโตเป็นไก่รุ่น โก่งขอขันรับอรุณ บรรยากาศในไร่ยามเช้า คนงานทยอยกันออกจากเรือนพัก ผู้หญิงสวมกระโจมอกเตรียมไปอาบน้ำ ผู้ชายบ้างแปรงฟันอยู่หน้าบ้าน บ้างเพิ่งตื่นออกมาจัดแจงเปิดหน้าต่าง ประตู ร้านค้าของประกอบ ประกอบกำลังเปิดร้านปัดฝุ่นข้าวของเอาปลัดขิกมาตบๆๆของและท่องให้ขายดี
ห้องนอนสีหนาท เห็นเท้าของสีหนาทที่โผล่พ้นผ้าห่ม พร้อมเสียงใสๆดังขึ้น “ตื่นได้แล้วค่ะ”
สีหนาทค่อยปรือตาขึ้น “หนูนา..” เขาโผล่หน้าจากผ้าห่ม หน้าตายังงัวเงีย
“ทำไมวันนี้ตื่นสายจัง เสียชื่อนายสิงห์หมด!”
สีหนาทลูบหน้า บิดขี้เกียจเล็กน้อย ยิ้มๆ “ก็เมื่อคืน.. ใครล่ะที่ทำให้ฉันนอนดึก!”
“ก็ใครให้คุณคอย ฉันบอกแล้วว่าค่อยคุยกันคืนนี้ เอ่อ ฉันหมายถึง...เช้านี้..ก็ได้”
สีหนาท ขยับตัว ยื่นหน้ามาใกล้ สีหนาทตอบจริงจัง “ไม่ได้” ก่อนจะยิ้ม “ก็คนคิดถึงนี่!”
หนูนายิ้มๆค้อนๆหมั่นไส้! ในความเยอะ ของสีหนาท นิ้วของสีหนาทยื่นมาหา แล้วแตะลงตรงหน้าโน้ตบุ๊คที่กางค้างไว้บนเตียง แล้วเผลอหลับไปเมื่อคืน สองคนสบตาผ่านกล้อง สายตาของทั้งคู่ยังเปี่ยมความรู้สึกผูกพันเหมือนเมื่อเคยอยู่ต่อหน้ากัน หนูนาคุยมาจากหอพักนักเรียนนอก เห็นบนโต๊ะเต็มไปด้วยตำรับตำราเรียน สีหนาทคุยกับหนูนาท่าทางคุ้นกับการคุยกันแบบนี้แล้ว

ที่แปลงกุหลาบสวยสะพรั่งไปทั้งแปลง ขนิษฐามองอย่างตื่นตะลึง“งามกว่าแปลงที่แล้วซะอีก พี่สิงห์จะให้เพาะพันธุ์ขายแล้วเหรอคะ?”
“เปล่าหรอกครับ แปลงนี้ ผมขอคุณสิงห์ปลูกเอง”
ขนิษฐาเลิกคิ้วแปลกใจ รามใจกล้าขึ้น ก้าวเข้ามาใกล้ขนิษฐา “ผมเห็นแปลงดอกไม้ข้างหน้าต่างห้องคุณน้องโรยแล้ว กะจะเอากุหลาบพวกนี้ไปลงไว้ให้แทน เวลาคุณมองลงมาเห็น คงจะสวยดี คุณน้อง..เห็นด้วยมั๊ยครับ”
ขนิษฐาดีใจมากๆจนพูดไม่ออก รามเห็นไม่ตอบ แหย่นิดๆ “หรือว่า จะไปปลูกที่อื่นดี?”
ขนิษฐารีบส่ายหน้า แตะแขนรามห้าม “ที่นั่นล่ะค่ะ ดีแล้ว แต่..น้องเคยปลูกกุหลาบ แค่ที่ระเบียงต้นเดียว ไม่รู้ว่าเลี้ยงเยอะๆแบบนี้ จะรอดรึเปล่า?”
รามตอบมั่นใจ “รอดสิครับ ถ้าเราสองคน..ช่วยกันดูแล“

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนอวสาน[4] วันที่ 29 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ