อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[5] วันที่ 12 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[5] วันที่ 12 ธ.ค. 58

แดนกับภารดีเปิดประตูเข้ามา ชะงักที่เห็นความวุ่นวายภายในห้อง นรุตม์พยายามจะลุกจากเตียง ศตวรรษคอยยื้อไว้ พยาบาลช่วยกันดึง แต่นรุตม์ไม่ยอม
“พี่ต้องไปหาลี”
“เจ็บแบบนี้ไม่ไหวหรอกพี่!” นรุตม์ไม่ยอมพยายามจะเหวี่ยงศตวรรษออก ศตวรรษหันมาขอความช่วยเหลือ “พี่แดน ช่วยผมที” แดนเข้ามาช่วยแต่นรุตม์ไม่ลดละเลย
พยาบาลวิ่งนำหมอเข้ามา พยาบาลส่งเข็มฉีดยาให้ หมอเอ่ย “ช่วยจับให้นิ่งที่สุด”

“ผมจะไปหาลี ปล่อยผม!” นรุตม์ถูกฉีดยาแล้วค่อยๆ เบาลงจนหมดสติ และนอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยา
“มันหลายวันแล้วนะพี่” ศตวรรษกังวล


“พี่แยกกันตามก็ยังหาตัวไม่เจอ” แดนเอ่ยตอบอย่างจนใจ
“เอมกลัวว่าคุณลีจะทำร้ายตัวเอง”ภารดีเป็นห่วง
“คุณธีเช็คตามโรงพัก โรงพยาบาล มูลนิธิแล้วยังไม่มีเคสไหนที่ใกล้เคียงกับคุณลีเลย มันหลายวันแล้วนะพี่ พ่อกับอาดลหว่านคนตามหาขนาดนี้มันต้องเจอสิ”
“ขอแค่ลียังมีชีวิตอยู่ ยังไงเราก็จะตามหาเขาให้เจอ” แดนเอ่ยอย่างมีความหวัง

ที่โบสถ์คริสตจักรแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ซิสเตอร์เข้ามาในโบสถ์เตรียมทำพิธีมิสซาในวันอาทิตย์
“ซิสเตอร์ครับ มีคนตายครับซิสเตอร์!” เสียงเด็กทำความสะอาดร้องบอก
ซิสเตอร์ตกใจรีบตรงเข้าไปตรงจุดที่เด็กทำความสะอาดยืนอยู่ด้วยสีหน้าหวาดกลัว แล้วก็เห็นผู้หญิงในชุดเสื้อผ้าโทรมๆ ราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว นอนกองอยู่มุมหนึ่ง ซิสเตอร์เข้าไปใกล้ๆ
“ซิสเตอร์!” เด็กทำความสะอาดเอ่ยกลัวๆ
ซิสเตอร์พิจารณาแล้วแล้วใช้มืออังที่จมูกรับรู้ว่ายังมีลมหายใจ “ยังหายใจอยู่” ซิสเตอร์เอ่ยพลางพลิกตัวผู้หญิงขึ้นมา เป็นลีลานั่นเอง

เวลาต่อมา ลีลาในสภาพที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วนั่งอยู่บนเตียง
ซิสเตอร์ยกอาหารเข้ามาให้ “กินข้าวแล้วกินยา ไข้จะได้ลด”
“ขอบคุณค่ะ” ลีลายกมือไหว้ แต่ยังนิ่งไม่จับช้อน
“กินข้าวสิ” ลีลาเจอคะยั้นคะยอก็ยอมตักข้าวกิน ซิสเตอร์เอ่ยถาม “แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ในโบสถ์ได้ล่ะ” ลีลากินข้าวช้าๆ ไม่ได้ตอบ ซิสเตอร์มอง อาการลีลาแล้วถามอีก “บ้านอยู่ที่ไหนล่ะ แม่จะไปส่ง”
ลีลาชะงักมือที่กินข้าว น้ำตาร่วง“ฉันไม่มีบ้านค่ะ ไม่มีครอบครัว ไม่มีที่กลับไปอีกแล้ว”
ซิสเตอร์เห็นอาการลีลาดูเจ็บปวด “ถ้างั้นก็พักที่นี่ก่อน รักษาตัวให้หายไข้ แล้วเราค่อยคุยกันอีกทีนะ” ลีลาน้ำตาร่วงด้วยความขอบคุณ
ภายในบ้านสงเคราะห์เด็กของซิสเตอร์ ลีลาอยู่ในห้องมองเหม่อออกไปด้านนอก เสียงแกรกๆ เสียงพูดคุยดังมาจากหน้าห้อง ลีลาหันไปมองเห็นเด็กเล็กๆ กับเด็กโตที่ไล่วัยกำลังยืนแอบดูซ้อนๆ กันอยู่ที่ประตู
ลีลาหันมองแล้วลุกขึ้นมาที่ประตู เด็กๆ แตกฮือวิ่งออกไป ลีลามองตามแล้วเดินออกไป

ลีลาเดินออกมา เห็นเด็กเป็นสิบคนที่กำลังเล่นกันอยู่ที่สนาม เด็กหลายๆ คนมองลีลาด้วยสายตาสงสัย แต่ไม่กล้าเข้ามาได้แต่ยิ้มแล้วก็โบกมือให้ ลีลายิ้มและ โบกมือตอบ
ซิสเตอร์เดินเข้ามา เด็กๆ เข้าไปกอดซิสเตอร์ “คุณแม่!”
ลีลามองซิสเตอร์ด้วยสายตาเป็นคำถาม

ซิสเตอร์พาลีลาเดินดูรอบๆ เด็กๆ วิ่งเล่นบ้าง ทำการบ้าน กันเป็นกลุ่ม
“คุณแม่ใช้บ้านเป็นสถานสงเคราะห์เหรอคะ”
“แม่รับช่วงต่อจากคุณแม่บุญธรรมมาอีกทีจ้ะ เด็กทุกคนที่นี่เป็นเด็กที่ถูกทิ้ง ถูกทำร้าย”
“แล้วทำไมคุณแม่ถึง...”
“แม่ได้รู้ว่าการได้เกิดมาเป็นมนุษย์มีค่ามากแค่ไหนเมื่อได้รู้จักการ ”ให้” รอยยิ้มของเด็กๆ เป็นของขวัญ ที่ทำให้แม่มีแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้รู้ว่าร่างกายที่เรารู้สึกว่าไร้ค่า สามารถสร้างประโยชน์และเยียวยาผู้อื่นได้ เพราะสิ่งที่เด็ก ๆ ที่นี่ต้องการคือ...”
“คุณแม่ขา...” เด็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดซิสเตอร์ ซิสเตอร์กอดตอบแน่นๆ หอมแก้มด้วยความเอ็นดู เด็กยิ้มมีความสุข
เด็กเล็กอีกคนเข้ามากระตุกแขนลีลา ลีลาหันมองเด็กๆ ที่มองมาด้วยสายตาเหงาๆ ลีลาหันมองซิสเตอร์ ซิสเตอร์พยักหน้าให้ลีลาลอง ลีลาอ้าแขน เด็กเข้ากอดลีลาทันที ลีลากอดเด็กและหอมแก้ม เด็กคนอื่นที่รออยู่วิ่งเข้ามา ลีลาอยู่ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่อยากให้ลีลากอดและสนใจ ลีลายิ้มกอดเด็กๆ อย่างเต็มใจ ซิสเตอร์ยิ้มอย่างยินดีที่ลีลาดูค่อยๆ ดีขึ้น

วันต่อมา ที่ห้องเยี่ยมนักโทษ ผู้คุมเปิดประตูพาณรัลเข้าในห้องเยี่ยม ณรัลชะงักที่เห็นว่าเป็นนรุตม์ กัลยา กับศิรินธารมาเยี่ยมตน
“คุณแม่” ณรัลเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“รัลเป็นยังไงบ้าง แม่เอาของกินที่ลูกชอบมาให้ด้วยนะ”
“พี่รัลอยากได้อะไรบอกนะ ลูกหยีจะเอามาให้”
ณรัลมองกัลยากับศิรินธารด้วยความรู้สึกผิด“ผมขอโทษนะครับแม่ ลูกหยี ที่พี่เคยทำไม่ดี พี่...”
“ช่างเถอะพี่ ลูกหยีไม่คิดมากหรอก เราพี่น้องกัน”
ณรัลมองนรุตม์นิ่ง“พ่อฝากให้ผมเอามาให้พี่ดูครับ”
ณรัลมองเอกสารในมือถือของนรุตม์ ไม่อยากเชื่อ “พ่อแต่งตั้งฉันจริงๆ...”
“เราทุกคนรอให้พี่กลับมานะครับ พี่ชาย...”
ณรัลมองนรุตม์ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ถ้าผมมีโอกาส ผมจะแก้ไขทุกอย่าง”
“พ่อกับแม่จะรอรัลกลับมาบ้านของเรา...” กัลยาให้กำลังใจ
กัลยา ศิรินธาร และนรุตม์ยิ้มให้ณรัลด้วยความจริงใจ ณรัลมองตอบอย่างขอบคุณ

วันต่อมา นรุตม์ กัลยา ศิรินธารและป้าเพ็ญตักบาตรที่หน้าบ้าน ทุกคนกรวดน้ำ
นรุตม์ส่งถ้วยใส่น้ำที่กรวดแล้วให้ศิรินธาร “เทใต้ต้นไม้ใหญ่ อุทิศให้หาญกล้า แล้วอย่าลืมอุทิศให้กับตัวเองด้วยนะ”
“แล้วต้องสวดว่ายังไงคะ?” นรุตม์พาศิรินธารไปที่ใต้ต้นไม้ ทั้งคู่กรวดน้ำด้วยกัน
กัลยามองนรุตม์ด้วยสายตาอ่อนโยน “พี่เลี้ยงนรุตม์มาดีมากเลยนะ ถ้าฉันเลี้ยงลูก ๆ ได้ดีสักครึ่งนึงที่พี่เพ็ญเลี้ยงนรุตม์ ครอบครัวเราคงจะไม่ วุ่นวายแบบนี้ ถ้าวันนี้ไม่มีรุตม์ครอบครัวเราคงแย่ รุตม์เหนื่อยกับเรามามาก ฉันอยากให้เขามีความสุขนะ”
“ถ้าความสุขของคุณรุตม์คือการให้คุณลีลากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว คุณรับได้ใช่ไหมคะ”
กัลยาไม่ตอบหันไปมองนรุตม์กับศิรินธารเงียบๆ ป้าเพ็ญมองกิริยาของกัลยาอย่างไม่แน่ใจในความเงียบของอีกฝ่าย

ที่บ้านสงเคราะห์เด็กของซิสเตอร์ ลีลานั่งมองพระจันทร์เพียงลำพัง
ซิสเตอร์เข้ามานั่งเคียงข้าง “พระจันทร์คืนนี้สวยนะ”
“ค่ะ สวย สว่าง สงบ จนอยากจะเก็บไว้ในมือ แต่ลีรู้สึกว่ามันไกล ลีคงเอื้อมไม่ถึง ไม่มีวันจะเอื้อมถึง”
“ถ้ามันไกล ก็อยู่กับสิ่งที่มี ทำในสิ่งที่เป็นไปได้”
“ลีไม่แน่ใจว่าควรจะทำยังไงต่อ สิ่งที่ลีเริ่มไว้มันพัวพันแน่นเหนียวจนเห็นแต่ปมเต็มไปหมด”
“ถ้าเราเอาแต่มอง เราจะเห็นแต่ปัญหา อย่าตัดสินยากง่ายตั้งแต่ไม่ลงมือทำ ถ้าไม่ลองแก้แล้ว รู้ได้ยังไง ว่ามันแก้ไม่ได้”
ลีลาฟังพลางมองพระจันทร์อย่างใช้ความคิด

นรุตม์นั่งมองจันทร์ด้วยความคิดถึงลีลา นึกถึงวันเวลาที่เคยมีความสุขร่วมกัน “ลี...” นรุตม์เอ่ยขึ้นอย่างคิดถึง

เช้าวันต่อมา ศิริ กัลยา และศิรินธารนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร นรุตม์กับศตวรรษลงมาในชุดสูท
“วันนี้ผมดูดีพอที่จะเป็นตัวแทนคุณพ่อได้หรือยังครับ” ศตวรรษเอ่ยถามยิ้มๆ
ศิรินธารชม “หล่อมากพี่วรรษ แต่น้อยกว่าพี่รุตม์นะ”
“ยอม...มีพี่รุตม์อยู่ข้างๆ พี่อุ่นใจ”
“ผมคงเป็นพี่เลี้ยงอีกไม่นานแล้ว วรรษทำงานได้ดีกว่าที่คิด”
“ทิ้งผมไม่ได้นะพี่รุตม์ พี่ต้องช่วยผมไปอีกนาน ลูกหยีด้วยอีกคนต้องช่วยพี่”
“ได้ เดี๋ยวลูกหยีเข้าคอร์สเข้มข้นกับพี่รุตม์ก่อนนะ” ศิริยิ้มๆ กับภาพบรรยากาศที่อบอุ่นในครอบครัวกลับคืนมา “ลูกหยีจะกลับไปทำงานที่โรงแรมนะคะพ่อ เรื่องน้ำหอมด้วย ทิ้งให้พี่รุตม์เหนื่อยมานานแล้ว”
“ลูกพร้อมแล้วเหรอ” กัลยาเป็นห่วง
“การป่วยไม่ได้ทำให้ลูกหยีทำงานไม่เป็นนะคะแม่ ลูกหยีอยากจะพิสูจน์ตัวเองค่ะแม่ แค่อยู่กับปัจจุบัน ทำมันให้ดีที่สุดใช่ไหมคะพี่รุตม์”
กัลยากับศิริรู้สึกยินดี นรุตม์มองด้วยความดีใจไม่แพ้กันกับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของทุกคน
ป้าเพ็ญเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสาร “คุณวรรษคะ มีเอกสารจากไปรษณีย์จ่าหน้าถึงคุณวรรษค่ะ แต่ไม่มีชื่อที่อยู่ผู้ส่ง”
ศตวรรษรับแล้วเปิดออกมาเป็นใบหย่าที่มีลายเซ็นของลีลา “เอกสารการจดทะเบียนหย่า มีลายเซ็นของคุณลีด้วยครับ”
นรุตม์รีบเข้ามาดู ศตวรรษยื่นโน้ตที่แนบมาในซองให้กับนรุตม์
“ลีส่งเอกสารการจดทะเบียนหย่าเพื่อให้คุณวรรษจัดการเคลียร์ ลีขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียใจคำขอโทษ คงไม่เพียงพอกับความผิดของลี ถ้ามีอะไรที่ลีพอจะชดใช้ให้คุณได้ ลียินดีทำทุกอย่าง ลีลา...”
นรุตม์พลิกซองเอกสารมองตราประทับที่แสตมป์ “จันทบุรี...” นรุตม์ถอดสูทออก “วันนี้พี่คงไปด้วยไม่ได้แล้ว”
“รุตม์จะไปไหน” กัลยาสงสัย
“ผมจะไปตามลีกลับมา” นรุตม์มุ่งมั่น

“แล้วรู้เหรอว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่รู้ที่อยู่ มันยากนะ” กัลยาเอ่ยอย่างเป็นห่วง
“ถึงยากแค่ไหนผมก็ต้องลองครับแม่” นรุตม์เอ่ยสีหน้ามุ่งมั่น

นรุตม์ขี่มอเตอร์ไซค์จอดตามสถานที่ต่างๆ ในจันทบุรี เขาใช้รูปถ่ายลีลาสอบถามทั่วไป ทั้งแม่ค้า วินรถ โรงพยาบาล
ที่โบสถ์ นรุตม์จะเข้าไปในโบสถ์เจอกับซิสเตอร์ นรุตม์ส่งรูปให้กับซิสเตอร์ดู

ลีลาที่อยู่ในบ้านสงเคราะห์เด็ก คอยดูแลเด็กๆ ด้วยความตั้งใจ ทั้งทำอาหาร ป้อนข้าว สอนการบ้าน เล่นกับเด็กๆ สีหน้าลีลาที่ดูแลเด็กๆ ดูมีความสุขมาก
ลีลาเก็บเสื้อผ้า กับผ้าปูที่นอน โดยมรเด็กๆ มาช่วยเก็บ ขณะที่ลีลาดึงผ้าปูที่นอนลงมาก็ชะงักที่เห็นนรุตม์ยืนอยู่หลังราวผ้า ลีลาตะลึงที่เห็นนรุตม์
“พี่ลีครับ เก็บเสื้อผ้าหมดแล้วครับ” เด็กๆ บอก ลีลายังยืนมองนรุตม์อึ้งๆ
“เด็กๆ มาช่วยคุณแม่ทางนี้ก่อนนะคะ” ซิสเตอร์เข้ามาแล้วพาเด็กๆ ออกไป ลีลายังมองนรุตม์นิ่ง
“ผมคิดถึงคุณ ผม...” นรุตม์เอ่ยขึ้น
“ฉันต้องไปดูแลเด็กๆ” ลีลาตัดบทแล้วเดินไป นรุตม์มองตามไม่ยอมแพ้

นรุตม์เดินตามลีลามาติดๆ “ลี...ผมมารับคุณกลับบ้าน”
“ที่นี่เป็นบ้านฉัน เด็กๆ ที่นี่ต้องการฉัน ฉันอยากอยู่เพื่อพวกเขา เพราะฉันรู้ว่าการไม่เป็นที่ต้องการของใครเลยมันเจ็บปวด ฉันไม่มีบ้านให้กลับแล้วค่ะ ไม่มีพ่อ ไม่มีป้า ไม่มีคนรอที่จะให้ฉันเดินกลับไปหา”
“แต่คุณมีผม...”
ลีลามองนรุตม์ด้วยความเจ็บปวด “วินาทีที่คุณบอกกับทุกคนว่าฉันเป็นภรรยาคุณ ฉันผิดหวังเจ็บปวด เพราะรู้ว่าคำพูดนั้นของคุณมีเพื่อปกป้องครอบครัวเท่านั้น คุณไม่ต้องการให้พ่อ...ของคุณเสียใจ ปกป้องความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวคุณ แต่ไม่ใช่ฉัน” นรุตม์รู้สึกผิดเพราะมันเป็นความจริง นรุตม์จะพูด แต่ลีลาไม่เปิดโอกาสให้ “สิ่งที่คุณทำไม่ต่างจากพ่อของฉัน ชีวิตฉันเป็นได้แค่เครื่องมือของทุกคน ฉันจะอยู่ที่นี่ค่ะ จะไม่กลับ ไปอีก” นรุตม์จับมือลีลาจะขอร้อง “ให้เกียรติฉันสักครั้ง เคารพการตัดสินใจของฉัน...” นรุตม์อึ้งจำต้องปล่อยมือจากลีลา “ลาก่อนค่ะ นรุตม์”
“ผมเสียใจที่ในเวลานั้นผมทำได้ดีที่สุดเพียงแค่พูดความจริง ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นเครื่องมือ แต่ผมไม่อยากให้คุณกับวรรษถูกกล่าวหาแบบนั้น ผมพยายามจะปกป้องคุณให้ดีที่สุด ปกป้องผู้หญิงที่ผมรัก” ลีลาชะงักที่ได้ยินแต่ไม่หันมา “ให้โอกาสผมอีกครั้งนะลี”
ลีลาไม่ยอมฟัง เดินห่างออกไปเล่นกับเด็กๆ ไม่สนใจ นรุตม์อีกต่อไป นรุตม์มองตามรู้สึกจนหนทาง

แดนคุยโทรศัพท์กับนรุตม์ ข้างๆ มีภารดีนั่งอยู่เป็นเพื่อนกับแดน
แดนหนักใจ “ผมไม่เคยเห็นลียอมแพ้แบบนี้ ลีที่ผมรู้จักเขาเข้มแข็ง และพร้อมจะต่อสู้กับทุกอย่าง ไม่เคยหนีใคร ผมเดาไม่ออกว่าจะรับมือกับลีครั้งนี้ยังไง ถ้าคุณอยากให้ผมไปช่วย”
“ขอบคุณครับ แต่ผมอยากจะจัดการเรื่องนี้เอง ผมอยากให้ลีกลับไปด้วยความเต็มใจ”
“ฝากลีด้วยนะครับ” แดนวางสาย
ภารดีมองแดนอย่างสงสัย“ทำ ไมคุณไม่ตามไป คุณเป็นห่วงลีลาไม่ใช่เหรอ”
“ใช่” ภารดีหน้าเสียไปนิด แดนมองภารดีแล้วดึงจมูก เป็นการหยอกเบาๆ “ในฐานะเพื่อนนะ....ในชีวิตเราจะมีคนๆ หนึ่งที่เราอยากเห็นเขามีความสุข และอยากมีเขาในชีวิตตลอดไป เฝ้ามองเขาด้วยสายตาของเพื่อนที่หวังดีตลอดไป ผมรู้ว่าคุณเข้าใจว่ามันเป็นยังไง”
“เรามันหัวอกเดียวกันนี่นะ”
แดนจับมือภารดี “เราถึงคุยกันรู้เรื่องไง”
ภารดีมองแล้วกระแอม “แค่คุยนะคะ...”
แดนมองยิ้มๆ “ถ้าแค่อยากคุยกับผม แล้วที่โรงพยาบาล กอดนั้นของคุณหมายความว่ายังไง”
ภารดีเจอสวนก็เขินไปไม่เป็น “ฉันไม่น่าพลาดเลย...”
“แต่ผมอยากให้คุณพลาดบ่อย ๆ นะ”
ภารดียิ่งเขินหนัก แดนยิ้มๆ จับมือภารดีมาจูบเบาๆ สองคนยิ้มเบาๆ กับบรรยากาศอุ่นๆ
“ขอให้พี่รุตม์พาคุณลีกลับมาสำเร็จด้วยเถอะ พี่รุตม์กับลีลาเจอเรื่องร้ายๆ มามาก ฉันอยากให้เขาสองคนมีความสุขสักที”
แดนโอบไหล่ภารดี แล้วเอนศีรษะไปแตะกับศีรษะภารดีด้วยความรู้สึกเดียวกัน

ดึกแล้ว ที่บ้านสงเคราะห์เด็ก ลีลานั่งมองพระจันทร์ ซิสเตอร์มานั่งข้างๆ แล้วเอ่ยถาม “เหนื่อยไหม?”
“ไม่ค่ะ มีดื้อๆ บ้างแต่ลีจัดการได้ค่ะ”
“แม่หมายถึงว่าหนีอดีตน่ะ เหนื่อยไหม”
“ลี...” ลีลาอ้ำอึ้ง
“เคยถามตัวเองไหมว่าที่ลีกำลังหนีอยู่ ลีหนีอะไร
ลีลานั่งนิ่งอยู่ภายในโบสถ์ นรุตม์เข้ามาหาลีลา
“...ฉันกลับไปไม่ได้หรอกค่ะนรุตม์ ฉันไม่สามารถมองหน้าคุณกัลยา ศิรินธารที่ฉันปั่นหัวจนเขาแทบบ้า ไม่สามารถเผชิญหน้ากับศตวรรษ คนที่รักฉันอย่างจริงใจ ฉันรู้ว่าเขาต้องเจ็บปวดไม่ต่างจากฉัน เขาทิ้งความฝัน เพราะฉัน การถูกใช้ความรักเป็นเครื่องมือมันเจ็บปวด”
“คุณหนีทุกคนได้ แต่คุณหนีความผิดในใจตัวเองไม่ได้หรอกนะลี ไม่ว่าคุณจะหนีไปที่ไหน ความรู้สึกผิด มันจะติดตามคุณไปทุกที ผมรู้ว่าทุกวันนี้คุณใช้ความรู้สึกผิดของตัวเองโบยตีจิตใจของคุณทุกวัน”
“ฉันไม่อยากกลับไป...”
“ผมไม่คิดว่าคุณจะขี้ขลาดขนาดนี้” ลีลามองนรุตม์อึ้งๆ “ผมไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่กล้าทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมด กลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดของตัวเอง คุณจะไม่มีวันจะมีความสุขได้หรอกลี ถ้าคุณไม่กล้าที่จะยอมรับความผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป ...ลีลาที่ผมรู้จัก ...ยอมเจ็บ..ยอมตายแต่จะไม่ยอมแพ้” ลีลานิ่งไม่ตอบ “ผมจะกลับกรุงเทพฯ และจะไม่มากวนใจคุณอีก” นรุตม์เอ่ยจบก็เดินออกไป ลีลายืนอึ้งด้วยความสับสน

นรุตม์จอดมอเตอร์ไซค์อยู่ที่หน้าบ้านสงเคราะห์เด็ก มองเข้าไปด้านในด้วยความหวัง นรุตม์มองนาฬิกาเห็นว่าจะหกโมงเย็นแล้ว ก็ได้แต่ถอนใจแล้วตัดสินใจก้าวขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป
ขณะที่นรุตม์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปด้วยความผิดหวัง ลีลาก็ก้าวเข้ามาขวางรถมอเตอร์ไซค์ของนรุตม์ไว้ นรุตม์เบรกสุดตัว นรุตม์ดีใจที่เห็นลีลา
“ฉันไม่อยากหนีไปตลอดชีวิต แต่ฉันไม่รู้ว่าความกล้าที่ฉันมีตอนนี้จะมากพอที่ฉันจะเผชิญกับความผิด ที่ฉันทำกับทุกคนไหม”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ” นรุตม์ยื่นมือไปตรงหน้าลีลา “เชื่อมั่นในตัวผม”
ลีลามองมือนรุตม์แล้วตัดสินใจวางมือลงบนมืออีกฝ่าย นรุตม์ยิ้ม ลีลายิ้มด้วยความเชื่อมั่นในกันและกันกับก้าวใหม่ของชีวิต

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนอวสาน[5] วันที่ 12 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ