อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/2 วันที่ 15 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/2 วันที่ 15 ธ.ค. 58

สีหนาทอึ้งไป ไม่ยอมตอบ แต่เชษฐ์หูผึ่ง รีบสาระแนตอบ “นี่คุณสิงห์ไม่ได้บอกน้องหนูนาเหรอ ว่าเดี๋ยวพี่เชษฐ์จะมา โธ่แบบนี้ก็คงกลัวแย่” หนูนามองสีหนาท สายตาแบบไม่อยากจะเชื่อ! เชษฐ์เสียงเบา บอกหนูนา “บางทีคุณสิงห์แกก็ชอบแกล้ง ยิ่งเห็นใครกลัว ก็ยิ่งแกล้ง!!”
หนูนามองสีหนาท เหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ
“เหมือนอย่าง..ที่ฉันชอบแกล้งแกใช่มั๊ย!” สีหนาททุบอึ้กเข้าให้ที่กลางหลังเชษฐ์
เชษฐ์เห็นสายตาสีหนาทรู้ว่าต้องแก้ทาง “แต่แกก็ไม่มีเจตนาร้ายอะไร๊! พี่ว่า น้องหนูนาติดอยู่ในห้องกับคุณสิงห์น่ะดีออก อบอุ่นกว่าอยู่คนเดียว”

สีหนาทถองเข้าให้อีกที “เยอะ!ไปแล้ว”
เชษฐ์รีบหุบปาก หนูนาสีหน้ายังโกรธ เชษฐ์สงสัยขึ้นมา “เอ๊ะ แต่ทำไมสองคนถึงถูกขังอยู่ในห้องได้ล่ะครับ”



สีหนาทถามย้ำ “แน่ใจนะ ว่าไม่ได้ทำ” สีหนาทไล่เบี้ย กระจิบ เพ๊อะ ทั้งสองก้มหน้าก้มตา สายตาหลุกหลิก แต่ก็ไม่รับ หนูนากับเชษฐ์ยืนรอการไต่สวน สีหนาทขู่หนักขึ้น “ถ้าฉันจับได้ว่าผิดแล้วไม่รับ ถึงขั้นโดนไล่ออกนะ!!”
กระจิบ เพ๊อะ สะดุ้งเบาๆ สีหนาทหน้าเข้มมากๆ เพ๊อะเหล่ๆกระจิบ กระจิบยังฝืนอมพะนำไว้
หนูนาส่ายหน้าเบาๆ พูดกับเชษฐ์ “เห็นมั๊ยล่ะคะ ไม่มีหลักฐาน ใครจะไปยอมรับง่ายๆ”
สีหนาทเห็นอาการกระจิบ และเพ๊อะที่ไม่ยอมคายความจริงก็บอก “ก็ได้ งั้นพวกเธอกลับไปได้”
กระจิบ เพ๊อะอึ้งๆ ตกลงรอดเหรอ?? … หนูนาส่ายหน้าเบาๆ ไม่น่าเรียกมาเล๊ย แต่เชษฐ์ยังนิ่งยิ้มๆอยู่
“ขอบคุณค่ะคุณสิงห์ที่ยุติธรรม ไม่ฟังพวกขี้ฟ้องมาหาเรื่องคนบริสุทธิ์” กระจิบพูดพลางมองหนูนาเยาะเย้ย แล้วบอกเพ๊อะ “ไป กลับกันนังเพ๊อะ ถือซะว่าฟาดเคราะห์ทำทานให้นกให้หนูมัน”
“เดี๋ยวพอสารวัตรกชมาตรวจหาหลักฐาน พบว่ามีรอยนิ้วมือใครตรงประตูนอกจากฉัน เชษฐ์และหนูนาแล้ว ค่อยมาว่ากันใหม่”
กระจิบ เพ๊อะเหวอไป
“วะ ว่าอะไรนะคะ” คราวนี้กระจิบซีดเลย
“ก็ไม่ได้ทำไม่ใช่เหรอ ก็ไม่ต้องกลัวโดนไล่ออกหรอก”
เพ๊อะไม่ไหวแล้ว บอกกระจิบ “บอกแล้ว!ว่ายอมรับไปเถอะ”
“แก ยอมรับอะไรเล่า เรา เราไปจับประตู แต่ไปเอาของ ไม่ได้ขังใครนะคะ”
“ขังสิ ก็ขังด้วยกันนั่นแหละ” เพ๊อะไหว้สิงห์ปลกๆ “หนูขอโทษค่ะคุณสิงห์ หนูไม่รู้ว่าคุณสิงห์อยู่ในนั้นด้วย กะจะขังแค่นังนี่มันคนเดียว”

กระจิบอยากจะบ้า สีหนาทพอใจที่เค้นเอาจนได้ เชษฐ์ดีดนิ้วสำเร็จ หนูนาทึ่งๆเล็กน้อย

กระจิบ เพ๊อะบอกหนูนาเสียงค่อย...กระจิบฝืนใจมากๆ “ขอโทษ....”
“เรื่องมีดนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจขู่พวกเธอนะ ทีหลังถามกันก่อนที่จะมาแกล้งกันแบบนี้”
กระจิบมองหนูนาไม่เชื่อ “นังมารร้าย” แต่พอเห็นตาดุของสีหนาท ต้องยอม เพ๊อะพยักหน้าง่ายกว่า
“ดี ที่ยอมรับผิด งั้นครั้งนี้ฉันจะไม่ไล่ออก แต่!พวกเธอจะต้องเป็นเวรทำความสะอาดส่วนกลางตลอดทั้งเดือนเพื่อเป็นการลงโทษ”
“ห๊ะ!!!”
“ถ้าไม่พอใจ อยากออกก็ได้นะ” สีหนาทท้า สองคนไม่กล้าหือ “ทีหลังมีปัญหาอะไรต้องคุยกันดีๆก่อน ไม่ใช่กลั่นแกล้งแทงข้างหลังกันแบบนี้ ไปได้แล้ว”
กระจิบ เพ๊อะยกมือไหว้สีหนาทแล้วพากันไปจ๋อย ๆ หนูนามองตาม หนักใจนิดๆ แต่ก็บอกสีหนาท “ขอบคุณนะคะ ที่จัดการเรื่องสองคนนั้นให้”
“มันเป็นหน้าที่ของเจ้าของไร่อย่างฉันอยู่แล้ว ..” สีหนาทเอ่ยก่อนจะหันไปบอกเชษฐ์ “ออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับหนูนา”
เชษฐ์หน้าตื่นเล็กๆ ต้องไปด้วยเหรอ ? แต่เห็นสายตาสีหนาท “ครับ...”
สีหนาทเห็นเชษฐ์ไปแล้ว พูดกับหนูนาจริงจัง “ถ้าเธอไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก ตัวเธอเองก็ต้องไม่สร้างปัญหาด้วย”
“ฉัน ? สร้างปัญหา ?”
“ที่มันเป็นแบบนี้ เพราะเธอไปสนิทสนมกับน้ารามเกินไป” หนูนาอึ้ง “หรือมันไม่จริง”
“ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่เห็นว่าที่ฉันทำมันผิดตรงไหน ฉันแค่ไปช่วยน้ารามอย่างบริสุทธิ์ใจ”
“แต่คนอื่นเค้าไม่มองอย่างนั้น”
หนูนาสุดทน “ถ้าคนที่มีความคิดไม่ดีอยู่ในหัว เค้าจะไม่เข้าใจ ฉันก็ช่วยไม่ได้!”
สีหนาทอึ้ง รู้สึกโดนกระทบ “อ๋อ งั้นที่ฉันช่วยเธอ มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอไม่ได้คิดจะช่วยตัวเธอเองเลย” หนูนาเห็นแววตาสีหนาท รู้ว่าพูดแรงเกินไป...สีหน้าอ่อนลง “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีก แล้วฉันช่วยเธอไม่ได้ ก็ดูแลตัวเองก็แล้วกัน”
“ค่ะ ฉันทราบ...” เธอตอบรับแล้วเดินออกไป
สีหนาทมองตามหนูนา รู้สึกหงุดหงิดมาก “ทำไมถึงดื้อยังงี้!” สีหนาทไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

ที่โต๊ะอาหารบ้านวรรณพานิช ศักดายื่นของฝากในกล่องหรูหราให้กับวรรณ “สำหรับบำรุงสุขภาพครับ ผู้ใหญ่ที่ผมรู้จักชมสรรพคุณของโสมนี่กันทั้งนั้น”
วรรณรับอย่างไม่ใส่ใจนัก “ขอบใจ”

รัศมีบอกกับวรรณว่า “รัศไม่ได้บอกก่อนว่าเชิญพ่อเลี้ยงมาทานข้าวด้วย คุณพ่อคงไม่ว่าอะไรนะคะ”
อรุณีหน้าเสียมองวรรณซึ่งหน้าตึงๆอย่างรู้ดีว่าวรรณไม่ชอบแน่ๆ

ทั้งสามคนกำลังรับประทานอาหารร่วมกัน
“คุณพ่อคะ พักหลังๆรัศมีโอกาสคุยกับพ่อเลี้ยงเรื่องโครงการโรงแรมที่สามเหลี่ยมทองคำ รัศว่า..โอกาสคืนทุนมีมากเลย..ถ้าคุณพ่ออนุญาต รัศจะขอเข้าหุ้นกับพ่อเลี้ยงด้วย” วรรณชะงักไป สายตารู้ขึ้นมาทันทีว่านี่แหละคือจุดประสงค์แท้จริงของลูกสาว “เมื่อก่อนคุณพ่อเคยอยากให้รัศทำธุรกิจ..แต่รัศไม่อยาก ตอนนี้รัศสนใจ อยากจะลองดูแล้ว นะคะคุณพ่อ” เธอยิ้มหวานประจบ
ศักดามองวรรณลุ้นๆ ขณะที่วรรณหยิบผ้ามาเช็ดปากแล้ววางบนโต๊ะสีหน้านิ่ง “ใช่ ฉันเคยอยากให้แกทำธุรกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน โลกธุรกิจมันเต็มไปด้วย “เสือสิงห์กระทิงแรด” พ่อเลี้ยงผู้มากประสบการณ์อย่างคุณน่าจะรู้ดี”
ศักดาหน้าเสียไป เลยจุก จนแทบพูดไม่ออก “อ่า..ใช่ครับ”
วรรณหันมาทางรัศมี “ถ้าแกอยากทำธุรกิจจริงๆ แกต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าแกโตเป็น ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ แยกแยะดี “ชั่ว”..ได้ออก ฉันถึงจะวางใจให้เงินแกไปลงทุน”
ศักดารู้ว่าถูกหลอกด่า แต่ต้องอดกลั้น “ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าสัวไปได้ยินอะไรผิดๆเกี่ยวกับ ผมมารึเปล่า แต่ผมทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ไม่เคยคดโกงใครนะครับ”
วรรณมองศักดายิ้มมุมปากเย้ยหยันนิดๆ “ผมพูดรึยังว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนขี้โกง” ศักดาชะงักไป “แค่เตือนยัยรัศว่าให้เลือกพาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้เท่านั้นเอง”
ศักดาออกอาการสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ขณะที่รัศมีเห็นท่าไม่ดี รีบหันไปคะยั้นคะยอวรรณ“แต่รัศมั่นใจค่ะว่ารัศตัดสินใจไม่ผิด”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรจะดีกว่า” รัศมีเจ็บจี๊ดที่พ่อเบรก วรรณลุกขึ้นพูดกับศักดา “เสียใจด้วยนะครับ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ เท่าที่ทราบเครดิตของพ่อเลี้ยงไม่ดีพอที่จะเสี่ยง ไม่ว่าธุรกิจไหนทั้งนั้น!!”
ศักดาได้ยินก็หน้าเสียไปเลย รู้สึกเหมือนถูกฉีกหน้าเป็นชิ้นๆ ลุกพรวดขึ้นวางผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ“ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า ขอตัวนะครับ” ศักดาเดินออกไปทันที
“พ่อเลี้ยง !” รัศมีหันมาทางพ่อ ตบโต๊ะปัง!! จนช้อนส้อมกระทบจานดังลั่น “คุณพ่อ!! เกลียดหนูมากใช่มั๊ย ถึงต้องหักหน้ากันซะขนาดนี้”
วรรณทิ้งผ้าเช็ดมือ แล้วเดินออกอย่างโมโหเช่นกัน ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง

รัศมีเดินตามวรรณมาอย่างเอาเรื่อง “คุณพ่อลำเอียง พ่อเลี้ยงเค้าเคยช่วยหนู ทำไมไม่เห็นความดีของเค้าบ้าง เพราะพี่เอกพี่โท เป่าหูคุณพ่อใช่มั๊ย”
“หึ อย่างฉันน่ะไม่ต้องให้ใครมาเป่าหูหรอก เพราะฉันไม่ได้หูเบาเชื่อใครเค้าง่ายๆ เหมือนบางคน แค่นี้แกก็ดูไม่ออกรึไง ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันต้องการอะไรจากแกตัวแก หรือว่าเงินของฉัน”
รัศมีชาไปทั้งตัว แต่ยังไม่ยอมแพ้ “อย่ามาทำเป็นว่าห่วงรัศ รัศรู้คุณพ่อไม่อยากจะเห็นรัศได้ดี ใครเข้ามาก็กีดกันเค้าไปซะหมด”
วรรณชะงัก “รัศมี ถ้าแกรู้จักเอาเวลาไปห่วงลูกแกซะบ้าง แทนที่จะตามคลั่งไอ้ผู้ชาย พวกนั้น ฉันก็ไม่ต้องมาคอยปากเปียกปากแฉะกับแกยังงี้หรอก”
“คำก็ยัยนา สองคำก็ยัยนา คุณพ่อก็ห่วงแต่มัน ขนาดมันหายหัวไปก็ยังเข้าข้าง ระวังเถอะ มันจะพาหลานเขยไพร่กลับมา เหมือนแม่มัน!!”
“รัศมี นั่นลูกแกแท้ๆนะ”
รัศมีเชิดหน้า “ก็เชื้อไม่ทิ้งแถวไงล่ะคะ”
“แก!! แกนี่มันเกินจะเยียวยาจริงๆ!!”
“คุณพ่อคิดว่าเลี้ยงยัยนามาได้ดีกว่าหนู แต่สุดท้ายมันก็หนีคุณพ่อไปเหมือนที่หนูทำ หนูจะคอยดูว่าผลลัพธ์มันจะต่างกันแค่ไหนเชียว!” รัศมีได้พูดแก้แค้นวรรณได้แล้วก็สะบัดไป ขณะที่วรรณจุกเจ็บแสบซะจริงๆ

รัศมีร้อนใจรีบเดินมาหยิบมือถือหน้าจอชื่อ ศักดา รัศมีรีบกดโทรออก แต่ปลายสายติดต่อไม่ได้“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ “ รัศมีสะบัดตัวเร่าอย่างหัวเสีย

เช้าวันต่อมา ที่โรงอาหาร ไร่บัวขาว หนูนาตักกับข้าว คนงานที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ที่โต๊ะต่างมอง.. หนูนารู้สึกแปลกๆ.. พอจะไปก็ได้ยิน..
“น่าน้อยใจนัก หนูนาไม่สนพี่นพเพราะมองเครื่องบินนี่เอง” หนูนามองนพงงๆว่าพูดอะไร? “เป็นน้อยคนโต ไม่ดีเท่าเป็นหลวงคนเล็กๆหร๊อก ยังไงก็ชอกก็ช้ำนะหนูนา”
คนงานหญิงเตือน “หนูนา อนาคตแกยังอีกไกลนะ คิดดีๆถ้าจะไปเป็นรองคุณน้องเขา”
หนูนายิ่งงงมากๆ “พวกพี่พูดอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง?”
แป้นที่ตักกับข้าวเสร็จแล้ว รวมถึงฟังเม้าท์มาแล้วรีบปราดเข้ามา หน้าเสียๆ “นังหนูนา คือยังงี้” แป้นกระซิบๆๆ
หนูนาโพล่งเสียงดัง “ฉันเนี่ยนะ อ่อยคุณสิงห์!!!” หนูนารู้จนได้ คนงานอื่นๆทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กัน “ใครพูด ใครบอก”
พวง กระจิบ ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะมีแววตาสะใจ และลอยหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ขณะที่เพ๊อะดูเกรงๆ
พวงเยาะ “ใครมันจะพูดไม่สำคัญหร๊อก สำคัญที่ว่าทำรึเปล่า อะไรจะบังเอิญไปติดอยู่ในห้องสองต่อสองกับนายได้ พวกเราอยู่กันมาตั้งนาน ไม่เห็นมีใครบังเอิญเลย? จริงมั๊ย??”
“เพราะมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญน่ะสิ มีคนขังฉันเอาไว้!!”
“ตัวเองก็เลือกเวลาโดนขังได้ดีนะ เพลินไปเลยล่ะสิ!”
แป้นไม่พอใจ “หนอย เมื่อวานนายลงโทษไป ยังไม่เข็ดอีกหรือไง”

พวงย้อน “รับผิดมันก็ต้องรับกันทุกตัวสิวะ นังนี่อ่อยทั้งนาย ทั้งน้าราม ไม่เห็นมีใครว่า!”
หนูนาเถียง “ฉันไม่ได้อ่อยใครทั้งนั้น พูดกันไปเอง คิดมโนกันไปเอง!”
“ไม่ได้อ่อย แต่ทำไมพอนายออกมาจากห้อง ถึงได้เข้าข้างแกนักห๊ะ ตอนอยู่ในห้องด้วยกัน แกเอาใจนายท่าไหน แบบไหน”
แป้นโมโห “หนอยยย คิดอกุศล นังปากเน่าปากหนอน”
พวงสวนกลับ “ไอ้ที่เพื่อนแกทำในห้องนั่นน่ะ มันสะอาดมากนักรึไง ห๊ะ”
แป้นโผเข้าไปจะตบพวง มาเลยๆๆ คนงานวี๊ดว๊ายเข้ามาห้ามกัน หนูนาก็เข้าไปห้ามแป้นชุลมุน
ก้อนต้องมาห้าม “เฮ่ยๆ มีเรื่องอะไรกัน หยุดนะนังพวง หมาบ้าเข้าสิงเหรอ”
“พ่อ ก็ฉันพูดเรื่องจริง”
“เมื่อวานนายเพิ่งจะชำระความไปแหม็บๆ ถ้านายด่าข้าว่าอบรมลูกไม่ดี ข้าจะตัดค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอางของแก”
พวงเหวอไป กระจิบ เพ๊อะต้องสงบปาก หนูนาเจ็บใจ ทั้งจุกทั้งช็อคที่เสียชื่อเสียงขนาดนี้

ใกล้แปลงกล้าสัก หนูนาเหงาเหง้าสักไม่ระวัง เปลือกไม้กระเด็นไปใส่แป้น
“เฮ้ย หนูนา ระวังหน่อยสิ!”
หนูนาส่ายหน้า อารมณ์เสียมากๆ “ขอโทษ...ฉันไม่มีสมาธิเลยอ่ะแป้น”
“เออ ฉันเข้าใจ แต่จะทำไงได้วะ ในหัวคนพอมันมีแต่ขยะ พ่นออกมาเป็นขยะ ทำใจซะเถอะวะ”
“แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยนะ”
“เฮ้อ...เวรกรรมของคนสวย ถ้าแกลองหน้าตาเหมือนฉัน จ้างให้ก็ไม่มีคนแกล้งหรือว่าใครเอาไปลือหร๊อก!” หนูนายังจุกไม่หาย ไม่อยากจะยอมรับความอยุติธรรม แล้วแป้นเห็นก้อนเดินมา “อย่ามัวแต่บ่น ญาติผู้ใหญ่มาตรวจงานแล้ว”
ก้อนเหล่ๆกองงานของหนูนา “เห็นคุยกันจั๊ง ได้งานบ้างรึเปล่าเนี่ย”
“ค่ะๆ ทำเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
หนูนารีบคว้ามีดแต่จับด้ามไม่แน่น พอปอกฉับ ทั้งมีดทั้งเหง้าสัก วืดดด ไถลไปหาเท้าของก้อน
“เย้ย” ก้อน และแป้นรีบหลบกันแทบไม่ทัน
“ขอโทษค่ะ ขอโทษ” หนูนาลนลาน รีบมาเก็บ “ไม่...ไม่โดนใช่มั๊ยคะ?”
“ฮู๊ย !ถ้านิ้วเท้าฉันด้วนไปจะทำไงเนี่ย เธอ ซุ่มซ่ามใจลอยอะไรอยู่“
“ก็อย่างที่รู้อ่ะน้า วันนี้มันโดนมาหนัก ไม่มีสมาธิหรอก” แป้นบอกก้อน

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/2 วันที่ 15 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ