อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/5 วันที่ 16 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/5 วันที่ 16 ธ.ค. 58

“โอ๊ย โทษแกไปทำไม พี่ก้อนน่ะเมียตายไวไปหน่อย เลยเลี้ยงลูกเอาแต่ใจเกิ๊น”
หนูนายิ้มๆที่ศรีเข้าใจ
อวนตัดบท “เอ้า อย่ามัวแต่คุย มีใครเด็ดผักไว้ใส่ต้มจืดรึยัง”
หนูนามองๆ ศรีก็ตำน้ำพริก คนครัวอีกคนหั่นผัก เลยอาสา “ฉันเด็ดให้เองจ้ะ” หนูนารีบกุลีกุจอไปที่กองผักหวานซึ่งสะเด็ดไว้ในตะแกรง แล้วกระตือรือร้นลงมือเด็ด เห็นหนูนาเด็ดทีละก้านอย่างช้าๆ ประณีต ตั้งใจ อวนมองหนูนายิ้มเอ็นดู

จุฑารัตน์มาส่งมาโนชที่สนามบินเชียงราย พลางบ่น “ก็ไม่รู้สิว่าจะช่วยอะไรหนูนาได้รึเปล่า ลุ้นให้มันบอกความจริงกับพ่อแค่นี้ ยากยิ่งกว่าฉันทำสกู๊ปพวกลักลอบตัดไม้ทั้งภาคเหนือซะอีก แกก็ไม่น่าต้องรีบกลับไปเทรนเลย”


“เอาน่า ตัวแม่ขาโจ๋อย่างแกรับไหวอยู่แล้ว”
“เฮ้อ ทำไม แค่นี้ หนูนามันถึงพูดไม่ได้นะ!”
มาโนชนิ่งๆ คนละฟีลกับจุฑารัตน์ “จุ๊ จากเป็นกับจากตายน่ะมันไม่เหมือนกัน” จุฑารัตน์นิ่วหน้า “จากตายเนี่ย หนูนามันยังคิดได้ว่าพ่อรักมัน แต่อันหลังน่ะมันซับซ้อน..เคยได้ยินมั้ยว่าเวลาพ่อแม่เลิกกัน เด็กส่วนใหญ่จะเป็นปมด้อยโทษตัวเองอยู่ลึกๆ”
“แต่ไอ้นามันน่าจะรู้ว่าปัญหาเป็นเพราะ.. ขอโทษนะ คุณนายรัศมี มากกว่าตัวมัน”
“ก็นี่ไง ถึงได้ต้องมาพิสูจน์ ถ้าไม่คิดอย่างแกว่า มันคงไม่มาตามพ่อตั้งแต่แรก” จุฑารัตน์ชะงักไป คิดตาม มาโนชเลยพูดต่อ “แต่...การที่พ่อจำมันไม่ได้ แถมยังมีกำแพงใส่ มันคงไม่ง่ายนักหรอกที่จะบอกว่าเราเป็นลูก..ยิ่งตั้งใจจะให้พ่อกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างหนูนาด้วยแล้ว..”
“เฮ้อ ฟังแล้วไม่อยากจะมีลูกเลย เกิดฉันทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่ตั้งใจล่ะ”
“งานเยอะยังงี้ คงได้มีหรอกย่ะ นั่นนายโทรตามแล้วมั๊ง“
จุฑารัตน์มองโทรศัพท์ ตะลึง “อีตาสารวัตรขี้เต๊ะ”
“ห๊ะ!!!”
จุฑารัตน์รับสาย “ค่ะ จุฑารัตน์ค่ะ หือ? นี่ฉันหูไม่ฝาดใช่มั๊ย? โอเค เจอกันค่ะ”
“นี่แก นัดกับผู้กองสุดหล่อด้วยเหรอ ต๊ายย ฉันไม่ไปเทรนแล้ว”
“ได้ยังไงเล่า เฮ้ย ได้เวลาเข้าเกทแล้ว ไปได้แล้ว” จุฑารัตน์ผลักให้มาโนชไป มาโนชอยากจะดิ้นตายด้วยความเสียดายจัง จุฑารัตน์โบกไม้โบกมือ “ไม่ต้องห่วง แล้วฉันจะคอยส่งข่าวเรื่องหนูนา”
จุฑารัตน์โบกมือให้มาโนช ซึ่งจำใจไป พอมาโนชไปแล้ว จุฑารัตน์หันมายิ้มดีใจ เยสส!!!!
กับข้าวที่เสร็จเกือบหมดถูกนำมาวางรอการลำเลียง ทั้งน้ำพริก ผักจิ้ม ผัดเผ็ด แกงเผ็ด น้ำแกงจืดบนเตาเริ่มร้อนควันลอย อวนเดินมาดูแล้วไปหาหนูนา
หนูนาเด็ดอ้อยสร้อย ภาคภูมิใจ “ฉันเด็ดสวยมั๊ยจ๊ะ ป้า”
“ตายแล้ว เพิ่งจะเด็ดได้แค่นี้เอง น้ำจะเดือดอยู่แล้ว” อ้าว หนูนาหน้าเหวอ “หืม!! มันไม่ต้องบรรจงขนาดนั้น” อวนหันไปเรียกคนครัว “มาๆช่วยกันเด็ดเร็ว!!”
ว่าแล้วศรี และเด็กคนครัวที่เหลือ ก็ลงมาช่วยกันรุมเด็ดอย่างรวดเร็ว หนูนาเหวอๆไป แล้วรีบเร่งสปีดขึ้น สุดท้ายความรีบก็ทำให้หนูนาเผลอใส่ผักหวานเป็นท่อนๆลงไป

รถขนกับข้าวแล่นเข้ามาในไร่ คนงานที่หลังขดหลังแข็งที่แปลงสัก มีก้อนตรวจงานอยู่ หันไปเห็นต่างรู้สึกผ่อนคลายกันขึ้น!!!
“อ้าวๆ เก็บอุปกรณ์ซะก่อน อย่าเพิ่งรีบ ข้าวมันไม่หนีไปไหนหรอก !”
หนูนาก้าวลงมาจากรถขนกับข้าว และช่วยศรีขนปิ่นโตไปแจกจ่าย
นพแซวทันที “อุ๊ย วันนี้พี่นพเจริญอาหารแน่ๆ”
แป้นปราม “เฮ้ย อย่าทะลึ่ง! เค้าเสิร์ฟแต่กับข้าวไม่เสิร์ฟอย่างอื่น มีอะไรกินบ้างวะหนูนา”
“มีแกงจืดผักหวาน น้ำพริกอ่อง ผัดเผ็ด แกงเผ็ดไก่จ้ะ”
“น่ากินดีนี่หว่า”
หนูนาเอาปิ่นโตไปบริการกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ ได้รับรอยยิ้มตอบแทน หนูนาแฮปปี้ที่ได้ทำงาน
ปิ่นโตของหนูนาวางตรงหน้าก้อน ซึ่งพวง กระจิบ และเพ๊อะนั่งอยู่ด้วย
“ขอบใจเว้ย”
พวง กระจิบหน้าหงิก เพ๊อะจะรีบแกะปิ่นโต พวงตีมือเลย เพ๊อะหดมือ พอหนูนาไปพวงบอก “ตะกละอีกแล้วนะแก ให้มันไปก่อนอย่าให้มันคิดว่าเราอยากกิน”
“แต่ฉันก็อยากจริงๆนะ”
พวงเขม่นหน้าดุ เพ๊อะต้องเก็บมือ จ๋อย...
กระจิบไม่ไว้ใจ “เจ็บใจจริงๆ นี่น้องพวงว่านังหนูผีมันจะแอบถ่มน้ำลายใส่ปิ่นโตเรารึเปล่าเนี่ย”
ฮึ่ย พวงหงุดหงิด ก้อนเหล่ๆว่าคุยอะไรกัน สองคนต้องหยุดเม้าท์ เพ๊อะไม่สนแล้วกินดีกว่า
หนูนาหันไปเห็นน้ารามยืนคุยกับสีหนาทอยู่มุมหนึ่ง หนูนายิ้มแฉ่งคว้าปิ่นโตเถานึงวิ่งไปหาอย่างร่าเริง หนูนาตะโกนเรียก “น้าราม....นารามคะ”

สีหนาท ราม และเชษฐ์นั่งอยู่ที่โต๊ะ เห็นปิ่นโตที่ถูกเรียงพร้อมทานวางอยู่
เชษฐ์พูดอย่ากระตือรือร้น “แหม พอเข้าครัวหน้าตาดูสดใสเลยนะหนูนา สงสัยมื้อนี้อร่อยแน่”
“ฉันว่า...ต้องลุ้นว่าจะกินได้รึเปล่า? มากกว่า”
หนูนาตักข้าวให้แต่ละคนอยู่ได้ยินสีหนาทเยาะให้ ชะงักไป หนูนารีบแก้ “กินได้สิคะ แม่ครัวน่ะยังคนเดิม”
“หนูนา แล้วเธอทำอะไรบ้าง”
หนูนากระแทกเสียง “ก็..ทำตามที่คุณสั่งนั่นแหละค่ะ ห้ามถือมีดใหญ่ๆ ห้ามอยู่หน้าเตาเพราะว่านายห้ามๆๆๆไปหมด!!! ฉันก็เลย...ได้เด็ดผัก”
เชษฐ์ซึ่งเคี้ยวผักจิ้มน้ำพริกหัวเราะคิกที่หนูนาเอาคืนสีหนาทบ้าง “นี่คุณสิงห์ให้หนูนาไปทำครัว แต่ไม่ให้ทำอะไรเลยเนี่ยนะ”
“ก็ถ้าเค้าอยู่ได้สัก 2-3 วันแล้วครัวไม่ป่วน ฉันจะค่อยๆลดเงื่อนไขลงให้”
หนูนาฟังแล้วอยากจะค้อนให้นัก เธอหันไปหารามที่เงียบๆอยู่ “แกงจืดนี่หนูนาช่วยป้าอวนทำ น้ารามลองชิมดูสิคะ”
สีหนาทเหล่ๆ... หวานกับคนแก่อีกละ
รามยิ้ม เอ็นดู “เอาสิ จะได้ดูว่าฝีมือเด็ดผักของหนูดีเท่าหุงข้าวรึเปล่า” หนูนายิ้มแฉ่ง รามตักผักขึ้นมา ปรากฏว่าขึ้นมาเป็นกิ่งก้านผักหวานทั้งต้นกันเลยทีเดียว ชะงัก
เชษฐ์เอาส้อมไปเขี่ยออกมาจากช้อนของราม “เดี๋ยว อย่าเพิ่งกินนะน้า ผมขอเอาไปปลูกก่อน”
สีหนาทหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้.... เชษฐ์ ราม พลอยขำไปด้วย
หนูนาหน้าแตก! “ขอโทษค่ะ คือ..ท้ายๆมันเด็ดไม่ทัน ก็เลยอาจจะปนๆลงไปบ้าง”
รามปลอบ “ไม่เป็นไรหรอก พวกน้ากินกันได้ นะ ไม่เป็นไร”
ขณะที่รามปลอบ สีหนาทยังหัวเราะไม่เลิก หนูนาอายมาก เขินยิ้มหวานประจบราม สีหนาทเผลอยิ้มมองใบหน้าแสนน่ารักน่าเอ็นดูของหนูนา !

จุฑารัตน์เดินมาในย่านร้านค้า เห็นบรรยากาศของตัวเมืองเชียงราย จุฑารัตน์เห็นป้ายร้านอาหารพื้นเมืองร้านหนึ่ง เดินเข้าไปในร้าน จุฑารัตน์เข้ามาก็เห็นกชในชุดลำลองนั่งกินกาแฟอยู่ แปลกๆใจเล็กน้อย “ขอโทษที่เลท ฉันไม่ค่อยคุ้นกับแถวนี้เลยหาร้านนานไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร นั่งสิ” จุฑารัตน์จะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม แต่กชเลื่อนเก้าอี้ตัวใกล้ๆเขาให้ .... จุฑารัตน์ชะงัก ไม่นั่ง จะนั่งตัวฝั่งตรงข้าม “นั่งนี่ !” กชดึงข้อมือจุฑารัตน์
เธอรีบสะบัดข้อมือออก “คุณ เข้าใจผิดอะไรรึเปล่า ฉันมาเรื่องงานนะ อ๋อหรือนี่เป็นมุกชีกอของตำรวจแถวนี้ เสียเวลาจริงๆ!” เธอหมุนตัวจะกลับ
กชลุกขวางจุฑารัตน์ไว้ “เจอกันแบบตำรวจกับนักข่าว หรือแบบนี้จะปลอดภัยกว่า?” จุฑารัตน์ชะงักไป “ถ้าผมอยากจะฉวยโอกาส ไม่นัดที่ร้านอาหารแนวนี้หรอก”
จุฑารัตน์ชะงัก มองตากช เห็นสายตาแน่วแน่ ไม่หลุกหลิก ก็นิ่งลง ยอมนั่งลงใกล้ๆ “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ ?”
“พ่อเลี้ยงศักดา และนายอดิสรเป็นผู้มีอิทธิพลแถวนี้ พวกนั้นมีสายอยู่ทั่ว ที่ผมเลือกคุณ เพราะคุณเป็นนักข่าวหน้าใหม่ จะได้ไม่เป็นที่สงสัย”
“แล้วก็ไม่บอกฉันก่อน ฉันก็นึกว่า...”
“นึกว่าผมจะจีบ?” จุฑารัตน์หน้าเสีย กชหัวเราะ “ก็บอกแล้วไงว่าคุณ ไม่ใช่สเป็คผม”
จุฑารัตน์เถียงเสียงดัง “คุณก็ไม่ใช่สเป็คฉันเหมือนกันนั่นแหละ!”
กชเตือน “เบาๆ!” กชปรามให้จุฑารัตน์เงียบ...แล้วสองคนค่อยพูดคุยปรึกษากันไป

หน้าร้าน กชและจุฑารัตน์กำลังจะแยกกัน กชมองรอบๆอย่างระวังก่อนบอกเสียงเบา “ไว้สายรายงานเบาะแสมาเมื่อไหร่ ผมจะรีบแจ้งไป ระหว่างนั้นอาจจะเรียกให้คุณเข้ามาซักซ้อมความปลอดภัยก่อน”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าคุณจะให้โอกาสฉันจริงๆ”
“สำหรับผม ถึงคุณอาจจะห่ามไปหน่อย” จุฑารัตน์ชักสีหน้า หนอย! “แต่ก็ไฟแรงดี มีจรรยาบรรณในอาชีพของตัวเอง ไม่ใช่พวกขายข่าวกินไปวันๆนึง”
จุฑารัตน์ชักปลื้ม “ขอบคุณนะ ที่มองเห็นความตั้งใจ”
“ระหว่างนี้ก็ระวังตัวด้วย อย่ากระโตกกระตากให้พวกมันสงสัยล่ะ พวกนั้นหูตาเป็นสัปปะรด” จุฑารัตน์พยักหน้า กชผละจากไป จุฑารัตน์เริ่มรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย

ดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ไร่บัวขาว หนูนาถือปิ่นโตที่ได้มาจากในครัวมาหารามที่บ้าน “น้าราม น้ารามอยู่มั๊ยคะ?” เธอขึ้นมาดูบนชานบ้าน “นี่หนูนานะคะ น้ารามอยู่…” ประตูบ้านเปิด หนูนาดีใจ แต่แล้วก็ต้องอึ้ง! เพราะคนที่ออกมาคือสีหนาท พร้อมถือถุงใส่ของในมือ
“น้ารามไม่อยู่ พอดีฉันมาเอาของที่ฝากน้ารามไว้”
หนูนาหน้าเสียไป ขนาดสีหนาทแขวะ หนูนาก็ยอมอ่อนเพื่อถามให้ได้ “แล้วน้ารามไปไหนคุณรู้มั๊ยคะ? นี่มันก็จะค่ำแล้ว” สีหนาทชักฉุน รู้สึกว่าหนูนาช่างตื๊อรามซะจริงๆ หนูนาอธิบายเพิ่ม พอเห็นสิงห์ไม่ตอบ “พอดีฉันเอากับข้าวจากในครัวมาให้ เห็นแม่อวนบอกว่าเป็นของโปรดน้าราม”
สีหนาทจี๊ดๆชอบกล “น้ารามเข้าไร่ ไปคุมเวรดูแลแนวกันไฟ คืนนี้คงไม่กลับทั้งคืน!”
“โธ่ น่าเสียดาย หรือจะเอาไปให้ในไร่”
“นี่หนูนา! ที่ฉันเคยเตือนเธอไม่เคยเอาไปคิดเลยใช่มั๊ย บางทีที่น้ารามเค้าไปไร่ อาจจะ.. เพราะเบื่อพวกที่ชอบมาวุ่นวายก็ได้!” หนูนาอึ้ง และอยากจะเถียงสีหนาทมากๆ “แทนที่เธอจะมัวแต่มาตามผู้จัดการไร่ต้อยๆ น่าจะเอาเวลาไปทำเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงตกงาน ย้ายงานตลอดอย่างงี้!” หนูนายิ่งอยากเถียง ว่าเรื่องนี้แหละที่สำคัญที่สุด แต่ก็เถียงออกไปไม่ได้ หันขวับจะเดินกลับ! “เดี๋ยว” เขามาขวางหน้าไว้
“มีอะไรอีกเหรอคะ? อยากจะว่าอะไรฉันอีก”
“ว่าซ้ำซากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา มานี่!” หนูนาจะไม่ไป สีหนาทคว้าข้อมือมาเลย หนูนามองมือตกใจ มองสีหนาทให้ปล่อย สีหนาทปล่อยมือ อ้างฟอร์มๆ “ก็นึกว่าฟังไม่ออก”
“..คุณจะให้ฉันไปไหน?”
“เอาเป็นว่า ดีกว่าอยู่ตื๊อคนที่บ้านนี้แล้วกัน ตามมาดีๆ!” สีหนาทสั่งและเดินนำไป หนูนาค้อนขวับ เซ็งตานี่มากๆ แต่ไม่ไปก็ไม่ได้ !

ไข่อยู่หน้าเตากำลังเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมู เสียงดนตรีล้านนาดังคลอ “ข้าเจ้าเป็นสาวเชียงใหม่ แหมบ่เท่าไรก็จะเป็นสาวแล้ว…” บุญตาเด็ดผักอยู่หัวเราะคิก ไข่เอาทัพพีเขกเหม่งเข้าให้ “คนร้องเพลงนี้ก็ไม่สาวเหมือนข้าล่ะวะ เค้ายังร้องจนเพลงดังมาได้”
“ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
ไข่เขม่นรู้นะๆ! ทันใดบุญตาและไข่ต่างต้องแปลกใจที่จู่ๆสีหนาทพาหนูนาเข้ามาในครัว
“คุณสิงห์ หิวแล้วเหรอคะ”
“ใช่”
“อุ๊ยแหม วันนี้มาแปลก ทุกทีรับตอนค่ำนี่คะ แต่เดี๋ยวไข่เร่งมือให้” เธอมองหนูนาอย่างแปลกใจ “จะให้หากับข้าวให้หนูนาด้วยรึเปล่าคะ”
“ไข่กับบุญตาออกไปจากครัวก่อน” ไข่ บุญตาชะงักกึ้ก “ฉันจะให้หนูนาทำมื้อเย็นให้ฉัน”
สามคน อึ้งกันไปหมด “ห๊ะ เอ่อ นี่ไข่ทำอะไรไม่ถูกใจคุณสิงห์รึเปล่าคะ ทุกทีไม่เห็นปัญหาอะไรเลย อยากให้เปลี่ยนเมนูรึเปล่าคะ คุณสิงห์อยากจะกินอะไรคะ” ไข่ลนลาน
“ใจเย็นๆ อาหารของไข่ไม่มีปัญหาอะไรเลย ฉันแค่เห็นว่าหนูนาเค้าว่างมาก จนใช้เวลาไปทำเรื่องไร้สาระ เลยให้มาทำกับข้าวให้กินหน่อย ไหนๆก็ทำงานอยู่ในโรงครัว ..แค่นี้คงจะทำได้ใช่มั๊ย?” ตอนท้ายเขาหันไปท้าทายหนูนา
สีหนาทจ้องหนูนา หนูนาจี๊ดมาก แต่ก็เถียงไม่ได้ และถอยก็ไม่ได้ซะด้วย ไข่กับบุญตาต่างเหวอๆงงๆกันไป นี่มันอัลไล???

ไข่กับบุญตาถึงออกมาแล้วไม่วายจะเตร็ดเตร่อยู่หน้าครัว แอบมอง...
“คุณสิงห์นึกยังไงนะป้า เป็นฉันจะไม่เสี่ยงกินของที่หนูนาทำเด็ดขาด บรื๋อออ”
ไข่ไม่พูดอะไร คิดอย่างสงสัย

ในครัวหนูนามองไปรอบๆครัว ตาปริบๆ ก็เคยทำครัวซะที่ไหน หนูนาออกตัวเบาๆ “ฉัน..ขอบอกไว้ก่อน ว่าฉันทำอาหารเหนือไม่เป็น”
“ไม่เป็นไร เธอทำอะไรเป็น ฉันก็กินอันนั้นแหละ!”
หนูนาฟังแล้วเครียดมาก เพราะทำไม่เป็นเลยสักสิ่ง....ไม่พอ สีหนาทนั่งลงบนเก้าอี้ในครัวซะอีก!!

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 5/5 วันที่ 16 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ