อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 10 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 10 ธ.ค. 58

คุณชายพิริยพงษ์ผละไปอย่างเซ็งๆ พระองค์หญิงส่ายหน้าแล้วเดินต่อไปอีกห้อง สโรชาจึงมีโอกาสทำความเคารพท่านพร้อมด้วยคุณหญิงประสงค์สม

“ท่านย่าเสด็จกลับมาแล้ว เหนื่อยไหมเพคะ”

“ไม่เหนื่อยหรอก วัดริมน้ำอากาศดี...มาที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคุณสโรชา”

“วังงามมากเพคะ ขอบพระทัยที่ประทานอนุญาตให้หม่อมฉันเข้ามาได้ ขอบคุณคุณหญิงที่พาชม เป็นบุญตามากเพคะ”



“เราอยู่กันเงียบๆ รักความสงบ นานๆฉันจึงจะออกไปไหน ไม่ชอบข้างนอกวุ่นวาย...นี่ย่าไปวัด ก็ไปดูเจดีย์ท่านปู่เราน่ะ ว่าจะให้คนไปจัดบริเวณรอบๆให้สวยงาม วันนี้มีใครก็ไม่รู้เอาดอกไม้ไปวางที่โกศเจดีย์ท่าน นอกจากคนวังเราก็ไม่น่าจะมีใครคิดถึงท่านถึงขนาดจะเอาดอกไม้ไปถวาย”

“หรือจะเป็นพี่ชาย...”

“โอ๊ย...รายนั้นกลางวันนอน กลางคืนเข้าไนต์คลับ จะเอาเวลาที่ไหนไปไหว้บรรพบุรุษ...ช่างเถอะ ย่าจะไปพักผ่อนล่ะ หญิงก็คุยกับคุณสโรชาไปนะ...ตามสบายนะ”

คุณหญิงประสงค์สมรับคำ สโรชาไหว้พระองค์หญิงอย่างนอบน้อม มองตามท่านไปแล้วนึกถึงวิศรุตที่เคยวางดอกไม้ที่เจดีย์ จู่ๆเธอก็ถลาไปยืนใกล้พระรูปพระองค์เจ้ามรุพงษ์ฯ จ้องแล้วหันมาถามคุณหญิงประสงค์สมว่า

“ท่านปู่คุณหญิงก็ต้องเป็น...เอ่อ...พระองค์เจ้า... พระองค์ชาย”

“พระองค์เจ้าค่ะ พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์”

“ฮ้า! คนนี้เองที่คุณวิศรุตแอบเอาชื่อมาเป็นนามสกุล”

“ใช่ค่ะ คุณวิศรุตก็บอกหญิงอย่างนั้น เขาบอกคุณสโรชาด้วยใช่ไหมคะ”

“บอกค่ะ เอ๊ย ไม่ได้บอกกับดิฉันหรอกค่ะ คือบอกคนอื่นแล้วเขาบอกมาอีกทีค่ะ”

อัศดงเข้ามาจากอีกทางพร้อมถาดขวดน้ำปรุง คุณหญิงประสงค์สมหยิบขวดเจียระไนเล็กจิ๋วใส่น้ำปรุงส่งให้สโรชาดู

“อุ๊ย...ขวดน่ารักจัง”

“นี่ล่ะค่ะน้ำปรุง หญิงทำเอง ลองแต้มนะคะ หอมกลิ่นดอกไม้ไทยค่ะ”

สโรชาสูดกลิ่นหอมชื่นใจ สองสาวคุยกันถูกคอกันจนเวลาล่วงเลยไปมาก สโรชาจึงขอตัวกลับเพื่อไปลอกคราบเป็นพลับพลึงสู่บ้านวิศรุตอย่างเดิม
ธารากลับจากธุระข้างนอกไล่เลี่ยกับวิศรุต ไม่เจอพลับพลึงแต่เห็นผ้าตากไว้เต็มราว สองคนบ่นกันครู่หนึ่งก่อนที่ธาราจะเดินไปเคาะประตูเรียกพลับพลึงที่ห้อง

สโรชายังล้างเครื่องสำอางไม่เสร็จแต่ต้องเปิดประตูห้องเพราะธาราเคาะระรัวแถมส่งเสียงเหมือนอารมณ์เสีย สองคนเดินตามกันไปหลังบ้านตรงราวผ้า เสียงธาราบ่นไม่หยุด

“กว่าจะขายขนมเค้กหมดก็เย็นค่ำ ขายแพงก็ไม่ได้เพราะอยู่ในย่านบ้านพักอาศัย ไม่ใช่ย่านธุรกิจ”

“ธารานี่พูดอย่างคนรู้ทฤษฎีการตลาดเลยนะ”

“ไม่รู้แล้วจะทำมาหากินได้เหรอ อย่างโฮมสเตย์น่ะ ถ้าไม่ทำตลาดไม่โปรโมตจุดขาย มันก็จะซบเซาแบบของเรานี่ล่ะ อยู่ๆลูกค้าก็หมด เลิกมาซะงั้น”

“คุณวิศรุตเขาอาจจะประกาศปิดปรับปรุงก็ได้นะ แต่เราไม่รู้ เพราะเขาลงในเว็บน่ะ”

“จริงเหรอ แล้วหล่อนเล่นอินเตอร์เน็ตด้วยเหรอนี่ ...แล้ววันนี้นึกยังไงลุกขึ้นมาแต่งหน้า”

“อุ๊ย ไม่ได้แต่งมาก แค่ทาปาก จะได้สดชื่นไง แต่ทำไมธาราหน้าตาเครี้ยดเครียด”

“พักนี้ฉันเหนื่อย หาเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ”

“ได้ยินว่าธาราส่งน้องเรียน ธาราแน่ใจไหมว่าน้องธาราใช้เงินเพื่อการเรียนอย่างเดียว ไม่ได้เหลวไหลนะ”

“พลับพลึง! น้องฉันเป็นเด็กดี เป็นความหวังของฉันนะ นี่คุยกันว่าพอเรียนจบ อธิปก็จะมาช่วยฉันทำร้าน”

“ทำไมเขาไม่มาช่วยตอนนี้ล่ะ”

“เขาเรียนหนัก อยู่หอที่มหาวิทยาลัยย่ะ เด็กบ้านนอกอย่างหล่อนจะรู้อะไร”

ธาราเก็บผ้าเดินหน้าง้ำหนีไปโดยไม่เห็นวิศรุตสวนมา สโรชาเก็บผ้าลงตะกร้าแล้วจะยกขึ้น เจอวิศรุตยืนตรงหน้าจังๆ มืออ่อนจนตะกร้าร่วง

“ว้าย! คุณวิศรุตมาไม่ให้สุ้มให้เสียงค่ะ”

“ตกใจเลยเหรอ คุยอะไรกัน ทำไมธาราหน้าง้ำเข้าบ้านไป”

“อ๋อ พลับพลึงแค่สงสัยค่ะ ว่าธาราน่ะทำไมพักนี้หน้าเครียดๆ ก็เลยถามดู”

“คงมีปัญหาเรื่องน้องมั้ง ได้ยินว่าส่งเงินให้น้องนี่”

“นั่นล่ะค่ะที่พลับพลึงห่วง ไม่รู้ว่าน้องเขาจะใช้เงินเรียนหรือหลอกไปใช้เหลวไหล”

“อืม...น่าคิดนะ ไว้ฉันจะคุยกับเขาดู” วิศรุตมองหน้าหญิงสาว สโรชารู้สึกว่าถูกจ้อง ค่อยๆเบี่ยงหลบพร้อมกับถามว่าจ้องตนทำไม ที่หัวโนวันก่อนหายแล้ว ตนหัวแข็ง

วิศรุตสูดหายใจดมกลิ่นแล้วบอกว่าหอม กลิ่นนี้เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหน สโรชาสะดุ้งนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ลองแต้มน้ำปรุงของคุณหญิงประสงค์สมที่หลังใบหู แต่แถไปน้ำขุ่นๆว่ากลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มล่ะมั้ง

ว่าแล้วก็คว้าผ้าโปะหน้าวิศรุตให้ดมกลิ่นกลบเกลื่อน พอวิศรุตจะถามต่อก็รีบเผ่นไปจากตรงนั้น...หนีเข้าห้องบ่นอุบว่า

“ไม่น่าเลยเรา ลอกคราบสโรชาออกได้แล้ว ดันมีกลิ่นคุณหญิงประสงค์สมกลับมา”

หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย สโรชาโทร.หาน้ำมนต์ที่กำลังอ่อนเปลี้ยเตรียมพักผ่อน น้ำมนต์บ่นให้ฟังเรื่องประพันธ์ตื๊อขายสินค้าแถมยังมีคำถามบ้าๆชวนให้ปวดหัว สโรชาฟังเบื่อๆ แทนที่ตัวเองเป็นฝ่ายโทร.มาแต่กลับต้องมาฟังน้ำมนต์บ่นเป็นบ้าเป็นหลัง

ค่ำแล้ว สโรชาชงเครื่องดื่มร้อนๆมาให้วิศรุตที่ศาลาริมน้ำ เขากำลังคร่ำเคร่งกับงาน เธอมองเพลินชื่นชมในความขยันของเขา

“พลับพลึง เธออยากไปเรียนหนังสือหรือไปทำอะไรอย่างอื่นไหม”

“คุณวิศรุตจะไล่พลับพลึงออกเหรอคะ พลับพลึงทำงานไม่ดีเหรอคะ หรือว่าพลับพลึงซักผ้าไม่สะอาด หรือว่า ในห้องนอนมีฝุ่น หรือว่า...”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่เป็นห่วงเธอ ช่วงนี้แขกไม่มี เธออาจจะเบื่อ แล้วตัวเธอน่ะเป็นคนเรียนรู้อะไรได้เร็ว จะว่าไปเธอรู้จักงานบริการมากกว่าลูกสาวเจ้าของโรงแรมที่ฉันไปทำงานด้วยซะอีก”

“คุณสโรชาน่ะเหรอคะ แย่กว่าฉันอีก”

“เธอจำชื่อเขาแม่นดีนี่ รู้มั้ย? คนที่เป็นทายาทกิจการโรงแรม ควรจะต้องเริ่มต้นฝึกงานให้เข้าใจ ตั้งแต่ล้างห้องน้ำ ปูเตียง เสิร์ฟอาหาร และเรียนรู้ทุกแผนก ไม่ใช่อยู่ๆก็ไปนั่งหน้าเชิดเป็นผู้บริหารเซ็นเอกสาร”

สโรชาหน้าเครียดขึ้นทุกที อยากจะเถียงแต่กัดปากไว้ วิศรุตไม่สังเกต ลงนั่งถอดผ้าพันคอพาดพนักพิงไว้

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมคิดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องหงุดหงิด แล้วก็ต้องเอามาเทียบกับผู้หญิงที่ตรงกันข้ามกันอย่างเธอ แปลกจริงๆ”

“คุณวิศรุตคะ ถ้าพลับพลึงจะบอกว่าพลับพลึงยังอยากเรียนรู้งานที่นี่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นล้างห้องน้ำ ปูเตียง เสิร์ฟอาหาร ซักผ้า รวมทั้งเรียนวิชาทำอาหารจากธาราด้วยคุณยังจะไล่พลับพลึงออกอีกไหมคะ”

“งั้น...ถ้าเธออยากกลับบ้านเมื่อไร มาบอกตรงๆ ฉันจะไปส่ง แต่ต้องบอกล่วงหน้านะ”

“ถ้าพลับพลึงไม่อยู่ คุณจะคิดถึงพลับพลึงไหมคะ”

วิศรุตพยักหน้ายิ้มให้สโรชา แล้วชวนให้ดูหิ่งห้อย สโรชานึกได้ว่ามีเรื่องจะถาม ค่อยๆเลียบเคียงว่าช่วงนี้เขาไปไหว้สถูปพระองค์เจ้ามรุพงษ์บ้างหรือเปล่า

“ถามทำไม...เพิ่งไปมา ตลกดีนะ ฉันแอบเอาชื่อเขามาตั้งเป็นนามสกุล แล้วยังได้เป็นนายหน้าเข้าไปขอซื้อที่ดินจากวังของเขาอีก มันแปลกใช่ไหมล่ะ”

“แปลกค่ะ แปลกมาก”

“หรือเธอกำลังจับผิดอะไรฉัน”

“เปล่าซะหน่อย คุณนั่นแหละจับผิดพลับพลึง ตัวหอมก็ว่าแปลก ทำงานดึกก็ว่าแปลก พรุ่งนี้คุณจะไปแต่เช้าไหมคะ เบื่อไข่ดาวรูปหัวใจหรือยัง”

“ไม่เบื่อ แต่ถ้าฉันอยากกินโจ๊ก เธอจะลุกมาต้มให้เหรอ”

“โจ๊กซองหรือโจ๊กอาแปะปากซอยก็มี จะต้องต้มเองทำไมคะ”

“เดี๋ยวนี้เธอต่อปากต่อคำเก่งขึ้นนะ เมื่อก่อนธารา ตอนนี้เป็นเธอ ถ้าฉันอยู่คนเดียวคงเหงาแย่ อยู่กันนานๆนะ ถึงไม่มีแขกมาพัก ฉันก็อยากให้เธออยู่ที่นี่ต่อ”

วิศรุตจับหัวพลับพลึงอย่างเอ็นดู บอกว่าพรุ่งนี้ขอไข่ดาวรูปหัวใจสองฟอง แล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ลืมผ้าพันคอไว้ สโรชานำมันกลับไปคืนเขาถึงหน้าห้อง เห็นเขาถือแหวนวงหนึ่งอยู่ในมือ

“โอ้โห...แหวนโบราณนี่ไม่เห็นคุณใส่ตั้งนานแล้วนะคะ ทองจริงหรือเปล่าคะนั่น”

“จริงมั้ง”

“ท่าทางจะเป็นสมบัติเจ้าคุณปู่ ทองโบราณแบบนี้เก็บเอาไว้หมั้นสาวได้นะคะ”

“ถ้าผู้หญิงที่ไหนจะรับหมั้นด้วยแหวนวงนี้วงเดียวก็ดีสิ ทั้งเนื้อทั้งตัวฉันก็มีแค่นี้”

ประพันธ์เดินผ่านมาเห็นพลับพลึงอยู่หน้าห้อง กระแอมก่อนถามว่าคุยอะไรกันเอ่ย สโรชาสะดุ้งเล็กน้อย ขณะที่วิศรุตโผล่หน้าออกมาทัก

“กลับมาแล้วเหรอประพันธ์ กลับดึกนะ”

“ขับรถคิดอะไรเล่นเรื่อยเปื่อยครับ ยังไม่นอนกันเหรอครับ”

“ง่วงแล้วค่ะ ทีหลังอย่าลืมผ้าไว้ริมน้ำนะคะ ถ้าร่วงไปเสียดายแย่...กู๊ดไนต์ค่ะคุณประพันธ์”

สโรชารวบรัดจนประพันธ์เก้อ หมดโอกาสคุยต่อ เดินแยกไปทางห้องพักของตน โดยมีสายตาของวิศรุตมองตามประพันธ์ไปอย่างแหนหวงระคนหึงสโรชา

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 10 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ