อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 8 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 8 ธ.ค. 58

“แล้วค่อยมาใหม่นะครับ”

กลับมาถึงบ้าน วิศรุตมานั่งที่ริมน้ำ นึกถึงคำพูดของพระองค์หญิงที่ว่า “ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรอย่าปิดบังฉัน ไม่ว่าเธอจะเข้ามาในวังในฐานะอะไร ขอให้มาอย่างจริงใจไม่มีอะไรแอบแฝงก็แล้วกัน” คิดแล้วถอนใจ คิดเยาะตัวเองว่า

“ต่อไปนี้ ไม่ว่าพระองค์หญิงจะดีกับเราขนาดไหน เราก็คงเป็นแค่นายวิศรุต มรุพงษ์ นายหน้าซื้อที่ดินแล้วนะ จะเปลี่ยนไปแสดงฐานะอื่นคงไม่ได้ล่ะ”
ขณะกำลังอยู่ในภวังค์นั่นเอง เขาได้ยินเสียงกรอกแกรก หันไปดูเห็นสโรชาถือส้มโอแกะวางสวยงามใส่จานมา ถามเดาว่ามาจากไหน เจ้าเก่าหรือ สโรชาบอกว่าป้าหวานเอามาแลกผัก บอกว่าผักหมดรุ่นแล้วจะปลูกใหม่หรือยัง เขาจึงนึกได้บอกว่าให้ริชาร์ดกับจอห์นจัดไปก็แล้วกัน



พอสโรชาจะเดินไปเขาจับมือไว้บอกเดี๋ยวคุยกันก่อน เธออ้างว่าง่วง เขาไม่ปล่อย เธอเลยมองมือเขา เห็นแหวนเลยพูดเหน็บว่า “แหวนโบราณ เหมาะจะไปหมั้นสาวชาววังมากเลยนะ”

“เป็นอะไรพลับพลึง”

“บอกว่าง่วงก็คือง่วงค่ะ คุณจะชมจันทร์หรือส่งใจไปไห้ใครก็ตามสบายนะคะ กู๊ดไนต์ค่ะ” ว่าแล้วไปเลย

“เอ๊อ...พิกล ยายคนนี้” วิศรุตหยิบส้มโอกินขำๆ

ooooooo

เพื่อเร่งคุณชายพิริยพงษ์ให้หาเงินได้เร็ว เมธีหาแหล่งเงินใหม่ให้ โดยให้อธิปน้องชายธาดาที่สโรชาและน้ำมนต์เคยเห็นธาราเอาเงินไปให้และคิดว่าเธอเลี้ยงเด็ก พาไปส่งที่บ่อนเฮียฮง เฮียฮงส่งต่อให้ชัยบดีเป็นผู้ดูแล

ไม่นานคุณขายก็เล่นชิปมากมายกว่าที่มีอยู่เดิม ชัยบดียิ้มเจ้าเล่ห์เป็นบัทเล่อร์ให้กำลังใจ

คุณชายนับเงินใส่กระเป๋าอีกส่วนหนึ่งใส่ถาดคืนให้เฮียฮง บอกว่าคราวหน้าตนคงไม่มามือเปล่าแบบคราวนี้ เฮียฮงอวยว่าแสดงว่าเป็นคนมีโชคทางนี้ งั้นคราวหน้าก็ให้ชัยบดีเป็นบัทเล่อร์ให้ก็แล้วกัน ตัวนำโชคนี่

“ครับ คราวหน้าผมจะแนะนำโต๊ะที่คุณชายคู่ควร” ชัยบดียิ้มประจบ

คุณชายเดินไปอย่างผยอง ชัยบดีมองตามยิ้มเจ้าเล่ห์ อธิปเข้ามาถามว่า “ใครครับพี่”

“ว่าที่เหยื่อกูไง มึงเอาเหล้ามาให้กูแก้ว...เหนื่อยชิบเลย ดูแลผีพนันหน้าใหม่นี่”

เมื่อคุณชายกลับไปมอบเงินให้เมธีแปดแสนสำหรับค่าหุ้นที่เพิ่มทุน พูดอย่างลำพองใจว่าเอาไปส่วนหนึ่งก่อน รออีกแป๊บคงได้ครบ เมธีป้อยอว่าเก่งนี่ เห็นไหมว่าการหาเงินไม่ใช่เรื่องยาก

“แต่ชาติกำเนิดไม่มีใครเลือกได้ ใช่ไหมเมธี”

เมธีหน้าตึงรู้สึกเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิด แต่ก็กลบเกลื่อนทำเป็นยิ้มแย้มว่า “ใช่ครับ หม่อมราชวงศ์พิริยพงษ์”

“ไม่ต้องคิดมาก ฉันล้อเล่น ยังไงเราก็หุ้นส่วนกัน ขอบใจสำหรับแหล่งเงินทุน”

คุณชายยังซื้อแหวนเพชรไปให้วินิตา เธอชมว่าสวยมาก คงแพงมาก ถามว่าเอาเงินมาจากไหน คุณชายถามว่าชอบไหม ถ้าชอบถึงแพงก็ซื้อให้ได้ เธออ้อนว่าคุณพ่อว่าถ้าตนอยากใช้เงินมากๆก็ต้องทำงาน แต่ตนไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร

“ถ้าวิแต่งงานกับผม วิจะมีทุกอย่างที่วิต้องการ เป็นภรรยาผม ผมเลี้ยงได้”

“อุ๊ย...จะเร่งอะไรอย่างนั้นคะ วิแค่บ่นให้ฟังเฉยๆ”

“ผมก็แค่ยื่นข้อเสนอเฉยๆ วิจะรับไหมล่ะ”

จริยาเดินผ่านมาได้ยินพอดี วินิตาค้อนเขินแล้วจึงหันมาเห็นแม่

ooooooo

วินิตาถามจริยาว่าไม่ชอบคุณชายหรือ เห็นได้รับของกำนัลทีไรชอบทุกที จริยาบอกว่าของกำนัลก็ส่วนของกำนัล

วินิตาเห็นว่าการเป็นสะใภ้เจ้าก็ไม่เลวร้ายหรอก จริยาบอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวเหมือนพ่อ พ่อเธอก็อยากเป็นเจ้า วินิตาชมว่าแม่เก่งทำไมถึงแย่งพ่อมาได้จริยาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มพอใจ

วินิตานึกขึ้นมาได้ พูดถึงเรื่องที่ดินที่ไปดูว่าสวยดี ถ้าตนแต่งงานกับคุณชาย พอพระองค์หญิงสิ้นมันก็ต้องเป็นของคุณชายอยู่ดี แล้วคุณพ่อจะไปซื้อทำไม ถึงตอนนั้นตนขอจากคุณชายก็ได้

“ไม่รู้ แม่ไม่มีความเห็นเรื่องที่ดินบ้านั่น แล้วที่เพ้อเจ้ออยากจะเป็นสะใภ้ชาววังน่ะ แน่ใจหรือ คุณชายเจ้าสำราญนั่นอาจจะไม่ได้เป็นทายาทรับมรดกก็ได้นะ” วินิตาถามว่าพระองค์หญิงจะให้คุณหญิงประสงค์สมกระนั้นหรือ “อาจจะไม่ใช่ทั้งคุณชายและคุณหญิง ใครจะไปรู้อาจจะมีคนธรรมดาๆมาหยิบชิ้นปลามัน คว้ามรดกไปทั้งหมดก็ได้”

“ใครคะคุณแม่ ใครจะเอามรดกพระองค์หญิง ในเมื่อทรงมีนัดดาแค่สองคนนี้”

“ไม่รู้สิ อย่ามาถามแม่เลย แม่แค่เดาเอา”

จริยาเฉไฉ หยิบเรื่องแก้วมาเป่า หันไปเปิดดูนั่นดูนี่ วินิตาได้แต่มองสงสัย

ooooooo

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 8 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ