อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 9 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ขณะมาตีกอล์ฟด้วยกันประสาพ่อลูก พลโทวินิตถามความเห็นวินิตาว่าพระองค์หญิงจะทรงขายที่ดินให้เราไหม

“ก็มีสิทธิ์ ห้าสิบห้าสิบนะคะ เดาพระทัยยาก เพราะว่าคุณสโรชาลูกสาวเจ้าของโรงแรมใหญ่นั่นน่ะ ก็ได้ไปดูที่ดินพร้อมวิเหมือนกัน”

“จริงเหรอ เขาเข้าไปยังไง”

“เขามีนายหน้าเข้าไปกระแซะก่อนค่ะ ผู้ชายหน้าตาดี ทำทีเป็นครูสอนพิเศษคุณหญิงประสงค์สม ไม่รู้ทำอีท่าไหน ประจบคนแก่บ่อยๆจนยอมให้ไปดูที่ดิน”



“แปลกจริง ปกติพระองค์หญิงทรงตะเพิดนายหน้าทุกรายนี่นา รายนี้เข้าไปได้ยังไง”

“บางทีเขาอาจจะมีแผนจะไปเป็นเขยเจ้าก็ได้นะคะ ดูคุณหญิงประสงค์สมดี๊ด๊าทำท่าปลื้ม แต่ไม่เป็นไรนะคะคุณพ่อ วิมีแผนสอง วิจะเป็นสะใภ้เจ้าเอาที่ดินมาให้ แก้หน้าที่คุณพ่อเป็นเขยเจ้าไม่สำเร็จ”

“วินิตา...อย่าเอาคำพูดไร้สาระของแม่มาล้อพ่อ พ่อไม่ชอบ เรื่องอดีตของผู้ใหญ่ กับเรื่องปัจจุบันของลูกมันคนละเรื่องกัน”

พลโทวินิตตำหนิลูกสาวเสียงขุ่นหน้าเข้ม แล้วพอกลับถึงบ้านก็ตรงดิ่งมาต่อว่าจริยาที่กำลังจิบน้ำชา กรีดนิ้วดูแหวนเพชรอย่างสบายอารมณ์ว่า

“คุณอย่าเอาเรื่องเก่าไปใส่หัวลูกนักเลย”

“ทำไมล่ะ ก็คุณเองแหละที่รื้อฟื้น เรื่องมันผ่านมาตั้งเป็นสิบๆปีก็ยังจะโหยหาอดีต คิดถึงรักแท้ที่ตายไปแล้ว ป่านนี้วิญญาณแม่กิรติคงจะ...”

“อย่าเรียกเธออย่างนั้น ท่านหญิงกิรติโสภณไม่ใช่คนที่คุณจะพูดจาลามปามก้าวร้าว เธอเป็นกุลสตรี”

“ฮึ! กุลสตรีแต่ให้ผู้ชายเจาะไข่แดง”

“หยุดนะ จริยา”

“คุณนั่นแหละหยุด ฉันไม่ยอมให้คุณซื้อที่ดินนั่นด้วยเงินของเรา เพื่อเก็บไว้ให้ลูกคุณที่ไม่ใช่ลูกฉัน”

“เงินของผม ที่คุณเอาไปซื้อเพชรซื้อกระเป๋าบ้าบอนั่นก็เงินของผม อย่ามาทำเป็นหมาในรางข้าวเลย คุณไม่มีสิทธิ์หรอก จำไว้”

วินิตเดินออกไปด้วยความโมโห ทั้งสองคนไม่เห็นว่าแก้วกิริยาลูกสาวคนเล็กเดินมาแอบได้ยินและพึมพำอย่างประหลาดใจ

“ลูกคุณพ่อที่ไม่ใช่ลูกของคุณแม่...ท่านหญิงกิรติโสภณ”

ooooooo

วันเดียวกัน วิศรุตมาพบพิสิฐที่บ้านรายงานความคืบหน้าเรื่องซื้อที่ดินจากพระองค์หญิงว่า ตนไปดูมาแล้ว ที่สวยงาม และดูท่าว่าพระองค์ก็เมตตาตน

“ผมนับถือคุณเลยจริงๆ ไม่มีใครเคยเข้าหน้าท่านได้ แต่คุณทำได้ นี่ถ้าคุณไม่ได้บอกว่าอยู่เมืองนอกมาตลอด ผมต้องคิดว่าคุณเป็นพวกเล่นคุณไสย มีคาถาเมตตามหานิยมนะเนี่ย”

“ถ้าท่านซื้อที่ดินได้เรียบร้อย งานของผมก็คงจบ ไม่ต้องมีตำแหน่งอะไรในบริษัทแล้วก็ได้”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมชอบคุณ คุณน่ะมีความรู้ความสามารถ ผมยังมีงานอื่นให้คุณทำเยอะแยะ”

วิศรุตขยับจะค้านและหาเรื่องเถียง แต่พิสิฐรู้ทันรีบยกมือห้าม

“ได้ข่าวว่าตอนนี้ที่โฮมสเตย์ก็ไม่ค่อยมีแขกใช่ไหมล่ะ คุณก็พักงานทางโน้นก่อน ทางนี้ผมมีงานหลายอย่างที่อยากจะถอยตัวเองออก นี่ไง คุณไปดูงานปรับปรุงอาคารให้หน่อย ก่อนจะให้วิศวกรที่ปรึกษาเขาตรวจรับ คุณไปเตร่ๆเป็นหูเป็นตาแทนผม ว่าเขาสร้างออกมาเป็นยังไง หนุ่มๆแน่นๆ คิดซะว่าช่วยคนแก่ได้มั้ย”

“ครับ...ได้ครับ” วิศรุตรับแฟ้มเอกสารงานชิ้นใหม่จากพิสิฐแล้วเดินตามเขาไปอีกห้อง ลัดดาเดินมาพร้อมแม่บ้านที่ถือแจกันดอกลิลลี่ วิศรุตเปรยว่าท่านคงจะชอบดอกลิลลี่ พิสิฐยิ้มอารมณ์ดีบอกว่าลัดดาชอบ แต่ลัดดาบอกว่าพี่จิตราแม่ของสโรชาชอบ ถึงได้ตั้งชื่อลูกสาวว่าลิลลี่

“อยู่เมืองนอกเป็นลิลลี่ อยู่เมืองไทยเป็นพลับพลึง” พูดแล้วพิสิฐหัวเราะลั่น แต่ต้องหยุดกึกเมื่อลัดดาส่งสายตาปรามมา แล้วแก้เก้อชี้มือไปทางสวน “โน่นๆ ผมหมายถึงลิลลี่กับพลับพลึงน่ะมันเป็นพันธุ์ใกล้เคียงกัน เห็นมั้ย ของเราน่ะใบดก ดอกเล็กกลิ่นก็ไม่ค่อยหอม แต่ของที่ลัดดาซื้อน่ะพันธุ์ฮอลแลนด์นะ หอมฟุ้งสมราคาเชียว”

“ลิลลี่ของบ้านเราก็มีนะคะ บนที่สูงหนาวๆหน่อยก็ดอกใหญ่สวยงามดี”

“ลิลลี่หอมแรง แต่พลับพลึงหอมอ่อน คุณชอบแบบไหน”

“ผมชอบดอกไม้ที่อยู่กับต้นมากกว่าดอกไม้ที่ตัดแต่งจัดแจกันครับ”

“งั้นก็คงชอบพลับพลึง”

“ครับ ผมชอบพลับพลึง”

ได้คำตอบจากวิศรุตแล้วพิสิฐแอบมอง วิศรุตรู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อนว่า

“คุยนานแล้ว ผมว่าให้ท่านพักดีกว่า งานในแฟ้มนี้ผมจะไปทำให้ตามสั่งนะครับ”

“ขอบคุณนะ มีอะไรก็มาหาผมได้ทุกเมื่อ ผมอยากคุยกับคุณบ่อยๆ”

วิศรุตยกมือไหว้ลาก่อนออกไป พิสิฐกระซิบถามลัดว่าชอบไหม ถ้าวิศรุตจะมาเป็นเขย

“อุ๊ย...คุณพิสิฐ คิดไกลไปหน่อยนะคะ ลูกสาวคุณยังไม่ได้บอกอะไรซะหน่อย”

“แล้วไอ้ที่มันไปปลอมตัวเป็นสาวบ้านนา ไปเป็นคนงานอยู่ในบ้านเขาตั้งเดือนน่ะ คุณว่ามันคิดอะไรมั้ยล่ะ คุณลัดดา”

พิสิฐกระเซ้าภรรยา...ลัดดาถอนใจ ห่วงก็ห่วง แต่ก็เอ็นดูและไว้ใจในความฉลาดรั้นของหลานสาว

ooooooo

เวลานั้นสโรชาในคราบพลับพลึงกำลังรดน้ำผักรุ่นใหม่อย่างเพลิดเพลิน แต่แล้วเสียงป้าหวานร้องทักทำให้หญิงสาวตกใจและไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย ยิ่งป้าหวานพูดถึงสาวงามที่มากับวิศรุตวันก่อน สโรชายิ่งไม่ชอบใจทำท่าจะเดินหนี ป้าหวานเลยคาดเดาว่าเธอคงแอบชอบเจ้านาย

“ฉันไม่ได้ชอบคุณวิศรุตป้าหวาน”

“แน่นะ แล้วทำไมต้องหน้าแดง หลบตาวะ”

“ไม่ได้หลบซะหน่อย แล้วนี่ป้ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ ระวังเจอธาราไล่ตะเพิดนะ รู้ตัวรึเปล่าว่าคนที่นี่เริ่มจะไม่ชอบป้าแล้วนะ ตั้งแต่เอาปากกาด้ามทองที่เก็บได้มาเรียกค่าไถ่น่ะ”

“ใครว่าเรียกค่าไถ่ ก็ของมันเป็นลาภของข้า อยู่ๆคนอื่นจะมาขอได้ไง ก็ต้องซื้อสิ แล้วตกลงมันปากกาของใคร ทำไมคุณวิศรุตเขาอยากได้นักหนา หรือว่าเป็นของแฟนเขามาทำหล่นไว้...นั่นแน่ เห็นมั้ย เขามีแฟนจริงๆด้วย”

“โอ๊ย ป้านี่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ฉันไปทำงานล่ะ” สโรชาเก็บสายยางและอุปกรณ์ทำสวนเดินหนี ป้าหวานมองตามสงสัยท่าทางที่เปลี่ยนไป

หงุดหงิดเดินหนีมาเจอจอห์นนี่กับริชาร์ดเตรียมทำปุ๋ยหมัก สโรชาไม่ทันระวังชนไม้ที่จอห์นนี่แบกมาดังโป๊ก บริเวณหน้าผากโนขึ้นทันตา สองหนุ่มเลยโดนธาราบ่นยกใหญ่ ก่อนวิศรุตจะกลับมาเห็น ให้ธาราไปเอาน้ำแข็งมาประคบ แต่พอได้ของมา วิศรุตคว้ามาทำเอง ธาราลอบมองอย่างจับสังเกต
ยามใกล้ชิดกัน สโรชาเขินเกินกว่าจะระงับอาการได้ บอกวิศรุตว่าขอทำเอง...

ค่ำนั้น สโรชาโทร.หาน้ำมนต์บอกให้รู้ว่าพรุ่งนี้ตนไม่ไปทำงานเพราะหัวปูดยังไม่ยุบ...แต่ยังไม่ทันวางสาย ได้ยินวิศรุตพูดโทรศัพท์กับคุณหญิงประสงค์สมอยู่อีกทาง เหมือนนัดแนะเจอกัน สโรชาเลยเปลี่ยนใจกะทันหัน บอกน้ำมนต์ให้มารับแต่เช้า ตนจะไปทำงาน เตรียมชุดให้ด้วย

ooooooo

เช้าวันถัดมา สโรชาตื่นมาทำอาหารให้วิศรุต ส่วนธาราออกไปวางเงินจองห้องเพื่อขายขนมเค้ก

เสร็จจากเสิร์ฟอาหารเจ้านายแล้วสโรชาขอตัวไปนอนพัก แต่ความจริงจะเตรียมตัวหลบออกจากบ้านไปกับน้ำมนต์ที่ให้มารอรับ

น้ำมนต์จอดรถใต้ร่มไม้เห็นธาราซ้อนมอเตอร์ไซค์ผ่านไป สักครู่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังหน้าจอโชว์ชื่อ

“คนบ้า” ก็กดรับด้วยน้ำเสียงรำคาญ

“นี่คุณประพันธ์ จะโทร.บ่อยเกินไปไหมคะ ยังไม่ทันแปดโมงก็จะขายของแล้ว แบบนี้ฉันจะแบล็กลิสต์คุณล่ะนะ ฉันบอกแล้วว่าถ้าจะให้ตัดสินใจซื้อก็ต้องส่งตัวอย่างสินค้ามาให้ใช้ก่อนเดือนนึง”

“จะบ้าเหรอ”

“อะไรนะ ว่าฉันบ้าเหรอ นายหน้าอูฐ”

“เฮ้ย...ไม่ใช่ ผมพูดว่าคุณจะฆ่าผมเหรอ ถ้าต้องให้คุณใช้ฟรีขนาดนั้นบริษัทผมขาดทุนตาย”

“ก็ไหนว่านำเข้าสินค้าสารพัด ลงทุนหน่อยสิค้า...ถ้าผลิตภัณฑ์ซักผ้าของคุณใช้ดีจริง คุณจะได้ยอดสั่งซื้อตั้งเท่าไหร่ จากนั้นจะขายสินค้าอื่นอีกมันก็ง่ายขึ้นนะคะ คิดดู มีสมองมั้ย คิดๆๆ”

“ผมรู้ครับ ผมขอคำนวณก่อนว่าคุ้มแค่ไหน ที่จริงลองใช้วันสองวันก็รู้แล้ว ไม่เห็นต้องเยอะขนาดนั้นเลย”

“ตลาดเป็นของผู้ซื้อค่ะคุณประพันธ์ อยากขายก็ต้องยอมลูกค้า...ยังไม่มาอีก” ท้ายประโยคเธอบ่นถึงสโรชา แต่ประพันธ์เข้าใจผิด นึกว่าเธอจะให้เขาเข้าไปหาเดี๋ยวนี้

สองคนโต้คารมกันอีกไม่นาน สโรชาก็ปรากฏตัว หลังจากเลี่ยงหลบจากจอห์นนี่กับริชาร์ดมาจากสวนผัก น้ำมนต์รวบรัดตัดสายประพันธ์แล้วพาเพื่อนรักเข้าออฟฟิศลอกคราบจากพลับพลึงเป็นสโรชา

สโรชาสวมวิกผมม้าปิดถึงคิ้ว น้ำมนต์เห็นแล้วทึ่ง ชื่นชมว่าแนบเนียนและให้ฉายาว่าแม่สาวพันหน้า...จากนั้น สโรชาก็แอบไปสอดส่องวิศรุตที่ห้องทำงาน เห็นเขาถือแฟ้มเอกสารเดินไปขึ้นรถ คาดเดาว่าคงไปพบคุณหญิงชาววัง จึงขับรถน้ำมนต์สะกดรอยตาม โดยที่ขณะนั้นเจ้าของรถกำลังเผชิญหน้ากับประพันธ์เซลส์แมนฝีปากกล้า

ประพันธ์พยายามเสนอขายผงซักฟอกให้น้ำมนต์ แต่ทำมาทำไปกลายเป็นสองคนโต้คารมกันยาว ก่อนที่เขาจะโดนเธอกล่าวหาเป็นสิบแปดมงกุฎ ประพันธ์ยัวะก็เลยย้อนไปว่ารู้เหรอว่าสิบแปดมงกุฎมีที่มายังไง

น้ำมนต์อึ้งกิมกี่ แล้วตอบส่งเดชไป ก็เลยโดนประพันธ์ท้าทายกึ่งบังคับว่าให้เวลาหาความรู้หนึ่งวัน พรุ่งนี้จะมาฟังคำตอบ

ooooooo

สโรชาสะกดรอยตามวิศรุตไปถึงอาคารสร้างใหม่ของพิสิฐแล้วเกือบพลาดทำให้เขาจับได้ว่าเธอคือคนเดียวกับพลับพลึงที่มีรอยบวมปูดบนหน้าผาก แต่เพราะไหวพริบดีเยี่ยมทำให้เธอรอดมาได้

กลับมาเจอเพื่อนรักหมกมุ่นค้นหาความหมายของคำว่าสิบแปดมงกุฎ สโรชาคาดเดาว่าต้องเกี่ยวข้องกับประพันธ์ แซวว่าท่าทางน้ำมนต์จะชอบเขาเสียแล้ว

“ชอบกะผีอะไร อย่าพูดอย่างนี้นะ เดี๋ยวฉันประจานแกเรื่องแม่พลับพลึงข้างรั้วนะ”

“อ้าว...เฮ้ย! ถ้าแกพูด ฉันฆ่าแกจริงๆนะ”

“เออ ไม่พูดอยู่แล้วน่า ว่าแต่ช่วงนี้ความสัมพันธ์เป็นไงมั่งล่ะ”

“กับพลับพลึงน่ะดี๊ดี แต่กับสโรชา...ฮึ!!”

“แกก็เลยอยากจะเก็บพลับพลึงไว้ ไม่ยอมกลับมาเป็นสโรชาเต็มตัวสักที”

“เออน่า มีจังหวะเมื่อไหร่ฉันถอนตัวออกมาเอง แต่ตอนนี้ขอเช็กเรื่องในวังนั่นก่อน”

สโรชาผละจากน้ำมนต์ไปเจอคุณหญิงประสงค์สมตรงหน้าห้องทำงานวิศรุต เธอทักทายผู้มาเยือนด้วยไมตรี ต่างคนต่างถูกชะตา สโรชายินดีพาคุณหญิงประสงค์สมชมโรงแรมและอยากให้เธอลองใช้บริการสปา แต่คุณหญิงเหนียมอายที่จะต้องถอดเสื้อผ้าให้พนักงานนวดตัว จึงปฏิเสธว่าวันนี้ยังไม่พร้อม...

วิศรุตกลับถึงบ้านไม่เจอพลับพลึง ถามริชาร์ดกับจอห์นนี่ก็ได้คำตอบว่าเธอออกไปหาหมอ แต่ป่านนี้ยังไม่กลับสงสัยคงเถลไถลไปช็อปปิ้ง วิศรุตไม่พูดอะไรอีก รับจดหมายที่จ่าหน้าซองเป็นภาษาอังกฤษจากจอห์นนี่แล้วเดินหายเข้าไปในห้อง

แนนซี่นั่นเอง เธอเขียนจดหมายถึงวิศรุต บอกเล่าว่าเธอกำลังสนุกกับการท่องเที่ยว ได้เที่ยวเผื่อแม่ของเขาซึ่งไม่มีโอกาสเที่ยว แล้วถามวิศรุตว่า

“เธอล่ะ ได้เข้าไปพบคนที่แม่ของเธอไม่มีโอกาสได้พบหรือยัง ฉันคงห้ามไม่ให้เธอโกรธเคืองตายายไม่ได้ เพราะเธอมีสิทธิ์คิดว่าทำไมเขาไม่ตอบจดหมายแม่ของเธอ แต่เรื่องมันก็นานมาแล้ว รีบเอาแหวนวงนั้นไปแสดงตนซะ แล้วกลับสู่อ้อมอกครอบครัวที่แท้จริง...คิดถึงเธอ และขอให้โชคดี”

วิศรุตเงยหน้าจากจดหมาย พับเก็บรวมกับฉบับเก่าที่แนนซี่เคยเขียนมาแล้วบ่นพึมพำ

“จะไปบอกตอนนี้เขาคงหาว่าผมเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวเป็นครู เดี๋ยวเป็นนายหน้า เดี๋ยวจะอ้างตัวเป็นญาติอีก... เอาไว้หาโอกาสเหมาะๆแล้วกันนะแนนซี่”

ในเวลาเดียวกัน พระองค์หญิงหยิบจดหมายเก่าขึ้นจากกำปั่น หัวกระดาษฉีกขาดด้วยพระหัตถ์พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ผู้วายชนม์ไปแล้ว

พระองค์หญิงทรงเก็บจดหมายของธิดา ม.จ.กิรติ-โสภณ ไว้ด้วยความคิดถึง...จดหมายนั้นเธอเขียนมาบอกว่ากำลังตั้งท้องอ่อนๆตอนจากไป และตอนนี้เธอคลอดลูกชาย

พระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์รู้เห็นข้อความในจดหมาย โกรธมากถึงกระชากมันขาดแล้วขยำโยนลงสระ แต่พระองค์หญิงก็อุตส่าห์เก็บมันขึ้นมาทั้งที่ตัวหนังสือเลือนรางเต็มที

จนถึงวันนี้พระองค์หญิงทรงยังระลึกนึกถึงธิดาไม่เว้นวาย แม้รู้ว่าตายจากแต่ท่านก็ยังหวังว่าสักวันคงได้เจอหลานชาย

ooooooo

สมควรแก่เวลา สโรชาเปลี่ยนโฉมเป็นพลับพลึงก่อนเดินทางกลับบ้านวิศรุต โดยไม่รู้ว่าประพันธ์ที่ยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่โรงแรมเห็นเธอไวๆ รู้สึกคุ้นเอามากๆ

วิศรุตเห็นใจธาราต้องส่งเสียน้องเรียนหนังสือ จึงไม่เห็นด้วยที่ธาราเสนอให้ลดค่าใช้จ่ายในบ้านด้วยการลดเงินเดือนของตน เพราะตอนนี้งานก็น้อยแถมยังมีพลับพลึงมาช่วยด้วย

“ไม่หรอกธารา เราต่างคนต่างมีค่าใช้จ่าย ธาราก็ต้องส่งน้องเรียน ถ้ารายได้ลดลงคงไม่เหมาะ อย่าห่วงเลย ฉันจัดการได้”

ธาราซึ้งใจเจ้านาย แต่เธอหารู้ไม่ว่าอธิปน้องชายที่ส่งให้เรียน แท้จริงเอาเงินไปเล่นการพนันเป็นหนี้ในบ่อนโดนชัยบดีขู่เข็ญจนต้องโกหกพี่เพื่อขอเงินเพิ่ม
เพียงวันถัดมา สโรชาก็ได้รับเกียรติจากคุณหญิงประสงค์สมเชิญไปเที่ยวชมวัง โดยได้รับอนุญาตจากท่านย่าเรียบร้อยแล้ว

ขณะสโรชามาถึง พระองค์หญิงหรือท่านย่าของคุณหญิงประสงค์สมออกไปถวายเพลพระที่วัด กว่าจะเจอกันก็คงบ่ายๆ ฝ่ายวิศรุตเพิ่งทราบจากคุณหญิงทางโทรศัพท์ว่าสโรชาอยู่ที่วังก็ประหลาดใจ

“เมื่อวานหญิงพบเธอที่หน้าออฟฟิศของคุณวิศรุต คุยกันยาว เธอน่ารักมากเลยค่ะ พาหญิงทัวร์ซะทั่วโรงแรม หญิงน่ะถูกชะตาเธอตั้งแต่วันที่ไปดูที่ดินแล้วนะคะ แต่ไม่ทันได้คุยกัน พอได้มีเวลาคุยกันอีกทีก็เลยยิ่งชอบ”

“ดีครับ คุณหญิงจะได้มีเพื่อนคุย ถ้าอย่างนั้นไปดูแลเพื่อนใหม่เถอะครับ ระวังอย่าให้เธอชักจูงไปนอกลู่นอกทางแล้วกันนะครับ เธอหัวสมัยใหม่กว่าคุณหญิงมาก”

เสียงวิศรุตดังออกมานอกโทรศัพท์จนสโรชาได้ยิน เม้มปากหันไปค้อน คุณหญิงเห็นแล้วอมยิ้มขำๆ ขอบคุณเขาที่เตือน ก่อนวางสายไปอย่างอารมณ์ดี
ขณะเดินชมวังจนมาถึงห้องเก่าของ ม.จ.กิรติ-โสภณ สโรชาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสภาพห้องและภาพถ่ายขนาดใหญ่ของท่านที่สวยงามเหลือเกิน

“นี่ล่ะค่ะท่านอา หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณ เป็นพระธิดาองค์เดียวของท่านย่า”

“เหรอคะ ดูๆก็คล้ายพระองค์หญิงด้วยค่ะ แล้วท่านไปไหนคะ”

คุณหญิงประสงค์สมไม่ทันตอบ คุณชายพิริยพงษ์ ขัดจังหวะด้วยการเคาะประตูเสียงดังจนสองสาวสะดุ้ง

คุณชายไม่พอใจน้องสาวแอบพูดเสียงเบาขณะรุนหลังออกมาจากห้อง “หญิงไม่ควรพาใครต่อใครมาเดินทัวร์ วังไม่ใช่สวนสาธารณะ”

“พี่ชายยังเคยพาคุณวินิตาของพี่ชายมาเที่ยวทั่วสวน ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ”

“นี่คบผู้หญิงคนนี้ไม่ทันไร น้องหญิงปากไวเถียงพี่ได้ทันควันเลยนะคะ”

สโรชาเดินตามมาพยายามเงี่ยหูฟังและขัดขึ้น “มีอะไรที่ดิฉันทำไม่ถูกไม่ควรหรือเปล่าคะ”

คุณชายพิริยพงษ์ไม่ตอบ ฝืนยิ้มแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าท่าทีไม่สบอารมณ์ เจอท่านย่ากลับจากวัดก็บ่นกึ่งฟ้องว่า

“ท่านย่าคะ เดี๋ยวนี้วังเราเป็นสวนสาธารณะไปแล้วหรือไงคะ น้องหญิงชวนคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเดินทัวร์”

“เขาชื่อสโรชา เป็นบุตรีนายพิสิฐ สุนทรเกษม เจ้าของกิจการโรงแรมและอื่นๆ”

“และคือคนที่อยากได้ที่ดินท่านย่าด้วย”

“เรื่องนั้นย่าก็รู้ แต่ไม่ได้แปลว่าการรับเขาเข้ามาเป็นเพื่อนหญิงประสงค์สมจะเป็นเงื่อนไขว่าย่าจะขายที่ดินให้เขา ไม่อย่างนั้นแม่วินิตาคนรักของชายก็คงได้สิทธิ์นั้นไปแล้ว เพราะเห็นพามาเดินชมสวนชมวังออกบ่อยไป แล้วนี่แต่งตัวจะออกไปไหนล่ะ ไนต์คลับเขาเปิดหลังตะวันตกดินมิใช่รึ”

“ชายมีธุระอื่นๆอีกค่ะท่านย่า งั้นชายทูลลาไปทำงานดีกว่า”

คุณชายพิริยพงษ์ผละไปอย่างเซ็งๆ พระองค์หญิงส่ายหน้าแล้วเดินต่อไปอีกห้อง สโรชาจึงมีโอกาสทำความเคารพท่านพร้อมด้วยคุณหญิงประสงค์สม

“ท่านย่าเสด็จกลับมาแล้ว เหนื่อยไหมเพคะ”

“ไม่เหนื่อยหรอก วัดริมน้ำอากาศดี...มาที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคุณสโรชา”

อ่านละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ตอนที่ 6 วันที่ 9 ธ.ค. 58

ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู บทโทรทัศน์โดย พิมบงกช
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู กำกับการแสดงโดย ชุติกุล สุตสุนทร
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ผลิตโดย บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง พลับพลึงสีชมพู เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2558
ที่มา ไทยรัฐ