อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 4 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 4 ธ.ค. 58


“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่กับคุณ ผมจะไม่ให้คุณเป็นอะไร เชื่อผมนะ...” เสียงปลอบโยนของนรุตม์ค่อยๆ หยุดความคลุ้มคลั่งของลีลา “ผมอยู่ตรงนี้ อยู่กับคุณ ผมจะดูแลคุณเองนะลี” ลีลาค่อยๆ สงบลง “หายใจช้า ๆ ผมอยู่กับคุณนะลี...”
ลีลาค่อยๆ สงบลงโดยยึดเสียงของนรุตม์เป็นหลักพิงใจให้คลายความกลัว
เจ้าหน้าที่ช่างซ่อมลิฟต์ยืนอยู่กับวัลภา ดลฤดี ที่หน้าลิฟต์ จากนั้นประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออก มองเห็นนรุตม์นั่งประคองลีลาที่หลับไปด้วยความเพลียอยู่ในอ้อมแขนของนรุตม์ ดลฤดีกับวัลภาอึ้งว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่เคาน์เตอร์การเงิน ดลฤดียืนรอวัลภาที่กำลังจัดการชำระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยใน
วัลภารับใบเสร็จ“ขอบคุณค่ะ” เธอหันมาหาดลฤดีว่าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนจะเดินออกไป แต่ต่างชะงักที่ เห็นแดนกับภารดีเดินเข้ามาหาอย่างรีบร้อน


“พี่ภาครับ ลีหายไปไหน” แดนเอ่ยถาม
“เราขึ้นไปเยี่ยมคุณลี แต่พยาบาลบอกว่าคุณลีออกจากโรงพยาบาลแล้ว” ภารดีสงสัย
“ลียังไม่หายดีนี่ครับ ทำไมถึงต้องรีบออกจากโรงพยาบาล แล้วนี่..” แดนเอ่ยขึ้นพร้อมส่งโทรศัพท์ที่หน้าจอ แตกให้กับวัลภา “เกิดอะไรขึ้นกับลี แล้วลีหายไปไหน”
“มีคนมาก่อกวน” แดนเป็นเดือดเป็นร้อนทันที วัลภาสรุป “แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”
“ผมขอเจอลีก่อน ผมถึงจะวางใจ”
“ลีไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว” ดลฤดีจะเอ่ยขึ้นแต่เห็นวัลภามองแบบให้เงียบ “ที่นี่มันยุงชุมน่ะ กัดไม่ปล่อย เลยต้องลี้ภัย”
“พี่อยากให้ลีพักผ่อนแบบเงียบๆ ไม่มีคนรบกวน” วัลภาอธิบาย
“แต่ผมเป็นเพื่อนลีนะครับ ผมเป็นห่วงเขา”
“ถ้าแดนเป็นห่วงลีจริงๆ ปล่อยให้ลีพักอย่างสงบๆ สักพักเถอะนะ” วัลภาตอบกลับอย่างหนักแน่น
“พี่ภา...บอกผมเถอะครับว่าลีอยู่ที่ไหน” แดนยังตื๊อไม่เลิก
“พี่มีธุระขอตัวก่อนนะ” วัลภาตัดบทแล้วเดินไปเลย ดลฤดีถือโอกาสตามไปทันที
“พี่ภา...พี่ภา!” แดนพยายามจะตามถาม แต่วัลภาเดินไปไม่หันกลับมาเลย แดนเครียด
“คุณคิดว่าจะเกี่ยวกับพี่รุตม์ไหม” ภารดีสงสัย
แดนอึ้ง ตอบอะไรไม่ได้เลย ภารดีร้อนรนพยายามโทรหานรุตม์เช่นกัน

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ มือถือนรุตม์ที่อยู่ที่โต๊ะด้านนอกสั่นขึ้นภาพภารดี
นรุตม์ยืนอยู่ในห้องนอนกำลังห่มผ้าให้กับลีลาที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงข้างๆ มองลีลาด้วยสายตาอ่อนโยน

ที่บ้านของศิริ แดนที่นั่งรออยู่ในรถกำลังพยายามโทรศัพท์หาลีลา แต่มือถือปิดไม่มีสัญญาณ “หายไปไหนนะลี” แดนมองไปทางด้านนอกรถ เห็นภารดียืนคุยกับป้าเพ็ญ
“คุณรุตม์สั่งว่าคืนนี้ไม่กลับค่ะ ต้องทำงาน”
“แล้วทำงานที่ไหนเหรอคะ” ภารดีย้อนถาม ป้าเพ็ญมองงงๆ “เอมไปหาพี่รุตม์ที่โรงแรม แต่พี่รุตม์ไม่ได้อยู่ที่นั่นน่ะค่ะ ป้าพอจะรู้ไหมคะว่าพี่รุตม์อยู่ที่ไหน”
“คุณรุตม์ไม่ได้บอกไว้น่ะค่ะ” ป้าเพ็ญเห็นท่าทีภารดีกระวนกระวายก็สงสัย “มีเรื่องด่วนหรือเปล่าคะ”
“ก็พี่รุตม์น่ะสิคะ” ป้าเพ็ญกำลังรอฟังว่าทำไม
“คุณ...” แดนเอ่ยพร้อมกับคว้าแขนภารดีไว้
“ว่า?” ภารดีหันมองว่ามีอะไร
“ไปเถอะ”
“เดี๋ยวสิ...”
แดนไม่ฟัง “ไปเถอะน่ะ...สวัสดีครับคุณป้า” แดนดึงตัวจนภารดีต้องเดินตาม
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
แดนลากภารดีมาที่รถ เปิดประตูเป็นการบอก ให้ขึ้นรถ
“คุณจะรีบไปไหนเนี่ย ฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่รุตม์อยู่ที่ไหน”
“ถ้านรุตม์รู้ว่าคุณมาที่นี่ เขาจะรู้สึกยังไง”
“คงโกรธ...” ภารดีชะงักไปนิด
“เพิ่งมีเคสกันมาหยกๆ เรื่องคุณไปยุ่งชีวิตเขา อย่าให้รอยร้าวมันกว้างออกไปอีกเลย”
“แล้วคุณจะปล่อยให้เขาสองคนอยู่ด้วยกัน?”
“ผมไม่ได้สบายใจหรอกนะ แต่เราวิ่งพล่านแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้านรุตม์รู้ว่าคุณตามสืบเสาะวุ่นวายชีวิต ส่วนตัวเขา เขาจะรู้สึกว่าคุณล้ำเส้น ผมพูดถูกไหม?” ภารดีชะงักไปเพราะถูกต้อง “นรุตม์เป็นคนให้เกียรติผู้หญิงไหม?”
“เขาเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงเลยล่ะ”
แดนสีหน้าโล่งใจ “งั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะลีก็หัวโบราณ” ภารดีมองแบบไม่อยากเชื่อ “ผมเชื่อในคนของผม ถ้าคุณยืนยัน เราต้องเชื่อในเกียรติของคนที่เราชอบ ว่าไง”
“ฉันยืนยัน” ภารดีมั่นใจ
“งั้นก็จบ...”
“จบที่?”
“รอ...ให้เขากลับมา...หรือคุณมีวิธีที่ดีกว่านั้น?”
ภารดีส่ายหน้าไม่มีทางอื่น จำต้องยอมตามนั้น

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ ลีลานอนหลับมีอาการตัวร้อนขึ้นอีก ขยับกระสับกระส่าย เพราะพิษไข้ก็ร้องโอดโอย ทั้งที่ยังไม่ลืมตา นรุตม์ที่หยิบอ่างน้ำมาใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด เช็ดหน้าเช็ดคอให้ นึกถึงคำที่พยาบาลบอก
“คนไข้อาจมีอาการตัวร้อน เพราะแผลระบมนะคะ ญาติต้องคอยดูแลใกล้ชิด สังเกตอาการ”
นรุตม์พับผ้าวางบนหน้าผากของลีลาเพื่อให้คลายความร้อน ลีลาลืมตาขึ้นมองนรุตม์ “ปวดแผลมากไหม?”
ลีลาไม่ได้ตอบคำถาม มีอาการสะลึมสะลือจับมือนรุตม์ไว้ “อย่าไปไหน...อย่าทิ้งลีไว้คนเดียว”
“ผมจะไม่ไปไหน...จะอยู่ข้างๆ คุณ นอนนะ....”
ลีลาค่อยหลับตา แต่มือยังจับมือนรุตม์ไม่ปล่อย นรุตม์จับมือลีลาไว้มองด้วยสายตาอ่อนโยน

ที่บ้านของดล ดลยืนมองแดนจากในบ้าน เห็นแดนนั่งเครียดยังพยายามจะโทรหาลีลา แต่โทรศัพท์ไม่เปิด เครื่อง แดนหงุดหงิดมากนั่งไม่ติด ลุกเดินไปมา ยังพยายามกดโทรศัพท์
ดลเดินออกมามอง อย่างเห็นใจ “ถ้าภาเขายืนยันว่าลีปลอดภัยแกก็เลิกหงุดหงิดได้แล้ว ยังไงคืนนี้แกก็ติดต่อลีไม่ได้แน่”
“พ่อไม่เดือดร้อนเหรอครับ ลีหายไปทั้งคนนะ”
“หนูภา ดีดี้ กับลีเขาคบกันมาเป็นสิบๆ ปี พ่อเชื่อว่าสองคนนั้นรักลีมาก ถ้าลีไม่ปลอดภัยเขาต้องบอกแกแล้ว แต่ถ้าเขาไม่ยอมบอกก็แสดงว่าเขามีเหตุผล”
“แต่เขาควรจะบอกผม ผมคือคนที่สนิทกับลีที่สุด”
“แล้วแกคิดไหมว่าทำไมสองคนนั้นถึงไม่ยอมบอกแก” แดนชะงัก “มันอาจเป็นเรื่องที่แกไม่ควรรู้ว่าทำไมลีถึงไม่เลือกที่จะให้แกดูแล”
“พ่อ...ผมรักลี”
“รัก มันเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าลีเขาไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ามันไม่เวิร์ค ก็เลิกไหม?”
“ยี่สิบกว่าปีที่ผมรัก จะให้ผมเลิกง่ายๆ...”
“มีผู้หญิงดีๆ อีกมากนะแดน”
“หัวใจผมไม่ใช่สวิตช์ไฟที่จะเปิดปิดกับใครก็ได้ครับพ่อ”
“แล้วแกจะรอถึงเมื่อไหร่”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ..อาจจะ...ชั่วชีวิต...”
ดลมองแดนด้วยความสงสารรู้ว่าแดนไม่มีหวังแน่นอน

ภายในห้องทำงานของภารดี พิมพรรณนั่งอ่านหนังสือพลางเหลือบมองภารดีที่กำลังเขียนแบบ แต่เขียนๆ ก็ขยำทิ้ง ยิ่งเขียนยิ่งขยำอย่างหงุดหงิด
“ถ้าใจไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งทำงานเลยนะเอม”
ภารดีนิ่งไป “เอมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าควรทำยังไง”
“ไม่ต้องทำอะไร นอกจากทำชีวิตและงานของเราให้ดี แม่ว่า..อีกไม่นาน สิ่งที่เอมอยากรู้เอมก็จะได้รู้”
ภารดีลุกเดินมานั่งอ้อนพิมพรรณ “แม่รู้ใช่ไหมคะว่าพี่รุตม์...”
“แม่ไม่รู้หรอกลูก แต่เราเห็นการกระทำที่เขาทำต่อเรา เอมก็น่าจะเดาได้ เอมคิดว่านรุตม์ชอบเอมแบบที่ เอมชอบเขาไหม”
“เอมว่า...”
“มองโลกตามความเป็นจริง...ไม่หลอกตัวเองนะ” ภารดีอึ้งไปพูดไม่ออก “แม่เป็นคนนอกมองเข้าไปยังเห็นความจริง แล้วเอมล่ะลูก”
“เอมรักพี่รุตม์ค่ะแม่” ภารดีอึดอัดน้อยใจ
พิมพรรณลูบหัวด้วยความสงสาร “มันคงถึงเวลาที่ลูกจะได้เรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร”
ภารดีน้ำตาคลอ กอดพิมพรรณด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีทางออก

เช้าวันใหม่ แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง ลีลาขยับตัวลืมตามองไปรอบๆ รู้สึกว่าไม่คุ้นเคย ลีลาหันมองไปทาง ด้านซ้ายเห็นข้างเตียงมีโต๊ะเล็กๆ วางอ่างน้ำกับผ้าขนหนูวางไว้ หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวขึ้นมา สภาพร่างกายยังเพลียๆ ลีลานั่งพิงหัวเตียง พยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ลีลาคิดๆ แล้วลุกจากเตียง เดินออกมาที่ห้องรับแขก มองไปรอบๆ เห็นเป็นคอนโดห้องชุดหรู ขณะที่กำลังงงว่าที่นี่ ที่ไหน เสียงประตูห้องเปิดออก นรุตม์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับถุงโจ๊กกับชาร้อน
“ผมซื้อโจ๊กกับชาร้อนมา คุณกินได้ใช่ไหม” นรุตม์จูงมือลีลาให้มานั่งที่โต๊ะ “นั่งตรงนี้ เดี๋ยวผมเทโจ๊กให้”
“ที่นี่ที่ไหน?”
“คอนโดผมเอง ผมเห็นว่าคุณโดนรบกวนหลายทาง ย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว คุณจะได้พักผ่อน หายเร็วๆ”
“ฉันมีบ้าน ฉันจะกลับไปพักที่บ้าน”
“พี่ณรัลตามหาคุณอยู่” นรุตม์อำหญิงสาวเนียนๆ ลีลาชะงักหันมอง “เมื่อคืนคุณก็เห็นแล้วว่า พี่รัลโกรธคุณมาก ผมว่าคุณควรอยู่นิ่งๆ จะได้ไม่มีปัญหา”
“ฉันไม่เคยกลัวปัญหา แล้วคุณก็ไม่สิทธิ์ลักพาตัวฉันมาที่นี่”
“ผมรู้ว่าคุณเก่ง แต่คนเก่งจริงต้องรู้จักประเมินสังขารด้วยนะครับ” ลีลาตั้งท่าจะเดินออกไป นรุตม์คว้าแขนขวาไว้ ลีลาหันมองจะดึงมือออกแต่เจ็บแผลที่หัวไหล่ที่ยังระบมมาก “พักให้หายก่อนแล้วผมจะพาคุณกลับบ้าน” ลีลานิ่ง
นรุตม์เสียงอ่อนลง “นะครับ”
ลีลาเห็นสายตาอ้อนวอนของนรุตม์ก็ใจอ่อนแต่ยังฟอร์มจัด นรุตม์ยิ้มรับแล้วจูงมือ ลีลาไปนั่งที่โต๊ะ นรุตม์เลื่อนชามโจ๊กให้ “กินของอร่อยจะได้มีแรง นะครับ” ลีลามองนรุตม์ที่สายตาคะยั้นคะยอเหลือเกิน แต่ยังนิ่งอยู่ นรุตม์เห็นว่าลีลาฟอร์มก็แกล้ง “คุณยังเจ็บนี่นะ งั้นผมป้อนคุณดีกว่า” เขาขยับมานั่งข้างลีลาแล้วใช้มือขวา อ้อมหลังลีลาจะมาจับช้อน
“ใครสอนคุณว่าป้อนโจ๊กต้องทำท่านี้”
“ก็ผมถนัดแบบนี้ มาครับ”
“ไม่ต้องเลย ฉันจะกินเอง” ลีลาโวยเล็กๆ หยิบช้อนตักโจ๊กกินเอง นรุตม์มองยิ้มๆ “ถ้าเพื่อนๆ ฉันรู้ว่าฉันหายตัวมา คุณตายแน่” ลีลากินด้วยหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ความจริงรู้สึกดีมาก
“ผมไม่ได้ลักพาตัวคุณออกมาจากโรงพยาบาลนะครับ แต่มีคนอนุญาต” ลีลามองหน้า สงสัยว่าใคร

ที่ช็อป La Lune ดลฤดีกำลังคุยกับลูกค้าดูยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี ขณะเดียวกันก็เห็นวัลภากำลังคุยมือถืออยู่ “เจ๊เป็นคนอนุญาตเอง”
ลีลาโวยผ่านทางโทรศัพท์ “นี่เจ๊เอาลีใส่พานยกให้เขามาง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ”
“ก็อาการคุณรุตม์แสดงออกขนาดนั้น”
ลีลามองนรุตม์ที่ล้างจานอยู่ จึงเดินห่างออกไปที่ระเบียง “อาการอะไรคะ”
วัลภารู้ว่าลีลาอยากรู้เรื่องมาก “ก็แค่...” เธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น
ลีลานอนหลับอยู่บนเตียง นรุตม์ก็จับมือลีลาไว้สีหน้าดูเป็นห่วงมาก วัลภา ดลฤดี ยืนล้อมเตียงมองเพื่อน
“คุณลีกลัวที่แคบเหรอครับ”
“ลีเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ แต่ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้ อย่างมากที่เคยเห็นก็แค่เหงื่อออก จะเป็นลม แต่กรีดร้องแบบนี้ฉันเพิ่งเคยเห็น” วัลภาเอ่ยตอบ
“หรือจะเป็นอย่างที่หมอบอกว่าลีมันเครียดสะสม พอมันกลัวหนักๆ เลยระเบิด” ดลฤดีคาดเดา
“เจอแม่คุณ น้องสาว น้องเขย พ่อคุณ นี่ยังพี่ชายคุณอีก ไม่เครียดฉันว่ามันก็แปลกแล้ว”
“กวนกันแบบนี้คงได้บ้าก่อนหายเจ็บแผลแน่”ดลฤดีเอ่ยอย่างไม่ชอบใจนัก
นรุตม์มองอย่างตัดสินใจ “ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง” วัลภากับดลฤดีมองนรุตม์ “ถ้าพวกคุณไว้ใจ ผมจะดูแลคุณลีเอง”

ลีลายิ้มนิดๆ ปลื้มแต่พยายามเก็บกดไว้ไม่แสดงออก
วัลภารู้ว่าลีลาต้องปลื้มกับการกระทำของอีกฝ่ายแน่ๆ “ที่อยากรู้ก็เล่าหมดแล้ว ลีจะเอายังไง...ยังอยากกลับอยู่ไหม..เจ๊จะได้ไปรับ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 7 วันที่ 4 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ