อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/2 วันที่ 18 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/2 วันที่ 18 ธ.ค. 58

สีหนาทฟังแล้วค่อยคลายใจลง “ครับ หวังว่าเจ้าตัวเค้าจะคิดแบบนั้น”
“คุณสิงห์ว่าอะไรนะครับ”
สีหนาทชะงักไป จะพูดหรือไม่พูดดี
“พร้อมแล้วล่ะค่ะ” ขนิษฐาเดินออกมาพร้อมกับพาหนูนาออกมาด้วย พอหนูนาที่อยู่ด้านหลังก้าวออกมาเท่านั้น ทั้งสีหนาทและรามต่างก็ต้องตะลึงกันไป
หนูนาในชุดทำงานที่สมาร์ท อ่อนหวาน แต่งหน้าไม่มากแต่ออร่าคุณหนูเปล่งประกายเจิดจรัส....
เชษฐ์ถือแก้วน้ำเดินเข้ามา ถึงกับชมเปาะ “โอ้โห นี่คุณน้องเอาหนูนาไปซ่อน แล้วไปพาคุณหนูที่ไหนมาครับเนี่ย”

ขนิษฐายิ้มอย่างภูมิใจในผลงาน “ไม่รู้ว่าจะถูกใจเจ้านายเค้ารึเปล่า ว่าไงคะพี่สิงห์ แบบนี้ใช้ได้มั๊ย?” สีหนาทยังตะลึงอยู่ ถึงกับไม่ได้ยินเสียงเรียกของน้อง “พี่สิงห์?”


“อ๋อ เอ่อ ก็...พอใช้ได้”
ขนิษฐาอมยิ้มที่สีหนาทถึงกับหลุดไปนิดนึง
“โหย แค่ใช้ได้ที่ไหนกัน ผมให้ร้อยคะแนนเลย แต่งออกมาแล้วเหมือนคุณหนูลูกผู้ดีเลย”
หนูนาชักกลัวๆ “เอ่อ.. เพราะเสื้อผ้าของคุณน้องมากกว่าค่ะ”
รามเอ่ยชมบ้าง “ไม่หรอก หนูดูดีจริงๆ”
หนูนาหน้าบานทันทีที่รามชม “จริงนะคะ หนูนาดีใจจังที่น้ารามชอบ” หนูนาพูดไปอย่างบริสุทธิ์ใจล้วนๆ แต่ทำเอาสีหนาท และขนิษฐาจุกกันไปทั้งคู่!
สีหนาทหมดอารมณ์ “อย่ามัวแต่ฟังคำชมจนตัวลอย! ไปกันสักที!”
หนูนาชะงักๆ ว่าสีหนาทอารมณ์ไม่ดีอะไรอีก ว่าแล้วสีหนาทก็เดินนำไปเลย หนูนาเอ่ยกับขนิษฐา “ขอบคุณมากนะคะคุณน้อง” ขนิษฐายิ้มรับ แต่แววตาจ๋อยซะแล้ว... “หนูไปก่อนนะคะน้าราม” เธอลารามอย่างเบิกบาน
สีหนาทหันมาตาเข้ม หนูนาต้องรีบตามไป เชษฐ์เปิดทางให้หนูนานำไปก่อน
รามมองตามหนูนายิ้มเอ็นดู ขนิษฐามองราม...ใจแป้ว...เฮ้ออออ

สถานที่จัดงาน “งานสัมมนาผู้ค้าสักเชียงราย” ในงานเห็นเกษตรผู้ปลูกสักกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันระหว่างรอการสัมมนาเริ่ม หนึ่งในนั้นคืออดิสรและศักดาซึ่งแต่งกายภูมิฐานกำลังคุยกับเกษตรท่าทางหงอยๆ หน้าหมองคนนึงอยู่
“เชื่อผมเถอะว่าทำไปก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง สู้ขายไร่สักของคุณให้ผมดีกว่า อย่างน้อยๆคุณก็ได้เงินลงทุนคืนไปบ้าง เงินก็ได้ เหนื่อยก็ไม่เหนื่อย”
เกษตรกรสีหน้าครุ่นคิด เพราะยังเสียดาย
“จะต้องคิดอะไรอีก ราคาที่พวกเราเสนอน่ะ ก็ดีแล้ว นึกว่าไปหาคนซื้อเองจะหาได้ง่ายๆงั้นเหรอ” อดิสรย้ำ
อีกมุมของงาน สีหนาท เชษฐ์และหนูนาเดินเข้ามา สีหนาทมองไปเห็นท่าศักดา อดิสรก็รู้ทันทีว่าทำอะไรอยู่
“นึกแล้วว่าสองคนนั่นต้องมาตกเบ็ดล่อเหยื่ออีกตามเคย”
“มันไม่พลาดจริงๆนะครับ เรื่องแบบนี้”
หนูนามองตามสงสัยว่าสองคนไหน พอมองไปเห็นศักดาเข้า ตกตะลึง! เพราะเธอจำศักดาที่พยายามขายของ และพยายามโน้มน้าวผ่านแม่ของเธอได้
สีหนาทคิด แล้วเดินเข้าไป
“อ้าว คุณสิงห์” เชษฐ์ร้อง
“เอ่อ คุณเชษฐ์คะ ฉัน...ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ”
“อ้าว ครับๆ อยู่ทางโน้นน่ะครับ แล้วรีบกลับมานะ”
หนูนาพยักหน้า ใจเสีย รีบหลบออกไป พอพ้นจากบริเวณนั้น ค่อยหายใจหายคอได้ “ไม่น่าเลยเรา พ่อเลี้ยงศักดาอยู่เชียงรายนี่นา โธ่เอ๊ย...”

ศักดาและอดิสรยังกลุ้มรุมเกษตรชายอยู่ ท่าทางเกือบจะเหมือนบังคับแล้ว “ไม่ขายแล้วเกิดเจอไฟป่า มอดไปหมด ทีนี้แม้แต่ทุน ก็จะไม่เหลือนะ!!!”
เกษตรกรอึ้งไปหน้าซีด รู้ว่ากำลังโดนขู่
“ไฟป่า ไม่น่ากลัว เท่าภัยจากพวกไม่หวังดีหรอกครับ”
ศักดา อดิสรหันไป อึ้งเมื่อเห็นว่าสีหนาทเข้ามาแส “ไอ้สิงห์!!!!”
ศักดาจับแขนลูก กระซิบปราม “นี่มันในงานนะ”
อดิสรต้องสะกดกลั้นความไม่พอใจอย่างแรงเอาไว้ แต่มองสีหนาทอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ!!!
“พูดแบบนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นะครับคุณสิงห์ ผมหวังดีกับนายฤกษ์ถึงได้จะช่วยซื้อไร่ให้”
“อ๋อ ผมไม่ได้ว่าคนที่หวังดีจะช่วยซื้อหรอกครับ แต่หมายถึงพวกที่อาจจะหวังจ้องเอาไม้ของคนอื่นด้วยวิธีสกปรก เช่น ขโมยตัดไม้ หรือขู่จะเผาที่เพื่อให้เจ้าของเค้าขายให้ ถ้าพ่อเลี้ยงกับคุณอดิสรไม่ได้ทำ ก็อย่าถือสาคำพูดของผมเลย”
อดิสรกัดกรามกรอด! สีหนาทหน้านิ่งอย่างไม่กลัว เชษฐ์ตามมาอยู่ข้างสีหนาท คอยดูเชิง
“คุณฤกษ์ครับ ผมทราบมาว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้อยากจะขาย จากที่ผมเคยไปไร่คุณ ถ้ามีการตัดสางและคำนวณค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมมันก็จะฟื้นได้ ดีกว่าขายไป มันยังเป็นสมบัติให้ลูกให้หลานคุณได้ผมจะช่วยคุณเอง” สีหนาทบอก
ฤกษ์โล่งอก “ครับ ผมก็ห่วงเรื่องนี้แหละ อยากให้เป็นที่ทำกินของลูกหลานมากกว่า งั้นผมคงต้องรบกวนคุณสิงห์แล้ว”
“ยินดีเลยครับ” สีหนาทตอบแล้วหันไปมองศักดาและอดิสรซึ่งแค้นมากๆ
อดิสรทนไม่ไหวแล้ว เข้าไปกระชากคอเสื้อสีหนาท “คอยขัดขาหาเรื่องฉันแบบนี้ จะมากไปแล้วนะ!!!”
ในงานฮือฮากันขึ้นทันที ศักดาเตือนสติ “อดิสร!!”
สีหนาทจับมือของอดิสร สะบัดออกอย่างแรง “คนเราถ้าบริสุทธิ์ใจต่อคนอื่นจริง ก็ไม่ต้องมาคอยโทษใคร”
“แก!!!”
ศักดารีบมาห้าม “อย่า!! คนเยอะแยะ” ศักดาดึงตัวอดิสรออกมา อดิสรแค้นเกินจะบรรยาย
อดิสรสะบัดศักดาเดินมาจ้องหน้าพูดพอได้ยินกันสองคน “ก็คอยดู ว่าไอ้ความบริสุทธิ์ใจที่แกพูด มันจะปกป้องชีวิตแกได้รึเปล่า เตรียมตัวไว้เลยไอ้สิงห์!!”
สีหนาทไม่สะทกสะท้าน “แกต่างหากที่ต้องเตรียมตัว ฉันไม่ปล่อยให้แกอยู่สุขสบายนานหรอก”
อดิสรกับสีหนาทจ้องหน้าราวกับจะฆ่ากัน ศักดาเห็นท่าไม่ดีรีบลากอดิสรออกไป อดิสรยังไม่วายทำท่าปาดคอใส่สีหนาท คนในงานฮือฮากันอีก เชษฐ์ยังหวาดๆ เฮ้อ...

หนูนารีรออยู่ข้างนอก ใจตุ๋มๆต่อมๆ “แล้วจะกลับเข้าไปได้เมื่อไหร่เนี่ย? ถ้าเห็นเราละก็แย่แน่”
ทางเข้างานไม่ห่างจากจุดที่หนูนายืนรออยู่ ร่างของใครคนหนึ่งเดินเฉิดฉายเข้ามา คือรัศมีนั่นเอง มือก็ถือโทรศัพท์คุยไปด้วย “รัศมาถึงมาก่อนเวลาเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหน แล้วอีกอย่างก็คิดถึงคุณด้วย..” เธอมองไปรอบๆ “งานไม่เห็นน่าสนใจเลย ไปทานข้าวกันดีกว่า นี่คุณอยู่ไหนคะ?” รัศมีมองหาทางที่จะไปเจอศักดา … หนูนาหันมองไปยังแขกผู้มาใหม่อย่างไม่ได้ตั้งใจ...
รัศมีเหลียวหาทางเข้าไปในงาน และแล้วก็กำลังจะหันมาเจอกับหนูนา “แม่”
รัศมีได้ยินแว่วๆก็ชะงักนิดๆ “เอ๊ะ...เสียงคุ้น” หนูนาตกใจรีบหลบวูบ รัศมีหันขวับมา...ว่างเปล่า ไม่มีใคร แต่รู้สึกเหมือนเห้นอะไรแว๊บๆอยู่หลังเสา หนูนายืนตัวลีบอยู่หลังเสา รัศมีคาใจ “แค่นี้ก่อนนะคะ รีบออกมานะ ฉันรออยู่ข้างนอก เจอกันค่ะ” รัศมีรีบวางสายไป และเดินมาทางหนูนา
หนูนาตื่นเต้น มองผ่านกระจก เห็นรัศมีกำลังเดินมา “แย่แล้ว !! ทำไงดี ????” หนูนาคิด..หนูนารีบก้มลง และคลานหนีมาอีกมุม
รัศมีเดินมาถึงเสาต้นที่หนูนาแอบหลบ พอชะโงกไปหลังเสา ไม่มีใคร รัศมีหันขวับมาอีกทาง ที่ด้านหลังของรัศมีเห็นหนูนาค่อยๆคลานออกมาเป้าหมายคือโต๊ะที่มีผ้าคลุม หนูนาคลานอย่างเร็ว หนูนาคลานมาถึงโต๊ะ แล้วรีบเปิดผ้ามุดเข้าไปทันที รัศมีหันมาที่โต๊ะ แค่เสี้ยววินาทีที่หนูนามุดเข้าไป รัศมีไม่เห็นใคร แต่เห็นผ้าคลุมโต๊ะปลิวนิดๆ รัศมีหลิ่วตามอง...แปลกๆ หนูนาอยู่ใต้โต๊ะลุ้นระทึก

ในงาน อดิสร กับ ศักดาเดินออกมา อดิสรหน้าตาเหวี่ยงมาก สองพ่อลูกเดินไปคุยไป
“ไอ้สิงห์ ถ้ากูเจอตอนมึงอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ กูไม่เอาไว้แน่”
ศักดาขัด “พ่อกำลังทำงานใหญ่ อย่าเพิ่งสร้างปัญหา รอให้งานเสร็จก่อน จะไปฆ่าไปแกงใครสักกี่คนพ่อจะไม่ว่า ตอนนี้อยู่นิ่งๆ”
อดิสรฟึดฟัดขัดใจ ไม่เชื่อแน่นอน แต่ไม่พูด

รัศมีมองมาที่โต๊ะ ชายผ้านิ่งไม่ไหวแล้ว แต่รัศมียังคาใจ หนูนานั่งซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ..หนูนานั่งตัวเกร็ง ตื่นเต้น ก้มมองรอดใต้ผ้าหรือปลายผ้าที่เป็นลูกไม้พอมองลอดได้ เห็นรองเท้าหรูของรัศมีกำลังขยับใกล้เข้ามาๆๆ หนูนาเครียดดดดดด

อดิสรเดินมาถึงหน้างาน หันซ้าย หันขวามองหารัศมี พอเห็นก็เรียกขึ้น “คุณรัศ !”
รัศมีกำลังจะเดินมาถึงโต๊ะก็ชะงักเท้าหยุด หันมาทางอดิสร หนูนาชะงักด้วย เงี่ยหูฟัง ด้วยความแปลกใจและสนใจ
อดิศร และ ศักดาเดินมาหารัศมี ใกล้ๆจะถึงอดิศรก็พูดขึ้น “ผมขอตัวก่อนแล้วกัน อยู่นานเดี๋ยวทนไม่ได้ อยากเผาที่นี่ซะก่อน!” อดิสรเดินเหวี่ยงไป
รัศมีงง “อ้าว!”
“ต้องขอโทษแทนนายสรด้วย พอดีในงานเจอพวกจ้องหาเรื่อง คอยตัดแข้งขา ไม่อยากเห็นเราดีกว่า นายสรก็เลยหงุดหงิด อารมณ์ไม่ค่อยดี”
รัศมีแค้นแทน “รัศเข้าใจค่ะ รัศเองก็ไม่ชอบ พวกขี้อิจฉา รัศรู้จักดี รอบๆก็มีหลายคน พวกนี้เห็นใครดีกว่าไม่ได้”
หนูนาอยากเห็นหน้า รู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ พยายามจะก้มลงมองใต้ผ้าว่าแม่คุยกับใคร
รัศมีส่งตาหวาน ลูบแขนศักดา “รัศว่าเราลืมเรื่องแย่ๆกันเถอะค่ะ...เรา...ไปหาความสุขกันดีกว่านะคะ” รัศมีเบียดเข้าชิดใกล้ศักดา ส่งสายตาหวานเยิ้ม ยั่วยวน
ศักดายิ้มรับรู้ถึงความต้องการ ศักดาโอบเอวรัศมี “เชิญครับ” ศักดาโอบรัศมีเดินออกไป..รัศมีปรายตามาที่โต๊ะนิดๆ แต่ไม่คิดดีกว่า “ช่างมัน” แล้วก็หันกลับมายิ้มกับศักดา ทั้งสองคนเดินโอบกันออกไปอย่างแนบชิด
หนูนาเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงเดินออกไปแล้ว.. แอบมองลอดผ้าออกมา เห็นด้านหลังรัศมีศักดาคลอเคลียกันไป
รัศมีกระซิบข้างหูศักดาเหมือนจะจูบกันซะตรงนั้น “เดี๋ยวรัศจะปลอบคุณเองนะคะ”
หนูนามองแม่อึ้ง ไม่นึกไม่ฝันอย่างแรง

ทางเดินมุมหนึ่ง รัศมีควงแขนศักดาอย่างแนบแน่น กำลังพากันออกไปจากงาน
เชษฐ์เดินออกมา เมียงมองหาหนูนา “ทำไมไปห้องน้ำนานจัง?” แล้วเชษฐ์ต้องชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครเดินผ่านหน้า คือศักดาและสาวไฮโซนางหนึ่ง เชษฐ์มองๆอย่างสนใจ พอสองคนผ่านไป คนบริเวณนั้นก็เม้าท์กันแซ่ด เชษฐ์เลยพลอยหูผึ่งได้ฟังไปด้วย
“ดูจากคู่ควงคนใหม่ของคุณศักดา สงสัยโปรเจคเปิดบ่อนคงจะสำเร็จเร็วๆนี้”
เชษฐ์ชะงัก สนใจขึ้นมาทันที แอบเงี่ยหูฟัง ป้าขาเม้า 2 คน เม้าอย่างเมามันไม่ได้สนใจว่าใครอยู่แถวนั้น
“ทำไม ? ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ?“
“นี่เธอไม่รู้จริงๆเหรอว่าเป็นใคร ?”
เชษฐ์หูผึ่งขึ้นมาทันที “ ใครวะ ?”

ผ้าค่อยๆถูกเปิดขึ้น หนูนาค่อยๆขยับตัวออกมาด้วยความโล่งใจ …… เสียงสีหนาทดังขึ้น “มุดเข้าไปใต้โต๊ะทำไม ??”
หนูนาสะดุ้ง เงยมองเห็นสีหนาทมายืนใกล้ จ้องหน้าอยู่ “คุณสิงห์...”
“ฉันถามว่ามุดเข้าไปทำไม ?”
“คือ ฉัน...เข้าไปเก็บของค่ะ คือ ตุ้มหูมันหลุดแล้วมันก็กลิ้งเข้าไปใต้โต๊ะ ฉันก็เลยมุดเข้าไปเก็บน่ะค่ะ แหะๆ” เธอจับๆ ต้มหูแก้เก้อ
สีหนาทหลิ่วตามอง จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี ? / เสียงเชษฐ์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ “ข่าวใหญ่ครับ ข่าวใหญ่ !!” สีหนาทกับหนูนาหันไป เชษฐ์วิ่งกระหืดกระหอบมา เชษฐ์หอบไปพูดไป “ผ..ผม ดะ...ได้ขะ...ข่าวใหญ่มาครับ...”
“อ้าวๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดก็ได้ เดี๋ยวก็ชอคกันพอดี”
“ผมนี่...ชอคตั้งแต่ได้ยินขะ..ข่าวแล้วครับ ..” เชษฐ์หยุดหายใจแล้วค่อยรายงาน “คุณสิงห์เคยได้ข่าวเรื่องที่ไอ้ศักดามันอยากเปิดบ่อนใช่มั้ยครับ”
หนูนายืนฟังนิ่งๆ ไม่ได้สนใจมาก .. ตายังมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง
สีหนาทพยักหน้า “อือ ใช่ แต่ไม่มีใครเอาด้วย โครงการก็เลยเงียบๆไป”
“แต่ตอนนี้สงสัยจะไม่เงียบแล้วครับ เพราะเมื่อกี๊ผมได้ข่าวว่าคู่ควงคนใหม่ของนายศักดาเป็นคนรวยมาก เป็นถึงลูกสาวนายธนาคาร” หนูนาชะงัก “ตระกูลวรรณพานิช !” หนูนาหน้าเสีย หันขวับมา “คนในงานเค้าเม้ากันว่าอาจจะมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในบ่อน”
สีหนาทไม่อยากเชื่อ “ข่าวลือรึเปล่า ผู้หญิงระดับนั้นเนี่ยนะ ไม่น่าจะเป็นไปได้”
“แต่มันเป็นไปแล้ว เมื่อกี๊ผมเห็นเดินกอดกันออกไปจากงาน ดูท่าทางกำลังรักหลงกันมาก ผมว่า..ไม่ใช่ข่าวเม้าชัวร์”
หนูนาอึ้ง หลุดถามออกมา “ผู้หญิงใส่ชุดสี ..ใช่มั้ยคะ ?”
เชษฐ์กับสีหนาทหันมาสงสัย “ใช่ครับ”
“เธอรู้ได้ยังไง?”
“เอ่อ คือ พอดีเห็นแว่บๆนะค่ะ คือ เห็นสองคนเดินไปด้วยกัน ก็เลยเดาเอา” หนูนารีบหลบตากลบเกลื่อน เหมือนไม่ได้สนใจมาก

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/2 วันที่ 18 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ