อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/3 วันที่ 19 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/3 วันที่ 19 ธ.ค. 58

“เอ่อ คือ พอดีเห็นแว่บๆนะค่ะ คือ เห็นสองคนเดินไปด้วยกัน ก็เลยเดาเอา” หนูนารีบหลบตากลบเกลื่อน เหมือนไม่ได้สนใจมาก
สีหนาทหันมาทางเชษฐ์ “ถ้าเป็นเรื่องจริงก็น่าสงสาร ผู้หญิงคนที่แล้วได้ข่าวว่าโดนหลอกเอาเงินไปทำโรงแรมจนเกือบหมดตัว”
“ใช่ครับ รายนี้เป็นถึงลูกสาวนายธนาคาร ไม่รู้จะโดนหลอกไปอีกเท่าไหร่”
หนูนาฟังแล้วใจเสีย ... เป็นห่วงแม่ ทำยังไงดี ?

หน้าสถานีตำรวจเห็นจุ๊กำลังจะเดินเข้าไป จุ๊คุยผ่านโทรศัพท์ “แกอยากรู้ประวัติของนายศักดาเหรอ ? แกจะเอาไปทำไมหะ ?”


หนูนากำลังคุยโทรศัพท์สาธารณะอยู่ที่หน้าร้านของชำ ข้างหลังมีคนยืนต่อคิว 1 คน หนูนาคุยเบาๆ ระมัดระวัง “เรื่องมันยาว คุยตอนนี้ไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันฝากหาให้หน่อย ขอเน้นเรื่องที่เค้าจะทำบ่อนนะ แล้วฉันจะโทร.มาถามอีกที แค่นี้ก่อนนะ” หนูนารีบวาง อยากโทร.ต่อ แต่เกรงใจคนต่อคิว หนูนาเบี่ยงตัวเดินออกมา แล้วมาต่อคิวใหม่อีกที

จุ๊วางสายไปด้วยความงุนงง “หนูนานี่นับวันจะยิ่งมีความลับมากขึ้นทุกที” จุ๊ส่ายหน้างงๆ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นกชเดินมาพอดี ในมือกชถือแฟ้มเล็กๆติดมาด้วย “สวัสดีค่ะ นี่แฟ้มใส่สคริปต์สกู๊ปของฉันใช่มั้ยคะ? คุณได้อ่านหรือยัง?” เธอถามยิ้มๆ
“ผมอ่านแล้ว แล้วก็แก้ไขให้แล้ว”
จุ๊รับแฟ้มมางงๆ “แก้ไข ?” ว่าแล้วก็รีบเปิดดู ในแฟ้มมีตัวหนังสือสีแดงเถือก เต็มไปหมด ทั้งขีดฆ่า ทั้งโยงใยมากมาย จุ๊เงยหน้างง “นะ...นี่คุณ ทำอะไรกับบทของฉันเนี่ย ?”
“ก็แก้ไขไง ผมพูดไปแล้วเมื่อกี๊”
“ฉันได้ยิน แต่ฉันไม่เข้าใจ คุณแก้ไขอะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ฉันส่งให้อ่านแค่ต้องการให้เชคข้อมูลว่าถูกต้องหรือเปล่า ไม่ได้ขอความเห็นและไม่ได้ให้วิพากษ์วิจารณ์”
“ก็บทคุณมันไม่น่าสนใจ รายงานแบบแห้งๆ มีแต่ข้อเท็จจริงที่จัดวางแบบงงๆ ผมก็เลยช่วยปรับให้มันดูสนุกขึ้น น่าสนใจ น่าติดตามมากขึ้น คุณต้องขอบคุณผมไม่ใช่มาเถียงฉอดๆแบบนี้”
“ที่ฉันเถียง เพราะคุณไม่เชื่อว่าคุณจะปรับให้มันสนุกขึ้น น่าสนใจมากขึ้น หลงตัวเอง” จุ๊พูดเสร็จก็เปิดแฟ้มอ่านอีกรอบ กะว่าจะอ่านแล้วด่าเป็นข้อๆ แต่พอเริ่มอ่านแล้วก็พบว่า .. เฮ้ย ! มันน่าสนใจเหมือนกันนะ..จุ๊อ่านแล้วก็เงียบไปเลย อ่านไม่หยุด
กชมองแล้วก็ยิ้มๆ ขำๆ “เป็นไงหล่ะ อึ้งไปเลย”
จุ๊ทำฟอร์ม “มันก็..พอใช้ ไม่ได้เลิศเลอเท่าน้ำเสียงสารวัตรเมื่อกี๊สักหน่อย แต่ไหนๆก็เขียนมาแล้ว ฉันจะพิจารณาเอาบางช่วงบางตอนมาใส่ในสกู๊ปฉันก็แล้วกัน”
“ได้เลย ผมทำให้ฟรีๆ ไม่คิดค่าตัว” กชยิ้มกวน จุ๊หมั่นไส้ กชจะเดินไป
จุ๊นึกได้เรียกไว้ “เอ่อ เดี๋ยวก่อนคุณสารวัตร ฉันมีอีกเรื่องที่อยากถาม คุณรู้เรื่องโครงการบ่อนของนายศักดาหรือเปล่า ?” จุ๊ถามตรงๆ กชแปลกใจนิดๆ จุ๊รอคำตอบ

“ณีคิดว่าคุณท่านน่าจะรู้นะคะ” อรุณีพูดสายอยู่ที่บ้านวรรณพาณิช “เพราะคุณท่านเตือนคุณรัศมีหลายครั้งเรื่องคนที่ชื่อศักดา”
ปลายสายคือหนูนาที่โทรจากร้านชำ ไร่บัวขาว ฟังแล้วหนูนายิ่งเป็นห่วง เธอคุยโทรศัพท์มองซ้ายมองขวาไป ระมัดระวัง “แต่นาว่าคุณแม่ไม่เชื่อแน่ๆค่ะ นากลัวว่าคุณแม่จะโดนมันหลอก”
อรุณีส่ายหน้า “คุณนาคะ...คุณรัศเธอเอาตัวรอดได้อยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ณีว่า..ตอนนี้ห่วงตัวเองดีกว่าค่ะ คุณตามีเรื่องสำคัญให้ณีบอกคุณนาด้วยค่ะ”
“คุณตา คุณตาทำไมเหรอคะ?”หนูนาฟังตาโตเบิกกว้าง

เย็นนั้น ที่เรือนใหญ่ ไร่บัวขาว เชษฐ์รับน้ำจากไข่มาดื่ม พลางเม้าท์มอยกอซซิป “จะมีอะไร๊ ก็เป็นเหยื่อรายใหม่ของพ่อเลี้ยงศักดาน่ะสิ!” บุญตาที่ปัดฝุ่นแถบนั้นก็ฟังอย่างสนใจ รามเดินออกมาจากทางห้องทำงานของสีหนาท เชษฐ์ชะงัก เม้าท์ขาดตอนไป “อ้าว นี่น้ารามคุยงานกับคุยสิงห์เสร็จแล้วเหรอครับ”
“แหมไวจังค่ะ ทางนี้ยังเม้าท์กันไม่เสร็จเลย” เชษฐ์เหล่ บุญตาเลยเงียบ
ไข่เล่า “คุณเชษฐ์เพิ่งเล่าให้ฟัง ว่าพ่อเลี้ยงศักดามีผู้หญิงคนใหม่ เห็นว่าทางนั้นก็เป็นม่ายลูกติดเหมือนกัน”
รามพยักหน้ารับรู้ สีหน้าไม่ยินดี “จะต้องมีผู้หญิงถูกมันหลอกอีกสักกี่คน...”
ไข่ บุญตา เชษฐ์พยักหน้าเห็นด้วย
“แต่อาจจะหยุดที่คนนี้ก็ได้นะน้า เพราะได้ยินว่าพ่อของคุณรัศมีรวยมาก รวยมหาศาล ก็เจ้าของแบงค์วรรณพาณิชน่ะ ไม่รวยยังไงไหว”
รามชะงักกึ้ก!!! เสียงขาดหายไปจากลำคอ ก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “อะไรนะ?” รามแทบช็อค และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

ที่บ้านพักราม รามเอาจบขุดๆ แปลงผักสวนครัวจนดินเป็นร่องลึกเป็นหย่อมๆ สภาพหลุมไม่เหมือนใช้เพาะปลูกได้ แต่ประหนึ่งขุดระบายอารมณ์ซะมากกว่า เขาคิดถึงเชษฐ์ที่เล่าเรื่องพ่อเลี้ยงศักดากับรัศมีให้ฟัง
“เท่าที่เห็นสวีทกันไม่อายเลย ผู้หญิงดูหลงมันมาก นี่คงหว่านเสน่ห์ใส่เต็มที่!”
ยิ่งคิดก็ยิ่งขุด และขุด และขุด!!! เหงื่อผุดพราย
“ไอ้นี่มันปากหวาน! ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นมีลูกสาวด้วยนะ”
ไข่วิตก “อู้ยยยย..แล้วจะซ้ำรอยเหมือนรายเก่าที่เป็นเจ้าของร้านทองอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ ที่โดนเก็บเรียบทั้งแม่ทั้งลูกบัดสีบัดเถลิงจริงๆ”
รามขุดๆๆๆ ขุด จนทนไม่ไหวแล้ว “ฮึ๊ยยยย!!!” รามเขวี้ยงจอบทิ้งอย่างโมโห แล้วทรุดเข่าลงกับผืนดิน ทั้งเจ็บทั้งแสบในหัวอกคนเป็นพ่อที่ปกป้องลูกสาวตัวเองไม่ได้ “ทำไม ต้องเป็นคนเลวๆแบบนั้นด้วย!! นาราลูกพ่อ.....”
รามได้ยินเสียงรัศมีตอกย้ำ “แกตายไปจากชีวิตของนาราแล้ว ... ตายไปจากชีวิตของนาราแล้ว”
รามเจ็บปวด “พ่อมันขี้ขลาด นารา..พ่อขอโทษ” รามทั้งเครียด ทั้งโกรธ ทั้งไม่อยากจะยอมรับ

หนูนาเดินมาทางหน้าบ้านพักของราม...ในมือมีรูปภาพวัยเด็กที่ถ่ายกับพ่ออยู่ เป็นเหมือนหลักฐานและเครื่องรางที่คอยช่วยให้อุ่นใจ....หนูนาคิดถึงสิ่งที่อรุณีพูด
“คุณตาให้คุณนากลับบ้านด่วนค่ะ ถ้าไม่กลับ ท่านจะขึ้นไปตามด้วยตัวเองนะคะ”
หนูนาตาโต ตกใจ “ไม่ได้นะคะ คุณตามาไม่ได้นะคะ นายังไม่ได้บอกความจริงกับพ่อเลย”
อรุณีเร่ง “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดค่ะ .. ไม่มีเวลาแล้ว คุณนาต้องรีบบอกโดยเร็วที่สุด” หนูนาฟังเครียด “ถ้าคุณท่านขึ้นไปตาม ความจริงก็ต้องถูกเปิดเผย .. ลองคิดดูนะคะว่าการรู้จากปากคุณหนู กับรู้จากปากคุณท่าน แบบไหนมันจะดีกว่ากัน”
หนูนาคิดหนัก “ก็ได้ค่ะ หนูนาจะบอกพ่อวันนี้เลย” เธอมุ่งมั่น แบบแอบหวั่นใจ “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”
หนูนานึกถึงเรื่องตาด้วยความกังวล ในที่สุด ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของราม...

รามค่อยๆได้สติ ยันกายลุกขึ้นจากพื้น แต่ความเจ็บปวดใจยังรัดตรึงในหัวอก
หนูนาเดินมาถึง เห็นรามเข้า ตาเป็นประกายทั้งหวาดหวั่นและมีหวังระคนกัน เดินเข้ามาหาพ่อ “น้ารามคะ” รามใจลอย ไม่ได้ยิน หนูนาเข้าไปใกล้ขึ้น “น้าราม!”
รามค่อยได้สติ หันมามองหนูนา สีหน้าของรามยามนี้ช่างตึงเครียด และอมทุกข์ “ฉันไม่ว่าง!! มีอะไรไว้คุยวันหลัง”
หนูนาใจหล่นวูบ.. “แต่..หนูนามีเรื่องสำคัญมาก อยากจะบอกน้าราม นะคะ”
รามหันมาหน้าอย่างดุ “บอกแล้วไงว่าฉันยังไม่อยากคุย!!”
หนูนาชะงัก..แต่ยังพยายาม “น้าราม ช่วย....ดูนี่หน่อยนะคะ” เธอยื่นรูปให้ “ช่วยดูหน่อยเถอะค่ะ นะคะ”
รามตวาด “ฉันบอกว่าวันหลังไง!” เขาเดินเฉียดมือหนูนาที่ถือรูป จนรูปหล่นกับพื้น!!
หนูนาอึ้ง ช็อค!! มองไปที่รูปบนพื้น...ซึ่งเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับพ่อมาโดยตลอด หนูนาก้มลงเก็บรูปขึ้นมา ปวดร้าวใจ....รามเม้มริมฝีปากเคร่งเครียด ก่อนจะเดินดุ่มๆจะเข้าบ้าน
หนูนามองรูปพ่อที่กอดตัวเองไว้อย่างแสนรัก กับด้านหลังของพ่อที่แสนจะเย็นชาในตอนนี้ แล้วความอัดอั้นที่อยู่ข้างในใจมาตลอดผุดพลุ่งขึ้น ทนไม่ไหวอีกต่อไป “แต่เรื่องที่หนูนาจะบอก ..มันเกี่ยวกับลูกน้ารามนะคะ” หนูนาโพล่งออกไป รามสะอึกกึก ยืนนิ่ง หันหลังให้หนูนา หนูค่อยๆขยับจะส่งรูปให้ราม “น้าราม..ดู...”
รามสวนขึ้นมา “ฉันไม่เคยมีลูก” หนูนาอึ้ง ตัวชาวาบ รามเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเครียด “ไม่ว่าเธอจะไปได้ยินใครพูดอะไรเกี่ยวกับฉันมา มันไม่เป็นความจริง ฉันไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยมีใครทั้งนั้น”
หนูนายืนอึ้ง แต่ยังพยายามพูดต่อ ด้วยเสียงสั่นเทา น้ำตาปริ่มจะไหล “ละ..แล้วถ้ามีเด็กผู้หญิงคนนึง..มาบอกว่า...เค้าเป็นลูกน้ารามหล่ะคะ..น้ารามจะ..จะว่ายังไง ?”
รามค่อยๆหันมา..มองหนูนายืนอยู่ห่างพอสมควร ไม่เห็นรูปในมือหนูนา “ฉันก็จะบอกว่า..... ”บ้าไปแล้ว” ฉันไม่เคยมีเมีย แล้วฉันจะมีลูกได้ยังไง”
หนูนาช็อค..พูดอะไรไม่ออก..ด้วยสัญชาตญาณสั่งให้ค่อยๆกำรูปที่ถือไว้ไม่ให้รามเห็น หนูนาเสียงสั่น ลองอีกสักที “แล้วถ้า...ถ้า..หนูนาจะขอเป็นลูกน้าราม...จะได้หรือเปล่าคะ?”
รามมองหนูนาสงสารก็สงสาร แต่ด้วยปมที่อยู่ในใจทำให้ตอบไปว่า “ไม่ได้” หนูนาช็อครอบสอง หนักกว่าเดิม! “คนอย่างฉัน ดูแลใครไม่ได้ ปกป้องใครก็ไม่ได้ ฉันจะเป็นพ่อคนได้ยังไง” ฟังแล้วหนูนาจุก รามพูดต่อด้วยความเจ็บปวด “เธออาจจะกำลังมีปัญหากับพ่อ แต่...สิ่งที่เธอกำลังทำมันไม่ได้แก้ปัญหา ฉันเป็นพ่อเธอไม่ได้ ฉันเป็นพ่อใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น คนอย่างฉัน..เกิดมาคนเดียว แล้วก็จะตายไปคนเดียว... อย่ามาถามเรื่องนี้อีก” รามเดินหันหลังจากไป
หนูนามองตามหลังพ่อหัวใจสลาย น้ำตาร่วงหยาดลงมาเหมือนน้ำทะลักจากทำทำนบกั้น ประตูปิดสะเทือน หนูนาสะดุ้ง ขวัญเอ๋ยแทบจะหลุดลอยหาย

ในบ้านรามรวดร้าว ทรุดลงหลังบานประตู เนื้อตัวสั่น เป็นอาการอ่อนแอที่ไม่ต้องการแสดงให้ใครได้เห็น...

หนูนาเดินซวนเซออกมา...เดินๆไปก็ทรุด... ล้มลง รู้สึกสิ้นไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลพรากๆ....รู้สึกเหมือนตัวเองจะลุกไม่ขึ้นอีกต่อไปแล้ว...เสียงของพ่อก้องกังวานขึ้นในโสตประสาท
“ฉันไม่เคยมีเมีย ไม่เคยมีลูก ! / คนอย่างฉันเกิดมาคนเดียวแล้วก็จะตายไปคนเดียว….”
หนูนาสะอื้นฮั่กออกมาอย่างหนักเกินจะเก็บกลั้นไว้ หัวใจทั้งดวงที่เก็บไว้ให้พ่อมาโดยตลอด แหลกลาญลง

ที่บ้านวรรณพาณิช วรรณนั่งกินข้าว อรุณีรายงาน “ณีเรียนเรื่องที่คุณท่านให้คุณนารีบกลับแล้วนะคะ”
“แล้วยัยนาบอกว่าจะกลับเมื่อไหร่ ?”
“เห็นบอกว่า...จัดการธุระเรียบร้อยแล้วก็กลับเลยค่ะ”
วรรณถอนใจ “ฉันล่ะสงสารหลานจริงๆ ที่ต้องมารู้ว่าแม่ตัวเองถ่อขึ้นไปเชียงรายเพราะผู้ชาย! ไม่ได้ห่วงลูกแม้แต่นิดเดียว”
อรุณีสลดไปด้วย อรุณีปลอบวรรณ “...อย่ากลุ้มไปเลยค่ะ อย่างน้อยตอนนี้คุณนาอยู่กับคุณพ่อ เธอคงไม่เป็นไรมาก”
วรรณฟังอรุณี พยักหน้า...หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

บนที่นอน หนูนานอนสะอึกสะอื้น ... แป้นหลับอยู่ ปรือตาตื่น...“เสียงอะไรวะ?” แป้นมองไปทางมุมที่หนูนานอนอยู่ รู้คำตอบ “หนูนานี่แกร้องไห้เหรอ?” หนูนาส่ายหน้า ปาดน้ำตา พยายามกลั้นสะอื้น แป้นลุกมาดู “แกเป็นอะไร?”
“ฉัน...ฉันไม่เป็นไร” แต่เสียงหนูนาสั่นเครือ
“ตั้งแต่เมื่อเย็นแล้วใช่มั๊ย ฉันเห็นตาแดงๆแต่ไม่ได้ถาม โดนคุณสิงห์ดุเหรอ?” หนูนาส่ายหน้า “งั้น..พวกนังพวงมันหาเรื่องอะไรแกอีกใช่มั๊ย หนอย!! พวกนี้มันกัดไม่เลิกจริงๆ แกไม่ต้องร้อง เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปจัดชุดใหญ่ให้ หรือว่าจะเล่นมันตอนนี้เลย!”
“แป้น” หนูนาจับเสื้อแป้นไว้ “ไม่ใช่ คุณสิงห์กับพวงไม่เกี่ยว ฉัน...พอดีฉันนึกถึงเรื่องที่บ้านน่ะ” พูดแล้วก็จะสะอื้น
“ที่บ้านแก ?”
หนูนาพยักหน้า “ฉัน..ฉันคิดถึงพ่อ...พ่อที่เคยดีกับฉัน เมื่อตอนเด็กๆ”
“โถ่เอ๊ย นังหนูนา...” แป้นลูบหัวปลอบ “ใครๆก็คิดถึงทั้งนั้นแหละวะ แต่เราก็ต้องทน ก็บ้านเราจน ต้องออกมาหาเงินนี่หว่า เอา...แกอยากร้องก็ร้องไปซะให้พอ แต่พรุ่งนี้ต้องหายได้แล้วนะ เราต้องทำงานหาเงิน จะมัวแต่เสียใจไม่ได้”
หนูนาพยักหน้า นอนน้ำตารินซบอยู่ข้างตักแป้น เหมือนเด็กที่พี่เลี้ยงปลอบ..แป้นมองหนูนาส่ายหน้า ทำไมมันน่าสงสารอย่างนี้...ลูบหัวลูบไหล่ปลอบใจหนูนา

สิงห์กำลังคุยกับแป้นอยู่ที่มุมหนึ่งของแปลงสักใหญ่ เขาถามย้ำด้วยความแปลกใจ “หนูนาอยากจะลาออก ?”
“ใช่ค่ะ ถ้ามันมาลาออกจริงๆ คุณสิงห์อย่าให้มันออกนะคะ มันทำไปเพราะความเสียใจ”
“เสียใจเรื่องอะไร ?” ลึกๆ สีหนาทแอบกลัวว่าเป็นเรื่องความรัก
“เอ่อ...” แป้นเหมือนไม่อยากบอก
“บอกมาเถอะน่า ฉันไม่บอกหนูนาหรอกว่าฉันรู้มาจากเธอ .. ตกลงหนูนาเสียใจเรื่องอะไร ?”
“เรื่องพ่อน่ะค่ะ ... เมื่อคืนมันนอนร้องไห้ ตัดพ้อว่าพ่อไม่รัก ไม่เห็นว่ามันเป็นลูก”

เมื่อคืน แป้นกับหนูนาออกมานั่งคุยกันที่หน้าห้องพัก
“ฉัน...ฉันคิดถึงพ่อ” ว่าแล้วก็น้ำตาร่วง .. บางทีฉันก็รู้สึกว่าพ่อไม่รักฉัน เค้าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ไม่ได้อยู่บนโลกนี้”
“หนูนา..อย่าคิดมากเลยนะ แกเป็นลูกที่ดีจะตาย มาทำงานหนักเพื่อหาเงินไปให้พ่อ ฉันว่า..ถ้าแกบอกพ่อตรงๆ เค้าคงเข้าใจ”
หนูนาเศร้า “บอกตรงๆเหรอ ? ฉันบอกไปหมดแล้ว แต่เค้ากลับคิดว่าฉันเป็นบ้า !ฉันมาที่นี่ก็เพื่อพ่อ แต่ถ้าพ่อไม่เห็นค่าฉัน ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม” แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีก
“เฮ้ย แกพูดแบบนี้หมายความว่า ...... !!!!” แป้นตาโตด้วยความตกใจ

สิงห์ฟังแล้วแววตาเป็นห่วง แป้นพูดต่อแบบซื่อๆ “แป้นไม่เคยเห็นมันอาการหนักขนาดนี้มาก่อนเลย สงสารมันน่ะค่ะ ถ้ามันมาลาออก คุณสิงห์อย่าให้มันออกนะคะ”
สิงห์ไม่รับปาก แต่ก็ดูออกว่าเป็นห่วง และอยากรู้

หนูนายืนเหม่อสีหน้ายังไม่หายเสียใจ ตาโตหมองและซึมอย่างเห็นได้ชัด สีหนาทคุยงานอยู่กับหัวหน้าส่วน เสร็จหันไปมองหนูนาเห็นว่าหน้าซึมๆ
ทันใดรามเดินเข้ามา ....หนูนามองไปเห็นราม ก็อึ้ง..รามหันมาทางหนูนาเพียงแว่บสั้นๆ แล้วก็เข้าไปคุยกับสีหนาท หนูนาที่ยืนอยู่ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนเมินใส่ และยิ่งทำอะไรไม่ถูก...คอยมองพ่อ ที่ดูราวกับจงใจไม่สบตา พอรามคุยกับสีหนาทเสร็จก็ผละไปทันที หนูนาใจหาย มองตามราม แต่รามก็ไม่หันมาเลย

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/3 วันที่ 19 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ