อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/6 วันที่ 19 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/6 วันที่ 19 ธ.ค. 58

สีหนาทชะงักไป แหมมม หาทางหนีทีไล่เชียว “ทีแรก ฉันทำไว้แค่ที่เดียว เพราะกลัวว่าบางคนจะไม่กล้านอนคนเดียว”
“ขอบคุณที่หวังดี แต่ฉันว่า นอนคนเดียวยังน่ากลัวน้อยกว่า...”
สีหนาทเดินเข้ามาใกล้ ส่งสายตาคมปลาบมองอย่างกึ่งล้อกึ่งแกล้ง กรุ้มกริ่ม “น้อยกว่าอะไร? ตอนเราหนีพวกนั้น เธอก็อยู่ใกล้ๆฉันตลอดไม่เห็นจะเป็นไรเลย”
“ก็นั่นมัน..สุดวิสัยนี่คะ แต่ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว นอนคนเดียวได้สบาย” หนูนาลงไปนั่งบนที่นอนตัวเองที่เคลียร์ไว้ ทำท่าเก่งขึ้นมา “สบายมากๆ”
สีหนาทไม่เถียง แต่สายตาแบบ...เดี๋ยวเถอะจะคอยดู !

บุญตาเอาถาดมาเก็บถ้วยขนมหวานไป ขนิษฐาเริ่มชะเง้อชะแง้ “นี่ก็เลยเวลาออฟฟิศปิดตั้งนานแล้วนะคะ พี่สิงห์ทำไมยังไม่กลับ”
“อาจจะเจอเพื่อนๆ หรือไปโรงพักพบสารวัตรกชก็ได้นะครับ”
ขนิษฐาพยักหน้า ยังเห็นด้วยกับราม



ใต้ต้นไม้ สีหนาทนอนอยู่ฝั่ง ท่าทางผ่อนคลาย แต่แววตามีสติ มองดูความเคลื่อนไหวรอบๆตัวอยู่ตลอด ขณะที่หนูนาขยับตัวยุกยิกไม่ผ่อนคลาย ตาโตมองไปรอบๆหวาดๆ ยิ่งมืดก็ยิ่งหวั่นใจ
“นอนไม่หลับเหรอหนูนา”
หนูนาสะดุ้ง ที่สีหนาทถามมา หนูนาบ่นเบาๆ “หลับได้สิแปลก! คุณสิงห์คะ ปกติที่ฉันเคยดูในสารคดีเค้าจะต้องก่อไฟกันสัตว์ป่า แล้วก็กันหนาวไม่ใช่เหรอคะ”
สีหนาทยิ้ม รู้ว่าหนูนากลัวที่มืดๆรอบตัว “ขืนก่อ ก็เป็นจุดสังเกตให้ไอ้พวกนั้นมันหาเราเจอน่ะสิ อยู่มืดๆน่ะดีแล้ว หรือว่าเธอกลัว?”
“ใครบอกล่ะคะ ฉันแค่ถามดูเฉยๆ”
สีหนาทยิ้ม มุมปากยกขึ้น คิดแล้วบอก “ความจริงพวกเรานับว่าโชคดีมากแล้วนะที่ไม่เจอฝนเข้า แต่..ก็แย่หน่อยที่วันนี้ตรงกับวันพระคืนเดือนมืด”
“ทำไมวันพระถึงไม่ดีคะ?”
สีหนาททำเหมือนจะเล่า แล้วเปลี่ยนใจ “เธออย่ารู้เลย เดี๋ยวจะใจเสียเปล่าๆ”
“ขนาดเมื่อบ่ายเจอปืน ฉันยังผ่านมาได้ คงไม่มีอะไรน่ากลัวกว่านั้นแล้วล่ะค่ะ”
“เอ้า เล่าก็ได้ วันพระคืนเดือนมืดเนี่ยผีเป้าชอบออกหากิน คนรู้จักที่ผ่านมาแถวนี้เล่าให้ฟังว่าเจอผีเป้า มือแดง ปากแดง คงเพิ่งกินไก่ของชาวบ้านมา พอส่องไฟดู มันก็แยกเขี้ยวใส่ !!!”
หนูนาส่ายหน้า แค่นหัวเราะ “คงตาฝาดแล้วล่ะค่ะ ผีไม่มีในโลก!”
“คนไม่เคยเห็น ก็พูดงี้แหละ ผีเป้าเนี่ยมันชอบหากินกลางคืน ให้สังเกตแสงวิบๆในที่มืด มันเป็นแสงที่ออกมาจากรูจมูกของผีเป้า” หนูนาส่ายหน้า เหลวไหลมากๆ “ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร๊....“ จู่ๆคนพูดก็ลุกพรวด!! “เอ๊ะ!! นั่นแสงอะไร”
หนูนาที่บอกไม่กลัวอยู่ หันขวับไปเห็นแสงวิบๆ กระโดดพรวดเดียวมาเกาะเสื้อสีหนาทแน่น “ผี ผีเหรอ??” สีหนาทแตะมือหนูนาที่เกาะบ่าเขาไว้เหมือนปลอบ มองดีๆ..ที่แท้คือกระรอกกระโดดผ่านไป สีหนาทยิ้ม....แต่หนูนาไม่ได้มองแล้วซุกหน้ากับบ่าสีหนาท หลับตาปี๋ “มันไปรึยัง ไปรึยัง!”
“ดูเหมือนจะไปทางโน้นแล้ว คงจะเจอสัตว์อะไรเข้า... ไม่ต้องกลัวนะ”
หนูนาค่อยรู้สึกตัว ดีดตัวออกมาจากสีหนาท ชักสงสัย “คุณเห็นจริงเหรอ?”
“ถ้าเธอไม่เชื่อ จะตามไปเช็คดูก็ได้” เขาพยักหน้าท้าให้หนูนาไป ไปสิ
เรื่องอะไรจะไป หนูนาแม้จะไม่ซบแน่นเหมือนเมื่อครู่ ก็มานั่งชิดกันเลย สีหนาทอมยิ้ม.....ชอบใจ

ทีวีจอใหญ่เปิดละครอยู่ คนงานนั่งดูกันเป็นกลุ่มๆ นั่งจับกลุ่มพูดคุยผ่อนคลายประจำวัน แป้นเดินดุ่ยๆผ่านมา ตั้งหน้าจะเดินไปเรือนใหญ่ กลุ่มของพวงที่นั่งกันอยู่ เพ๊อะรีบสะกิดให้พวงดู พวงสีหน้าเย้ยหยัน!
กระจิบตะโกนขึ้น “ไปไหนดึกๆดื่นๆวะนังแป้น”
เหล่าคนงานพากันหันมามอง แป้นชะงัก ไม่อยากจะตอบ รู้ว่าพวกนี้จงใจหาเรื่อง
พวงเยาะเย้ย “มีเพื่อนร่วมห้องเป็นเด็กใจแตก ห้องหับไม่รู้จักกลับ มันก็ปวดตับอย่างนี้แหล๊ะ ทีนี้เห็นธาตุแท้เพื่อนแกแล้วล่ะซี๊”
แป้นสวนกลับ “ไม่อยากจะพูดกับพวกเอ็ง หูกับปากไปอยู่ตรงใต้สะดือหมด พ่นอะไรมาถึงมีแต่เรื่องคาวๆ”
พวงลุกขึ้น ชี้หน้า “เพื่อนแกไม่คาวเลยนี๊ หายหัวไปกับผู้ชายสี่ห้าทุ่มยังไม่โผล่”
กระจิบทำเป็นพูดดี “อย่าไปว่าเค้าน้องพวง เค้าอาจจะเข้าวัดกัน หรือว่ามีประชุมดึกตอนสี่ทุ่ม หนูนานี่เก่งนะ ทำให้นายเข้างานดึกกับตัวเองได้” พวง กระจิบ เพ๊อะหน้าตาเยาะหยันกันมาก “นังแป้น แกไม่ต้องไปเป็นห่วงมันหร๊อก ตอนเนี๊ยะ มันคงเพลินกับกิจกรรมเข้าจังหวะ”
เพ๊อะแสร้งถาม “อะไร? รำวงเหรอ?”

“ก็แล้วแต่จะคิด” กระจิบหัวเราะคิกคัก บอกแป้น “แต่ที่แน่ๆ มันต้องทั้งสนุก ทั้งมันส์ กว่าแกเยอะ”
พวงแดกดัน “งามหน้ามั๊ยล่ะมีเพื่อนอยู่ในห้องดีๆ มองอีกทีอุ๊ย กระหรี่ตัวแม่”
คนงานมองกันเลิ่กลั่ก เฮ้ย แรง
“เออ พูดกันอีก พูดให้เยอะๆ พรุ่งนี้จะจำ นับเป็นคำๆเลยว่าใครพ่นอะไรใส่ร้ายนายสิงห์กันคนละกี่คำ”พวกพวงชะงักกันไป
“ขี้เลื่อยกลบรูหูอยู่รึไง ฉันไม่ได้ว่านาย ว่าเพื่อนแกต่างหาก” พวงบอก
“ก็แล้วหนูนามันไปกับใคร ห๊ะ ทั้งเข้างานดึก” กระจิบชะงัก “ทั้งกิจกรรมเข้าจังหวะ” เพ๊อะเหวอ “ทั้งกระหรี่ น่ะใครซื้อ” พวงเหวอ “เอาสิ พูดมาอีก!!”
“ยะ อย่านึกนะว่าจะกลัว” พวงไม่พูดเอง จี้กระจิบ เพ๊อะ “พูดสิ ด่ามันให้สำนึก!”
กระจิบ เพ๊อะ ราวกับมีคีมคีบปาก ไม่กล้าอ่ะ...
“นึกว่าจะใจปลาวาฬ โธ่ที่แท้ก็แค่ก้างปลาซิว!” แป้นเยาะ ส่ายหัว แล้วรีบเดินไป

ที่เรือนใหญ่ แป้นหน้าเสีย “ติดต่อนายไม่ได้เลยเหรอคะ?”
ขนิษฐาบอก “คุณวันชัยบอกว่าพี่สิงห์กับหนูนาออกไปกันตั้งแต่ก่อนออฟฟิศปิด”
“โอ้โหก็ตั้งแต่บ่ายแล้วน่ะสิคะ นี่มันจะห้าทุ่มแล้ว”
“ทางนี้ก็เป็นห่วงกันอยู่” พอเห็นแป้นหน้าเครียดขนิษฐาก็ปลอบ “แต่บางทีพี่สิงห์อาจจะติดธุระอย่างอื่นก็ได้ เอายังงี้ ถ้าติดต่อพี่สิงห์ได้...” เธอมองไปที่บุญตา “จะให้บุญตาไปบอกแป้นดีมั๊ย” บุญตาชะงัก หน้าตาไม่อยากไป “แป้นจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
บุญตารีบบอก “ความจริง อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ นายอาจจะพาหนูนาไปไหนต่อรึเปล่า? เพิ่งเคยเข้าเมืองกันไปสองคน”
ไข่ ขนิษฐา มองบุญตาที่ไม่รู้กาลเทศะ บุญตาเก็บปาก...แหม
ไข่ดุ “อู้อะไรระวังหน่อย นายบ่ไจ้คนเหลวไหล !”
“แป้นก็ว่าหนูนามันไม่ใช่คนแบบนั้น”
รามเสนออีกรอบ “งั้นเดี๋ยวผมลองโทรเข้าเครื่องคุณสิงห์อีกครั้งดีกว่า” รามกดมือถือลองโทร ทุกคนคอยอย่างจดจ่อ รามยกหูออก “ยังติดต่อไม่ได้อยู่ดี หรือบางที คุณสิงห์แกอาจจะปิดเครื่อง ?”
ไข่สงสัย “ก็แล้วจะปิดทำไมล่ะเจ้า?”
ทุกคนดูครุ่นคิดกัน
บุญตาอดไม่ได้ “ก็...อาจจะไม่อยากให้ใครรบกวน เวลาส่วนตัว..”
ไข่หยิกบุญตาเข้าให้ โอ๊ยย บุญตาหน้าหงอ แต่สีหน้ายังไม่ยอมรับว่าผิด ไข่แม้ไม่สนับสนุน แต่ก็ชักอึดอัด ชักจะพูดไม่ออก..แป้นก็เริ่มจะชะงักๆไปด้วย รามกับขนิษฐามองหน้ากัน เอายังไงดี?

แป้นเดินออกมาจากเรือนใหญ่ บ่น “ไม่ใช่เป็นอย่างที่นังพวกนั้นมันเม้าท์กันจริงๆนะเว้ย นังหนูนา” แป้นส่ายหัว เป็น หรือไม่เป็นวะ? นายก็ยิ่งแซ่บๆอยู่ เฮ้อ..

กิ่งไม้ไหวตามแรงลม ช่องว่างระหว่างกิ่งและใบคือดวงดาวที่พราวแสงบนฟากฟ้า สีหนาทนอนเหยียดกาย แต่ดวงตายังตื่น คอยดูความเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่ ตอนนี้สีหนาท และหนูนานอนอยู่ห่างกันประมาณครึ่งวา ไม่ใกล้เกินงาม ไม่ห่างเกินไป สีหนาทเริ่มได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากร่างเล็กข้างๆ เสียงกระซิกแผ่วๆ
“หนูนา เป็นอะไร” เขาขยับเข้าไปหา ชะงักไปเมื่อเห็นว่าหนูนาร้องไห้
“ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ” หนูนาบอกแล้วรีบปาดหน้าปาดตา
“ถ้าไม่เป็นจะร้องทำไม ไหน บอกฉันซิ” ชายหนุ่มลูบผมปลอบ “เป็นอะไร...”
หนูนาแทบจะทนเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ต่อไม่ไหว เมื่อมีสัมผัสที่อ่อนโยนของสีหนาทมาปลอบ..“คุณสิงห์ ..คุณพูดถูก มัวแต่ก้มหน้า หนีความรู้สึกของตัวเอง มันไม่ดี”
“หนูนา..”
“ถึงคุณจะบอกว่าเรากลับออกไปได้ แต่..แต่ถ้ามันไม่มีวันนั้นล่ะ ไม่มีใครรับรองได้จริงๆหรอกว่าพรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น... ที่ผ่านมาฉันมัวแต่สงสัยว่าพ่อเค้ารักฉันรึเปล่า มัวแต่ลังเลใจ อยู่ไปวันๆอย่างไม่แน่ใจ ทำให้ฉันไม่ได้ทำอะไร..ให้พ่อเลย ฉันยังไม่ได้...ทำอะไรให้พ่อฉันเลย....” สีหนาทสัมผัสได้ถึงความรวดร้าวสะเทือนใจของหนูนา โอบประคองไหล่บางนั้นไว้อย่างปลอบขวัญ “ฉัน..ฉันเข้าใจแล้ว ที่คุณบอกว่าคนเราต้องทำให้ดีที่สุด เพราะชีวิตคนมันไม่แน่นอน เราจะได้ไม่ต้องมานั่งโทษตัวเอง ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง...ฮือ...” หนูนายิ่งพูดยิ่งตัวสั่นเทา “คุณสิงห์..ถ้าหากฉันมีโอกาส ถ้ามีโอกาสได้กลับไปหาพ่อ.. หาคนที่ฉันรักอีกครั้ง ฉันจะไม่มัวแต่ลังเลแบบนี้อีก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันจะรักและทำเพื่อเค้าให้เต็มที่ทุกๆอย่างเท่าที่ฉันจะทำได้... ถ้า... ถ้าฉันมีโอกาส”
“ดีแล้ว หนูนา เธอจะมีโอกาส เธอจะได้กลับไปหาพ่อ หาทุกๆคนที่เธอรัก...ฉันรับปาก เรื่องนี้เธอเชื่อใจฉันได้ เชื่อฉันนะหนูนา” สีหนาทกอดปลอบหนูนาที่ขวัญเสียเอาไว้อ่อนโยน พยายามถ่ายทอดความเข้มแข็งและพลังใจของเขาไปสู่ใจเธอ

บุญตานั่งสัปหงก ไข่ถือถาดน้ำสมุนไพรมา สะกิด ไล่ให้เข้าไปนอนข้างใน บุญตางัวเงียลุกไป ห่างออกไป ขนิษฐาถอนใจ มีโทรศัพท์วางตรงหน้า พยายามเอางานมานั่งทำแต่ก็ไม่มีสมาธิ
“ดื่มหน่อยนะคะ จะได้ไม่เพลีย” ไข่บอก
“ไข่ไม่ไปนอนเหรอ”
“มันหลับไม่ลง นึกถึงที่นายเพิ่งมีเรื่องกับพวกนายอดิสรเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วใจมันร้อนไปหมด ป้าไม่อยากจะคิดต่อเล๊ย!” ขนิษฐาชักใจเสียตาม “ตกลงเพื่อนๆ คุณสิงห์ หรือสารวัตรกชมีใครรู้เรื่องบ้างมั๊ยคะ?”
“เพื่อนๆพี่สิงห์ไม่มีใครรู้เลย แต่สารวัตร.. ไม่รู้ว่าจะถามดีมั้ย?”
“ทำไมจะบ่ดีล่ะเจ้า”
ทันใดราม และเชษฐ์เดินเข้ามา ขนิษฐารีบถาม “เจอมั้ยคะ?” ทั้งราม และเชษฐ์ส่ายหน้า ขนิษฐา ไข่ ใจแป้วกว่าเดิม...
“วนหาถนนแถบนี้จนปรุไปหมดแล้วครับ ถ้าอยู่แต่ไม่เจอก็มีแต่ผีบังตาเท่านั้นแหละ” เชษฐ์บอก
ไข่ตกใจ หน้าเสียมากๆ
“อย่าพูดไม่เป็นมงคลสิ” ขนิษฐาปราม
“คุณน้อง บอกสารวัตรเต๊อะเจ้า ป้าเป็นห่วงคุณสิงห์ สารวัตรต้องช่วยเราแน่ๆ”
“ไอ้ช่วยน่ะ เค้าช่วยเราอยู่แล้วครับ แต่ว่า”
ไข่ชักขึ้น “แต่อันหยัง!!”
“ถ้าที่คุณสิงห์ไม่กลับไม่ใช่อุบัติเหตุ..แต่ไป..เอ้อ..ไหนๆกับ.แหะๆ จะดีเหรอครับที่ไปกวนสารวัตรเค้า”
ทุกคนอึกอักกันไป ในความคลุมเครือของสถานการณ์
รามเสนอ “เอายังงี้ รอจนถึงเช้ามั๊ยครับ ถ้ายังไม่มีวี่แววเราค่อยบอกสารวัตร”
ไข่หน้าจ๋อยมากๆพอได้ยินว่าต้องรอ
ขนิษฐาปลอบ “ป้าไข่ พี่สิงห์ต้องดูแลตัวเองได้แน่ ต้องอยู่ให้ป้าเป็นห่วงอีกนานเลย เชื่อน้องสิ”
ไข่ยังไม่สบายใจ น้องโอบแขนไข่ปลอบใจ
รามมองขนิษฐาที่ปลอบใจไข่ แววตาที่เหน็ดเหนื่อยของราม ก็ยังอดชื่นชมความเข้มแข็งของขนิษฐาไม่ได้....

....หนูนาร้องไห้จนหมดแรงหลับไปแล้ว....สีหนาทมอง ทั้งสงสารและเห็นใจ ลูบผมหนูนาอย่างอ่อนโยน และเขี่ยไรผมที่รกใบหน้าออกให้แผ่วเบา...เขาถอดเสื้อนอกของตัวเองเอามาห่มให้ร่างเล็ก.... หนูนาขยับกายเบาๆ ยังหลับต่อ..สีหนาทมองหนูนาด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง เอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าหนูนาอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา ระวังไม่ให้ตื่น
สีหนาทเอ่ยแผ่วเบา “ฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไร เธอจะต้องปลอดภัย นายสิงห์ให้สัญญา!” สีหนาทยิ้มล้มลงนอนใกล้ๆกัน สายตายังจับจ้องที่ร่างเล็ก วงหน้ายามหลับใหลของหนูนาบริสุทธ์อ่อนใสเหมือนกับเด็ก...สีหนาทยิ้มอ่อนโยนให้..

ขนิษฐาเดินเข้ามาที่ห้องพระ เห็นว่าไข่กำลังสวดมนต์
“คุณน้อง ไม่นอนเหรอเจ้า”
“ฉันขอสวดด้วยคนนะ”
ไข่ขยับที่ทางให้กับน้อง ขนิษฐามานั่งลงต่อหน้าโต๊ะหมู่ที่จัดไว้อย่างงดงาม น่าเลื่อมใส
ขนิษฐาวางมือถือลง ข้างกาย ยังมองอย่างหวังคอยการติดต่อ ก่อนจะหันไปเริ่มสวดมนต์กับไข่

แสงเช้านุ่มละมุนส่องลงมา หนูนาเผลอ...หลับสนิทอยู่บนแผ่นอกของสีหนาทอย่างไม่รู้ตัว เหมือนเด็กน้อยที่ลืมกลัวอันตราย...สีหนาทลืมตาตื่น มองหนูนาแล้ว ยิ้ม.....เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นมากๆ สีหนาทก้มลงกระซิบใกล้ๆหู “ตื่นได้แล้ว...” หนูนาอืออาในลำคอ ยังไม่อยากลุก แล้วมีลมหายใจอุ่นๆเป่ารดกระหม่อม รู้สึกเหมือนมีขนหยาบๆเคลียคลออยู่ที่ไรผมข้างแก้ม...“ขี้เซาเหมือนกันนะเรา..”
หนูนาชะงัก ค่อยๆหันมามอง แล้วเย็นวาบไปทั้งร่าง สีหนาทซุกคางอยู่ที่เรือนผมข้างแก้มเธอ มองมาตาพราวระยิบ หนูนารีบลุก ดีดตัวออกห่าง “คุณ...” เธอยกมือจับแก้มไว้ด้วยความเขิน เขินมากๆ

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 7/6 วันที่ 19 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ