อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 4 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 4 ธ.ค. 58

วัลภารู้ว่าลีลาต้องปลื้มกับการกระทำของอีกฝ่ายแน่ๆ “ที่อยากรู้ก็เล่าหมดแล้ว ลีจะเอายังไง...ยังอยากกลับอยู่ไหม..เจ๊จะได้ไปรับ”
ลีลาอ้ำอึ้ง นรุตม์เดินเข้ามา “ได้เวลากินยาแล้วครับ”
“ลีต้องไปกินยาก่อนนะเจ๊” ลีลาวางสาย
“ชัดเจนแล้วใช่ไหมครับ ว่าผมไม่ได้ลักพาตัวคุณมา” ลีลานิ่งยังฟอร์ม “ทีนี้คุณไม่ติดขัดถ้าจะต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”

ลีลายังทำฟอร์ม “ถ้าฉันจะอยู่ก็เพราะเป็นหน้าที่คุณที่ต้องรับผิดชอบ”
“ครับ ผมอยากให้คุณอยู่ไม่ใช่เพราะคุณกลัวพี่รัล แต่เป็นเพราะคุณช่วยผมไว้ พอใจไหมครับ”
ลีลาหมั่นไส้แต่ก็ไม่ตอบโต้


วัลภามองมือถือยิ้มๆ อย่างรู้ทัน เมื่ออีกฝ่ายวางสายไป
ดลฤดีปลีกตัวจากลูกค้าที่กำลังดูแบบเสื้อตัว อื่นๆ เข้ามาอย่างอยากรู้ “เป็นไงเจ๊...”
“ตอนแรกก็โวย แต่ตอนนี้ไม่กลับหรอก แถมไอ้ที่ตั้งท่าจะแข็งใส่เขาคงจะ...” วัลภายิ้มเจ้าเล่ห์ ดลฤดียิ้มชอบใจ

นรุตม์แต่งตัวในชุดทำงาน หยิบเสื้อสูทออกมา ลีลานั่งดูทีวีเหมือนไม่ใส่ใจ “วันนี้ผมมีคุยงานตอนเช้า กลางวันประชุมที่โรงแรม บ่ายเคลียร์เอกสาร น่าจะกลับมาเกือบค่ำนะครับ”
“บอกฉันทำไม...” ลีลาหมั่นไส้
“ก็รายงานตัวไว้ก่อนไงครับ คุณจะได้ไม่กังวลที่ต้องอยู่คนเดียว”
“ฉันอยู่คนเดียวได้” ลีลาสวนขึ้น

“แต่ผมไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียว ผมเป็นห่วง” นรุตม์เอ่ยเสียงอ่อนโยน ลีลาอึ้งๆ ไปนิด “ผมเตรียมมื้อกลางวันไว้ให้คุณในตู้เย็นนะครับ อุ่นกินได้เลย ตอนเย็นผมจะซื้อเข้ามาแล้วกินข้าวพร้อมกัน” ลีลานั่งนิ่งฟังอีกฝ่ายพูด รู้สึกพอใจแต่ไม่ตอบให้ชายหนุ่มได้ใจ นรุตม์วางคีย์การ์ดกับมือถือไว้ให้ลีลา “ผมวางคีย์การ์ดไว้ตรงนี้นะครับ แล้วก็มือถือเครื่องนี้ไว้ใช้ มีอะไรก็โทรเข้ามือถือผมได้ตลอด”
ลีลามองคีย์การ์ด “คุณไม่กลัวฉันจะหนีเหรอ”
“ผมให้เกียรติคุณตัดสินใจ แต่ผมก็หวังว่าจะกลับมาเจอคุณ” นรุตม์ยิ้มแล้วออกไป
ลีลามองตามอย่างลังเล

ที่บ้านของศิริ ศิริ กัลยา หาญกล้า ศิรินธาร และศตวรรษนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีป้าเพ็ญ และเอ๋ยืนอยู่ ไม่ห่างนัก
สีหน้าศตวรรษอึ้งๆ “พี่รุตม์ไม่กลับบ้านเหรอครับ พี่รุตม์เนี่ยนะ”
“ก็คงไปตามนั่งดูนอนดูแลกันอยู่ล่ะมั้ง แสดงออกชัดขนาดนั้น ก็ดีนะคนบางคนจะได้รู้ตัวแล้วก็เลิกบ้าสักที” ศิรินธารเอ่ยแดกดันหาญกล้า หาญกล้าเหลือบมองศิรินธารสีหน้าตึงอย่างไม่พอใจ
ศตวรรษ ป้าเพ็ญ และเอ๋ งงว่าศิรินธารพูดถึงอะไร ศิริกับกัลยาเองรู้ว่าศิรินธารพูดถึงลีลา
“มันอาจไม่ใช่ก็ได้ อย่าไปพาดพิงคนอื่นทั้งที่ยังไม่รู้จริง” ศิริเตือน
“นังนั่นมันร่อนไปทั่วขนาดนั้น ยังคลั่งมันอยู่ได้ โง่!” ศิรินธารยังคงไม่ยอมหยุด
หาญกล้าสุดทนลุกขึ้น “ผมอิ่มแล้ว ผมไปทำงานก่อนนะครับ” เขาเดินออกจากห้องไป
ศิรินธารไม่พอใจ จะลุกตาม
“ลูกหยี!” ศิริร้องห้ามเสียงดัง ศิรินธารชะงัก “ลูกควรจะพูดจาให้เกียรติสามีทั้งต่อหน้าและลับหลัง”
“ลูกพูดความจริงนี่คะ” กัลยารีบช่วยพูดแก้แทนลูกสาวเต็มที่
“คุณกัล...สามีภรรยาเหมือนคนๆ เดียวกัน การเหยียดหยามสามีก็ไม่ต่างจากเหยียดหยามตัวเอง ความสะใจที่ได้ทำให้คู่ชีวิตรู้สึกผิดต่ำต้อยตลอดเวลา ไม่ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข ชีวิตคู่ไม่ควรมีมือที่สามตัดสินถูกผิด คู่แปลว่าสอง ไม่ใช่สาม เข้าใจนะครับ”
กัลยานิ่งที่โดนเบรก ทำให้บรรยากาศอึมครึม ศิรินธารมองตามหาญกล้า แบบว่าไม่ยอมจบแค่นี้แน่ๆ
ศตวรรษเห็นบรรยากาศมาคุ รีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง “แม่ครับแล้วพี่รัลหายไปไหนล่ะครับ ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง”
ทั้งศิริ กับกัลยาต่างชะงักกันไป กัลยาอารมณ์โกรธขึ้นเลย “อย่าถามแม่เลย!” ศตวรรษเหวอที่เห็นกัลยามองไปทางศิริอย่างเคืองๆ ก็รู้ว่าเข้าผิดทาง ซวยแล้ว
“พี่รัลเขาไปทำงาน” ศิริเอ่ยตอบ
ศตวรรษเหวอๆ “อ๋อ...ครับ” เขามองไปมองมาว่าจะจบยังไงดี “แล้วไปทำงานที่ไหนล่ะครับ”

รีสอร์ทเก่าบนดอย ที่แม่ฮ่องสอน รัตนาซึ่งเป็นภรรยาของวิรัตน์เดินนำณรัล กับวิทยา เข้ามาสำรวจภายใน รีสอร์ทที่เป็นแบบขนาดกลาง ที่พักถูกปิดไว้
“เราไม่รับนักท่องเที่ยวตั้งแต่อาวิรัตน์....ตาย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ศิริ ทุกอย่างก็ไม่เป็นแบบนี้” รัตนาเอ่ยขึ้น
ณรัลรำคาญ “คนขี้แพ้ก็มักจะหนีแบบนี้ล่ะครับ”
รัตนาหันขวับมองณรัลอย่างไม่พอใจ “ณรัล!”
“ที่คุณยังมีกินมีใช้ไม่ใช่เพราะเงินจากคุณพ่อซื้อรีสอร์ทห่วย ๆ นี่ไว้เหรอครับ”
“มันจะมากไปแล้วนะ” รัตนาไม่พอใจ
“น้อยไปด้วยซ้ำ ผมขอเตือนว่าให้คุณเจียมตัวซะบ้าง ไม่อย่างนั้น เงินที่คุณพ่อสัญญาจะให้เปอร์เซ็นต์จากรีสอร์ททุกสิ้นปี มันจะถูกยกเลิก!”
“พี่ศิริจะกล้าเหรอ”
“ปล่อยให้อาวิรัตน์ตายยังทำมาแล้ว ถ้าจะปล่อยให้พวกปากมากอดตายคงไม่ยากหรอกครับ ลูกยังเล็กไม่ใช่เหรอครับ”
รัตนาโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้ สะบัดหน้าเดินหนีไป ณรัลมองตามอย่างเยาะๆ
“ถ้าคุณรัตนาฟ้องท่าน” วิทยาเอ่ยขึ้นอย่างกังวล
ณรัลมองวิทยาด้วยสายตากร้าว“ไม่ว่าฉันจะทำดีหรือเลวกว่านี้ ฉันก็ไม่มีวันได้ Castle !”
“ด้วยความสามารถของคุณอีกไม่นานที่นี่ต้องดีขึ้นแน่นอน”
“ที่ที่ฉันควรอยู่คือ Castle เท่านั้น”
วิทยามองอาการแค้นของณรัลอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ

ภายในห้องรับรองของโรงแรม Castle ธีรพัฒน์เดินนำนรุตม์เข้ามา “เขายืนยันว่านานแค่ไหนก็จะรอ ผมให้มารอพบที่ห้องรับรองครับ”
“ขอบใจ ผมจะจัดการเอง” นรุตม์เปิดประตู เห็นแดนรออยู่ในห้อง
“ลีอยู่ที่ไหน!” แดนเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้ารุตม์
“ที่ที่ปลอดภัยจากคนรบกวน”
“คุณไม่มีสิทธิ์กักตัวลีไว้”
“ผมขอแก้ความเข้าใจผิดของคุณก่อนว่า ผมไม่เคยกักตัวคุณลี เขามีอิสระที่จะอยู่หรือจะไปได้ทุกเมื่อ” นรุตม์หยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาจดเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ทิ้งไว้ที่คอนโดให้กับลีลาแล้วเลื่อนให้แดน “ถ้าคุณลีลาต้องการให้คุณไปรับ ผมก็จะไม่ขวาง”
“คุณมั่นใจว่าลีเลือกจะให้คุณดูแล?”
“ผมให้เกียรติคุณลีเป็นเป็นคนตัดสินใจ” นรุตม์ยิ้มหนักแน่น
แดนมองท่าทีของนรุตม์ที่ ตรงไปตรงมา ไม่มีกันท่าหรือดักทางใดๆ ทั้งสิ้นก็รู้สึกเจ็บใจกับความมั่นใจของอีกฝ่ายที่เชื่อว่าลีลาอยากจะอยู่ที่นั่น “ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงเชื่อมั่นว่าลีจะยอมให้คุณเป็นคนดูแล แต่ระหว่างผมกับลี เรามีความผูกพันที่ยาวนาน”
“ครับ...”
แดนเห็นนรุตม์ไม่สะเทือนก็หัวเสียแต่ยังไม่ยอมแพ้ “มีผู้ชายหลายคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของลี แล้วก็ต้องเดินออกไป แต่คนที่ยังยืนอยู่ก็คือผม คุณก็จะไม่ต่างจาก ผู้ชายพวกนั้นเหมือนกัน” แดนหยิบกระดาษมาแล้วลุกเดินออกไปอย่างไม่ยอมแพ้
นรุตม์ที่มองตามจากที่สีหน้าดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ก็กลายเป็นเครียดมาก เพราะที่เอ่ยทั้งหมดมาเป็นการเสี่ยงวัดใจลีลาล้วนๆ

ลีลาเปิดตู้เย็นหยิบกล่องอาหารที่นรุตม์เตรียมไว้ออกมามีโน้ตติดไว้หน้ากล่อง “กินข้าวแล้วอย่าลืมกินยานะครับ...ผมเป็นห่วง...” ลีลามองยิ้มๆ แล้วจัดการเอาอาหารเข้าไมโครเวฟ แต่หญิงสาวยังยิ้มไม่หุบ มือถือที่นรุตม์ทิ้งไว้ให้สั่นขึ้น ลีลามองมือถือเห็นเบอร์ก็จำได้ว่าเป็นเบอร์แดนโทรมา
ลีลามองแล้วตัดสินใจรับ “ว่าไงแดน...”
แดนเดินคุยมือถือสีหน้าร้อนรน “ลีอยู่ที่ไหน”
ลีลาลังเล “...ที่ที่ปลอดภัย”
แดนอึ้งที่ลีลาไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหนชัดๆ “เขาขังลีไว้ใช่ไหม”
ลีลาตัดสินใจเอ่ยตรงๆ “เปล่า...เราเหนื่อยเขาก็เลยพามาพัก ไม่ให้คนอื่นรบกวน”
“เราเป็นคนอื่น?” แดนย้อนถามแกมน้อยใจ
“ไม่เอาน่าแดน เราก็แค่...”
“ทำเพื่อลุงชลัมน์” ลีลาชะงัก แดนพยายามหาข้ออ้างปลอบใจตัวเอง “ลีกำลังเอาตัวใกล้ชิดนรุตม์เพราะเรื่องคุณลุงใช่ไหม”
“แดน...”
“ตอบเราสิว่าใช่”
ลีลาชะงักรู้ว่าแดนกำลังหวั่นไหว “เรา...”
แดนไม่กล้าฟังรีบตัดบท “เราไม่รู้ว่าลีกำลังคิดอะไรอยู่ แต่นรุตม์คือลูกของศัตรู คนที่ทำให้ลุงชลัมน์ต้องเจ็บปวด ลีคงไม่คิดจะผูกพันกับคนที่ทำลายชีวิตพ่อของลีใช่ไหม”
ลีลาอึ้งอึดอัด“แดน...เรา”
“ก่อนลีจะตัดสินใจทำอะไร แดนอยากให้ลีคิดถึงคุณลุงให้มากๆ ท่านจะรู้สึกยังไงถ้าลีทำผิดต่อท่าน” ลีลาอึ้งๆ กับคำพูดของแดน “ถ้าลีพร้อมให้แดนไปรับเมื่อไหร่...ก็โทรมา แดนจะรอนะ”
ลีลาวางสายอย่างรู้สึกสับสน

ภายในห้องประชุม นรุตม์นั่งที่หัวโต๊ะ โดยมีหัวหน้าแผนกต่าง ๆ รายงานผลการทำงานในเดือนนี้ ทว่านรุตม์กลับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองเวลาบ่อย ๆ จนธีรพัฒน์สังเกตเห็น
ขณะเดียวกัน ลีลามองคีย์การ์ดด้วยท่าทีลังเล รู้สึกสับสนว่าควรจะทำยังไงดีกับนรุตม์ ในที่สุด ลีลาตัดสินใจ คว้าคีย์การ์ดเดินออกไปนอกห้องอย่างตัดสินใจ

หลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้นลง นรุตม์เดินออกมาด้วยอาการเร่งรีบ ธีรพัฒน์ต้องเร่งฝีเท้าตามมา กลุ่มพนักงาน ที่ตามหลังเลี้ยวไปอีกทาง
“วันนี้ผมมีงานอะไรอีกไหม” นรุตม์เอ่ยกับธีรพัฒน์
“ไม่มีครับ”
“งั้นผมจะกลับเลย”
“คุณรุตม์มีเรื่องด่วนหรือเปล่าครับ ดูรีบร้อน”
“ผมอยากจะเช็คบางเรื่องให้ชัด ถ้ามันชัดเจนผมจะได้รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงต่อ” นรุตม์รีบเดินออกไป
ธีรพัฒน์มองตามอย่างสงสัย

ที่สนามปีนผาจำลอง ภารดีปีนผาอย่างบ้าคลั่ง รีบร้อน ไม่มีสมาธิ พยายามจะไต่ให้สูงขึ้นไปสูงขึ้น ไปอีก ด้วยความใจร้อนทำให้ก้าวพลาดร่วงตกลงมาที่เบาะรอง “โอ๊ย!” ภารดีนอนหงายกับพื้นมองปลายทางบนผาจำลองด้วยสายตาเสียใจ
แดนเข้ามายืนก้มหน้ามองภารดี “คุณใจร้อนเกินไป มันถึงพลาดแล้วก็เจ็บตัว...”
“ทำไมปลายทางมันถึงได้ไกลออกไปเรื่อยๆ ยิ่งฉันพยายามเท่าไหร่มันก็ยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ ฉันต้องเริ่มต้น ใหม่ทุกครั้ง ทุกวัน”
“ผมเข้าใจนะ มันเหนื่อย” แดนเข้าใจเพราะตัวเองก็รู้สึกเช่นกัน
“ฉันเคยคิดว่าการปีนขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงเหนื่อยแต่มันก็มีหวังจะเห็นปลายทาง แต่ฉันไม่เคยคิดว่าจะต้องตกลงมาเจ็บแบบนี้” ภารดีเอาแขนวางทาบปิดตา แดนเห็นน้ำตาของภารดี
แดนนั่งลงข้างๆ “เจ็บก็ดีนะ” ภารดีเอาแขนออกมองแดนว่าหมายความว่ายังไง “ถ้าไม่เจ็บก็ไม่รู้สิว่าเราพลาดตรงไหน มีบทเรียนคราวหน้าจะได้ไม่พลาด” แดนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
ภารดีรับมา มองแดนอย่างสงสัย “คุณคิดว่ายังมีคราวหน้าสำหรับเราอีกเหรอ”
“ไอ้เสียงท้อ ๆ แบบนี้อย่าบอกนะว่าคุณจะยอมแพ้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน ยังไม่นับว่าแพ้หรอก”
“แต่พี่รุตม์ไม่เคยแคร์ผู้หญิงคนไหนเท่าคุณลีลา”
“ผมรักของผมมาเป็นสิบๆ ปี จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ...ไม่มีทาง แต่ถ้าคุณจะถอย...”
ภารดีลุกขึ้นมานั่ง“ถ้าพี่รุตม์ไม่ได้ยืนยันจากปาก ฉันก็ไม่ไปไหนเหมือนกัน”
แดนหัน มองภารดี ยกมือขึ้นรอให้ตี “งั้นก็สู้?”
“สู้!“ ภารดีตีมือกับแดน แล้วทำท่านึกได้ “แต่คุณห้ามเล่นสกปรกกับพี่รุตม์นะ”
“ยังจะห่วงเขาอีก”
“ฉันก็รักของฉัน”
“ลีเกลียดคนเลว ผมไม่อยากเลวในสายตาคนที่ผมรัก คุณก็คิดเหมือนผมใช่ไหม”
“ฉันอยากเป็นคนรักที่พี่รุตม์ภูมิใจ”
แดนกับภารดีต่างคนต่างยิ้มให้กันด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้

นรุตม์รีบเดินเข้ามาที่หน้าห้องชุดของตนด้วยอาการรีบร้อน แล้วเปิดประตูเข้ามาในห้อง ก็อึ้งไปที่เห็นว่าภายใน ห้องว่างเปล่า “ลี...ลีครับ” นรุตม์เดินหาลีลาทั่วห้อง นรุตม์เดินมาทิ้งตัวลงที่โซฟาด้วยความผิดหวัง คิดว่าลีลาไปแล้ว สักพัก เสียงประตูเปิดเข้ามา เป็นลีลาที่เดินกลับเข้ามาพร้อมกับถุงหนังสือ นรุตม์ดีใจ “ลี...คุณไปไหนมา”
“ฉันเบื่อ ๆ ก็เลยไปซื้อหนังสือ หาแรงบันดาลใจทำงาน” ลีลามองนรุตม์ที่ดูดีใจมากเกินเหตุ “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมคิดว่าคุณจะหนีผมไป...”
ลีลายังฟอร์ม “ฉันเจ็บเพราะคุณ ก็ควรจะอยู่ให้คุณตอบแทน สำนึกในบุญคุณฉันสิ จริงไหม” นรุตม์ ยิ้มแก้มปริ ลีลาหมั่นไส้ “คุณยิ้มอะไรนักหนา”
“ผม..มีความสุข”
ลีลาเริ่มเขิน รีบเปลี่ยนเรื่อง “ไหนล่ะของกิน ฉันหิว”
นรุตม์นึกได้ “ผมลืมไปเลย มัวแต่กลัวว่าคุณจะหนี”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8 วันที่ 4 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ