อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/2 วันที่ 4 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/2 วันที่ 4 ธ.ค. 58

ลีลาเริ่มเขิน รีบเปลี่ยนเรื่อง “ไหนล่ะของกิน ฉันหิว”
นรุตม์นึกได้ “ผมลืมไปเลย มัวแต่กลัวว่าคุณจะหนี”
ลีลาอึ้งๆ กับท่าทีบอกความในใจของนรุตม์ ลีลาทำเสียงแข็งกลบเกลื่อน “ไอ้คำหยอดของคุณมันไม่ทำให้ท้องอิ่มหรอกนะ”
“งั้นผมจะแสดงฝีมือให้คุณชิมนะ”
ลีลามองอย่างไม่อยากเชื่อ

ภายในครัว นรุตม์ทำอาหาร โดยมีลีลานั่งดูอย่างสนใจ นรุตม์ใส่ข้าว ตอกไข่ลงผัดอย่างคล่องแคล่ว “ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ปรุงรส แล้วก็เติมสีด้วยซีอิ๊วดำ สีจะสวยน่ากิน...” นรุตม์ตักข้าวใส่จาน ลีลามองอย่างลังเล “หน้าตาดี...กินได้แน่นะคะ”


“อร่อยด้วย...แต่คุณไม่ควรเชื่อง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้ลอง...” นรุตม์ส่งช้อนให้
ลีลายิ้มรับช้อนมาตักชิม สีหน้าทึ่งนิดๆ “ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อย”
“ผมมีป้าเพ็ญเป็นครูครับ ป้าเพ็ญเป็นแม่นมน่ะครับ ดูแลผมตั้งแต่เด็ก ผมนับถือเหมือนแม่แท้ๆ”
ลีลาพูดไปก็ตักไม่หยุด “คุณคงทำให้ที่บ้านกินบ่อย ๆ”
นรุตม์ชะงักไปนิด “ครั้งเดียว...แล้วผมก็ไม่เคยทำอีกเลย”
“จริงเหรอคะ....เห็นคล่องๆ คิดว่าทำให้คุณพ่อคุณแม่กินบ่อยๆ”
นรุตม์ยิ้มฝืดนิดๆ มองจานข้าวผัดแล้วนึกถึงในอดีต
ที่โต๊ะอาหารบ้านของศิริ นรุตม์เอาจานข้าวผัดที่ตนลงมือทำมาเสิร์ฟตรงหน้ากัลยาอย่างตื่นเต้น กัลยามองจานข้าวผัดประมาณว่าเอามาวางทำไม
“ป้าเพ็ญสอนผมทำข้าวผัดสูตรพิเศษ ผมทำมาให้คุณแม่ลองชิมครับ”
“สอนแค่ครั้งเดียวก็ทำอร่อยได้เท่าเพ็ญเลยนะคะ” ป้าเพ็ญเอ่ยยิ้มเอ็นดู
นรุตม์ยิ้มแต่พอมองกัลยาก็หน้าเสียเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองนิ่งดูเฉยชามาก
ณรัลเดินเข้ามา“แม่ครับ ผมซื้อขนมฝอยทองที่แม่ชอบมาฝากครับ” เขาเห็นจานข้าวผัด แล้วเห็นรุตม์ก็เดาได้ว่า เป็นของนรุตม์แน่ “แม่จะกินข้าวก่อนไหมครับ..ผมจะเอาขนมไปเก็บก่อน”
“ไม่ล่ะ แม่อยากกินฝอยทองมากกว่า มานั่งนี่สิณรัล” กัลยาดันจานข้าวผัดของนรุตม์ออกไปอย่างไม่แยแส แล้วดึงให้ณรัลนั่งข้างๆ ก่อนจะกินฝอยทองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ณรัลมองนรุตม์อย่างสะใจ
ป้าเพ็ญมองนรุตม์ด้วยความเห็นใจ นรุตม์หน้าจ๋อยแต่ยังพยายามจะกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มที่แห้งแล้งเต็มที

นรุตม์รู้สึกตัวหันกลับมาหาลีลา เห็นว่าจานข้าวผัดของลีลาหมดเกลี้ยงสะอาดมาก นรุตม์มองใต้โต๊ะ มองถังขยะ
ลีลามองแปลกใจ “คุณมองหาอะไร”
“นี่คุณกินหมดแล้วเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วจานนั้นน่ะ” ลีลามองไปที่จานของนรุตม์ “ถ้าคุณไม่กินก็ยกมานี่”
ชายหนุ่มเลื่อนจานตัวเองให้ลีลา เห็นอีกฝ่ายตักกินสีหน้าเอร็ดอร่อย นรุตม์ปลื้ม “อร่อยเหรอ?”
“อร่อยสิ ไม่งั้นจะกินหมดได้ยังไง”
นรุตม์มองลีลาที่มีเม็ดข้าวติดอยู่ที่มุมปาก “ผมคงต้องทำอาหารบ่อยๆ ซะแล้ว” ลีลามองคล้ายถามว่าทำไม นรุตม์ใช้นิ้วเช็ดเม็ดข้าวให้ลีลาเบาๆ ลีลาชะงักไป “ก็ผมเพิ่งรู้ว่าทำอาหารแล้ว...มันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง”
ต่างคนต่างอึ้งกันไปนิด ลีลารู้สึกตัวว่าใกล้ไปเกินไป “ฉันไปอ่านหนังสือก่อนนะ” ลีลาลุกไปคว้าหนังสือนิยายภาษาฝรั่งเศส มาอ่านกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง
นรุตม์เก็บจานไปล้าง จังหวะที่เงียบงันไปนั้น ต่างคนต่างแอบมองกัน แล้วสบตากันอย่างไม่ตั้งใจ แล้วก็ทำเมินมองกันไปคนละทางอย่างเขินๆ บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง

ลีลาอยู่ในห้องน้ำ วางขวดน้ำเกลือกับยาเบตาดีนเข้าไปในห้องน้ำจะล้างแผล นรุตม์ที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ มองเข้าไปเห็นลีลาพยายามจะใช้กระจกช่วยมองในการทำแผล แต่ก็ดูไม่ถนัดนัก ลีลายังพยายามด้วยความขลุกขลัก นรุตม์ทนไม่ไหวเดินเข้าไปที่ห้องน้ำ ลีลาตกใจที่เห็นภาพนรุตม์สะท้อนในกระจก
“ผมช่วย....”
“ฉันทำเองได้”
“ถ้าทำได้ คุณคงไม่ยืนอยู่ในสภาพนี้ครึ่งชั่วโมงหรอกนะ ผมทำให้...” นรุตม์ไม่รอให้ลีลาตอบ จัดการเอาน้ำเกลือล้างแผลให้ลีลา “ยังแสบอยู่เหรอ”
“ค่ะ..”
“ทนหน่อยนะ” นรุตม์ลงเบตาดีนเช็ดแผลแล้วเอาผ้าก๊อซปิดแผล “เรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณค่ะ” นรุตม์ช่วยเก็บอุปกรณ์ทำแผลแล้วเดินออกมา ลีลาเดินตาม “คุณให้ฉันมาอยู่ที่นี่ไม่กลัว FC คุณจะโกรธเหรอ”
“ผมเป็นอิสระ ไม่มี FC ไม่มีใครให้ต้องเกรงใจหรือว่ากลัว...”
ลีลารู้ว่านรุตม์กำลังบอกว่าตัวเองเป็นโสด ก็เลี่ยงไปหยิบหนังสือ พูดลอย ๆ เหมือนไม่สนใจ “เซฟเฮ้าส์ของคุณมีไว้ให้คุณมานั่งทำงานสินะ”
“ที่นี่มีไว้ให้ผมได้อยู่กับตัวเอง นอกจากน้องชายผม ไม่มีเคยมีผู้หญิงคนไหนมาที่นี่ แม้แต่เอมก็ไม่รู้ว่าผมมีที่นี่อยู่” ลีลามองอย่างไม่อยากเชื่อ “คุณจะเป็นคนเดียวที่ได้มาที่นี่”
ลีลานิ่งไป “ค่ะ” ลีลาทำท่าเหมือนไม่สำคัญอะไร หันไปอ่านหนังสือต่อ
นรุตม์รู้ว่าลีลากำลังเลี่ยงก็จับตัวอีกฝ่ายให้หันมา “คุณไม่เชื่อเหรอ”
“คนเราเปลี่ยนทุกวันค่ะ ทั้งคุณทั้งฉัน ฉันไม่อยากคาดหวัง”
“ผมจะไม่สัญญา แต่ผมจะทำให้คุณเห็น”
“ฉันจะรอดูค่ะ”
นรุตม์ยิ้มหนักแน่นให้ลีลา

หลายวันผ่านไป นรุตม์กับลีลาใช้ชีวิตในคอนโดร่วมกัน ช่วงเช้านรุตม์เตรียมอาหารเช้า มีลีลานั่งมองพลาง ดื่มกาแฟอุ่นๆ ยิ้มมีความสุข
ลีลาออกแบบเสื้อผ้าผู้ชาย นรุตม์เข้ามานั่งดู ช่วยให้ความคิดเห็น เวลานรุตม์อ่านเอกสารเครียด ลีลายืนมองแล้วเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ มาวางบนตาให้นรุตม์ นรุตม์วางมือบนมือลีลาเอ่ยขอบคุณ ลีลายิ้มให้
นรุตม์ล้างแผลให้ลีลาซึ่งมีทีท่าเขินๆ อยู่บ้าง
นรุตม์นอนที่โซฟา ลีลาขยับมานั่งมองใกล้ๆ พอนรุตม์ลืมตามอง ลีลาก็เขินที่ถูกจับได้ นรุตม์ขยับเข้าใกล้ ลีลาอึ้งๆ นรุตม์เอื้อมมือผ่านไปหยิบคุ้กกี้ที่วางอยู่ในจานด้านหลังแล้วหยิบมากินหนึ่งอัน อีกอันป้อนให้ลีลากิน ลีลารู้สึกสบายใจที่อยู่ใกล้นรุตม์มากขึ้นทุกที

ที่โรงแรม Eden แดนเดินมาตามทางเดิน ภารดีเข้ามาหา “ติดต่อคุณลีได้หรือยังคะ”
แดนหลุดปาก “ผมรอเขาโทร...” เขาเห็นภารดีมองมาอย่างรอคอยคำตอบ แดนมองภารดีนิดนึงแล้วตัดสินใจถาม “ถ้าเขาอยู่ด้วยกันคุณจะทำยังไง”
“ก็ยิ้มสิคะ จะไปทำอะไร”
“ยิ้มทั้งน้ำตาหรือเปล่า?”
“คุณคงไม่คิดว่าเราสองคนจะยิ้มมีความสุข ถ้าคนที่เรารักอยู่กับคนอื่นใช่ไหม สรุปคุณติดต่อคุณลีได้หรือยัง?”
“ยัง คุณรู้หรือเปล่าว่านอกจากที่โรงแรม บ้านเขา คุณรุตม์ยังมีเซฟเฮ้าส์ที่ไหนอีกไหม”
“พี่รุตม์เขาโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครไปยุ่ง ฉันเลยไม่กล้าสอดรู้สอดเห็น”
“คุณว่าคุณรุตม์เขาจะทำอะไรที่มัน...”
“ไม่มีทาง พี่รุตม์ไม่ฉวยโอกาส”
“ยืนยันว่าดีมากสินะ”
“ผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก”
แดนมองอย่างหมั่นไส้ ขณะเดียวกัน แดนเห็นผู้จัดการกับพนักงานเดินกันให้วุ่น สีหน้าดูรีบร้อนจึงเดินเข้าไปถาม
“ผู้จัดการ...” ผู้จัดการกับพนักงานชะงักที่เห็นแดน ผู้จัดการรีบเข้าไปหาแดนทันที “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมดูวุ่นๆ กันนัก”
“มีแขกในงานเลี้ยงทะเลาะกันที่หน้าห้องจัดเลี้ยงครับ”

แดนกับภารดีเดินตามผู้จัดการไป พนักงานเข้ามาที่หน้าห้องจัดเลี้ยง เห็นแขกในงานกำลังยืนมุงดูกลุ่มคนที่กำลังยื้อๆ กันอยู่ที่หน้าห้องจัดเลี้ยง
ศิรินธารกำลังจิกหัวไฮโซคนหนึ่ง โดยมีเพื่อนๆ ของไฮโซกำลังช่วยกันดึงไม่ให้ศิรินธารทำร้ายร่างกาย
“ปล่อยเพื่อนฉันนะ ศิรินธาร!”
ศิรินธารเมานิดๆ ไม่ฟัง “ถ้ายังปากมากเรื่องฉัน ฉันจะทำให้ธุรกิจแกเจ๊งแน่!”
“แกมันบ้าแบบนี้ ผัวถึงมีเมียน้อย !”
ศิรินธารได้ฟังยิ่งโกรธ ทุบตีอีกฝ่าย “หุบปาก !” ไฮโซผู้เคราะห์ร้ายพยายามจะดิ้นรน แต่ศิรินธารไม่ยอมปล่อย
” ภารดีรีบเข้าไปหาศิรินธาร “ลูกหยี...ปล่อยมือเถอะนะ”
“อย่ามายุ่งนะพี่เอม มันปากมาก ลูกหยีจะสั่งสอนมัน”
ภารดีมองแดนให้ช่วยหน่อย “คุณ....”
แดนต้องช่วยแกะมือศิรินธารที่โวยวายไม่ยอมปล่อยออก แดนกับ ภารดีช่วยกันพาศิรินธารออกไป

แดนกับภารดีช่วยกันดึงศิรินธารที่ตั้งท่าจะโผกลับเข้าไปในงานตลอดเวลาออกมาที่สวนของโรงแรม
ศิรินธารโวยวาย “พี่เอมมาห้ามลูกหยีทำไม ลูกหยีจะตบปากมัน”
“ตบแล้วลูกหยีจะได้อะไร”
“ได้สะใจ!”
“แล้วก็ได้เป็นข่าว ได้เสียชื่อ ได้เพิ่มข่าวให้คนอื่นเม้าท์กันสนุกปาก ได้ทำให้คุณลุงคุณป้าเสียใจด้วยใช่ไหม”
“พี่เอมไม่เข้าใจ ไม่รู้หรอกว่าพวกมันพูดอะไรบ้าง คนอย่างพวกมัน...!” ศิรินธารชะงักนิ่งไป
ภารดีจับไหล่ศิรินธารอย่างปลอบโยน “มีอะไรพูดกับพี่ได้นะลูกหยี”
ศิรินธารพูดด้วยความเจ็บแค้น “มันบอกว่าลูกหยีโง่ โดนผัวหลอก ไม่มีใครสนใจว่าลูกหยีเจ็บแค่ไหน มีแต่คนสมน้ำหน้าซ้ำเติม ลูกหยีเกลียดพวกมัน! เกลียดๆๆ!”
“คนพวกนั้นมีค่าให้ลูกหยีต้องเสียใจขนาดนี้เลยเหรอ”
“แต่ลูกหยีทนไม่ได้ที่พวกมันพูด ลูกหยีเจ็บ!”
“ที่ลูกหยีเจ็บไม่ใช่เพราะคำพูดของคนอื่น แต่เป็นเพราะความคิดของลูกหยีเอง ถ้าลูกหยีไม่ฟังก็จะไม่เจ็บปวด เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ก็เปลี่ยนที่ความคิดเราแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นนะ” ศิรินธารร้องไห้เข้ากอดภารดี ภารดีกอดปลอบ
“ไม่ว่าลูกหยีจะทำอะไรก็ไม่เคยถูก ในสายตาทุกคน ...ลูกหยีไม่มีใคร...ไม่มีใครเลยจริง ๆ”
“ลูกหยียังมีพี่เอมอยู่นะ” ภารดีเช็ดน้ำตากอดปลอบศิรินธารที่เหมือนน้องสาวตัวน้อยๆ แดนยืนมองท่าที ของภารดีอย่างประทับใจในการปลอบโยนศิรินธาร “เลิกร้องเถอะนะ ตาบวม ปวดหัวเปล่าๆ เอารถมาไหม?” ศิรินธารพยักหน้า “เดี๋ยวพี่ขับไปส่งลูกหยีที่บ้านนะ” ภารดีลุกขึ้น เห็นแดนยังนิ่ง ๆ “คุณ...” แดนงงว่ามีอะไร ภารดีพยักเพยิดให้ตามไป แดนมองอึ้งๆ ชี้ตัวเองว่าต้องไปด้วยเหรอ ภารดีพยักหน้า

ที่บ้านของศิริ กัลยาเดินไปมาด้วยความเป็นห่วง ศตวรรษซ้อมเปียโนอยู่ไม่ห่างนัก
กัลยาทนไม่ไหว“ตาวรรษ...”
“ครับแม่” ศตวรรษหยุดเล่น
“โทรตามลูกหยีหน่อยสิ มันดึกมากแล้ว บอกให้เอาตาชุบไปขับให้ก็ดื้อจะขับเอง”
ศตวรรษหยิบมือถือออกมากดโทร แต่ภารดีพาศิรินธารเข้ามาซะก่อน
“ไม่ต้องโทรแล้วพี่วรรษ ลูกหยีกลับมาแล้ว”
“ทำไมกลับช้านักล่ะ แม่เป็นห่วง”
“ก็มีเรื่อง...” ศิรินธารเห็นกัลยาชะงักมองก็รีบเปลี่ยนคำตอบ “ติดพันนิดหน่อยเลยช้าค่ะ”
“เรื่องอะไร?”
ศิรินธารเปลี่ยนเรื่อง “มีคนมาส่งลูกหยีด้วยนะคะแม”
ภารดีตามเข้า“สวัสดีค่ะคุณป้า”
“ลูกหยีไปเจอกับพี่เอมที่งาน ลูกหยีดื่มไปนิดหน่อย พี่เอมอาสามาส่งค่ะ
“ขอบใจมากนะเอม”
“ยินดีค่ะ....” ภารดีลังเลแต่อยากถาม “พี่รุตม์ อยู่บ้านหรือเปล่าคะ”
“ไม่อยู่ครับ ติดนัดคนสำคัญมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่กลับบ้านเลย” ศตวรรษเอ่ยตอบ ภารดีอึ้งไป
“หนูเอม ถ้าไม่รีบไปไหนอยู่ฟังตาวรรษเล่นเปียโนก่อนสิ รายนี้เขาเล่นเพราะมากนะ ตาวรรษก็พูดบ่อยๆ ว่า อยากเล่นให้หนูเอมฟัง” กัลยาเอ่ยขึ้น ศตวรรษหันมองกัลยาแบบเหวอ ๆ ว่าไปพูดตอนไหน
“เอมมีธุระน่ะค่ะ เอาไว้คราวหน้านะคะ เอมกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” ภารดีออกไป
“คิดจะเป็นแม่สื่อเหรอคะแม่” ศิรินธารรู้ทัน
“สวยขึ้นเยอะนะ ฐานะ ความรู้ก็พร้อม...” กัลยายิ้ม
“อย่าทำแบบนี้เลยครับแม่ ผมกับพี่เอมเรานับถือกันเป็นพี่น้อง” ศตวรรษท้วง
“วรรษคิดมากที่เอมอายุมากกว่าวรรษใช่ไหม อายุมันแค่ตัวเลขอย่าเอามาเป็นข้อแม้ในชีวิตเลย”
“ผมไม่มีข้อแม้หรอกครับแม่ ถ้าผมรัก มันไม่สำคัญว่าเขาเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ผมจะรักที่เขาเป็นเขา จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ แต่ไม่ใช่พี่เอม”
“ถ้าแม่คิดแล้ว แม่ก็ไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน”
ศตวรรษมองท่าทีดื้อๆของแม่อย่างเซ็ง ๆ

แดนยืนรออยู่ที่รถ ภารดีรีบออกมาหาแดนสีหน้าดูร้อนใจมาก
“ทำหน้าอย่างกับโลกจะแตก”
“แตกแน่...พี่รุตม์ไม่กลับมาค้างที่บ้านเป็นอาทิตย์แล้วนะ” แดนพลอยชะงักมองภารดี “ถ้านับจากวันที่ลีลาออกจากโรงพยาบาลก็เวลาพอๆ กันอย่าบอกนะว่าสองคนนั้น”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/2 วันที่ 4 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ