อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/3 วันที่ 4 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/3 วันที่ 4 ธ.ค. 58

“แตกแน่...พี่รุตม์ไม่กลับมาค้างที่บ้านเป็นอาทิตย์แล้วนะ” แดนพลอยชะงักมองภารดี “ถ้านับจากวันที่ลีลาออกจากโรงพยาบาลก็เวลาพอๆ กันอย่าบอกนะว่าสองคนนั้น”
“ไหนคุณว่าเชื่อมั่นนรุตม์ได้ไง”
“แต่เขาอยู่กันสองต่อสอง ลีลาก็ไม่ขี้เหร่ ไฟกับน้ำมันอยู่ใกล้กันแบบนั้น”
“ไม่จริง ลีไม่ใช่คนง่ายๆ”
“พี่รุตม์มีเสน่ห์มากนะ ใครอยู่ใกล้ก็หลงรัก”
“ไม่!” แดนร้องเสียงดัง
“ไม่มีทาง” ภารดีเองก็เช่นกัน
“ไม่ไหวแล้ว เราต้องหาคนตามลีกลับบ้าน”
“ใคร?”

ที่บ้านของชลัมน์ มัสยาเอาจานข้าววางตรงหน้าชลัมน์
“ลีติดต่อมาบ้างหรือเปล่า” ชลัมน์เอ่ยถามพี่สาว
“ไม่เลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ผมรู้ครับว่าลีอยู่ที่ไหน” ชลัมน์กับมัสยาตกใจหันไปเห็นแดนก้าวเข้ามา ทั้งสองแปลกใจว่าแดนมาทำไม



ภายในห้องชุดของนรุตม์ ลีลานั่งอ่านหนังสือนิยายภาษาฝรั่งเศสอยู่ นรุตม์ยืนมองแล้วขยับเข้ามานั่งข้างๆ ลีลารู้สึกตัวก็ขยับหนี นรุตม์ขยับตาม ลีลาขยับจนไปติดมุมโซฟาข้างหนึ่ง นรุตม์ขยับตามไปประชิด
“คุณจะทำอะไร”
“ผมอยากอ่านหนังสือพร้อมคุณ”
“แต่ฉันไม่ชอบอ่านพร้อมใคร” ลีลาจะขยับหนีแต่นรุตม์วางคางเกยที่ไหล่หญิงสาว
ชายหนุ่มอ้อน “ผมขออ่านหนังสือด้วยคนนะ”
“มีอีกหลายเล่ม ไปเลือกดูสิคุณ”
“ผมอยากอ่านเล่มนี้”
ลีลาวางเล่มที่อ่านให้นรุตม์ แล้วหยิบเล่มอื่นมาอ่านแทน แต่นรุตม์ก็ยังตามมาอีก
“เอ๊ะ...” ลีลาชักไม่พอใจ
“ผมอยากอ่านเล่มนี้มากกว่า”
“ทำไมจะต้องอ่านเล่มที่ฉันกำลังอ่านด้วย” ลีลาชักหงุดหงิด
“เพราะผมอยากอ่านพร้อมกับคุณ”
“นี่คุณตีมึนใส่ฉันเหรอ”
“สติผมครบ...ขอผมอ่านด้วยนะครับ นะครับ...”
ลีลาหน้าเซ็งแต่ก็ไม่ได้ลุกหนี นรุตม์ยังเอาคางเกยไหล่ลีลาอ่านไปเงียบๆ ลีลาเปิดหนังสืออีกหน้า
นรุตม์เหลือบมองลีลา แล้วจู่ ๆ นรุตม์ก็พูดประโยคภาษาฝรั่งเศส แต่สายตามองลีลา “Depuis vous m' avez aid?, Je sais que je ne jamais vous laisser aller de ma vie.” (ตั้งแต่วันที่ คุณช่วยผมไว้ ผมก็รู้ว่าจะไม่มีวันปล่อยคุณไปจากชีวิตผมได้อีก) ลีลามองไล่ในหนังสือ จะเปิดหาว่ามันอยู่ตรงไหน “ประโยค มันไม่ได้อยู่ในหนังสือเล่มนั้นหรอกครับ?” ลีลาหันมองนรุตม์ “มันอยู่ที่นี่.....” นรุตม์ชี้ที่หัวใจตัวเอง ลีลาอึ้งๆ เห็นนรุตม์มองมาด้วยสายตาหนักแน่น
ลีลาอยากรู้ “Parce que...tu sens coupable donc voulez me responsable, n'est pas?” (เพราะ...รู้สึกผิดอยาก รับผิดชอบใช่ไหม)
“Parce que ... Je te aime” (เพราะผมรักคุณ) นรุตม์จับมือลีลาขึ้นมาจูบเบาๆ
“เห็นเงียบๆ ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบนะคุณเนี่ย”
“ผมเป็นลูกไก่ในกำมือคุณไง...”
“หวังจะเห็นฉันเขินอาย?”
“หวังให้คุณเห็นว่าผมจริงใจ...คุณจะ...ให้โอกาสผมได้ไหม?” นรุตม์หงายมือข้างๆ ลีลา หญิงสาวมองมือของนรุตม์ แล้วตัดสินใจวางหนังสือบนมือนรุตม์ นรุตม์งง
“หนังสือมันหนา ฉันเมื่อย คุณถือหนังสือให้ฉันได้ไหม? หรือไม่อยากอ่านหนังสือกับฉันแล้ว”
นรุตม์ยิ้มแล้วโอบลีลาไว้พร้อมกับเอาคางเกยไหล่ข้างที่ไม่เจ็บของลีลาพลางกางหนังสืออ่านคู่กันยิ้มๆ ลีลามีความสุขที่ ยอมเปิดให้นรุตม์ก้าวเข้ามาใกล้ชิดกว่าทุกคนที่เคยเจอ

ดึกแเล้ว ลีลานอนบนเตียง ส่วนนรุตม์เอาผ้าห่มคลุมให้ “ฝันถึงผมนะ”
ลีลามองแบบค้อนๆ ในอาการหวานเลี่ยนของอีกฝ่าย นรุตม์ยิ้มแล้วแค่จูบหน้าผากเบาๆ สองคนยิ้มให้ นรุตม์เดินออกจากห้องไป ลีลายิ้มมีความสุข
เช้าวันใหม่ ลีลาคุยโทรศัพท์มือถือของนรุตม์ที่ทิ้งไว้ให้กับอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ฉันกำลังปอกมะม่วงไว้ให้คุณเย็นนี้ รีบกลับมานะคะ” ลีลาวางสายแล้วปอกมะม่วงใส่กล่องอย่างตั้งใจ สีหน้ายิ้มมีความสุขมาก แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของนรุตม์ดังขึ้น ลีลามองเบอร์ไม่คุ้นตาแล้วก็รับสาย “สวัสดีค่ะ...” ลีลาฟังแล้วตกใจที่ได้ยินเสียงมัสยา “คุณป้า”

นรุตม์กับธีรพัฒน์ออกมาจากห้องประชุม “สรุปการประชุมวันนี้ แล้วอาทิตย์หน้านัด Monthly meeting ด้วยนะ”
“ครับ...”
“จะไปหานังลีลาใช่ไหม กล้า กล้า!” นรุตม์กับธีรพัฒน์ชะงักที่ได้ยินเสียงโวยวายของศิรินธาร แล้วเห็นหาญกล้าเดินมา โดยมีศิรินธารตามมากระชากหาญกล้า ส่วนลำไพรตามมาสีหน้าดูตกใจ “ลูกหยีไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น”
“ผมจะไปทำงาน”
“ไม่จริง คุณจะไปหานังหน้าด้านนั่น!”
“เลิกบ้าได้ไหม!” หาญกล้าตวาดกลับ
กลุ่มพนักงานที่เดินตามหลังนรุตม์มาจากห้องประชุม ต่างชะงักที่เห็นการยื้อยุดระหว่างศิรินธารกับ หาญกล้า
นรุตม์เห็นท่าไม่ดี เข้าไปดึงมือศิรินธาร“พอได้แล้วลูกหยี!”
“ลูกหยีไม่ให้คุณไปนะกล้า!” ศิรินธารยังโวยวายไม่เลิก นรุตม์ดึงลูกหยีออกไป
หาญกล้าเห็นพนักงานที่มองมา ก็ตวาดใส่ “มองอะไรกัน ไปทำงาน!” พนักงานต่างๆ พากันแตกฮือ หาญกล้าหัวเสียมาก “ใครมันเป็นสายให้ลูกหยีนะ จับได้ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“ไพรจะพยายามหาตัวมันให้เจอนะคะ”
หาญกล้าหงุดหงิด ขณะที่ลำไพรแอบยิ้ม อย่างสะใจ

นรุตม์จูงมือศิรินธารที่ยังหงุดหงิดเข้ามาบริเวณริมน้ำหลังโรงแรม ศิรินธารพยายามดึงแขนให้หลุดจากการจับของนรุตม์ นรุตม์จับบีบไว้นิ่งๆ ไม่ดึงแต่ไม่ปล่อย
“มันเจ็บนะพี่รุตม์ ปล่อย!”
“เมื่อลูกหยีพร้อมฟังพี่ พี่จะปล่อย” นรุตม์เอ่ยเสียงเรียบอย่างใจเย็น
ศิรินธารยืนนิ่งมองนรุตม์ อย่างน้อยใจ “ฟังว่าลูกหยีเลวยังไง ลีลามันดีแค่ไหนใช่ไหมคะ สิ่งที่พี่รุตม์อยากให้ลูกหยีฟัง”
”พร้อมจะฟังหรือยัง?” ศิรินธารค่อยๆ หายใจ ช้าลงแล้วค่อยๆ สงบลง “พี่ไม่เคยเห็นว่าลูกหยีเลว...น้องสาวพี่ไม่ได้เป็นคนเลว แค่เอาแต่ใจ” ศิรินธารเงยหน้าขวับ! “ไม่มีกาลเทศะ เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ถ้าพี่พูดผิดตรงไหน ลูกหยีก็แย้งมาได้เลย” ศิรินธารเงียบไปเถียงไม่ออก “ที่นี่เป็นที่ทำงาน ลูกหยีไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาวุ่นวายที่นี่ มันไม่ดีกับหาญกล้าแล้วก็ตัวลูกหยีเอง พนักงานจะเคารพหาญกล้าได้ยังไง ถ้าลูกหยียังไม่ให้เกียรติสามีตัวเอง”
“พี่รุตม์คิดว่าลูกหยีอยากทำเหรอคะ ลูกหยีพยายามจะใจเย็น แต่กล้าก็ไม่เคยเกรงใจ” ศิรินธารเจ็บแค้น “จับผิดทุกครั้ง เจอทุกครั้ง” ศิรินธารพรั่งพรูด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อย่างใจเลย
นรุตม์กอดปลอบ “พี่เข้าใจลูกหยีนะ”
“พี่ไม่เข้าใจหรอกว่าลูกหยีรู้สึกยังไงที่จับได้ว่าสามีตัวเองคอยโทรหาผู้หญิงอื่นตลอดเวลา ต้องเป็นเมียหน้าโง่ ให้คนเขาหัวเราะเยาะสมน้ำหน้า ลูกหยีพยายามอดทน แต่มันทนไม่ไหวแล้ว! ไม่ไหวแล้ว....” ศิ
นรุตม์กอดนิ่งๆ ให้ศิรินธารได้ร้องไห้ระบายออกมา “ถ้าเอาแต่คิดวนเวียนแบบนี้ ลูกหยีก็ต้องระแวงทั้งที่หาญกล้ากับลีลาอาจจะไม่ได้ทำอย่างที่คิดก็ได้ แบบนี้ คนที่ไม่มีความสุขคือลูกหยีเองนะ”
“เวลาที่กล้าอยู่กับลูกหยี ยังอดคิดไม่ได้ว่าใจเขาอยู่กับเราหรือเปล่า เขาคิดถึงใคร เขารักลูกหยีบ้างไหม”
“แล้วต้องทำยังไงลูกหยีถึงจะเลิกระแวง”
“ลูกหยีไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ทำไมมันต้องมายุ่งกับกล้า ผู้ชายก็มีตั้งเยอะ จะมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้มันหยุดร่านบ้าง ได้ไหม”
“ลูกหยี พูดแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะ”
“ลูกหยีจะพูด ลูกหยีเกลียดมัน! เกลียด ๆ ๆ ๆ ใครก็ได้ช่วยเอามันไปจากชีวิตของกล้าที”
นรุตม์กอดลูกหยีที่ร้องไห้ด้วยความกดดัน และพยายามปลอบโยนอีกฝ่ายอย่างใช้ความคิดไปด้วย

ที่เพนท์เฮ้าส์ของนรุตม์ เสียงโทรศัพท์ดัง แต่ภายในห้องว่างเปล่าไม่มีคนรับสาย นรุตม์ไม่สบายใจ เขากดวางแล้วกดเบอร์โทรออกใหม่ “คุณภา....ลีโทรหาคุณเหรอเปล่าครับ ผมโทรไปเขาไม่รับสายผม”
“ฉันไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ให้คนขึ้นไปดูหรือยังคะ ลีไม่อยู่บนห้องเหรอคะ ตอนนี้ฉันติดคุยงานอยู่แล้วจะโทรกลับนะคะ” วัลภาวางสายเดินเข้ามาเห็นดลฤดีนั่งอยู่กับใบบอน “ขอโทษนะคะ”
ดลฤดีอดไม่ได้กระซิบถาม “มีเรื่องอะไรเหรอเจ๊”
“คุณรุตม์บอกว่าลีออกไปไหนไม่รู้”
“เรื่องดีลในการใช้เสื้อผ้าของศิลปินในค่าย หลักๆ จะมีตามที่ระบุไว้ในเอกสารนะคะ” ใบบอนชี้แจงรายละเอียด
วัลภารรับเอกสารมาดู
ดลฤดีกังวล “ถ้ามันไม่ได้โทรบอกเจ๊ มันจะมีเรื่องหรือเปล่าเนี่ย”
ใบบอนเห็นดลฤดีกับวัลภาดูไม่สบายใจจึงเอ่ยขึ้น“ถ้าวันนี้ไม่สะดวก ไว้เรานัดคุยกันอีกทีดีไหมคะ”
“ขอโทษค่ะ พอดีมีงานด่วนนิดหน่อย แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ” วัลภาบอกดลฤดี “เอางานให้เคลียร์ก่อน”
ดลฤดีรู้สึกตัวยิ้มอย่างรู้สึกผิดให้กับใบบอน แต่สีหน้าชักเริ่มกังวลห่วงลีลา

ที่ฟิตเนสของโรงแรม Eden แดนกำลังวิ่งบนสายพาน นรุตม์ก้าวเข้ามา แดนมองนรุตม์แล้วกดให้เครื่องช้าลง จนกลายเป็นเดิน
“คุณมีธุระอะไร”
“คุณพาลีไปหรือเปล่า”
“เปล่า...”
“ลีลาหายไป คุณควรจะรู้เรื่องนี้”
แดนคิด ๆ มั่นใจว่าเป็นฝีมือบ้านชลัมน์ แต่ก็ทำเนียนไม่รู้เรื่อง “ไหนคุณบอกว่าให้เกียรติลีตัดสินใจไง ที่วิ่งพล่านตามหาเนี่ยคุณก็น่าจะรู้นะว่าคำตอบลีคืออะไร”
“ผมอยากรู้ว่าลีลาปลอดภัยใช่ไหม”
“ถ้าลีอยากให้คุณรู้ก็จะติดต่อคุณเอง”
นรุตม์มองแดนที่มองตอบด้วยสายตาแข็งกร้าว ก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมพูดอะไรแน่ๆ

ภายในของบ้านชลัมน์ มัสยาเดินนำลีลาเข้ามาในบ้าน ชลัมน์นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น ใส่หมวกคลุมศีรษะไว้ สีหน้าดูซีดเซียว ไม่สดใส ชลัมน์มีอาการคลื่นไส้ต่อหน้าลีลา มัสยาต้องรีบหยิบกระโถนอันเล็กมาช่วยรองให้ ลีลาอึ้งที่เห็นสภาพพ่อของตนดูทรุดโทรมไปมาก ลีลาสบตากับมัสยา ผ้เป็นป้ามองตอบด้วยสายตาที่ท้อและสิ้นหวัง ลีลารู้สึกใจหาย และรู้สึกผิด นึกถึงตอนที่มัสยามาหาตนที่คอนโดและเล่าเรื่องให้ฟังก่อนที่จะมาพบกับชลัมน์

“คุณป้า...คุณป้ามาที่นี่ได้ยังไงคะ” ลีลารีบเดินเข้ามาหามัสยาที่รออยู่
“ป้าเห็นลีหายไปก็ห่วงว่าลีลาจะเป็นอะไร ลำบากมากไหม แต่ดูๆ ไปแล้วลีก็ดูสบายดี ลูกชายของศิริเขาคงดูแลลีดีใช่ไหมลูก” ลีลาอึ้งไปนิด “บอกป้ามาสิว่า...ที่มันพาตัวลีมาไว้ที่นี่เพราะมันรู้แล้วใช่ไหมว่าลีเป็นลูกชลัมน์”
“ไม่ค่ะ...เขายังไม่รู้ว่าลีกับพ่อเกี่ยวข้องกัน”
“ถ้าอย่างนั้น...มันคงเป็นผู้ชายมักง่ายที่คิดจะหลอกกินฟรีใช่ไหม”
ลีลาลืมตัวออกรับแทนนรุตม์ “คุณรุตม์ไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ เขารู้สึกผิดก็เลยอยากดูแลรับผิดชอบจนกว่าลีจะหายดีเท่านั้น”
มัสยามองท่าทีออกรับแทนของลีลาอย่างจับสังเกต “ลีกำลังจะบอกป้าว่ามันเป็นคนดีอย่างนั้นเหรอ”
“เท่าที่ลีรู้จักเขา...ก็ยังไม่มีอะไรที่มัน...เลวร้าย”
มัสยาถอนใจ “ลีไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เพราะเท่าที่เป็นอยู่ พ่อเราก็รับแทบไม่ไหวอยู่แล้ว”
ลีลากังวล “คุณพ่อเป็นอะไรเหรอคะคุณป้า”

ชลัมน์แตะที่หมวกซึ่งใช้คลุมศีรษะไว้ “มันเป็นผลข้างเคียงที่พ่อทำคีโม” ลีลาเข้ามาคุกเข่าข้างชลัมน์ พยายามจะแตะที่หมวก แต่ชลัมน์เอนหนี เอ่ยห้าม “อย่า....สภาพมันไม่น่าดูนักหรอก”
“ป้าเห็นยังแทบไม่ไหวเลย...พ่อเขาก็รู้สึกแย่”
“อย่าทำให้ผมรู้สึกสมเพชตัวเองไปกว่านี้เลยพี่มัส”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/3 วันที่ 4 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ