อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/5 วันที่ 5 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/5 วันที่ 5 ธ.ค. 58

ดลฤดีแย้ง “แกอย่าลืมว่าเราเป็นพาณิชย์ศิลป์ ถ้าติสท์แตกแล้วอดตาย ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จนะ”
“ฉันไม่ได้ติสท์แต่ฉันมีจุดยืน” ลีลาเปลี่ยนเรื่อง “พรุ่งนี้วันเกิดเจ๊ภาเราจะไปลั้นลาที่ไหนกันดี”
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง” ดลฤดีรู้ทัน
“เจ๊ดูสิ ดีดี้มันเห็นงานสำคัญกว่าเจ๊ มันไม่รักเจ๊จริงนะ” ลีลาหันไปฟ้องวัลภา
“ไอ้ลี หายดีก็ปากเสียเลยนะ” ดลฤดีโวยวาย
“พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ ลีจะไหวเหรอ” วัลภาถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
“เพื่อเจ๊ที่รักลีไหวอยู่แล้ว”
นรุตม์เดินเข้ามา “ลีครับ....เสร็จงานหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ยิ้มมาแบบนี้ จะรับลีไปกินข้าวเหรอคะ” ดลฤดีเอ่ยแซวขึ้น
“ครับ” นรุตม์ยิ้มรับ สองสาวมองนรุตม์ที่รับคำหน้าชื่นอย่างเหวอ ๆ


ดลฤดีหันมาถาม “ลี...ยังไงเนี่ย..ยังไง” ลีลามีท่าทางเขินนิดๆ
“คือผมกับลี....เรา...” นรุตม์ยื่นมือไปตรงหน้าลีลา แบมือออก ลีลาวางมือลงบนมือนรุตม์ นรุตม์ยิ้มแล้วจับมือลีลา ก่อนจะหันมาบอกกับวัลภา และดลฤดี “ผมขออนุญาตคุณเพื่อนๆ พาคนสำคัญไปกินข้าวนะครับ”
สองสาวมองมาแบบจริงเหรอ ลีลายิ้มๆ “เดี๋ยวกลับมาแถลงนะคะ”
นรุตม์จูงมือลีลาเดิน ออกไป ดลฤดีมองตามยิ้มๆ ในขณะที่วัลภามองตามสีหน้าเครียดๆ
ดลฤดีมองวัลภางงๆ “เจ๊เชียร์สองคนนั้นไม่ใช่เหรอ ไอ้ลีมันแฮปปี้แล้ว เจ๊จะทำหน้าแก่ทำไม”
วัลภาตีปากดลฤดีอย่างหมั่นไส้ “เผลอไม่ได้.....” เธออดสงสารลีลาไม่ได้ “ถ้ามันแฮปปี้จริงๆ ก็ดีสิ”

ที่ห้องทำงานหาญกล้า หาญกล้าต่อยผนังดังปัง! สีหน้าเจ็บใจมาก
ลำไพรยืนมองอย่างเย้ยหยัน “เสียดายเหรอคะ....คุณได้เขาไปถึงไหนต่อไหนส่งต่อให้คุณรุตม์กินเดน ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียขนาดนี้”
หาญกล้ายิ่งจี๊ดเพราะยังไม่เคยได้กินเลยสักครั้ง “หุบปาก!...ฉันไม่ได้ถามความเห็นเธอ!”
ลำไพรมองๆ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปจับมือหาญกล้าพยายามจะแสดงออก แต่เจอหาญกล้าปัดอย่างไม่แยแส
ลำไพรพยายามใจเย็น “ถ้าคุณหิวน้ำ ก็แค่หาน้ำกินก็เท่านั้น” เธอวางมือที่อกหาญกล้า
หาญกล้าจับไว้บีบ แน่นด้วยความแค้นจึงระบายออกกับลำไพร “ผมอยากดื่มน้ำแร่จะให้ทดแทนด้วยน้ำบาดาล มันไม่มีทางแทนกันได้! แล้วก็อย่าให้มันเกินข้อตกลง ของเรา...ที่นี่ที่ทำงาน เจียมตัวให้สมฐานะด้วย! ออกไป!”
“ค่ะ” ลำไพรสะกดอารมณ์เต็มที่ แล้วเดินออกไปโกรธที่ถูกดูถูกแต่ก็ยังพยายามเก็บกดไว้

นรุตม์เดินจูงมือลีลามาตามทาง
“นี่ที่ทำงานคุณนะคะ ไม่กลัวคนอื่นเห็นเหรอ”
นรุตม์ทำหน้างง “ทำไมต้องกลัว การมีแฟนไม่ใช่ความผิดนี่ครับ” พูดไม่ทันขาดคำเจอพวกอารีย์ที่กำลังจะไปโรงอาหารเข้าจังๆ ทุกคนอึ้งมองมือนรุตม์ที่จูงมือลีลาอยู่ นรุตม์ทักเหล่าพนักงาน“พักเที่ยงเหรอครับ”
“เอ่อ...” อารีย์อึกอัก ชาติสะกิดอารีย์ที่ยังอึ้งๆ ให้รู้สึกตัว แต่อารีย์ดูจะยังงงๆ ชาติต้องกระตุกแขนอารีย์ แรงขึ้น อารีย์รู้สึกตัวรีบตอบ “อ๋อ...ค่ะ...แล้วคุณรุตม์ล่ะคะ”
“ผมกับคุณลีจะไปทานกลางวันกันน่ะครับ” ทุกคนพยักหน้ารับคำยิ้มๆ “ไปก่อนนะครับ”
นรุตม์จูงมือลีลาเดินออกไป ทุกคนหันมองตามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ลีลามองอย่างหมั่นไส้ “นี่มันจงใจสร้างกระแสชัดๆ ตั้งใจฝากไปบอกใครหรือเปล่า”
“ก็นิดหน่อย ประกาศความเป็นเจ้าของไว้จะได้ไม่มีใครกล้าแตะคุณ”
“ฟังดูเหมือนเป็นล้อแม๊กซ์ที่มีสุนัขมาฉี่แสดงอาณาเขตเลย”
“ปากจัดมากๆ ระวังจะโดนกัดปากนะ” นรุตม์เย้าแหย่
ลีลาอึ้ง “เอ่อ...นี่ตัวจริงคุณใช่ไหม คุณรุตม์ผู้แสนดี”
“ผมก็เป็นคนธรรมดา มีทั้งดี เลว ปนๆ กันไป มีแฟนแบบนี้...กลัวว่าจะเลือกผิดไหม”
“ถามฉันหรือถามตัวเองคะ”
“ถ้าผมเลือกแล้วผมไม่เคยลังเล” นรุตม์ดึงจมูกลีลาเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ลีลายิ้มให้ นรุตม์จูงมือลีลาอย่างมีความสุข ขณะที่ลีลาลอบมองนรุตม์อย่างหนักใจรู้สึกผิด

ที่โรงอาหาร จิ๊บดราม่ามากเมื่อเห็นนรุตม์และลีลาคบกัน “คุณรุตม์...คุณรุตม์ของจิ๊บถูกคาบไปแล้ว มันไม่จริงใช่ไหม ไม่จริง” จิ๊บคร่ำครวญ
ก้องหมั่นไส้ “เสียใจอย่างกับเคยเป็นแฟน ขนหน้าแข้งคุณรุตม์แกยังไม่เคยได้เด็ดดมสักเส้น”
“คุณรุตม์ของจิ๊บ จิ๊บจะเป็นลม...” จิ๊บทิ้งตัวแต่ไม่มีใครรับ เลยล้มลงไปกระแทกพื้นเต็มๆ ปึ้ก! “โอ้ย ! น้ำใจน่ะมีไหม มันเจ็บนะเนี่ย”
เหมียวอิจฉา “คุณรุตม์รอดปากเหยี่ยวปากกามาตั้งนาน มาเจอคุณลีลาคาบไปรับประทานแบบนี้ คงลีลาสมชื่อจริงๆ นะ” ลำไพรเข้ามาตักข้าวใส่จานจะเดินมานั่งกินชะงัก
อารีย์ปราม “นี่ๆๆ พูดให้มันดีๆ หน่อย คุณลีลาเขาคบกับเจ้านายเราก็ต้องให้เกียรติเขา”
“งั้นเราก็ต้องรับใช้คุณลีลาเป็นเจ้านายอีกคนสินะ” ก้องเอ่ยขึ้น ลำไพรได้ยินประเด็นรับใช้รู้สึกจี๊ดใจอย่างมาก “ต่อไปเจอหน้าจะต้องชะเลียซะหน่อยแล้ว คุณลีลาอย่างนั้น คุณลีลาอย่างนี้” ก้องจีบปากจีบคอ ลำไพรยิ่งฟังยิ่งเดือดทนไม่ได้ แกล้งทำเป็นเดินสะดุดจนข้าวในมือหกคว่ำลงบนหัวก้องที่นั่งกินข้าวอยู่ “โอ๊ย ร้อนๆ ๆ” ก้องร้องโวยวาย
ลำไพรทำเป็นตื่นตกใจ “ขอโทษนะก้อง ฉันเดินสะดุด ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษๆ ๆ”
จิ๊บมองอย่างไม่พอใจ“สะดุดอะไรคะ คุณลำไพร ไม่เห็นมีอะไรขวางให้สะดุดสักนิด”
เหมียวเองก็รู้สึกเมือนกับจิ๊บ“เหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆ”
ลำไพรหันขวับ“ทำไมฉันจะต้องแกล้งพวกเธอด้วย”
อารีย์ลุกขึ้นห้าม “พอค่ะ พอเลย ไม่ต้องทะเลาะกัน ก้องไปล้างตัว จิ๊บ เหมียวกินข้าวเสร็จแล้วก็ไปเตรียมตัวทำงาน คนอื่นๆ กินเสร็จแล้วก็แยกย้าย” พนักงานเดินแยกย้ายกันออกไป อารีย์จะเดินผ่านลำไพร เอ่ยอย่างรู้ทัน “หวังว่าจะไม่ตั้งใจแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ เพราะครั้งหน้าฉันคงยอมไม่ได้”
ลำไพรตากร้าวประสานกับอารีย์ อารีย์มองอย่างรู้ดีว่าลำไพรตั้งใจและไม่ธรรมดา จากนั้นเดินออกไป ลำไพรมองตามอย่างหัวเสีย ที่อะไรก็ไม่เป็นดังใจไปซะหมด

ที่บ้านของศิริ ศตวรรษซ้อมเปียโนอยู่ ในขณะที่ศิรินธารกำลังทำเล็บเท้าโดยพนักงานที่มาบริการถึงบ้าน
กัลยายืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอก สีหน้ากัลยาเครียดเอ่ยถามลูกชายคนโต “รัลอยู่ที่โน่นเป็นยังไงบ้าง”
ณรัลคุยโทรศัพท์พยายามเรียกความสงสาร “ที่นี่มันไม่มีวันฟื้นตัวได้หรอกครับแม่ ไอ้รุตม์มันจงใจให้ผมหมดทางไป ไม่ว่าผมจะพยายามยังไงก็ไม่มีวันพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นได้ มันวางแผนปิดทางทุกอย่างไว้”
“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ผมเป็นห่วงแม่ เป็นห่วงน้องๆ มันจงใจบีบให้ผมตายอยู่ที่นี่ แล้วก็ฮุบทุกอย่างที่พ่อสร้างมา” ณรัลเริ่มใส่ไฟอีกฝ่าย สีหน้ากัลยาดูกังวลมากๆ “แม่ครับ ผมอยากกลับบ้าน อยากไปดูแลแม่กับน้องๆ แม่ช่วยผมได้ไหมครับ”
“รัลก็รู้ว่าพ่อไม่ชอบให้แม่ก้าวก่ายเรื่องงาน รัลอดทนอีกสักพักได้ไหม แม่จะพยายามคุยกับคุณพ่อให้ แม่เป็นห่วงลูกนะรัล”
“ผมรักแม่นะครับ...” ณรัลกดวางสาย จากสีหน้าดูน่าสงสารกลายเป็นหัวเสีย “โธ่เว้ย!” ณรัลมองภาพศิริยืนเคียงข้างนรุตม์กับภาพข่าวว่ากำลังจะมีการเซ็นสัญญาร่วมทุนเร็วๆ นี้ ณรัลแค้นใจมาก
วิทยาเดินเข้ามา “ทางสำนักงานใหญ่ถามถึงแผนงานคืบหน้าที่คุณณรัลต้องทำส่งไปทางกรุงเทพฯครับ” ณรัลปัดเอกสารทิ้งอย่างหัวเสีย “ถ้าคิดอีกแง่ที่นี่คืออาณาจักรของคุณนะครับ”
ณรัลลุกขึ้นไปมองรอบๆ อย่างสมเพช“คนอย่างฉันจะต้องเป็นเจ้าของอาณาจักร Castle เท่านั้น ไม่ใช่ที่นี่! ฉันจะไม่ยอมให้มันได้ครองที่นั่นอย่างมีความสุข ฉันสาบาน!” ณรัลจมกับการพยายามครุ่นคิดหาทางเล่นงานนรุตม์
วิทยามองอย่างเหนื่อยใจที่ความผิดพลาดไม่ได้เป็นบทเรียนสำหรับณรัลเลย

กัลยาเดินกลับเข้ามาหาศตวรรษที่ยังคงเล่นเปียโนอยู่ “เลิกเล่นได้แล้ว ตาวรรษ!” กัลยาหันไปหาพนักงานทำเล็บ “พวกเธอออกไปก่อน”
“เย็นนี้ลูกหยีต้องรีบไปรับกล้ากินข้าวนะคะ” ศิรินธารหงุดหงิด
“ฉันบอกให้ออกไป!” กัลยาขึ้นเสียง พนักงานรีบลนลานออกไป
“อะไรดลใจให้ของขึ้นอีกล่ะคะ แม่”
“มันถึงเวลาที่พวกลูกสองคนต้องจริงจังกับทำงาน เรื่องแบรนด์น้ำหอมเราไปถึงไหนแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่ กล้าเขาดูแลอยู่”
“ลูกหยี แม่สนับสนุนให้ลูกทำน้ำหอมเพราะคิดว่าลูกอยากทำงานนะ! คิดจะจริงจังกับงานสักครั้ง ในชีวิตบ้างไหม”
“แม่บอกลูกหยีเองว่าเงินเรามีตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องไปทำงานให้มันปวดหัว ลูกหยีเชื่อฟังแม่แล้ว ลูกหยี ผิดเหรอคะ” ศิรินธารย้อนทำเอากัลยาอึ้ง
“ลูกหยี อย่าพูดเสียงแข็งกับคุณแม่แบบนั้น” ศตวรรษปรามน้อง ศิรินธารฮึดฮัดแต่ไม่กล้าพูดแรงๆ กับศตวรรษ ชายหนุ่มหันมาถามคนเป็นแม่ “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่”
กัลยามองศตวรรษอย่างตัดสินใจ “แม่อยากให้วรรษไปทำงานบริหารที่โรงแรมของเรา”
ศตวรรษอึ้ง “แม่ครับ...ผมเซ็นสัญญาเข้าค่ายเพลงแล้ว ผมกำลังจะเป็นศิลปินนะครับแม่”
“ก็ไปยกเลิกซะ เสียค่าปรับเท่าไหร่แม่ก็จะจ่าย”
“ผมทำไม่ได้ครับแม่”
“ทำตามที่แม่บอก”
“แม่ฟังผมหน่อยได้ไหมครับ เรื่องนี้มันสำคัญกับผมจริง ๆ”
“วรรษต่างหากที่ต้องฟังแม่! โรงแรมคือสิ่งที่พ่อสร้างไว้ให้วรรษกับลูกหยี ลูกสองคนจะต้องดูแลมันต่อจากคุณพ่อ”
“ผมอยากเป็นนักร้อง มันเป็นความฝันของผม”
“แล้วความฝันของแม่ล่ะ ความฝันที่จะเห็นลูกๆ มั่นคง บริหารโรงแรมต่อไป ถ้าลูกไม่ทำมันจะต้องตกไปอยู่ในมือของคนโกง พวกลูกจะไม่เหลืออะไรเลย ถ้าเป็นแบบนั้นแม่จะตายตาหลับได้ยังไง”
“ทำไมแม่คิดมากขนาดนั้นล่ะคะ พี่รุตม์ก็ดูแลโรงแรมดีอยู่แล้ว” ศิรินธารแปลกใจ
“มันกำลังจะฮุบทุกอย่างต่างหาก ณรัลก็โดนมันกำจัดไปคนแล้ว ต่อไปคงเป็นวรรษ เป็นลูกหยี”
“พี่รุตม์ไม่มีวันทำร้ายเรา ผมเชื่อในตัวพี่รุตม์” ศตวรรษเอ่ยอย่างเชื่อมั่น
“ลูกหยีว่าแม่อย่าคิดมากเลยค่ะ พี่รุตม์คงไม่ทำแบบนั้นหรอก” ศิรินธารปลอบแม่
“ถ้าลูกไว้ใจนรุตม์มากเกินไป ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย ไม่ว่ายังไงก็ตาม แม่ตัดสินใจแล้วว่าวรรษต้องไปดูแลโรงแรม ไปยกเลิกสัญญากับค่ายเพลงซะ” กัลยาพูดจบก็เดินหนี
“แม่ครับ...แม่” ศตวรรษอึ้งไป
ศิรินธารมองศตวรรษาอย่างเห็นใจ “ยังมีทางนะพี่ บ้านเราพ่อใหญ่สุดนะพี่วรรษ...” ศตวรรษเครียด

ที่ห้องหนังสือของศิริ ศิริมองศตวรรษขอร้องอย่างพิจารณา
“พ่อช่วยพูดกับแม่ให้ผมหน่อยนะครับ”
“วรรษก็รู้ว่าใจพ่ออยากให้วรรษไปช่วยงานที่โรงแรม”
“พ่อไม่ไว้ใจพี่รุตม์เหมือนแม่เหรอครับ”
“พ่อไว้ใจรุตม์ แต่มันจะเห็นแก่ตัวไปไหม ถ้าวรรษจะเอาตัวรอดทิ้งให้รุตม์ทำงานอยู่คนเดียว พี่รุตม์เขาก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง วิถีศิลปินพ่อไม่ห้ามเพราะมันคือความฝัน...แต่ความรับผิดชอบต่อคนอื่นวรรษก็ต้องมีเหมือนกัน”
“อ้อมไปอ้อมมา สรุปพ่อก็ไม่ยอมให้ผมเป็นนักร้องใช่ไหมครับ”
“ก็แล้วแต่วรรษจะเข้าใจ ทำไมคนเราชอบที่จะมีทางเลือกแค่สองทางนะ ได้เป็นกับไม่ได้เป็น ชีวิตมันมีทางออกแค่สองทางจริงๆ เหรอวรรษ”
ศตวรรษมองศิริอย่างพยายามจะตีความ

รถนรุตม์เข้ามาจอดรถที่หน้าบ้านลีลา เขาเดินลงมาเปิดประตูให้หญิงสาว ลีลาก้าวลงมาจากรถ
“คืนนี้คุณจะกลับไปที่คอนโดหรือกลับบ้านคะ”
“บ้านครับ...ต่อไปนี้คงไปอยู่ที่คอนโดไม่ได้แล้ว”
“ทำไมล่ะคะ”
“ผมกลัวว่าตัวเองจะ...คิดถึงคุณมากเกินไป”
“เอ่อ....” ลีลาฟังแล้วอึ้ง
“เลี่ยนใช่ไหม”
“นิดหน่อย...”
“มือใหม่ก็อย่างนี้ล่ะครับ...จะปรับปรุงให้ดีขึ้นเร็วๆ นี้ ฝันดีนะครับ”
“ขับรถดีๆ นะคะ” ลีลาเอ่ยเป็นห่วง
นรุตม์กลับขึ้นรถ ลีลายืนส่งนรุตม์ด้วยรอยยิ้ม พอรถของนรุตม์แล่นออกไป สีหน้าลีลาจากที่ยิ้มๆ เป็นเหน็ดเหนื่อย กับการที่ต้องหลอกลวงนรุตม์

ลีลาเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าหงอย ๆ ชะงักที่เห็นวัลภากับดลฤดีรออยู่ “มารอกันนานหรือยังคะ”
“ลี....แบบนี้มันไม่เวิร์คหรอก เชื่อเจ๊เถอะ” วัลภาเอ่ยขึ้น
“คิดเยอะๆ เว้ยลี...มันได้ไม่คุ้มเสียนะ” ดลฤดีเตือน
“ฉันคิดรอบด้านแล้ว นี่เป็นทางที่ดีที่สุด ลีได้อยู่กับคนที่ลีรัก แล้วยังได้ช่วยพ่ออีกด้วย”
“มันจะง่ายอย่างนั้นเหรอลี” ดลฤดีไม่เห็นด้วย
“เมื่อลีกับเขาแต่งงานกัน ลีจะเล่าความจริงให้เขาฟัง ลีเชื่อว่าเขาต้องรู้สึกผิดและชดใช้แทนพ่อของเขา รุตม์เขาเป็นคนรักความถูกต้อง ลีเชื่อว่าสิ่งที่ลีทำนั้นถูกต้อง” ลีลาสีหน้าไม่มั่นใจเลย “นรุตม์จะต้องอภัยในสิ่งที่ลีทำ”
“ถ้างั้นเจ๊ก็จะเอาใจช่วย ขอให้ลีทำสำเร็จตามที่ลีหวังให้เป็นนะ” วัลภาอวยพร
“ขอบคุณค่ะเจ๊ ลีเหนื่อย ขอไปพักก่อนนะ” ลีลาเอ่ยจบก็ขอตัวเดินขึ้นห้องไป
ดลฤดีงง “ไหนว่ามันไม่ถูกแล้วไปให้กำลังใจมันทำไม มันจะจบไม่สวยไม่ใช่เหรอเจ๊”
“แล้วจะให้ลีมันทำยังไง คนนึงก็แฟน อีกคนก็พ่อ เป็นดีดี้จะเลือกได้ไหมล่ะ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 8/5 วันที่ 5 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ