อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ธ.ค. 58

ดลฤดีงง “ไหนว่ามันไม่ถูกแล้วไปให้กำลังใจมันทำไม มันจะจบไม่สวยไม่ใช่เหรอเจ๊”
“แล้วจะให้ลีมันทำยังไง คนนึงก็แฟน อีกคนก็พ่อ เป็นดีดี้จะเลือกได้ไหมล่ะ”
ดลฤดีคิดตาม “ก็จริงนะ เราไม่ได้เป็นคนที่ยืนอยู่ตรงที่ลีมันยืน จะไปตัดสินใจแทนมันก็คงไม่ได้”
“เป็นคนวงนอกมันเก่งตลอด ฉลาดหาทางออก มองรอบด้านกว่าเพราะมันไม่ผูกพันไง ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่คนที่ยืนอยู่มันมีหลายบริบทที่เราไม่เข้าใจก็ไปตัดสินเขา”
“เหมือนอย่างศิรินธารที่ผัวเล๊ว...เลวแต่ก็ทนอยู่ได้น่ะเหรอ”

“อืม...เราไม่ได้ไปรู้รายละเอียดในชีวิตเขา ตัดสินเขาไม่ได้ อย่างเรื่องของลี เจ๊เชื่อว่าลีไม่ได้มีความสุขหรอก ที่ทำแบบนี้”
“เพราะมันรักคุณรุตม์จริงๆ ใช่ไหม”
วัลภาถอนใจอย่างสงสารลีลา



ลีลานั่งอยู่เพียงลำพังภายในห้องนอน มือจิกตัวเองด้วยความเครียดกับการกระทำที่ตัวเองทำอยู่ คำพูดเรื่อง ถูกต้องกับถูกใจ วนเวียนอยู่ในหัว
“Parce que ... Je te aime”(เพราะผมรักคุณ)
คำว่ารักของนรุตม์มันก้องอยู่ในหัว ลีลาร้องไห้รู้สึกเจ็บปวดทรมานที่ต้องหลอกใช้นรุตม์เป็นเครื่องมือ

ภายในสวน บ้านของศิริ นรุตม์นั่งมองพระจันทร์ยิ้มๆ คิดถึงลีลามีความสุข ศตวรรษเข้ามาเห็นนรุตม์ที่นั่งมองดวงจันทร์ยิ้ม ๆ ก็โบกมือตรงหน้านรุตม์
“พี่ยังไม่ได้สติหลุดขนาดนั้น”
“แต่ผมว่าตั้งแต่พี่อินเลิฟ พี่เปลี่ยนไปมากจริง ๆ”
“ความรักทำให้พี่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร”
“เกินไปไหมพี่”
“รู้ไหมว่าทำไมพี่ถึงไม่เคยมีแฟนเลย”
“เพราะพี่บ้างานไง”
“เพราะพี่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่รักพี่ด้วยชีวิตเหมือนเขา”
ศตวรรษมองอย่างสงสัย “มีความรักนี่...มันดีไหมพี่”
“ได้ยินเสียงก็มีความสุข แค่คิดถึงก็ยิ้มได้ตลอดเวลา” นรุตม์ยิ้ม
“มันคงดีมากจริงๆ ทำให้คนทื่อๆ อย่างพี่ มุ้งมิ้งได้ขนาดนี้นี่พี่บิ้วท์ซะผมอิจฉาเลยนะเนี่ย อยากเจอคนที่ทำให้รู้สึกแบบนี้บ้าง”
นรุตม์รู้สึกตัว “มันคงตลกนะ อายุป่านนี้เพิ่งจะมีป๊อบปี้เลิฟ”
“ก็พี่ทำงานหนักมาตลอด” ศตวรรษชะงักคิดถึงคำพูดของศิริ ศตวรรษมองนรุตม์ที่ดูมีความสุขกว่าที่เคย
“แต่มันจะเห็นแก่ตัวไปไหมถ้าวรรษจะเอาตัวรอดทิ้งให้รุตม์ทำงานอยู่คนเดียว พี่รุตม์เขาก็ต้องมีชีวิต ของตัวเอง วิถีศิลปินพ่อไม่ห้ามเพราะมันคือความฝัน...แต่ความรับผิดชอบต่อคนอื่นวรรษก็ต้องมีเหมือนกัน” ศตวรรษคิดหนัก

วันต่อมา ที่บ้านเด็กตาบอด ศตวรรษจับมือเด็กตาบอดวางบนคีย์บอร์ดเพื่อสอนเด็กๆ เล่นเปียโน
“ลีมาถึงแล้วนะคะเจ๊ เจ๊กับดีดี้อีกไกลไหมคะ โอเคค่ะ” ศตวรรษมองลีลาอย่างจำได้ ประทับใจในความสวย ลีลาวางสายหันมาเจอศตวรรษยิ้มให้
“คุณลีลาใช่ไหมครับ”
“ค่ะ...คุณ” ลีลายิ้มตอบจำได้แต่ทำเป็นพยายามนึก
“ผม ศตวรรษ น้องชายพี่ณรัลครับ ผมเคยไปงานเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าของคุณ งานที่ลูกหยี...เอ่อ..”
“สวัสดีค่ะ” ลีลายิ้ม
“ขอบคุณนะครับ”
“เรื่องอะไรเหรอคะ...”
“เรื่องที่คุณช่วยพี่รุตม์ไว้...”
ลีลามองศตวรรษที่ดูยิ้มเป็นมิตรมากก็ลองหยั่งเชิง “แต่ทำดีหนึ่งครั้งก็คงชดเชยเรื่องอื่นๆ ไม่ได้”
“เรื่องที่ลูกหยี...น้องสาวผมเข้าใจคุณผิดน่ะเหรอครับ”
“ทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด..ล่ะคะ”
“พี่รุตม์กับพ่อเคยพูดว่าคุณไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป”
“ฟังดูเป็นพวกแปลกเหมือนมนุษย์ต่างดาว”
“ผมหมายถึง ผู้หญิงฉลาดคงไม่เลือกหาญกล้า” ลีลาชะงักมองศตวรรษ ศตวรรษรู้สึกตัว “ผมเอาน้องเขยมาขายซะงั้น”
“ขอบคุณนะคะที่มองฉันในแง่ดี แต่จากข่าวที่ผ่านมา ๆ มาความดีของฉันคงลดลงไปมาก”
“ไม่เลยครับ ยิ่งคุณช่วยพี่รุตม์ไว้ คะแนนคุณพุ่งทะลุเพดานไปเลย”
“คุณคงยุ่งอยู่ ฉันไม่กวนแล้วดีกว่า”
“ไม่กวนเลยครับ ถ้าคุณไม่ได้รีบไปไหน รบกวนเป็นแขกฟังลูกศิษย์ผมเล่นสักเพลงได้ไหมครับ”
“ยินดีค่ะ” ลีลายิ้มให้ ศตวรรษคุยกับเด็ก เด็กเริ่มเล่นดนตรี ศตวรรษสีหน้ายิ้มแย้ม ลีลามองศตวรรษที่สอนเด็กๆ ด้วยความรู้สึกชื่นชมที่ศตวรรษมีเมตตากับผู้อื่น

ที่ห้องอาหารในโรงแรม กลอยกับพรจับตะเกียบแล้วคีบอาหารกินราวกับตายอดตายอยาก ลำไพรที่ยืนอยู่ด้านหลังคอยดูแล
“ลำไพร สั่งกระเพาะปลามาสองที่นะ” กลอยสั่ง
“มากินระดับนี้มันต้องหูฉลาม พระกระโดดกำแพงสิแม่ กระเพาะปลามันกระจอกไป” พรท้วง
“ได้ค่ะ...” ลำไพรหันไปมองพนักงาน พนักงานรับรู้รีบออกไป
“แล้วสั่งเป็ดปักกิ่ง หมูหันใส่กล่องด้วยนะ เอาไปให้ไอ้ต้อม...มันชอบ” กลอยสั่งเพิ่ม
“แล้วไอ้กล้ามันทำอะไรอยู่ทำไมถึงได้ช้านัก” พรเอ่ยเสียงจิก “เธอไม่ได้บอกมันหรือไงว่าพวกฉันมารอ”
ลำไพรอดทนที่โดนจิก “คุณกล้าเพิ่งคุยงานเสร็จค่ะ กำลังลงมา”
เป็นจังหวะเดียวกับที่หาญกล้าเข้ามา “โทษทีแม่...ช้าไปหน่อย”
“ช้า...แม่รอได้ แต่มันก็ต้องมีค่าเสียเวลา”
หาญกล้ามองคาดคั้น “เวลาแม่ไปเอาเงินจากลูกหยีที่บ้าน แม่คิดค่าเสียเวลาด้วยหรือเปล่า” กลอยกับพรตกใจว่าหาญกล้ารู้ได้ยังไง
พรหันไปทางลำไพร “แกปากสว่างเหรอ”
“ไพรเปล่านะคะ” ลำไพรรีบปฏิเสธ
“ออกไปก่อน...” ลำไพรเดินออกไปตามคำสั่งหาญกล้า หาญกล้าพออยู่ลำพังก็โวยทันที“ผมให้แม่กับพี่อยู่ทุกเดือน อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ทำไมต้องไปวุ่นวายที่บ้านนั้นให้พวกมันดูถูกเรา”
“ก็แกมันชักช้า บ้านที่โม้ไว้ก็ไม่เห็นวี่แววจะได้ แม่ก็ต้องไปเอามาเก็บเป็นก้อน จะได้ไปจากไอ้ทาวน์เฮ้าส์รูหนูนั่นสักที เมื่อไหร่แกจะไถบ้านมาให้แม่ ไถรถมาให้หลานสักที”
“หัดรอกันบ้างได้ไหมแม่ ทุกวันนี้แม่ยายก็จะกินหัวผมอยู่แล้ว”
“ก็เอามาให้ได้เยอะๆ แล้วจะได้ทิ้งมันไปอยู่กับรายใหม่ของแกไง” พรแนะนำ
“แต่หลุดมือไปแล้วนี่ โดนนรุตม์มันคว้าไปไม่ใช่เหรอ” กลอยเยาะ
“แม่รู้ได้ยังไง ลำไพรล่ะสิ” กลอยทำลอยหน้าลอยตา ไม่ตอบ
พรหงุดหงิด “โธ่เอ๊ย ไม่ได้จากแม่ดีไซเนอร์มาสักบาท ได้แต่ฟันฟรีล่ะสิ” หาญกล้าเงียบ ถอนใจอย่างหงุดหงิด พรรู้ทัน “อย่าบอกนะว่าแม้แต่ตัวแกยังไม่ได้แตะ ไอ้กล้าเอ๋ย ยอมโดนเมียด่า พ่อตาแม่ยายเกลียด ยังไม่เคยได้ยัยนั่นเลยเหรอ ใครรู้เข้าคงหัวเราะเยาะแล้วนี่พี่เมียก็คว้าไปกินอีก โง่ซับซ้อนเลยนะเนี่ย”
หาญกล้าเจ็บใจเพราะพรพูดจี้เข้าจุดทุกอย่าง หาญกล้าคิดเอาคืนสั่งสอนลีลา ลำไพรที่ยืนอยู่มุมนอกแอบมองหาญกล้าอย่างจับตา รู้ว่าหาญกล้าไม่ยอมแพ้ง่าย ๆแน่

ลีลากับศตวรรษมองเด็กตาบอดที่เล่นดนตรี
“ทำไมคุณถึงอยากมาสอนเด็กที่นี่เล่นดนตรีทุกเดือนล่ะคะ ”ลีลาชวนคุย
“คนมักคิดว่าเด็ก ๆ ที่นี่ด้อยโอกาส เพราะเขาไม่ครบเหมือนเรา แต่ความจริงที่เขาด้อยโอกาส เพราะคนที่ บอกว่าตัวเองปกติไปตัดสินว่าเขาด้อยกว่าเรา ทั้งที่มีคนตาบอดมากมายที่มีความสามารถ อย่างเช่น“
“Ray Charles (เรย์ ชารล์ส)” ลีลาและศตวรรษเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“คุณรู้จักด้วยเหรอครับ” ศตวรรษแปลกใจ ในขณะที่ลีลายิ้ม
“ฉันชอบฟังเพลงของเขา เขามีอุปสรรคที่ตาบอดแต่เขาข้ามอุปสรรคและเป็นที่ยอมรับระดับโลกซะด้วย”
“อุปสรรคสำหรับบางคนคือความลำบาก แต่สำหรับผมมันคือความร่ำรวย มันทำให้ผมไม่กล้าทำหลายๆ อย่าง เพราะกลัวคำดูถูกว่าได้ทำเพราะว่าบ้านผมรวย”
“ถ้าคุณจะทิ้งโอกาสเพราะคำพูดคน เท่ากับว่าคนพวกนั้นดูคุณไม่ผิดจริงๆ แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น”
“แล้วผมควรทำยังไง” ศตวรรษเริ่มสนใจ
“คนที่น่าทึ่งคือคนที่สู้ทั้งที่ไม่มีโอกาสแต่มีความหวัง แต่คนที่น่าสมเพชคือคนที่ไม่สู้ทั้งที่มีทุกอย่าง เพราะเขาไม่เห็นค่าของโอกาส คุณจะเป็นคนแบบไหนล่ะคะ?”
ศตวรรษเก็บคำของลีลามาคิด
วัลภากับดลฤดีเข้ามาสมทบ “ลี!”ดลฤดีเอ่ยเรียก
“คุณวรรษคะ เพื่อนของลีค่ะ พี่วัลภากับดลฤดี” ลีลาแนะนำ
“เรียกดีดี้ก็ได้ค่ะ”
“พี่ภา เจ้าของวันเกิดวันนี้ใช่ไหมครับ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
เจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้ง“ได้เวลาอาหารกลางวันของเด็ก ๆ แล้วค่ะ”
ลีลาบอกกับวัลภา“คุณวรรษเขามาสอนเด็กเล่นดนตรีที่นี่ทุกเดือนค่ะ”
“หล่อด้วยใจบุญด้วย เหมือนเปี๊ยบ” ดลฤดีใช้ศอกสะกิดลีลา
ลีลาไม่อยากโดนแซวก็ตัดบท “เจ๊คะ...ชวนคุณวรรษไปด้วยได้ไหมคะ”
“ถ้าคุณวรรษไม่รังเกียจไปทำบุญด้วยกันไหมคะ” วัลภายิ้มอย่างเป็นมิตรให้
“ยินดีมากเลยครับ” ศตวรรษยิ้มจริงใจ ยินดีมากจริงๆ

ขณะที่เด็กๆ นั่งกินข้าว ศตวรรษนั่งเล่นดนตรี ลีลา วัลภา และดลฤดีช่วยกันดูแลป้อนข้าวเด็ก ๆ
ดลฤดีมองศตวรรษแล้วอดหันมาแซวลีลาไม่ได้ “ลี...นี่แกตั้งใจตีสนิทน้องแฟนเพื่อหาพวกใช่ไหม”
ลีลางง “พูดอะไรของแก?”
“ก็แกไปแผลงฤทธิ์กับที่บ้านคุณรุตม์ไว้เยอะ เลยคิดหาพวกเชียร์ให้แกได้แต่งกับคุณรุตม์ใช่ไหม ฉลาดนี่เข้าหารายนี้ นี่หัวแก้วหัวแหวนของบ้านเลยนะ”
“ก็ดีนะ...มีพรรคพวกจะได้ไม่หัวเดียวกระเทียบลีบ” วัลภาเห็นด้วย
ลีลามองศตวรรษ เห็นอาการอีกฝ่ายที่ลอบแอบตนก็ส่งยิ้มให้ ศตวรรษยิ้มตอบอย่างประทับใจ “ตอนแรกไม่คิด พอพูดปุ๊บ คิดเลย...”
“แค่ตีซี้นะแก อย่าไปควักหัวใจน้องเขาติดมือมาล่ะ ดูสายตาที่มองแกสิวิบวับเชียว” ดลฤดีปรามเพื่อน
“ไม่หรอกน่า...วัยเขาน่าจะเป็นน้องฉันมากกว่า” ทันใดนั้น เสียงมือถือลีลาสั่นขึ้น ลีลามอง แล้วนิ่งไป จนวัลภากับดลฤดีสังเกตเห็น
“ใครโทรมา...ทำไมไม่รับล่ะ” ดลฤดีเอ่ยถาม
“หาญกล้า...” วัลภากับดลฤดีชะงัก ลีลาตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกห่างไปแล้วกดรับ “สวัสดีค่ะ”

หาญกล้าคุยมือถือสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ขอบคุณนะครับที่ยอมรับสายผม”
“มีธุระอะไรคะ” ลีลาย้อนถาม
“พูดจาห่างเหินไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยนะครับ”
“ฉันไม่ชอบพูดเรื่องอดีต ถ้าไม่มีธุระ ฉันจะ...” ลีลาทำท่าจะวางสาย
หาญกล้าโกหก“ผมมีคลิปเสียง”
ลีลาชะงัก“คลิปเสียงอะไร”
“ก็เสียงในอดีตหวานๆ ของเรา ที่คุณบอกว่าอยากอยู่กับผม ถ้าคุณรุตม์ได้ยิน มันจะเกิดอะไรขึ้น...”
“อย่านะ คุณต้องการอะไร!” ลีลาแสร้งทำเสียงกังวล
“มาหาผมคืนนี้...”
“ที่ไหน...” ลีลาเอ่ยเสียงเครียด ฟังเสร็จแล้วกดวางสาย จากสีหน้าเครียดๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแบบว่ามีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำแล้ว
หาญกล้ายิ้มมั่นใจ โดยไม่เห็นว่าลำไพรยืนฟังอยู่ กลอยกับพรเดินเข้ามาแล้วเอ่ยเรียก “ลำไพร” หาญกล้าตกใจหันมา เห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ไม่ไกลนัก
ลำไพรเอ่ยแทรกขึ้น “คุณแม่กับคุณพี่เสร็จธุระแล้ว คุณกล้าจะไปส่งเองหรือเปล่าคะ”
“เธอไปส่งให้ด้วยแล้วกัน ฉันมีธุระ”
“ค่ะ” ลำไพรตอบรับสีหน้านิ่ง
หาญกล้าเดินออกไป ลำไพรมองตามสายตาด้วยสายร้าย

ที่บ้านเด็กตาบอด ทั้งสี่คนเดินออกมาด้านหน้าบ้าน
“ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้มื้อกลางวันของเด็ก ๆ มีความสุข” วัลภาเจ้าของวันเกิดเอ่ยขึ้น
“พวกเราเลยได้อานิสงส์ไปด้วย ฝีมือน่าเป็นศิลปินจริงๆ” ดลฤดีชื่นชม
ศตวรรษแค่ยิ้มรับไม่อวดอ้าง “ผมมักจะมาที่นี่ปลายเดือน” เขามองที่ลีลา “ถ้าว่างๆ ก็ให้เกียรติมาเป็นผู้ชมเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ด้วยนะครับ”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ