อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/3 วันที่ 21 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/3 วันที่ 21 ธ.ค. 58

“อุ่ย ครับๆ เดี๋ยวแยกประเภทให้เดี๋ยวนี้เลยครับ” เชษฐ์รีบเอากองแฟ้มมาจัด บ่นเอง “ทุกที ก็ไม่เห็นบ่นนี่หว่า?”
สีหนาทตะโกน “ฉันให้อีกหนึ่งนาที ไม่เสร็จ ไม่เซ็น !”
“คร๊าบบๆ เสร็จคร๊าบ โอ๊ยยย...จำไว้เลยนะไอ้เชษฐ์ อย่าริไปปล่อยหนูให้สิงห์โมโหอีก ฮึ่ยยย” เชษฐ์ลนลานจัดแฟ้ม ขณะที่สีหนาทนั่งสีหน้าหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์เลย

โรงแรมหรูตัวเมืองเชียงราย ... พนักงานต้อนรับเดินนำหนูนามาที่ห้องรับรอง “ท่านยังประชุมอยู่ค่ะ บอกให้คุณคอยที่นี่”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
พนักงานเดินออกไป หนูนาซึ่งเก็บอาการไว้อยู่ ก็แสดงความเครียดออกมา นั่งไม่ติด ลุกขึ้นเดินด้วยความกังวล



สภาพในห้องจากพื้นหน้าเตียงไล่มาถึงบนเตียงของรัศมี ผ้าห่ม เสื้อผ้าและแอสเซสเซอรี่ต่างๆเกลื่อนกลาด....
รัศมีนอนหลับอิงแอบแนบชิดศักดา ศักดาตื่นขึ้นมาก่อน...มองรัศมีที่หลับอยู่แบบเหนื่อยๆ ขยับตัวจะลุก รัศมีรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา
ศักดาเห็นรัศมีตื่นรีบคลี่ยิ้ม...เอาใจ “มอร์นิ่งครับ” ศักดาจุมพิตที่หน้าผาก
รัศมีดึงแขนศักดาไว้ “ยังไม่อยากลุกเลย”
ศักดาชะงัก รู้ว่านางจะเริ่มอีกแล้ว คานไว้อย่างสุภาพ “พอดีผมนัดลูกค้าไว้ที่รีสอร์ท แต่คุณนอนต่อเถอะ เมื่อคืน คุณคงเหนื่อยมาก”
“ถ้าคุณทำตัวน่ารัก” เธอลูบนิ้วบนริมฝีปากศักดา “ฉันจะตบรางวัลให้แบบนี้อีก”
“ถ้ามากกว่านี้ ผมต้องสำลักความสุขตายแน่ๆ”
รัศมีหัวเราะกับคำหวาน ศักดาลุกไป พอพ้นสายตารัศมี สีหน้าเหนื่อย.. ไม่ได้หวานสวีทอย่างปากว่า รัศมีพอไม่มีศักดาให้อ้อน ก็ชักไม่อยากจะนอนต่อ ลุกขึ้นมาบ้าง คว้าชุดคลุมที่อยู่บนเตียงมาสวม แล้วมาหยิบมือถือเช็คดู
รัศมีประหลาดใจที่มีสายโทรมาจากที่บ้าน และมีข้อความเสียงฝากเอาไว้ รัศมีเปิดฟัง
“คุณรัศคะ คุณท่านขึ้นไปเชียงรายแล้วนะคะ วันนี้ตอน 11 โมง ท่านนัดคุยกับคุณนาที่โรงแรม......อิฉันเป็นห่วงก็เลยโทรมาบอก คิดว่าคุณควรจะทราบเรื่องคุณนาไว้บ้าง”
รัศมีอึ้งไปทันที “คุณพ่อ มาตามยัยนาถึงนี่เลยเหรอ!” รัศมีฟังข้อความเสร็จ จากท่าทีสบายๆ รีบดูนาฬิกา 10 โมงครึ่ง!! รัศมีทิ้งโทรศัพท์แล้วรีบกุลีกุจอเตรียมตัวจะออกไป

หนูนายืนรอเครียดๆอยู่ แล้วได้ยินเสียงประตูห้องเปิด หนูนาขยับตัว แต่ได้ยินเสียงวรรณดังเข้ามาก่อนตัวซะอีก
“ไหนล่ะ ข้าวของเรา!”
หนูนาเดินมาเห็นตายืนอยู่ หน้าเคร่งอย่างเอาจริง “คุณตา ขอโทษนะคะที่นาทำให้คุณตาเสียเวลา แต่ คือนา...”
วรรณตาคมกริบ เล่นบทโหดเพื่อบีบหลาน พูดขึ้นอีก “ไม่มีอะไรมาก็ไม่เป็นไร ! ก็กลับกันทั้งแบบนี้แหละ”
วรรณว่าแล้วจะเดินนำไปเลย หนูนาอึกอัก ไม่เดินตาม แล้วก็กลั้นใจ ยอมขัดใจตา “นา นาขออยู่ที่นี่ต่อค่ะ”
วรรณที่เดินนำหน้าไปชะงัก นึกแล้ว...แม้จะเล่นบทโหดก็โดนหลานดื้อใส่อีกจนได้ หนูนารู้สึกผิดมากที่ต้องขัดใจตา ทั้งที่ปกติเชื่อฟังกันมาตลอด แต่ไม่ทำไม่ได้จริงๆ

ท้องถนนในตัวเมืองเชียงราย .... รัศมีนั่งมาในรถ เร่งคนขับ “นี่ฟังคำว่าเร็วไม่เข้าใจรึยังไง !!”
คนขับไม่พอใจ แต่ค้านอย่างเกรงๆ “มันจะไม่ปลอดภัยนะครับ”
“นายเป็นคนขับรถ หรือขับเกวียนกันแน่! ถึงขับเร็วแต่เซฟไม่ได้! สมองกลวง แล้วมือเท้ายังจะเป็นง่อยด้วยเหรอ เหยียบเข้าไปสิ!” คนขับโกรธ เหยียบเลย!!! ให้เร็วขึ้นตามคำสั่ง แต่สีหน้าไม่พอใจ รัศมีเหยียด ชิ! ต้องให้ด่า แล้วพยายามโทรเข้ามือถือของวรรณอีก แต่ก็ไม่มีใครรับ “คุณพ่อ นี่จะยั่วประสาทกันไปถึงไหน!!!”
รัศมีว้าวุ่น ขัดใจ!

วรรณพูดเสียงเข้มกับหนูนา “ฉันให้โอกาสแกแล้ว ! ทั้งที่ไม่มีใครเห็นด้วยเลยสักคน ว่าฉันอนุญาตให้แกกลับไปหาไอ้ผู้ชายคนนั้นทำไม แล้วแกยังจะกล้ามาขอ ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์มารับแกถึงที่นี่!” หนูนาสีหน้าลำบากใจมาก ตายิ่งพูดก็ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกผิด “ยัยนา แกบอกฉันซิ ว่าที่แกเหลวไหล เลื่อนวันกลับไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้ ทำตัวไม่สมกับที่ฉันอบรมแกมา หรือว่า แกไม่อยากจะกลับไปแล้ว อยากจะอยู่กับพ่อแกมากกว่า!”
หนูนาตกใจ “คุณตา ไม่ใช่นะคะ” เธอส่ายหน้า ตกใจกับอารมณ์โกรธของตา
“ถ้าไม่ใช่ แกต้องกลับ!”
หนูนาอึ้งไป

หน้าประตูโรงแรมรัศมีรีบร้อนผ่านประตูเข้ามา มองไปรอบๆ ด้วยมาดทำให้พนักงานรีบเข้ามาพินอบพิเทา
“มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ”
“ฉันรัศมี วรรณพาณิช พาฉันไปพบคุณพ่อ”
พนักงานอึ้งๆไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาหัวหน้าที่เดินผ่านมา หัวหน้าหันมาเห็นรัศมีจำได้ “คุณ...คุณรัศมี?” แล้วก็รีบยกมือไหว้
“ฉันไม่มีเวลามากนักนะ มัวยืนเซ่ออะไรกันอยู่ได้!”
“เดี๋ยวดิฉันพาไปเอง เชิญทางนี้ค่ะ” หัวหน้าสีหน้าไม่ดี แต่เกรงบารมีรัศมี ต้องรีบกุลีกุลจอนำทางไป

หนูนาโพล่งบอกตา “พ่อป่วยค่ะคุณตา โดน..ยิง” เธอหลบตานิดๆ “คนร้ายที่จะเข้ามาขโมยสักยิงเอา” หนูนารู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่ถ้าบอกว่าโดนไล่ล่าไปกับสีหนาทตาคงไม่ให้อยู่ต่อแน่ .... วรรณชะงักไป “นา นาขออยู่ดูแลพ่อ นะคะคุณตา”
วรรณรู้ว่าหลานมีเหตุผล แต่ยังไม่อยากยอมแพ้ “ดีนี่! กับไอ้คนที่มันไม่เคยดูดำดูดีแกเลยเป็นสิบๆปี แกห่วงมัน มากกว่าคนที่คอยประคบประหงมแก!” วรรณบ่นกับตัวเอง “ถ้าฉันไม่อนุญาตให้แกอยู่ ฉันก็เป็นตาใจร้าย เอา งั้นแกอยากทำอะไรก็ตามใจ! ฉันจะไปห้ามอะไรได้!” เขาเอ่ยอย่างน้อยใจ
“คุณตา นาไม่ได้เห็นพ่อ ดีกว่าคุณตานะคะ” เธอส่ายหน้า วรรณจะเดินออกท่าเดียว หนูนาเครียด ทำยังไงดีให้ตาเข้าใจ เดินมาตรงหน้าตา หนูนาตัดสินใจคุกเข่าลงเลย “ คุณตาฟังนาก่อนนะคะ...นาขอร้อง นาไม่เคยลืม ว่าที่มีทุกวันนี้ได้ เป็นเพราะใคร ถ้าวันนั้นคุณตาไม่ให้อภัยแม่ และไม่ยอมรับนาเป็นหลาน ก็จะไม่มีใคร แม้แต่คนเดียวที่จะรัก จะใส่ใจนา” วรรณอึ้ง รู้ดีว่าหนูนาหมายความว่าอย่างไร เพราะรัศมีไม่เคยสนใจใยดีลูก... “พอขาดพ่อไป ก็มีแต่คุณตาที่รักนา คุณตาเหมือนพ่อคนที่สองของนา แต่คุณตาคะ ถึงยังไง นา นาก็ทิ้งพ่อไม่ได้” หนูนานึก และพูดออกมาถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองปล่อยมือไปจากรามไม่ได้ “พ่อ..เค้าอาจจะไม่ได้ดูแลนาในช่วงหลังๆ แต่พอนึกถึงตอนเด็กทีไร ภาพที่ติดตานาตลอด คือพ่อเค้าคอยอุ้มนา กอดนาตลอดเวลา... นาจำไม่ได้เลย...ว่ามีตอนไหน ที่พ่อไม่รักนา พอวันนึงที่แม่บอกว่าพ่อตาย หัวใจนา..มันเหมือนโดนใครมากระชากออก...” เธอพูดไปก็สะอื้นไป “และถึงใครๆจะบอกว่าพ่อนาตายไปแล้ว แต่นา...นาก็ยังคุยกับพ่ออยู่ทุกวัน นาคุยกับพ่ออยู่ข้างในนี้....” หนูนาเอามือแตะที่หน้าอก สะอึกสะอื้น “คุณตา ตอนนี้นาได้เจอพ่อ ได้เห็นพ่อยังมีชีวิตอยู่ ได้คุยกับพ่อแล้วจริงๆ นาขอแค่ได้ทำหน้าที่ลูก ได้อยู่กับพ่อก่อนที่จะต้องไปเรียนต่อ แล้วนาจะไม่ขออะไรคุณตาอีกเลย นะคะคุณตา”

วรรณเบือนหน้าหนี ไม่อาจจะทานทนกับความรู้สึกของหลาน....
ลิฟท์เปิด รัศมีพรวดออกมา
“ทางนั้นค่ะ” พนักงานผายมือไป
รัศมีเดินพรวดไปเลย แทบจะชนพนักงาน ไม่แคร์

หน้าห้องรับรองประตูแง้มเปิดไว้ รัศมีพรวดเข้าไปทันที! อย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม เห็นมีเงาคนวิบไหวอยู่ภายใน รัศมีรี่เข้าไปหาทันที “ยัยนา!” แต่ทว่าไม่ใช่หนูนา เป็นพนักงานที่กำลังเก็บห้องอยู่ต่างหาก รัศมีผงะ กวาดตามองไปรอบๆ นอกจากพนักงานคนนั้น ห้องว่างเปล่า !

ลิมูซีนมาจอดรออยู่ วรรณกำลังจะขึ้นรถเห็นผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมมาส่ง แล้วมีคนมากระซิบบอก วรรณหันไปเห็นรัศมีคอยอยู่ เอือมเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าอนุญาต
รัศมีรี่เข้ามาหาวรรณ ขณะที่กลุ่มผู้บริหารพากันผละออกไปอย่างรู้มารยาท พออยู่กันสองคนกับพ่อรัศมีก็พูดขึ้นอย่างเจ็บใจทันที “ยัยนาอยู่ที่ไหนคะ!” รัศมีมองหา ร้อนรน “นี่มันไม่ได้กลับกับคุณพ่องั้นเหรอ?” วรรณไม่ตอบคำ แต่สีหน้าเอือมกับคำถามของรัศมี “นี่...หรือว่ามันไม่มา มันไม่มาคุยกับคุณพ่อใช่รึเปล่า นังลูกไม่รักดี ใฝ่ต่ำ!”
วรรณขึ้นทันที “อย่าพูดถึงนาราด้วยคำพูดหยาบคายพวกนั้นอีกนะ”
“คุณพ่อ นี่ขนาดนี้แล้ว ก็ยังจะเข้าข้างมันอยู่อีกเหรอคะ หนูคงทำบุญมาด้วยขี้เถ้า ส่วนมันคงเอาเพชรเอาพลอยเทลงบาตร คุณพ่อถึงได้ลำเอียงแบบนี้!”
“แกทำบุญมาดีรัศมี มีผัวผิด แกก็มีใหม่ได้เป็นสิบ มีลูกฉันก็ช่วยเลี้ยงให้ ชีวิตแกเสพสุขจนแทบจะสำลักอยู่ทุกวี่วัน แกยังจะมาคร่ำครวญอะไร”
“นี่ คุณพ่อโทษหนูใช่มั๊ย ว่าไม่สนใจลูก!”
“หึ ไม่เห็นจะต้องโทษ ความจริงมันเป็นยังไง ก็เห็นๆกันอยู่!” วรรณพูดจริงจังขึ้น “ฉันพบกับยัยนาเรียบร้อยแล้ว ทีหลังถ้าแกอยากจะมาแสดงฤทธิ์เดชความเป็นแม่ ก็ต้องลุกจากเตียงนอนให้มันเช้ากว่านี้ !!”
รัศมีแทบจะกรี๊ดดด “ใช่สิ หนูมันเป็นลูกที่เลว แล้วก็ยิ่งเป็นแม่ที่เลวมาก หนูทำอะไรไม่เคยถูก ไม่เคยดี แต่คุณพ่อจะให้หนูทำยังไง ในเมื่อนังนามันไม่ยอมรับโทรศัพท์ มันกล้าตัดแม่ของมัน แล้วจะให้หนูทำยังไง!”
“แกไม่ต้องทำยังไง แค่อย่าพูดไป ว่าแกเป็นแม่ของยัยนา เด็กอย่างยัยนาแกยังทำให้มันเชื่อฟัง ยอมคุยยอมเจอแกยังไม่ได้ แกมันไม่มีน้ำยารัศมี ไม่ต้องโทษยัยนา โทษตัวแกเอง!!”
“คุณพ่อ !!!”
“นักบินเค้ารอนานแล้ว ฉันคงให้เค้าเสียเวลามากกว่านี้ไม่ได้”
รัศมีลนขึ้นมาทันที “จะด่าอะไรหนูก็เชิญ ยังไงหนูก็โดนมาตลอดอยู่แล้ว แต่นี่ทำไมมันไม่กลับกับคุณพ่อ แล้วทำไมคุณพ่อยอมให้มันอยู่กับไอ้..ไอ้กุลีชั้นต่ำนั่นต่อ” วรรณกำลังจะเดินขึ้น ชะงัก “ถ้าคุณพ่อหลงลมมัน ไม่เด็ดขาดกับมัน ครั้งนี้คุณพ่อจะต้องเสียใจ! เหมือนที่เคยเสียใจเรื่องของหนู!”
วรรณหันมา พูดนิ่งขึ้น “แกเข้าใจผิดแล้ว แค่คำพูด ไม่ได้ทำให้คนอย่างฉันหลงเชื่อ ถ้าฉันเชื่อ ก็เพราะว่าเชื่อในตัวยัยนา จากที่ฉันได้เห็นความประพฤติของมันมาตลอด แล้วที่ฉันไม่เชื่อแก มันเพราะอะไร ถ้าแกยังมีสมองก็ลองคิดดูเอา !!” วรรณด่ารัศมีเข้าให้อีก ก่อนที่จะส่ายหน้า ก้าวขึ้นเครื่องไป
รัศมีอยากจะเถียง แต่วรรณก็ไปซะแล้ว รัศมีได้แต่เจ็บ จุก จะอัดอกตาย !!!

หนูนายืนอยู่ตรงข้างเตียงราม....เกาะขอบเตียง มองพ่ออย่างสุขปนเศร้า ค่อยๆจับมือพ่อขึ้นมา “พ่อคะ”
หนูนาคิดถึงตอนที่ผิดใจกันเรื่องลูกของราม สุดท้ายเธอจึงคุยกับพ่อที่กำลังหลับอยู่..“ถ้าพ่อไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นอีก.. นาก็จะไม่พูด...” เธอบีบมือรามแน่นเข้า “พ่อไม่ยอมรับนาในฐานะลูก..ก็ไม่เป็นไร นาจะเป็นแค่..หนูนา..ก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้พ่อไม่เกลียด ไม่ไล่นาไป ขอแค่ให้นาได้อยู่ใกล้ๆพ่อ แค่นี้ก็พอ...” หนูนาพูดไปก็น้ำตาไหลไม่หยุด
หนูนาเอามือพ่อขึ้นมาแนบแก้ม สะอื้นแผ่วเบาอย่างยากจะหักห้ามใจ แล้วนึกไปถึงสิ่งที่ตกลงกับตา

วรรณเดินเข้ามาใกล้ มองหลานที่คุกเข่าร้องไห้อยู่...“ยัยนา..แกคิดจะเสียสละเพื่อพ่อแก แล้วเค้าทำอะไรเพื่อแกบ้างนอกจากไอ้เรื่องอดีตเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วนั่น ถ้าเค้าหวังดีกับแกจริง ก็ต้องไม่เหนี่ยวรั้งให้แกไว้ให้เสียอนาคต”
“พ่อไม่ได้ขอหรอกค่ะคุณตา แต่นาอยากจะอยู่ใกล้ๆพ่อเอง”
“เหลือเชื่อจริงๆ แกยังจะแก้ตัวให้มันอีก! นี่ถึงฉันจะพูดอะไรไป แกก็คงจะไม่เชื่อ ใช่มั๊ย?”
“คุณตา....นารู้ ว่าคุณตาเป็นห่วงนา.... แต่คุณตาเชื่อใจนาได้มั๊ยคะ ว่านาจะไม่ทำตัวเสื่อมเสีย ไม่ให้เสียหายมาถึงนามสกุลของคุณตา คุณตาตั้งใจเลี้ยงดูนามาอย่างดี นาจะไม่ให้ความตั้งใจของคุณตาสูญเปล่า นาสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณตาผิดหวัง เชื่อใจนา..เชื่อนาอีกสักครั้งได้มั๊ยคะ” หนูนาก้มหน้า น้ำตาริน ก้มลงกราบตา
วรรณชะงักที่หลานก้มลงกราบเพื่อขอร้องถึงขนาดนี้ ใจนึงก็เจ็บปวดที่นาราเลือกที่จะฝืนเพื่อรามต่อไป แต่อีกใจ...ก็ทึ่งในตัวของหลาน ค่อยๆก้มลงแตะที่หลังของหนูนา หนูนาเงยหน้าขึ้นมา หน้าเปื้อนคราบน้ำตา วรรณมองหลาน มองแววตานั่นแน่วนิ่ง....แล้วพยักหน้าให้นิดนึงโดยที่ไม่สบตา....หนูนาเข้าใจในอาการของตาเข้าไปกอดตาอย่างขอบคุณ....วรรณลูบหลังลูบผมหลานไว้เบาๆ... “ได้ ตาจะให้เวลาแก แต่ ถ้าถึงเวลาที่ต้องไปเรียนต่อ แกจะมีข้ออ้างอะไรไม่ได้แล้วทั้งนั้นนะ”
“ค่ะคุณตา” เธอสะอื้น ดีใจมากๆที่ตายอมเข้าใจ “ขอบคุณนะคะคุณตา..” หนูนากอดตา โล่งอกเหลือเกิน...

หนูนากุมมือพ่อไว้และซบหน้ากับมือนั้น มองร่างพ่อหลับสนิทอยู่นั้นด้วยสายตาแสนจะรักและโหยหา แม้ไม่อาจจะเรียกร้องสิ่งใดออกไปได้เลย.....

ทางเดินโรงพยาบาล สีหนาทหิ้วปิ่นโตเดินมากับขนิษฐาที่ถือช่อดอกไม้ สีหนาทยังเดินได้ช้าอยู่ แต่ไม่ต้องใช้ไม้ค้ำแขนแล้ว
“พี่สิงห์ว่า...หนูนามาที่นี่รึเปล่าคะ?”
สีหนาทชะงักไป สีหน้าแฝงความหนักใจลึกๆ บอก “ไม่น่าจะใช่ เห็นเชษฐ์บอกว่าขอลาไปทำธุระสำคัญ น่าจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่า”
ขนิษฐาฟังคำตอบของสีหนาท ยังไม่แย้ง แต่สีหน้าไม่แน่ใจนัก..

รามตื่นขึ้น แล้วต้องประหลาดใจที่เห็นหนูนาอยู่ในห้อง กำลังปรับม่าน เหมือนหนูนานำแสงสว่างเข้ามาในห้องมืด
หนูนาเมื่อเห็นรามตื่น ยิ้มร่า “ตื่นแล้วเหรอคะ? ใกล้จะได้เวลากินมื้อเที่ยงพอดีเลยค่ะ”
“นี่หนู มาได้ยังไง ?”
“อ๋อ วันนี้หนูนาลาหยุดหนึ่งวัน พอดีมีธุระในเมือง แล้วเลยมาเยี่ยมน้ารามต่อ น้ารามอยากได้อะไรบอกหนูนะคะ พยาบาลมือใหม่ยินดีรับใช้ค่ะ” รามยิ้มออก..กับความสดใสน่ารักของหนูนา แล้วรามรู้สึกคอแห้ง จะหันไปหยิบน้ำ
หนูนาเข้ามาแย่งบริการ “ต้องให้พยาบาลมือใหม่บริการสิคะ” หนูนากุลีกุจอรินน้ำให้ราม รามยิ้ม..รับน้ำมาดื่ม แต่คอแห้งมากเลยไอจนน้ำหก หนูนารีบลูบหลังให้แล้วหยิบทิชชูมาจะซับน้ำที่เปื้อนออก
“ไม่เป็นไรหนู”
“ถ้าปล่อยให้คนไข้ตัวเปียก เสียชื่อพยาบาลกันพอดีสิคะ” หนูนาซับปากให้รามอย่างเอาใจใส่ ดีใจที่ได้ดูแลพ่อ
เสียงเคาะประตูเบาๆ หนูนามัวแต่ง่วนอยู่ ไม่ทันสนใจ ประตูก็เปิดออก สีหนาทและขนิษฐาเข้ามาทันเห็นหนูนากำลังอยู่ในอาการใกล้ชิดกับราม
หนูนาซับน้ำให้เสร็จมองราม แล้วยิ้มหน้าใส “หล่อเหมือนเดิมแล้วค่ะ”
สีหนาท ขนิษฐาต่างชะงักกันไปทั้งคู่ ขนิษฐาบอกกับสีหนาทเบาๆ“พี่สิงห์ทายผิดแล้วล่ะค่ะ” สีหนาทหน้าเครียดขึ้นทันที...
รามรู้สึกได้ว่ามีคนมา หันไปมอง หนูนาจึงค่อยหันตาม แล้วท่าทีเปลี่ยนเป็นสำรวมขึ้นกว่าเดิม

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/3 วันที่ 21 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ