อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/4 วันที่ 6 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/4 วันที่ 6 ธ.ค. 58

“คุณกัลยาคะ เวลามีปัญหา ถ้าคุณปิดหูปิดตาใช้แต่อารมณ์โดยไม่รับฟัง แล้วคุณจะแก้ปัญหาได้ยังไง วุฒิภาวะแบบนี้มันจะดูไม่สมกับเป็นนายกสมาคมสตรีนะคะ”
กัลยาอึ้ง ยิ่งเห็นสายตาทุกคน ที่มองมาก็ยิ่งอึ้ง “อยากจะพูดอะไรก็พูดมา”
“ไม่ต้องคุยกับมันค่ะคุณแม่ นังนี่มันต่ำชั้นไม่คู่ควรต้องเสียเวลา” ศิรินธารหันมาห้ามกัลยา
“คุณศิรินธารช่วยคุยกันแบบคนมีการศึกษาได้ไหมคะ เรื่องนี้มันเกิดเพราะหาญกล้าตามตื้อดิฉัน คุณศิริไปที่นั่นเพื่อเตือนหาญกล้าให้เลิกยุ่งกับฉัน”
“โกหก !!” ศิรินธารไม่ยอมเชื่อ

“เป็นความจริง” ศิริเอ่ยปากขึ้น ทุกคนชะงัก “พ่อไปที่นั่นเพราะรู้ว่าหาญกล้านอกใจลูก”


“ลูกหยีไม่เชื่อ! กล้าบอกลูกหยีว่าเขาถูกหลอก” ศิรินธารชี้หน้าลีลา “นังนี่มันปั่นหัวพวกเรา ใส่ร้ายกล้า”
“หาญกล้ากำลังหลอกลูกนะ”
“ไม่จริง คุณพ่อโกหก!”
จังหวะที่ทุกคนเงียบ ลีลาย้อนถามขึ้น “คุณเชื่อสามีมากกว่าพ่อเหรอคะ” ทุกคนชะงัก
“ฉันเชื่อเพราะกล้าเขารักฉัน!!!”
“แล้วพ่อคุณล่ะคะ พ่อที่เลี้ยงดูคุณมา ให้ทุกอย่างกับคุณ รักคุณมากกว่าชีวิตท่านเอง คุณไม่เชื่อในความหวังดีของท่านเลยเหรอคะ” ศิรินธารอึ้ง ทุกคนอึ้งไปด้วย “ลียืนยันนะคะว่าคุณศิริเป็นสามีที่ซื่อสัตย์และรักครอบครัว ลีกับคุณศิริไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมเลย และไม่มีวันคิดจะทำ”
“ตอแหล...” กัลยาเอ่ยอย่างไม่พอใจ ทุกคนหันมองกัลยาไม่คาดคิดว่าจะพูดจาแบบนี้ได้ “ถ้าคิดจะมาสร้างภาพนางเอกที่นี่ เธอมาผิดที่แล้ว”
“คุณกัล...” ศิริเสียงเข้มขึ้น
“ฉันจะไม่ฟังคำพูดดัดจริตของมัน เพราะฉันจะเชื่อในสิ่งที่ตาฉันเห็นเท่านั้น!” กัลยาสวนกลับทันควัน
ลีลาเล่นเป็นคนดี “ไหน ๆ ก็โดนด่าแล้ว...” เธอทำท่าหนักใจ “ที่จริง...ฉันไม่อยากจะทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงด้วยกันหรอกค่ะ แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่คุณศิริจะต้องกลายเป็นตาแก่ตัณหากลับเพราะความเข้าใจผิด ถ้าคุณกัลยาอยากจะเห็นด้วยตา ฉันก็พร้อมยืนยัน”
ลีลามองสบตานรุตม์ นรุตม์มองว่าลีลาจะทำอะไร ลีลามองด้วยสายตาขอร้องให้นรุตม์เชื่อตน นรุตม์มองเหตุการณ์อย่างกังวลว่าจะลงเอยยังไง ศตวรรษมองด้วยความกังวลไม่แพ้กัน
ลีลายื่นโทรศัพท์ให้นรุตม์ “ความจริงทุกอย่างอยู่ในนี้ค่ะ” ทุกคนมองที่โทรศัพท์อย่างรอว่ามีอะไรอยู่ ในนั้น

ที่ห้องทำงานหาญกล้า หาญกล้าทุบโต๊ะด้วยความเครียด
“ที่คุณเครียดเพราะคุณรู้เหรอคะว่าลีลาเขาไปที่นั่นเพราะอะไร”
“ผมไม่รู้ ถ้าลีลาเล่าตามจริง คุณพ่อก็จะรอดตัว คนที่ตายคือผมแน่ๆ ถ้าครั้งนี้ผมดิ้นไม่หลุด ทั้งงาน เงิน บ้านที่คิดไว้ก็คงหลุดทั้งหมด!” หาญกล้าเครียดมาก
ลำไพรเดินอ้อมไปทางด้านหลังหาญกล้า แล้ววางมือนวดที่ไหล่เบาๆ “ใจเย็น ๆ เถอะค่ะ ไม่ว่าลีลาจะไปที่นั่นเพื่ออะไร ไพรจะทำให้คุณรอดตัวเอง”
หาญกล้ามองอย่างหยามๆ“คุณน่ะเหรอ?”
“แล้วถ้าไพรทำได้ล่ะคะ”
หาญกล้ามองแบบก็ลองดู...ลำไพรยิ้มเจ้าเล่ห์

ที่ห้องนั่งเล่น นรุตม์เชื่อมต่อมือถือของลีลาเข้าทีวี เห็นเป็นภาพที่วัลภาแอบถ่ายคลิปไว้จากในตู้เสื้อผ้า
ศิรินธารอึ้งกับภาพที่เห็นว่าหาญกล้าพยายามจะข่มขืนลีลาแต่ศิริมาช่วยไว้ ทุกคนต่างอึ้งไปกับภาพที่เห็น ศิรินิ่ง มาก กัลยามองด้วยความรู้สึกผิด
“ทีนี้ก็ชัดเจนแล้วนะคะว่างานนี้ใครเป็นผู้ร้ายตัวจริง” ลีลาเอ่ย
ศิรินธารกรีดร้องด้วยความโกรธ รับไม่ได้ “ไม่จริง!!”
ภารดีต้องประกบคอยจับไว้ “ใจเย็นนะลูกหยี”
“คุณกัลยาคะ” ทุกคนหันมองลีลา
“ถ้าจะให้ฉันขอโทษ....” กัลยาเอ่ยยังไม่ทันจบ
ลีลาแทรกขึ้น “ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันผิดที่รบกวนคุณศิริโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำให้คุณศิริต้องยุ่งยากใจ ทำให้คุณต้องเสียใจ เพราะความเข้าใจผิด ดิฉันต้องขอโทษคุณอีกครั้ง” ลีลายกมือไหว้ ทุกคนแปลกใจกับการ กระทำของลีลา ลีลาไหว้ศิริ“ขอโทษด้วยนะคะ” เธอมองสบตากับนรุตม์
นรุตม์มองอย่างซาบซึ้งใจ รู้ดีว่าที่ลีลาทำ ทั้งหมดก็เพื่อตนเอง
ศิริโล่งอก “ผมก็ต้องขอบคุณ ที่คุณช่วยทำให้ทุกคนเข้าใจว่าความจริงคืออะไร”
“หมดธุระของดิฉันแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ” ลีลาเดินออกไป ภารดีรีบเดินตามอีกฝ่ายไป
ศิริมองศิรินธารกับกัลยาด้วยสายตาเย็นชา “พ่อคิดว่า หาญกล้าไม่ควรจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ผู้ชายคนนั้นก่อแต่เรื่องเสื่อมเสียครั้งแล้วครั้งเล่า ...หาญกล้าไม่ได้รักลูกเลย”
ศิรินธารเริ่มเครียด เสียงมือถือศิรินธารดังขึ้น หญิงสาวกดรับ “คุณอยู่ที่ไหนคะกล้า!” ศิรินธารวางสายแล้วรีบวิ่งออกไป
ศตวรรษรีบวิ่งตามน้องสาวไป “ลูกหยี!”
“รุตม์ ตามไปดูน้อง” ศิริสั่งอย่างเป็นห่วง
นรุตม์มองกัลยาที่สีหน้าดูเสียใจมาก “คุณพ่อครับ...”
“งานที่โรงแรมวันนี้มันสำคัญ อย่าให้ลูกหยีทำเสียเรื่อง”
“ครับ” นรุตม์รีบออกไป
ในที่สุดภายในห้องนั่งเล่นก็เหลือแค่ศิริกับกัลยา ศิรินิ่งขรึม ขณะที่กัลยาวางตัวไม่ถูกกับความผิดของตัวเองที่ทำไว้

ลีลากำลังจะเดินออกไปที่หน้าประตูรั้วบ้านไปขึ้นรถตัวเอง ศิรินธารวิ่งตามออกมาด้วย แต่ตรงไปที่รถตัวเอง โดยมีศตวรรษวิ่งตามมาติดๆ
ศตวรรษตามไปดึงศิรินธารไว้“ลูกหยี!...ใจเย็นๆ ได้ไหม”
“ลูกหยีจะไปคุยกับกล้าให้รู้เรื่อง พี่วรรษอย่ามายุ่ง” ศิรินธารพยายามจะสะบัดสุดแรง ศตวรรษแทบจะสู้แรงคลั่งของศิรินธารไม่ไหว นรุตม์ตามเข้ามาดึงศิรินธารไว้ “จะมาจับลูกหยีไว้ทำไม ลูกหยีจะไปหากล้า!”
“ถ้าอยากไปพี่จะพาไปเอง ถ้าจะไปต้องเชื่อที่พี่บอกทุกอย่างตกลงไหม” นรุตม์เอ่ยเสียงเข้ม ศิรินธารนิ่ง “ไม่งั้นไม่ต้องไป!”
“อยากให้ทำอะไรก็บอกมาสิคะ”
“งั้นก็ขึ้นรถ” นรุตม์เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้ศิรินธาร ศิรินธารก้าวขึ้นไปนั่งแต่โดยดี นรุตม์จะเดินมาขึ้นประตูฝั่งคนขับ สบตากับลีลา ลีลายิ้มนิดๆ คล้ายปลอบโยนให้กำลังใจ นรุตม์ยิ้มอย่างขอบคุณแล้วขึ้นรถขับรถ ออกไป
ลีลาจะเดินไปที่รถ
“คุณลีครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเคลียร์ทุกอย่างให้กระจ่าง”
“ฉันเป็นคนก่อเรื่อง จนทำให้ทุกคนเดือดร้อน มันก็เป็นความรับผิดชอบที่ฉันควรจะต้องแก้ไข”
“ดีนะครับที่คุณถ่ายคลิปไว้ไม่งั้นคุณแม่ผมคงไม่ยอมจบง่าย ๆ”
“ถึงไม่มีคลิป ฉันก็จะทำทุกทางเพื่อให้คุณกัลยาเข้าใจ เพราะฉันบริสุทธิ์ใจ ทำดีก็ต้องได้ดีจริงไหมคะ”
“ครับ..”ศตวรรษรู้สึกประทับใจกับรอยยิ้มและความเป็นคนดีมีน้ำใจของลีลา
“กลับก่อนนะคะ”
“ครับ...”
ลีลายิ้มแล้วเดินออกไป ศตวรรษมองตามด้วยความประทับใจ เริ่มชอบหญิงสาว มากขึ้นเรื่อยๆ

ศิริยืนอยู่ริมสระน้ำหลังบ้าน ท่าทางดูนิ่งขรึม กัลยาเข้ามาจดๆ จ้องๆ ไม่กล้า ศิริหันกลับมาเห็นกัลยาก็ชะงัก กัลยากำลังรวบรวมความกล้าจะพูด แต่ศิริเดินจากไปอย่างเย็นชา กัลยามองตามด้วยความรู้สึกผิด ยืนน้ำตาร่วงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศิริเดินออกมาห่างพอสมควรแล้วหันกลับไปมองเห็นกัลยาร้องไห้ก็ถอนใจด้วยความเหนื่อยใจ ศิริจะเดิน ออกไป แต่ชะงักที่เห็นป้าเพ็ญเดินเข้ามา
“คุณกัลเสียใจมากนะคะที่เข้าใจคุณผิด”
“ฉันก็เสียใจ...เขาไม่เคยไว้ใจฉันอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่องมะลิวัลย์ ความผิดของฉันเอง ที่ทำให้เขาต้องมีแผลในใจแบบนี้” ศิริถอนใจด้วยความเหนื่อย “ทำดีร้อยครั้งจำไม่ฝังใจเท่าทำผิดครั้งเดียว ฉันอยากให้ทุกคนมีความสุขนะเพ็ญ ทุกคนที่เป็นครอบครัวของฉัน”
“เป็นหัวหน้าครอบครัวมันไม่ง่ายเลยนะคะ”
“เพราะว่ารักถึงปล่อยให้ทำตามใจมาตลอด กับลูกหยี ฉันคงกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน กับคุณกัล ฉันก็ทำไม่ต่างกัน...” ศิริยิ้มขื่นๆ
“แต่เรายังมีโอกาสแก้ไขนะคะ ทุกคนยังเป็นไม้อ่อนที่ดัดได้”
ศิริมองไปทางกัลยา “ฉันจะลองดูนะ”
ป้าเพ็ญยิ้มให้กำลังใจศิริ ศิริมองอย่างใช้ความคิด

ลีลาเดินออกมาที่รถที่จอดอยู่ริมรั้ว แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นภารดี่ยืนรออยู่ ภารดีมองลีลาด้วยสายตาเย็นชา
“รถของฉันคงไม่ได้จอดขวางทางคุณใช่ไหมคะ”
“ถ้ามันขวาง คุณจะเลื่อนออกไปให้ฉันไหมล่ะคะ” ภารดีเอ่ยกินนัยความหมายพูดถึงเรื่องนรุตม์
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าที่ตรงนั้นมันน่าจอดมากแค่ไหน” ลีลาย้อนกลับอย่างรู้ทัน
“โดยที่ไม่สนใจว่าใครเคยจอดตรงนั้นมาก่อนเหรอคะ”
“เจ้าของพื้นที่เป็นคนซื่อสัตย์มาก คุณรู้ใช่ไหมคะ ถ้าเขายอมให้ใครจอดแล้วล่ะก็...คนอื่นจะไม่มีสิทธิ์เข้ามาจอดได้ เขาแค่รับฝากรถชั่วคราวเพราะเห็นใจ...คิดเอง เออเอง ระวังจะเจ็บเองเพราะเจ้าของที่เขาไม่ได้รับรู้นะคะ ให้ฉันเดา...คุณคงไม่เคยบอกให้เขารู้ว่าคุณอยากจะจอดถาวร เพราะไม่กล้า...”
“มันเป็นเรื่องฉันไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ฉันเห็นใจคุณนะ ความผิดหวังมันไม่สนุกหรอก...แต่คุณควรจะรู้ไว้ว่า ตอนนี้คุณไม่มีวันแทรกระหว่าง ฉันกับคุณรุตม์ได้อีกแล้ว” ลีลากวนประสาท ภารดีอึ้งไป “อ๊ะ...อย่าทำหน้าช็อกแบบนั้น ฉันไม่ได้หมายถึงทางกายนะ ฉันไม่ชอบความฉาบฉวยแบบนั้น ถ้าฉัน จะได้...ต้องได้ทั้งหัวใจ”
“ถ้าฉันจะต้องเสียพี่รุตม์ไป ผู้หญิงคนนั้นต้องคู่ควรและเห็นค่าของพี่รุตม์มากกว่าแค่บันไดให้ผู้หญิงไม่มีราคาไต่เพื่อเป้าหมาย”
“คุณรู้เหรอคะว่าเป้าหมายฉันคืออะไร”
“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่จะไม่ให้คุณทำร้ายคนที่ฉันรักแน่นอน”
“สู้ทั้งๆ ที่รู้ว่าแพ้ มันน่าสงสารนะคะ”
“คุณมั่นใจว่าจะขึ้นสูงได้ขนาดนั้น ฉันดีใจด้วยนะคะ” ลีลางง “เพราะเวลาตกลงมามันจะได้เจ็บและจำได้แม่นว่าคนอย่างพี่รุตม์ ไม่ใช่คนที่จะให้คุณปั่นหัวเล่น ได้ง่ายๆ”
“แล้วถ้าคุณแพ้...” ลีลาย้อนถาม
“ไม่มีคำว่าแพ้สำหรับฉัน ไม่ว่าพี่รุตม์จะเลือกใคร ขอแค่ให้เขามีความสุข เพื่อพี่รุตม์ ฉันยอมทุกอย่าง” ภารดีเอ่ยจบขึ้นรถออกไป
ลีลามองตามรถภารดีด้วยความรู้สึกทึ่งกับความรู้สึกที่ภารดีมีต่อนรุตม์

รีสอร์ทของวิรัตน์ ที่แม่ฮ่องสอน วิทยานั่งทำแผนงานในการปรับปรุงรีสอร์ทวิรัตน์ วิทยากำลังจะส่งอีเมล์
ณรัลเข้ามาทางด้านหลัง “นายกำลังทำอะไร” วิทยาสะดุ้ง แต่จะปิดก็ไม่ทันแล้ว ณรัลขยับเข้ามาเลื่อนดู “แผนการปรับปรุงรีสอร์ท? ฉันสั่งให้นายทำเมื่อไหร่?”
“คุณไม่ได้สั่ง แต่มันกำลังจะครบกำหนดที่ทางกรุงเทพฯ สั่ง ผมก็เลยเอาแผนงานเก่าที่คุณเคยทำไว้มา ปรับให้เข้ากับที่นี่” ณรัลมองอีกฝ่ายนิ่ง “ผมขอโทษครับที่ทำเองโดยพละการ ผมไม่อยากให้ท่านประธาน...”
“เกลียดฉัน?” วิทยาอึ้งไป “พ่อเขาเฉยๆ ไม่เคยรักฉันอยู่แล้ว ถ้าเขาจะเกลียดฉัน มันก็ไม่ต่างจากเดิม”
“แต่เราเปลี่ยนจากเฉยๆ ให้เป็นชื่นชมก็ได้นี่ครับ ผมมั่นใจว่าถ้าคุณพยายาม ท่านจะต้องมองคุณใหม่ คุณน่าจะลอง...” วิทยาเอ่ยแนะนำ
“ขอบใจ...”ณรัลเอ่ยขึ้นจากใจจริง วิทยาชะงักที่ได้ยิน “ฉันขอบใจที่นายอยู่ข้างฉันมาตลอด ทั้งโลกนี้ก็มีแค่นายที่ฉันไว้ใจ”
“ผมอยากให้คุณลองนะครับ สร้างเครดิตเพื่อขอโอกาสในการทำงานอีกครั้ง”
“ลองตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถึงเราจะส่งไปตอนนี้ไอ้รุตม์ก็ไม่มีเวลาอ่าน เพราะต้องต้อนรับแขกคนสำคัญ”
วิทยามองท่าทีณรัลอย่างสงสัยว่าคิดอะไรอยู่

ที่ล็อบบี้ของโรงแรม ศิรินธารจ้ำเดินเข้ามาด้วยอาการรีบร้อนตามอารมณ์ที่พร้อมระเบิด
นรุตม์เดินก้าว ตามประกบติดดึงศิรินธารให้คอยชะลอ “ลูกหยี เราตกลงกันแล้วนะ ว่าน้องจะฟังพี่”
“ค่ะ”
ธีรพัฒน์รีบเข้ามาหานรุตม์“มิสเตอร์เฉินมาถึงสุวรรณภูมิแล้วครับ รถของเรากำลังพาเดินทางมาที่โรงแรม คุณรุตม์ต้องการเช็ค ความพร้อมครั้งสุดท้ายไหมครับ”
นรุตม์ละล้าละลังมองศิรินธารด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะก่อเรื่อง แต่เรื่องของมิสเตอร์เฉินก็ต้องเตรียมงาน
“พี่รุตม์ไปทำงานเถอะค่ะ ลูกหยีไปหากล้าคนเดียวได้”
“มิสเตอร์เฉินจะมาเซ็นสัญญาร่วมทุนกับเรา”
“เขาเป็นแขกคนสำคัญที่จะทำให้ฝันที่จะขยายโรงแรมของคุณพ่อเป็นจริง ลูกหยีท่องจำขึ้นใจแล้วค่ะ” นรุตม์ยังลังเล “เชื่อใจลูกหยีสักครั้งได้ไหมคะพี่รุตม์ ลูกหยีจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”
นรุตม์จำต้องตัดสินใจ “ถ้ามีปัญหาอะไรให้โทรหาพี่ทันทีนะ”
“ค่ะ”
นรุตม์จำต้องเดินไปกับธีรพัฒน์เพื่อไปเช็คงานครั้งสุดท้าย ส่วยศิรินธารเดินไป อีกด้านด้วยสายตากร้าว เอาเรื่อง

ที่บ้านของลีลา หญิงสาวกลับเข้ามาที่บ้าน วัลภากับดลฤดีเด้งตัวลุกขึ้นทันทีที่เห็นลีลาเดินเข้ามา
ลีลาแปลกใจ “เป็นอะไรกัน ทำไมต้องสะดุ้งขนาดนั้น”
“ก็ลุ้นรอแกอยู่น่ะสิ”ดลฤดีเอ่ยอย่างห่วงๆ
“ทำไมมาช้านัก มีเรื่องหรือเปล่า” วัลภารีบถาม
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด”

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/4 วันที่ 6 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ