อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/5 วันที่ 22 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/5 วันที่ 22 ธ.ค. 58

คนงานที่เลิกจากงานไร่ทยอยเดินไปยังโรงอาหาร ท่าทางเหนื่อยๆ เบื่อๆ เซ็งๆ กระจิบเร่งเพ๊อะ “เดินเร็วๆสิ เดี๋ยวแกต้องช่วยฉันทำน้ำแกงไปให้น้ารามด้วยนะ”
เพ๊อะเซ็งและเหนื่อย “โอย ผัวฉันไม่ใช่ ผัวพี่ ก็ไม่ใช่”
“นังนี่ !” กระจิบถลึงตา จะถองให้
เพ๊อะทำท่าจะป้องกันตัวซะยกใหญ่ อย่าๆ แล้วกระจิบชะงัก อ้าปากเหวอ ห๊ะ ตาโตเท่าไข่ห่าน “เป็นไรพี่ ผีหลอกเหรอ” เพ๊อะโบกมือหน้ากระจิบ “พี่จิบๆ” เริ่มเสียงดัง

กระจิบปิดปากเพ๊อะ เพ๊อะมองไป แล้วสะดุ้ง! เห็นสีหนาทกับหนูนาคุยกันสองคนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่คนงานจะเดินไปโรงอาหารนัก
“สองคนทำอะไรกัน” นพทักกระจิบ และเพ๊อะที่ท่าทางแปลกๆ


เพ๊อะเข้าปิดปากนพเข้าให้ด้วยคน นพมองไปเห็น ตาโต คนงานอีก 2-3 คนที่เดินตามมา สงสัยมันมุงอะไรกัน นพหันไปชูนิ้ว ให้เงียบ ชู่ว์ๆ แล้วก็แอบส่องกันใหญ่ อะเหยยย...

สีหนาทซึ่งดูเข้มและแกร่งมาตลอด หน้าซีดสลด.. สองมือตกลงข้างตัว แววตาตกอย่างสิ้นหวัง หนูนาเห็น สีหน้าช็อคๆของสีหนาท แววตาก็อ่อนแสงลงไปอย่างไม่รู้ตัว...
“เธอรักน้าราม?” ชายหนุ่มเสียงแห้งผาก
“ค่ะ” เธอตอบรับสีหนาทยิ่งเจ็บ “แต่ไม่ใช่แบบที่คุณคิด ฉันไม่ได้คิดกับน้าราม..แบบชู้สาวฉันรักน้ารามเหมือน...เหมือนพ่อ รักเหมือนพ่อ และจะไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น คุณเข้าใจมั๊ยคะ?”
สีหนาทจากที่สิ้นหวังอารมณ์ดิ่งลงเหว ใจค่อยๆลอยกลับขึ้นมา มองเข้าไปในดวงตาของหนูนา ในแววตากลมโตที่ดึงดูดเขาคู่นั้นดูหนักแน่น เสียงถอนใจเบาๆก็ดังออกมา “ฉันเชื่อเธอ” หนูนาโล่งอก “แต่อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะหนูนา ที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือคนโกหก” หนูนาแปล๊บในอก แม้ไม่ได้หลอกเขาเรื่องนี้ แต่เธอหลอกเรื่องอื่นแน่ๆ “แล้วเธอมีอะไรจะบอกฉันอีกรึเปล่า? หนูนา ทองการค้า” หนูนาสะดุ้งแต่ก็ส่ายหน้า “ไม่มี? งั้นแปลว่าวันนี้ เราเคลียร์ปัญหาทุกอย่างหมดแล้ว?”
“ก็มีแต่ปัญหาของคุณนั่นแหละ! ของฉันไม่มี”
สีหนาทเริ่มยิ้มได้ โล่งอก..แล้วแตะนิ้วที่บ่าของหนูนาเบาๆ ถามนุ่มนวล “เมื่อกี๊นี้เจ็บรึเปล่า? ฉันขอโทษที่ใจร้อนไปหน่อย”
“ไม่เจ็บหรอกค่ะ แค่..ตกใจนิดหน่อย”
“งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปส่งเธอนะ”
“ไม่ต้องค่ะ” หนูนาหันไปมองทางเดิน ต๊กใจเห็นคนงานที่กำลังเดินไปโรงอาหารต่างพากันมองมา “คนเยอะแยะ ถ้าคุณเดินไปส่ง ฉันโดนเม้าท์ตายเลย”
กลุ่มคนงานจากจ้องตาจะถลนแกล้งทำไม่รู้ ไม่ชี้กันใหญ่ แล้วทำเป็นรีบเดินไป
สีหนาทรู้แล้วว่าไม่ทัน “แล้วนึกเหรอ ว่าที่เราหยุดคุยกันตั้งนานสองนาน พวกเค้าจะไม่เห็น” หนูนายิ่งหน้าเสีย “เอาน่า ให้ฉันเดินไปส่ง รับรองไม่มีใครกล้าปากมาก ดีกว่าเธอเดินเข้าไปคนเดียวเยอะ เชื่อฉันสิ” สีหนาทไม่เสนอเปล่า ดันหลังหนูนาเบาๆให้ออกเดิน หนูนาเดินไปอย่างไม่สู้สบายใจเท่าไหร่...
สีหนาทเดินคู่มากับหนูนาผ่านกลุ่มคนงานที่เดินกันอย่างช้าๆ พวกคนงานหัวหดไม่กล้า แต่นพยังเซี้ยวทำเป็นร้องทักและยิ้มให้สีหนาท สีหนาทยิ้มตอบ แล้วเดินเนียนไปกับหนูนาเรื่อยๆ พอสีหนาท หนูนาเดินห่างไป คนงานที่ดูหดหัวสงบเสงี่ยม คอยืดยาวมองตาม แล้วหันไปเม้าท์กระจาย!!!

สีหนาทพาหนูนามาส่งที่หน้าเรือนพัก “เห็นมั๊ย ฉันมาส่ง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ”
หนูนามองสีหนาทหน้างอ ก็ใช่ซี๊ ! ทันใดแป้นตึงตังออกมาเมื่อได้ยินเสียงคนมาที่หน้าห้อง “หนูนา กลับเย็นจังวะ ข้าวปลากินมารึ....” แป้นโผล่มาเห็นสีหนาทก็ชะงักไป หง่ะ “นาย!..แหม ไม่นึกว่านายจะมาส่ง งั้นเชิญส่งกันตามสบาย ฉันไม่กวนนะ”
“เอ่อ แป้น ไม่ใช่...”
แป้นแว๊บเข้าห้องไป...รับหน้าแป้นในห้องตาโตวาว ถูไม้ถูมือตื่นเต้น “นังหนูนาจัดใหญ่เว้ยเฮ้ย”
หนูนาเอ็ดสีหนาท “คนอื่นเค้าเข้าใจผิดกันหมดแล้ว”
“จะกลัวทำไม เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าที่คนเค้าคิดกัน มันจริงรึว่าไม่จริง” แต่ตาสีหนาทเป็นประกายวิบๆ
“ใช่สิ ก็คุณไม่เสียหายนี่”
“ใครว่า สมัยนี้ผู้ชายก็เสียหายไม่น้อยกว่าพวกผู้หญิงนะ แต่..ในกรณีของเธอ” เขาจ้องหน้าหนูนา ส่งยิ้มละลายใจมา “ฉันยอมโดนนินทา”
หนูนา เหวอ หน้าแดงแช๊ด “นี่คุณ!” หนูนายังไม่ทันจะเอ็ด สีหนาทก็เอื้อมมือมาขยี้ศีรษะเล็กๆจนสั่นคลอน ก่อนจะเดินผละไป อารมณ์ดี “บ้า...” หนูนาฟึดฟัด ลูบผมให้กลับสภาพเดิม ทั้งที่ขัดใจ แต่ทำไมหน้ามันแดงๆแล้วตัวชาๆแบบนี้ก็ไม่รู้....เฮ่อ..
“ไม่มีหลักฐาน!!” จุฑารัตน์หน้าตึงอย่างไม่พอใจ “คนสองคนโดยตามฆ่าซะขนาดนั้นน่ะนะ ไม่มีหลักฐาน!!”
“พวกมันเอาของป่าที่หาระหว่างทางมายันว่าเข้าไปเก็บของป่า แล้วก็อ้างว่าจะเอาตัวผู้หญิงเลยทะเลาะกับคุณสิงห์ ไม่ได้มีคนจ้างวานฆ่า”
“โกหก ขนาดเด็กประถมยังไม่เชื่อ ตำรวจไม่มีวิธีให้มันพูดความจริงเลยรึไง”
“ความจริงไม่ออกมาจากปากผู้ร้ายง่ายๆหรอก ยิ่งจับตัวคนจ้างวานไม่ได้ด้วยแล้ว”
จุฑารัตน์ส่ายหน้า “แล้วจะมีตำรวจเอาไว้ทำไม”
“ว่าแต่ผม แล้วตัวคุณเอง สัมภาษณ์พ่อเลี้ยงศักดากับนายอดิสรยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าหากว่างานนี้มันหมูจริง ทั้งผม ทั้งคุณก็คงได้ปิดจ็อบนอนตีพุงกันไปนานแล้ว”
จุฑารัตน์ชะงัก ก้มลงมองท้องตัวเอง “บ้า ! ฉันมีพุงซะที่ไหน เปรียบเทียบอย่างอื่นไม่เป็นรึไง”จุฑารัตน์ว่าไม่มีพุงแต่ดึงๆเสื้อลงมาปิดมากขึ้น เหมือนจะอายๆ แล้วเดินกระแทกส้นออกไป พอพ้นห้องทำงานกช จุฑารัตน์บ่น “ทำเป็นอ้างนู่นอ้างนี่ คอยดู จะหาทางแฉพวกนั้นให้ได้ก่อนนาย เอาให้นายต้องเงิบไปเลย!” จุฑารัตน์มุ่งมั่น!

หนูนาอาบน้ำเสร็จใหม่ๆกำลังหวีผมอยู่หน้าบานกระจก แป้นมองๆ สายตากรุ้มกริ่ม หนูนาเห็นสายตาแป้นก็เหล่ๆ แต่พยายามหวีผมต่อ.. เหลือบไปก็เห็นแป้นมองกรุ้มกริ่มอีก หนูนาหันขวับ !
“แป้น มีอะไร หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ”
“ไม่มี๊ แค่รู้สึกว่าแก ดูสวยขึ้นนะหนูนา”
“ตรงไหน ! ฉันว่าฉันโทรมลงตั้งเยอะ” เธอหวีผมต่อ
“ไม่โทรมหรอก อย่างที่คนเค้าว่ากัน ว่าผู้หญิงเวลามีความรัก มักจะสวยขึ้น” หนูนาชะงัก หยุดหวี เริ่มรู้ละ “แต่ว่ารักใครหว่า? ตอนเช้าไปเยี่ยมน้าราม แต่เย็นนายเดินมาส่ง ตกลงใครว๊าที่ทำให้แกสวย”
“แป้น นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน ฉันไม่พูดด้วยแล้วนะ” ว่าแล้วก็กระแทกหวี
“เฮ้ย ไม่ใช่ฉันคนเดียวนะที่สงสัย ข้างนอกเมื่อกี๊ตอนแกไปอาบน้ำ ฉันได้ยินใครๆเค้าพูดว่าเห็นแกไปยืนคุยลับๆล่อๆสองต่อสองกับนาย แล้วนายก็เดินมาส่ง พรุ่งนี้ต้องลือกันสนั่นลั่นไร่แน่ๆ“ หนูนาหน้าเหวอ ไม่มีแก่ใจหวีมันแล้วผงผม “แกรีบๆคิดคำตอบสุดท้ายเอาไว้ดีกว่านังหนูนา เวลาใครถาม จะได้เค้าตอบถูก!” หนูนาคว่ำหวี ทุ่มตัวลงบนที่นอนเอาหมอนซุกหัว “นัง หนูน๊า นี่ !! เตือนเพราะหวังดีนะ!”

ขนิษฐายืนมองวิวเหงาๆอยู่ที่ระเบียงยังสวมเสื้อผ้าชุดอยู่บ้าน สีหนาทเดินออกมาเห็นก็ทักขึ้น “เห็นแม่ไข่บอกว่า วันนี้น้องจะให้บุญตาไปดูน้ารามแทน มีอะไรรึเปล่า?”
ขนิษฐาหลบซ่อนสายตาขณะที่ตอบ “เปล่านี่คะ แค่รู้สึกว่าถ้าเป็นคนอื่นไปน้ารามคง...สบายใจมากกว่า..” สีหนาทคอยจับสังเกตสีหน้าท่าทางขนิษฐาขณะที่พูด ขนิษฐาพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้ดูน้อยใจ “น้ารามขี้เกรงใจ พี่สิงห์ก็รู้” ขนิษฐาแอบถอนใจ และชักกลัวว่าอยู่ตรงนี้นาน จะหลุดความรู้สึกออกไป “เดี๋ยวน้องเตรียมตัวไปโรงแรมดีกว่าค่ะ”
สีหนาทพยักหน้า แต่แล้วก็พูดขึ้น “เมื่อวานพี่คุยกับหนูนาเรื่องน้าราม”
ขนิษฐาชะงักเท้าทันที แล้วก็อดหันมาถามไม่ได้ “เหรอคะ ? คุยกันว่ายังไง?”
“พี่เป็นห่วง กลัวว่าเด็กคนนั้นจะยุ่มย่ามกับน้ารามมากเกินไป กลัวแกจะไปกวนใจน้ารามน่ะ ก็เลยเตือนๆแกหน่อย” สีหนาทพูด แล้วก็หยุด ทำเป็นไปสนใจกระถางไม้ประดับที่ระเบียง เด็ดใบแห้งๆออกเล่นซะงั้น
ขนิษฐาเริ่มร้อนใจจนทนนิ่งไม่ได้ “แล้ว แกว่ายังไงคะ ?”
สีหนาทยิ้มในแววตาบอกว่าถามจริงๆซะด้วย “บอกว่าที่ทำไปเพราะเห็นน้ารามเหมือนพ่อ” ขนิษฐานิ่งไปกับคำตอบ “น้องว่าน่าเชื่อมั๊ย?”
ขนิษฐายังไม่วางใจ “ไม่รู้สิคะ แต่..ตอบว่าเหมือนพ่อ มันเหมือนเค้าจะบอกว่าไม่คิดเป็นอย่างอื่นจริงๆ”
“ใช่ เค้าก็พูดอย่างที่น้องพูดนี่แหละ ว่าเหมือนพ่อและไม่คิดจะเป็นอย่างอื่น”
ขนิษฐาได้ฟังย้ำ เริ่มรู้สึกดีขึ้น ลองเลียบเคียงถามสีหนาท “พี่สิงห์ว่าน้ารามจะรู้สึกยังไงคะ ถ้ารู้ว่าหนูนา คิดแบบนี้”
“พี่ว่า น้ารามคงสบายใจ เท่าที่พี่รู้จักน้ารามมา พี่มั่นใจว่าน้ารามยังไม่ได้คิดอะไรเพราะยังงั้นพี่ถึงเตือนหนูนาไง”
ขนิษฐาแอบอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว และไม่รู้เลยว่าสีหนาทแอบสังเกตทุกกิริยานั้นไว้ ขนิษฐาดูสดใสขึ้นทันที “เอ่อ น้องเพิ่งนึกอะไรได้ เดี๋ยวขอไปบอกในครัวก่อนนะคะ” ขนิษฐารีบเดินไป สีหนาทมองตาม ก่อนจะเดินตามไปช้าๆ

สีหนาทตามมา แล้วก็ได้ยินเสียงขนิษฐาพูดกับไข่ “แม่ไข่ บอกบุญตาว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วนะ เดี๋ยวฉันไปเอง”
สีหนาทมองอยู่ห่างออกมาเห็นขนิษฐากำลังบอกไข่อยู่ในครัว .... สีหนาทเดินเลี่ยงออกมา คิด...แล้วส่ายหัวกับตัวเอง “หลงไปเตือนหนูนาอยู่ตั้งนาน...” สีหนาทสีหน้า และแววตาเข้มขึ้น เป็นห่วงขนิษฐาขึ้นมา

“สาม หนึ่ง!”คนงานล้อมวงอยู่ตรงม้าหินหน้าร้านชำของประกอบ รุมพนันขันต่อกันใหญ่
“สามหนึ่งแล้ว มีใครจะเล่นฝั่งนายรามอีกม๊าย”
“คุณสิงห์ห้า หนึ่ง”
“คุณสิงห์มาแรงเว้ยเฮ้ย” ประกอบรีบจดๆๆ “มีใครต่ออีกมั๊ย”
“เจ๊ง!!!” พวงบอก
ประกอบตาโต “หวาวววว!!!เจ็ด!!!!! เจ็ด หนึ่ง”
พวงกระทืบเท้ามาแว๊ดๆตรงหน้า มีพลพรรคคือกระจิบ และเพ๊อะมาด้วย กระจิบหน้าหงิกงอไม่แพ้กัน! “เจ๊ง ถ้าไม่ขายของ เอาแต่พนันอะไรบ้าๆกันอยู่ได้”
“อ้าว ไหงพูดชุ่ยๆเงี๊ยะ เมื่อก่อนลื๊อเป็นขาใหญ่ล่วยซ้ำ ตอนพนันกันว่านังหนูนามันจะออกไม่ออก ทีนี้ทำมาต่อต้าน! ไม่เล่นลื๊อก็ไปไกลๆเลย ชิ๊ว!”
“อร๊าย ไอ้แปะ ขอให้ร้านแกโดนขโมยขึ้น ไฟไหม้ ปลวกกิน ไม่เหลือแม้แต่เม็ดก๋วยจี๊”
“เฮ้ย !! ปากเหรอโถส้วมวะ อีนังนี่!!”
เชษฐ์เข้ามาห้ามศึก “แปะใจเย็น เห็นใจเค้าเถอะ ไม่ว่าจะต่อข้างน้าราม หรือนาย สาวๆกลุ่มเนี๊ยะเค้าก็รับไม่ได้หรอก”
พวง กระจิบ หน้าย่นยู่มาก แต่เพ๊อะยังซื่อ“คุณเชษฐ์นิสัยดี๊ดี รู้ว่าพนันกันบนความฉิบหายของหัวใจคนอื่น มันเลว”
“เอ่อ แค่ไม่อยากให้วงล่มน่ะ” เชษฐ์บอกกับประกอบ “ฉันต่อข้างนาย สิบหนึ่ง”
พวงแทบช็อค
“ใครๆก็เล่นข้างนาย ค่อยยังชั่ว...”กระจิบโล่งอก
“พี่จิบ!!!” พวงแว๊ดกระจิบเข้าให้ กระจิบหดหัว เก๊าขอโทษ....พวงอยากจะบร๊า “นังหนูผี ป่านนี้มันคงหน้าบานเป็นจานดาวเทียม!”

หนูนา หน้าหุบมาก ก้าวเข้ามาในห้องทำงานสีหนาท สีหนาทเอนหลังบนเก้าอี้ สีหน้าสบายอารมณ์ “เป็นอะไร หน้าตาไม่สบายเลย เมื่อคืนนอนตกหมอนรึไง?”
“ต่อให้ตกหมอน หรือว่าตกเขา! ก็ยังดีกว่านี้ สมใจคุณรึยังล่ะ ตอนนี้คนงานทั้งไร่พูดกันแต่เรื่องเมื่อวาน”
“แค่ฉันเดินไปส่งเธอเนี่ยนะ?”
“ถ้าแค่นั้นมันก็ไม่เท่าไหร่ แต่พวกเค้าพนันกันด้วย ว่าระหว่างนายกับหัวหน้าคนงาน ฉันจะเลือกใคร !”
“แล้ว...แต้มต่อเป็นยังไงบ้าง?” เขาถามหน้าตาย
หนูนาอยากจะคลั่ง “สิบหนึ่ง!”
“โอ้โห” เขาร้องเบาๆ “สิบ นี่..” แล้วชี้ตัวเอง
“ก็ใช่น่ะสิ!” สีหนาทยิ้ม..“ยิ้มอะไรของคุณ ไม่ใช่เรื่องตลกนะ
“เปล๊า อย่าเข้าใจผิดสิ ฉันแค่ภูมิใจ” หนูนางง “ที่มีลูกน้องฉลาด พวกเค้ารู้ว่าระหว่างชายวัยกลางคน ฐานะดี หน้าตา..” ไม่พูดว่าหล่อ แต่สีหน้าบอก “กับผู้ชายวัยคราวพ่อ ฐานะธรรมดา เธอต้องเลือกคนแรกอยู่แล้ว”
หนูนาไม่อยากจะเชื่อ โธ่เอ๊ย หมียักษ์ขี้อวด แต่ว่าไม่ได้ เลยแกล้งทำเป็นก้มมองที่ใต้เก้าอี้ของสีหนาท
“เธอหาอะไร?”
“ฉันจะดูว่าเก้าอี้คุณ มันติดพื้นรึเปล่า?”
สีหนาทชะงักไป แล้วหัวเราะ “หาว่าฉันยกตัว?” หนูนาไม่ตอบด้วยคำ แต่สีหน้าบอกว่า “ใช่” สีหนาทลุกขึ้นและเดินเข้ามาใกล้ “เธอแน่ใจเหรอ ? ว่าที่ฉันพูดมันเกินจริง”
สีหนาทมองตาหนูนา ตาคมกริบนั้นทั้งอวดดีทั้งมั่นใจทั้งมีพลังเต็มเปี่ยม จนหนูนาเริ่มจะเข่าอ่อน.. เบือนหน้าหลบ สีหนาทไม่ยอมให้หลบ แตะคางหนูนาให้มองตาเขาอีก.. หนูนารู้สึกเหมือนจะยืนไม่อยู่ สีหนาทก็ขยับเข้าใกล้มากจนเหมือนแทบจะกอดอยู่แล้ว...
“แฟ้มมาแล้วครับ” หนูนาสะดุ้ง รีบฉากออกมาจากสีหนาท เชษฐ์เหวอ โว๊โอ๊ะ โอ!!!! สีหนาทเซ็ง! “เชิญจ้องกัน เอ๊ย จ้องแฟ้มตามสบายเลยครับ” เชษฐ์รีบวุบหนีออกมา แล้วเยส “สิบหนึ่ง! รวยแล้ววว!!! เยส!!!!ๆๆๆ”
ในห้องหนูนา กับสีหนาทอยู่ในระยะห่างปกติแล้ว หนูนาค่อยหายใจหายคอออก เฮ่อ... สีหนาทเหล่ๆเสียดาย.... ไอ้เชษฐ์นะไอ้เชษฐ์!

รามซึ่งออกจากโรงพยาบาลวันแรก ยืนอยู่หน้าเรือนใหญ่ สีหนาทและขนิษฐาเพิ่งไปรับกลับมา หนูนามายืนรับรามอยู่ด้วย รามมีผ้าพันแผลตรงช่วงไหล่เอ่ยอย่างเกรงใจ “อย่าให้ผมรบกวนเลยครับคุณสิงห์” บุญตาซึ่งกำลังยกกระเป๋าของรามชะงักไป “แผลแค่นี้เองครับ ผมดูแลตัวเองได้สบายมาก”
บุญตาถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของรามอยู่เงอะงะ จะเอาไง
“แต่ผมว่าช่วงแรกๆอยู่ที่นี่ไปก่อนดีกว่า มีคนดูแลจะสะดวกกว่านะครับ นี่เด็กก็จัดห้องไว้ให้แล้ว”
บุญตาพยักหน้าหงึกๆ จะยกกระเป๋าขึ้นเรือน
“เอ่อ ไม่ต้องบุญตา” บุญตาชะงัก “ขอบคุณคุณสิงห์ กับคุณน้องนะครับ แต่ว่าผมอยู่ได้จริงๆ ที่ผ่านมาก็รู้สึกเป็นภาระคนอื่นมากแล้ว”
สีหนาทเห็นรามขอจริงจัง ก็ชะงักไปเอาไงดี บุญตาก็เลยเดินลงมาจากเรือน ท่าชักจะเหนื่อย
ขนิษฐาหันไปห้ามบุญตา “ไม่ต้อง!” บุญตาชะงัก “ ยกกระเป๋าน้ารามขึ้นไปเก็บ” อ้าว รามจะทัดทาน “น้องเคยบอกแล้วว่าน้ารามไม่ใช่ภาระ”

อ่านละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ตอนที่ 9/5 วันที่ 22 ธ.ค. 58

ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละครเรื่องตามรักคืนใจ บทโทรทัศน์โดย ศรียุดา วรรณภาค-ปิยพร วายุภาพ
ละครเรื่องตามรักคืนใจ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ควบคุมการผลิตโดย หทัยรัตน์ อมตวณิชย์
ละครเรื่องตามรักคืนใจ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครตามรักคืนใจ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ