อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/5 วันที่ 6 ธ.ค. 58

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/5 วันที่ 6 ธ.ค. 58

“ก็ลุ้นรอแกอยู่น่ะสิ”ดลฤดีเอ่ยอย่างห่วงๆ
“ทำไมมาช้านัก มีเรื่องหรือเปล่า” วัลภารีบถาม
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด”
“แล้วคิดอะไรไว้บ้างล่ะ” ลีลาชะงักหันไปตามเสียงเห็นดลกับแดนที่เดินเข้ามา “บอกอาได้ไหมว่าลีคิดจะทำอะไร”
ลีลาหันไปมองวัลภากับดลฤดี ดลฤดีเอ่ยเบาๆ กับลีลา “เขามารอแกอยู่นานมาก โชคดีนะแก”
ลีลามองดล รู้ว่าวันนี้ดลต้องคาดคั้นเอาคำคอบจากตนแน่ๆ

ศิรินธารเดินเข้ามาที่หน้าห้องส่วนตัว ในห้องอาหารของโรงแรม เจอกับลำไพรที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง


“คุณกล้าอยู่ไหน”
ลำไพรหันมาเจอศิรินธาร ก็เสแสร้งทำท่าตกใจ“คุณรอตรงนี้ก่อนนะคะ ไพรขอไปแจ้งคุณกล้าก่อนว่าคุณมาแล้ว”
ศิรินธารยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ “ถอยไป!” เธอผลักลำไพรอย่างแรงจนลำไพรกระเด็นไป แล้วเปิดประตูเข้าห้อง

หาญกล้ากำลังจัดดอกไม้อยู่ที่โต๊ะ ก็หันกลับมาอย่างหัวเสีย “บอกแล้วไงว่าถ้าลูกหยียังมาไม่ถึง ไม่ต้องเข้ามา! ลูกหยี!”
ศิรินธารมองภายในห้องที่ถูกจัดด้วยดอกไม้ สภาพของหาญกล้าก็ดูวุ่นๆ ราวกับเป็นคนลงมือจัดทุกอย่างเอง ศิรินธารเห็นหน้าหาญกล้าก็ตรงเข้าทุบๆ ๆ ตีรัว “เลวๆๆๆๆ!!!!”
หาญกล้าพยายามรวบมือลูกหยีไว้ให้หยุดทุบ “พอได้แล้วลูกหยี หยุด!” ศิรินธารยืนหอบหายใจแรง ร้องไห้เจ็บปวดเหมือนจะขาดใจ หาญกล้ามองศิรินธารด้วยสีหน้าสำนึกผิด หยิบช่อดอกไม้สวยงามที่เตรียมไว้ ยื่นให้ศิรินธาร “ยกโทษให้ผมนะลูกหยี”
ศิรินธารปัดช่อดอกไม้ทิ้งด้วยความโกรธ“ลูกหยีเบื่อ! เบื่อที่คุณทำผิดซ้ำซาก! เบื่อ!!!!!”
หาญกล้าเอ่ยสีหน้าเสียใจ ผิดหวังมาก “ถ้าผมมันเลวมาก” เขามองศิรินธารอย่างตัดสินใจ “เราก็เลิกกันเถอะ”
ศิรินธารตะลึง

ดลกับลีลาโต้เถียงกันอยู่ในสวนหน้าบ้าน ดลมองลีลาด้วยสายตาเด็ดขาด
“ให้ลีเลิกยุ่งกับเดชาเลิศรัตน์ ลีทำไม่ได้ค่ะ”
“ต้องได้ นี่เป็นคำสั่งของอา”
“ไม่ว่ายังไงลีก็ต้องเอาที่ดินที่เกาะนั้นคืนมา”
“มันไม่สำคัญหรอกนะลี อาจะหาที่ดินที่อื่นให้แทน ห้ามยุ่งกับพวกเดชาเลิศรัตน์อีก”
“อย่าห้ามลีเลยค่ะคุณอา ตอนนี้ลีมีเวลาไม่มากแล้ว” ลีลาหลุดปากออกมาอย่างร้อนใจ
ดลชะงักมอง “หมายความว่ายังไง อาถามว่าหมายความว่ายังไง” ลีลานิ่ง พูดไม่ออก
แดนที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องเป็นคนพูด “ลุงชลัมน์เป็นมะเร็งครับ”
ดลตะลึง “พี่ชลัมน์...ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ลีเพิ่งรู้ไม่นาน...แต่พ่อคงมีเวลาอีกไม่นาน”
“หยุดทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้” ดลสั่งห้ามเสียงดัง
“ลีขอโทษค่ะ แต่ลีทำตามที่คุณอาบอกไม่ได้จริงๆ มันเป็นสิ่งเดียวที่ลีจะทำเพื่อพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ลีแค่ต้องการที่ดินของพ่อคืนมา”
ดลอ้ำอึ้ง เพราะถ้าชลัมน์ป่วยจริง ก็เข้าใจว่า ทำไมลีลาถึงต้องทำ
“ผมจะช่วยลีครับพ่อ จะหาทางเอาที่ดินผืนนั้นกลับมาให้ได้ ถ้าได้ที่ดินกลับคืนมาเรื่องก็จะจบ”
ดลมอง ลีลาด้วยสีหน้าเครียด “อาจะช่วยแต่ลีต้องไม่เอาตัวไปยุ่งกับคนในเดชาเลิศรัตน์อีก เชื่ออานะลี เพื่อพี่ชลัมน์ เพื่อลี” ลีลานิ่งไม่ตอบ ดลมองอาการของลีลาแล้วรู้ว่าลีลาไม่ยอมแน่ “ถ้าลีไม่เชื่ออา...อาก็จะขัดขวางลีทุกทาง”
ลีลาอึ้งที่ดลประกาศชัดเจน

ศิรินธารอึ้งกับคำของหาญกล้าที่ขอเลิกเลิกกับตน
“คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจ ผมก็ไม่ต้องอึดอัด ที่ผ่านมา ผมถูกพ่อแม่พี่น้องคุณเหยียบย่ำจนผมไร้ศักดิ์ศรี ผมเกลียดที่ต้องอยู่บ้านคุณ เกลียดที่พวกเขาดูถูกครอบครัวผม ถึงเวลาที่ผมต้องเรียกศักดิ์ศรีของผมคืนมาบ้าง การเลิกของเราจะทำให้พ่อแม่คุณรู้ว่าผมไม่ได้ต้องการเงินของคุณเลย” ศิรินธารอึ้งๆ หาญกล้าจับมือศิรินธาร “ขอบคุณมากนะที่รักผมมาตลอด” หาญกล้าจับมือหญิงสาวก่อนจะปล่อยมือจากแล้วเดินออกไปเงียบๆ
ศิรินธารยืนนิ่ง งงงัน
ลำไพรรีบเดินเข้ามาหาศิรินธาร “คุณกล้าออกไปแล้วนะคะ คุณลูกหยี”
“จะไปตายที่ไหนก็ช่าง”
“แล้วดินเนอร์ที่จองไว้คืนนี้จะทำยังไงล่ะคะ คุณกล้าสั่งให้ไพรจองไว้เพื่อฉลองกับคุณ”
“ฉลองหรือแก้ตัวที่ไปสำส่อนกันแน่”
ลำไพรทำหน้าแบบไม่น่าเชื่อ“คุณลูกหยีจำไม่ได้เหรอคะว่าพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน”
ศิรินธารชะงักไปนิด ใช้ความคิด “พรุ่งนี้?...ไม่ใช่นะ มันอีกสองเดือน”
“งั้นคุณกล้าก็จำผิดสิคะ เขาให้ไพรจองโต๊ะล่วงหน้าเป็นเดือนแล้วค่ะ เห็นว่าอยากเซอร์ไพรส์” ลำไพรมองดอกไม้ที่พื้น “ทะเลาะกันแบบนี้ คุณกล้าคงเสียใจแย่ เมื่อเช้าก็บ่นๆ ว่าอยากทำตัวดีแต่ไม่เคยได้ดี...”
ศิรินธารดูลังเล มองลำไพรอย่างไม่อยากเชื่อ “ถ้าคิดจะทำจริงๆ คงไม่นัดนังลีลาขึ้นห้องหรอก”
ลำไพรชะงักสีหน้าเสียใจและรู้สึกผิด “ไพรต้องขอโทษคุณลูกหยีด้วยนะคะ”
“เรื่องอะไร?”
“เรื่องที่ไพรบอกว่าคุณกล้านัดลีลาน่ะค่ะ ไพรเพิ่งรู้ความจริงว่าลีลาเรียกคุณกล้าไปขู่ว่าจะทำให้แตกกับคุณลูกหยี ถ้าคุณกล้าไม่ช่วยให้ลีลาจับคุณรุตม์ให้สำเร็จ”
“จริงเหรอ”
“ไพรขอโทษค่ะ”
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้!” ศิรินธารวีนใส่เสียงดังแล้วรีบวิ่งออกไป
ลำไพรมองตามยิ้มเยาะที่ปั่นหัวศิรินธารได้

ที่ค่ายเพลง วัลภากับดลฤดีลงจากรถ ลีลาก้าวลงมาจากรถด้วย
“ลูกค้านัดที่ชั้น 9” วัลภาเอ่ยขึ้น
“ลูกค้าคนนี้เป็นใครเหรอคะ มัวแต่ยุ่งๆ เรื่องหาญกล้าเลยไม่ได้ถามข้อมูล” ลีลาถาม
ดลฤดีกับวัลภาสบตากันอย่างมีพิรุธ เพราะหลอกให้ลีลามาคุยกับทางค่ายเพลง
ดลฤดีเบี่ยงความสนใจ “อาดลพูดชัดเจนขนาดนั้น เรื่องคุณรุตม์ต้องยากขึ้นเป็นสิบเท่าแน่ลี”
วัลภาเสริม “ที่คุณอาเตือนลีก็น่าจะฟังไว้บ้างนะ เล่นเกมกับนักธุรกิจที่ไม่มีศีลธรรม เราอาจจะกลายเป็นแมงเม่า ที่บินเข้ากองไฟ”
“มีแต่ตายกับตาย”
“ลีจะไม่ทำตัวเป็นแมงเม่า ถ้านายศิริเป็นไฟ ลีก็จะเป็นไฟทำลายล้างเขาแทนพ่อเอง”
“ฟังดูบู๊ล้างผลาญกันไปหน่อยนะ เอาแค่ตอนนี้โอกาสที่จะแต่งงานกับคุณรุตม์เป็นศูนย์แล้ว แกจะเอายังไงต่อ”
“ลีให้คำสัญญากับพ่อแล้ว มันต้องเป็นไปตามสัญญาเท่านั้น”
วัลภากับดลฤดีมอง สีหน้าลีลาก็รู้ว่าลีลาทำตามที่พูดแน่นอน

ลีลาเดินเข้ามาในอาคารแล้วต้องชะงักที่เห็นป้ายค่ายเพลง Dreamcatcher
ลีลาหันมองวัลภากับดลฤดี “ลีบอกแล้วนี่คะว่าไม่ทำงานกับค่ายเพลง”
“เจ๊อยากให้ลีลองคุยดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”
“ลีเข้าใจนะคะว่าเรากำลังทำพาณิชย์ศิลป์ แต่ลีจะทำงานที่อยากทำเท่านั้น เจ๊กับดีดี้รู้เรื่องนี้ดีไม่ใช่ เหรอคะ”
“เจ๊ว่าลีกำลังอคติ ทั้งที่ลียังไม่เคยลองทำงาน”
“แบบนี้เขาเรียกโลกแคบนะ มโนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือว่าแกกลัว” ดลฤดีท้าทาย ลีลามองว่าหมายความว่ายังไง “งานที่แกไม่คุ้นเคย แกไม่มั่นใจ ไม่อยากพลาดก็เลยตั้งกำแพงไว้ก่อน คิดแบบนั้นมันไม่สมกับเป็นแก เลยนะลี”
“กระตุ้นด้วยการเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ เลยใช้วิธีท้าทาย...ยังไงมันก็ไม่สำเร็จหรอกดีดี้ ลีจะกลับ..”
“เดี๋ยวสิลี...ลี!” ดลฤดีเรียกอีกฝ่าย
ลีลากำลังจะเดินออก ไปที่ประตู แต่ต้องชะงักที่เจอศตวรรษเปิดประตูเข้ามา ศตวรรษยิ้มดีใจมาก “สวัสดีครับคุณลีลา...”
“สวัสดีค่ะ”
ใบบอนเดินตามเข้ามา “ขอโทษนะคะคุณภา คุณดีดี้ ใบบอนไปรับน้องวรรษมาก็เลยช้าไปนิดค่ะ วรรษ คุณภา คุณดีดี้เป็น ตัวแทน ของ LaLune ที่จะมาดูแลคอสตูมของวรรษทั้งหมด ศตวรรษ ศิลปินคนใหม่ของค่ายเราค่ะ”
ศตวรรษท่าทางดีใจ “ถ้าอย่างนั้นคุณลีลาจะเป็นคนดูแลลุคทั้งหมดของผมใช่ไหมครับ...”
วัลภากับ ดลฤดีมองลีลาที่ติสท์มากต้องปฏิเสธแน่ๆ
ลีลาเข้าใจทันทีว่าต้องทำงานกับศตวรรษ หันไปยิ้มกับใบบอน“ดิฉันลีลา ดีไซเนอร์ของ Lalune ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”
ใบบอนกับศตวรรษยิ้มรับอย่างยินดี วัลภากับดลฤดีมองหน้ากันอย่างแปลกใจปนโล่งอก

สามสาวเดินออกมาอาคารค่ายแพงดัง
“เวลามันน้อย ลีจะออกแบบทันเหรอ” วัลภาถามอย่างเป็นห่วง
“คอนเซ็ปต์เขาชัดเจน ลีเห็นภาพค่ะว่าเขาต้องการอะไร”
“พอเห็นศิลปิน ไอเดียบรรเจิดขึ้นมาเชียว ถ้าไม่ใช่คุณศตวรรษ เดชาเลิศรัตน์ คุณลีลาคงไม่สมองแล่น ขนาดนี้” ดลฤดีเอ่ยแซว
“เพราะฉันเชื่อเพื่อนต่างหาก” วัลภากับดลฤดีมองว่าหมายความว่ายังไง “ก็แกแนะนำให้ฉันหาพวกไว้คานอำนาจกับศิรินธาร คุณวรรษก็คงเป็นกันชนที่ดีจริงไหม?”
วัลภากับดลฤดีมองแบบไอ้นี่มันร้าย แล้วสามสาวก็กำลังจะข้ามถนนเล็กๆ ไปตรงรถที่จอดอยู่
ศตวรรษวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว “คุณลีครับ”
ลีลาชะงักหันกลับมาเป็นจังหวะเดียวที่รถมอเตอร์ไซค์ แล่นมาด้วยความเร็ว มอเตอร์ไซค์บีบแตรลั่น แต่ระยะมันใกล้มาก จนลีลาคิดว่าต้องโดนชนแน่ๆ ศตวรรษเข้ามากระชากตัวลีลาเข้ามากอดไว้ด้วยความตกใจ
“ดูรถด้วยโว้ย!” มอเตอร์ไซค์โวยวาย
ดลฤดีที่ตั้งสติได้“จะรีบไปตายหรือไง!”
ศตวรรษยังกอดลีลาไว้แน่น ลีลารู้สึกตัว “คุณวรรษคะ” ศตวรรษได้สติก้มมองลีลาที่เงยหน้าขึ้นมา ระยะของทั้งคู่ใกล้กันแค่ให้ ศตวรรษหวั่นไหว ประทับใจในความสวยของลีลา แต่ตัวลีลาไม่ได้รู้สึกอะไรกับอีกฝ่ายเลย “ลีไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ”
ดลฤดีแทรกขึ้น “กอดไว้แน่นแบบนั้น ลีลาจะขาดอากาศหายใจตายได้นะคะ”
ศตวรรษรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ “ขอโทษครับ ผมเกือบทำให้คุณลีต้องเจ็บตัว”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณก็ช่วยลีไว้แล้ว เมื่อกี้คุณเรียกลีไว้มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมจะตามมาบอกว่า ผมยินดีที่คุณลีจะเป็นคนดูแลลุคให้น่ะครับ เมื่อกี้ในห้องประชุม...ไม่มีโอกาส ผมก็เลยตามออกมา”
“ลีก็ยินดีค่ะ ลีจะดูแลคุณให้ดีที่สุดนะคะ”
“ครับ” ศตวรรษยิ้มประทับใจอย่างเปิดเผย ลีลายิ้มตอบ
ดลฤดีสะกิดวัลภาแบบว่าดูออกว่าศตวรรษชอบลีลาเข้าให้แล้ว

ที่โรงแรม นรุตม์เดินไปตามทางเดิน ธีรพัฒน์รายงานความเรียบร้อยทุกอย่างที่จัดเตรียมต้อนรับ “ห้องพักเราได้เตรียมทุกอย่างตามที่ทางมิสเตอร์เฉินสเปเชี่ยล รีเควสในทุกกรณีครับ”
“ดี...สั่งบัทเลอร์ให้ดูแลทุกอย่างอย่าให้ตกหล่น” นรุตม์กำชับกับธีรพัฒน์
“ครับ” ธีรพัฒน์รับคำ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปยังห้องพักวีไอพี

บัทเลอร์เปิดประตูเดินนำมิสเตอร์เฉินเข้ามาในห้องพักวีไอพี นรุตม์ ธีรพัฒน์ และอารีย์ ยืนรออยู่
“ยินดีต้อนรับสู่ Castle ครับ” นรุตม์เอ่ยทักมาย
มิสเตอร์เฉินมองไปรอบๆ ห้องสีหน้าพึงพอใจ นรุตม์หันไปทางอารีย์ อารีย์ขยับเข้ามาวางใบเข้าพักที่โต๊ะรับแขก
“ขอให้ท่านเซ็นชื่อตรงนี้นะคะ” มิสเตอร์เฉินเซ็นชื่อ อารีย์รับเอกสารคืนไป
“หวังว่าการต้อนรับของเราจะทำให้คุณพึงพอใจ”
“เย็นนี้ผมมีนัดดินเนอร์กับปีเตอร์ เรากำลังจะร่วมทุนเพื่อขยายไปทางยุโรป ผมอยากจะแนะนำให้พวกคุณรู้จักกัน”
“ยินดีครับ” นรุตม์ยิ้มรับ

ที่รีสอร์ทวิรัตน์ แม่ฮ่องสอน ณรัลนั่งดื่มสีหน้าเครียด มองไปรอบๆ รีสอร์ทของตนด้วยความแค้น ณรัลบีบแก้วแตกคามือ แต่ณรัลยังไม่หยุดแค่นั้นยังบีบบี้ให้ความเจ็บปวดมันซ้ำย้ำมากขึ้นไปอีก “พวกมันจะไม่มีวันลืมการต้อนรับของ Castle ครั้งนี้เลย” ณรัลเอ่ยอย่างโหดเหี้ยม ยิ้มร้าย

ภายในครัวของโรงแรม ศักดาผู้ช่วยเชฟกำลังต้มปูทะเลอยู่ในหม้อ แล้วนำมาปั่นเนื้อปูให้ละเอียด ผสมกับกะทิที่เตรียมไว้ แล้วนำน้ำสต๊อกปูพร้อมใส่ถุง แต่ติดป้ายว่าเป็นน้ำสต๊อกหมูแล้วเอาเข้าตู้เย็นที่เก็บน้ำสต๊อกจากนั้นปิดประตูตู้เย็น
เวลาต่อมา เมื่อถึงเวลาครัวเปิด ภายในครัววุ่นวายโกลาหลราวกับเกิดสงครามย่อยๆ
“แขกวีไอพี สเปเชี่ยลรีเควส หลน กะทิ” เชฟใหญ่เอ่ยขึ้น ผู้ช่วยเชฟกำลังหยิบปูออกมาจะสับ เชฟเสียงดัง “ดูที่มาร์คด้วย แขกแพ้อาหารทะเล ซีเรียส!..”
“ครับ!” ผู้ช่วยเชฟหยุดมือทันที

อ่านละครเรื่อง ไฟล้างไฟ ตอนที่ 9/5 วันที่ 6 ธ.ค. 58

ละครไฟล้างไฟ บทประพันธ์โดย ทิพเกสร
ละครไฟล้างไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจธารา
ละครไฟล้างไฟกำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครไฟล้างไฟผลิตโดย บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครไฟล้างไฟ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น.
ละครไฟล้างไฟ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
ติดตามชมละครไฟล้างไฟ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ