อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[1] วันที่ 2 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[1] วันที่ 2 ก.พ. 59

รินยิ้ม หยิบหนังสือมาเปิด “ขอบคุณค่ะ เมื่อวานต้องเข้าประชุมกับฝ่ายบัญชี ฟังเขาไม่รู้เรื่องเลย เลยต้องรบกวนคุณบุให้หาหนังสือมาให้ ขอบคุณนะคะ”
“แล้วคนนี้เขารู้เรื่องไหม” บุรณีบุ้ยใบ้ไปที่ชรัตน์ที่หลับอยู่
“เมื่อวานก็หลับแบบนี้เหมือนกันค่ะ” ทั้งสองขำกันเบาๆ
“ตัวเป็นรองผู้จัดการ ไม่รู้เรื่อง ตัวยังขอหนังสือมาอ่าน แล้วนายคนนี้เป็นพี่ชายตัวเป็นผู้จัดการ ช่างไม่เดือดร้อนอะไรเลย”
ชรัตน์เพิ่งงัวเงีย ตื่นขึ้นมา มองบุรณี “ฝันดีชะมัด ฝันเห็นคุณบุรณี” ชรัตน์ก้มลงนอนต่อแล้วสะดุ้ง “เฮ้ย คุณมาจริงๆนี่”

“กำลังจะกลับแล้วค่ะ เวลาทำงาน ไม่อยากนั่งนาน...ไปนะตัว” บุรณีลุกไป


“โฮ้ย อย่าเพิ่งสิครับ นั่งคุยกันก่อน ผมเป็นเจ้าของบริษัท ใครจะมาว่าผมได้”
“คิดแปลกๆ เพราะเป็นเจ้าของสิคะ ถึงทำไม่ได้ เจ้าของไม่รักษาระเบียบวินัย แล้วองค์กรจะมีระเบียบวินัยได้ยังไงกันคะ” บุรณีเดินออกไป
ชรัตน์พยักหน้าว่าจริง “จริง พูดอีกก็ถูกอีก เอ้า เดี๋ยวสิครับ เดี๋ยว” ชรัตน์เดินตาม

ชรัตน์เดินตามบุรณีมาคุย “งั้นผมพาคุณออกไปนอกบริษัท ไปดื่มทานไอศกรีม นั่งคุยกัน ไม่ให้พนักงานเห็นแบบนี้ได้ใช่ไหมครับ”
“คุณจะคุยกับฉัน คุยเรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องทั่วไป ... เยอะแยะออก...ผม เอ้อ คิดถึง” ชรัตน์เขิน
บุรณีตัดสินใจพูด สีหน้าจริงจังขึ้นมา “คุณเลิกสนใจฉันเถอะค่ะ ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ตัดหนทางกันอีกแล้ว”
“ฉันเรียนจะจบปริญญาตรีแล้ว กำลังจะสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ”
“โอ ดีใจด้วยครับ แบบนี้ต้องฉลอง”
“ถ้าฉันสอบชิงทุนได้ฉันจะหายไปหลายปีเลยนะ คุณควรจะหาผู้หญิงคนอื่นที่มีเวลาดูแลคุณ ไม่ใช่ผู้หญิงที่บ้าเรียนอย่างฉัน”
ชรัตน์อึ้งมาก จริงจังขึ้นมาตามบุรณี “พูดตรงตีเข้าแสกหน้าเลยทีเดียว”
“ฉันไม่อยากให้คุณเสียเวลา เสียประโยชน์ ผู้ชายอย่างคุณมีคนดีๆ คนสวยๆ รอเข้าคิวมากมาย ให้ฉันเป็นน้องสาวคุณเหมือนกับริน แบบนี้ดีแล้ว...ว่าไหมคะ” บุรณีมองชรัตน์ มีแววตัดใจนิดๆ ก่อนจะเดินออกไป
ชรัตน์ ยืนนิ่งตัวชา มาถึงตรงนี้ได้ไงวะ “นี่เราโดนบอกเลิก ตั้งแต่ยังไม่คบเลยนะนี่”

บุรณีเดินออกมา หน้าเศร้าลงเรื่อยๆ ชรัตน์ไม่ตามมา มองกลับไปนึกอาลัยอาวรณ์ แล้วก็หลับตา สะบัดหัว ตัดใจเดินออกไป
ชรัตน์เดินกลับมาที่ห้องทำงาน สภาพหน้าเครียด คิดหนัก มานั่งลงช้าๆ จนรินทัก “เป็นอะไรไปคะ”
“อก ....แตก .... หัก... เป็นเสี่ยงๆเลยล่ะน้อง” รินอึ้งไป แปลกใจ ชรัตน์ช็อกๆ

หน้าบ้านพักปลัด ที่ปักษ์ใต้ รถปิคอัพคันหนึ่งขับเข้ามาจอดนิ่งๆที่นอกรั้วบ้าน
เสริมที่เข้านอนแล้วเดินออกมาดู “ใครมาดึกๆวะ” เสริมตะโกนถามจากในบ้าน “มาหาใครครับ”
ในความมืด เสือชินที่เป็นคนขับส่งเสียงออกมาจากความมืด ไม่โผล่หน้าไม่ให้เห็นหน้า “มาส่งของให้คุณปลัด”
“ดึกๆ เนี่ยนะ ของอะไร เดี๋ยวผมออกไปรับ” เสริมจะเดินไปเปิดรั้วออกไปหา
“ไม่ต้องออกมา เดี๋ยวโยนเข้าไปให้”
“เฮ้ยพี่ โยนเลยหรือ เดี๋ยวแตก ผมออกไปรับดีกว่า”
ผ้าข้างหลังเปิดออกมา เสือขาว เสือชินและสมุน ลุกขึ้นยืนพรึบ พร้อมกับจุดคบเพลิงติดไฟโยนเข้ามาหลายท่อน จนเสริมวิ่งเข้าบ้านแทบไม่ทัน “โห ของอย่างนี้ รับไม่ไหวน้า”
เสือขาวตะโกนลั่น พร้อมกับสมุนตะโกนตาม เพื่อข่มขวัญให้ได้ยินกันไปในแถบนั้น “ไอ้เสือขาว.... บุก”
“เฮ้ เสือขาว บุกๆๆ”
เสือขาวชี้มาที่เสริมที่แอบเข้าหลังหลืบ “ฝากไปบอกไอ้ปลัด..... มึงไม่ตายกูตาย มึงตายกูไม่ตาย”
รถออกไป รวดเร็ว เสริมมองรอบๆบ้านมีไฟไหม้เป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะที่สวน ที่รั้ว และมีอันหนึ่งไปที่หลังคาเรือนคนใช้ ไฟลุกหลังคา “ไฟไหม้ ! ไฟไหม้ !” เสริมวิ่งไปเอาน้ำ
สายเพิ่งตื่นวิ่งออกมามอง “เฮ้ย อะไรกันวะ”
“เอาน้ำมาดับไฟเร็วแม่”
สายหันไปมอง ค่อยเห็นว่าเรือนคนใช้ของตัวเองไหม้ขึ้นมาแล้ว “เฮ้ย ไฟติดบ้านเรา ไอ้เสริมเร็ว ของในบ้าน ของในบ้าน”
“อย่าเข้าไปแม่ อย่าเข้าไป” เสริมตะโกนบอก เพราะมัวแต่เอาน้ำมาดับไฟ แต่สายไม่เชื่อวิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว

ในเรือนคนใช้ สายวิ่งเข้าไปเก็บสมบัติ ขณะไฟกำลังไหม้เรือนเล็กๆแห่งนี้ “ทอง ทองของข้า อยู่ไหน”
ไม้ติดไฟร่วงลงมา สายหลบร้องกรี๊ดวิ่งหนี เสียงไม้อีกอันแตกๆ สายมองขึ้นไปร้องกรี๊ด ไม้ติดไฟกำลังร่วงลงมา !

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ชรัตน์เคาะประตูห้องนอนรินถี่ๆ ปังๆๆๆ รินสะดุ้งตื่นขึ้นมา วิ่งมาเปิดประตู ชรัตน์รีบบอก “เมื่อกี๊พี่ฟังข่าวด่วนในวิทยุ เค้าบอกเสือขาวบุกวางเพลิงบ้านพักปลัดศรัณย์ที่ปักษ์ใต้”
“บ้าน ... บ้านของริน”
“ในข่าวยังบอกอีกนะ ว่าพวกมันส่งหมายท้าทายศรัณย์”
“ท้าว่าอะไรคะ”
บ้านน้ากล่ำ คุณหญิงแก้วนั่งลงเข่าอ่อน พึมพำกับข้อความที่รู้มาจากเสนอ เสนอกำลังมารายงานข่าวกับคุณหญิงแก้ว ข่าวเดียวกัน “มึงไม่ตาย... กูตาย มึงตาย.... กูไม่ตาย”
“ทำใจดีๆไว้ครับคุณหญิง ก็แค่คำขู่น่ะครับ”
“แล้วศรัณย์เขาว่าไงบ้าง”

บ้านน้ากล่ำ ศรัณย์ ยิงๆๆๆ ปืนใส่เป้ากระป๋องนมปรี้ยงๆๆ ที่วางเป็นแถวกระเด็นไป แค้นจัด ต้องระบายอะไรสักอย่าง “กูไม่มีวันตาย คนดีทำเพื่อประชาชน ต้องไม่ใช่ฝ่ายที่ตายโว้ย” ศรัณย์ยิงแล้วยิงอีก ระบายอารมณ์โกรธ

บ้านน้ากล่ำ คุณหญิงแก้วจุดธูปไหว้โกฏิของสามีเพราะไม่สบายใจ ปักธูปเสร็จ เสนอเดินมาบอก “คุณหนูจะลงไปปักษ์ใต้วันนี้เลยครับคุณหญิง”
“ฉันไปด้วย ฉันทนอยู่กรุงเทพรอฟังข่าวไม่ไหวหรอก ฉันขอไปอยู่ข้างๆลูก”
“แล้วคุณดวงสวาทล่ะครับ ตอนนี้ติดคุณหนูแจเลย เราต้องเอาตัวคุณดวงสวาทลงไปด้วย แล้วมันจะดีหรือครับ” คุณหญิงแก้วเครียด จะเอายังไงดี

โถงบ้านอรุณฤกษ์ อรุณฤกษ์ เดินลงมาเจอ ศรัณย์นั่งคอยอยู่ “คุณปลัด”
“ผมต้องรีบขึ้นรถไฟไปปักษ์ใต้คืนนี้ ผมแค่อยากมาฝากของบางอย่างกับคุณ”
“ฝากอะไรครับ”
“ริน! ถ้าผมเป็นอะไรไป ฝากดูแลรินด้วย”
อรุณฤกษ์ ตกใจมาก “คุณกำลังจะไปปราบเสือขาว อย่าพูดอะไรเป็นลางแบบนั้นสิครับ”
“ไม่มีใครบังคับให้ผมเป็นข้าราชการ ผมเลือกเอง ผมแทบรอไม่ไหวที่จะบู๊กับมัน แต่สำหรับริน เขาไม่ได้เลือก ผมให้เขาไปเผชิญหน้าเสือขาวกับผมไม่ได้”
“คุณจะทิ้งรินไว้ที่กรุงเทพ แล้วเธอจะยอมหรือ” ศรัณย์นิ่งเพราะไม่รู้เหมือนกัน “เอาเถอะครับ ผมรับปาก” อรุณฤกษ์ยื่นมือออกไป “ไปทำงานให้เต็มที่ สามสาวบ้านบำรุงเหมือนน้องสาวผม ยังไงผมก็ต้องดูแลเธอ”
ศรัณย์พยักหน้าจับมือตอบ “ขอบคุณครับ”

วันใหม่ บ้านพักปลัด ศรัณย์เดินมองบ้าน เห็นเถ้าถ่านที่สวนที่รั้ว ที่เรือนคนใช้ ศรัณย์เสียใจมาก หยิบไม้ที่ไฟไหม้ขึ้นมาดู เป็นไม้ล้อมรอบทานตะวันที่ตนทำเอาไว้นั่นเอง มุมทานตะวันก็ไม่เหลือ

ที่อนามัย คุณหญิงแก้วเดินเข้ามา เสนอเดินตาม สายนอนป่วยบนเตียง ไม่เป็นอะไรมาก มีผ้าพันที่มือขวา
เสริมนั่งเฝ้า สายดีใจ “คุณหญิง”
“โชคดีเหลือเกินที่ไม่เป็นอะไรมาก พระคุ้มครองนะแม่สาย”
“แม่เขากระโดดหลบทัน ไม้ติดไฟ เลยหล่นมาโดนที่แขนแค่นั้น หมอบอกว่าอยู่อีกสัก สอง-สามอาทิตย์ก็กลับได้ครับ”
“ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณปลัดเขาจะรับผิดชอบ ไม่ต้องห่วงนะแม่สาย”
เสริมกับสายดีใจที่คุณหญิงแก้วมาเยี่ยม

ที่ว่าการอำเภอ ผู้ว่านำการประชุม เรื่องเสือขาว ทุกคนนั่งฟัง หน้าเครียด “ที่ผ่านมา ผมปิดข่าว ไม่ให้ชาวบ้านรู้ว่าเสือขาวยังมีชีวิตอยู่ เพราะกะว่าตำรวจที่พระนครจะจัดการมันได้”
นายอำเภออธิบาย “ในที่สุด เขาก็สกัดมันไว้ไม่ได้ มันลงมาปักษ์ใต้แล้ว คงเป็นหน้าที่เราที่จะต้องปกป้องชาวบ้าน”
ผู้ว่าหนักใจ “สมุนของมันชุดนี้ไม่ใช่ธรรมดา เป็นเสือร้าย เหี้ยมโหดทั้งก๊ก เราลำบากแน่”
“เราจะทำยังไงต่อดีครับคุณปลัด” นายอำเภอถามศรัณย์
ศรัณย์คิด “ในหัวของมันเวลานี้ คือการปล้น”
“ปล้นหรือครับ”
“เสบียงของมันกำลังจะหมด ยังไงมันก็ต้องปล้น จะปล้นให้มีเงินเร็วๆ มันต้องปล้นเมือง ปล้นย่านการค้า.... ไม่ใช่ปล้นชาวบ้าน”
นายอำเภอคิดต่อ “ไหนๆจะปล้นทั้งที ต้องทำให้ใหญ่เลย เพื่อให้พวกเรากลัวมัน”
“ใช่ครับ”
ผู้ว่าพยักหน้า หันไปบอกตำรวจ “สั่งการลงไป เตรียมกำลังพลและอาวุธระดับสูงสุด ปกป้องเมือง”
สารวัตรพยักหน้าลุกขึ้นยืน “ครับท่าน” สารวัตรออกไป

ศรัณย์ เริ่มซ่อมรั้วบ้านก๊อกๆแก๊กๆ จู่ๆ มีมือๆหนึ่งมาช่วยจับไม้รั้วท่อนเดียวกัน รินนั่นเอง รินเข้ามาช่วยซ่อมรั้วที่ถูกไฟไหม้ด้วย สีหน้าศรัณย์ตกใจ และรู้สึกโกรธ ที่รินดื้ออีกแล้ว
“สวนตรงนี้ฉันถางหญ้า พรวนดินด้วยตัวเอง มันเหยียบเข้ามาเผา พอฉันรู้ข่าว ฉันต้องลงมาบ้านของฉัน ฉันไม่ยอม” ศรัณย์เมินหน้าหนี ทำรั้วต่อ ทำเป็นไม่เห็นเหมือนไม่มีรินอยู่ตรงนั้น “ตอนฉันมาที่นี่ใหม่ๆ คุณทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ตอนนี้เราจะกลับไปเป็นอย่างนั้นอีกใช่ไหม” ศรัณย์ทำงานต่ออีก “นี่คือบ้านที่เราสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ถ้าต้องซ่อม ฉันต้องมาซ่อมด้วยตัวเอง”
รินเดินไปหยิบอุปกรณ์จะซ่อม แล้วเห็นดวงสวาทเดินอยู่บนบ้าน ดวงสวาทเหม่อมองออกไปมุมอื่น ไม่ได้มองมาที่ ศรัณย์และริน รินตกใจ โกรธมากทิ้งอุปกรณ์ นึกถึงที่บรานีเคยพูดไว้
“หล่อนคอยดู ศรัณย์ต้องกลับไปคบกับดวงสวาท ฉันเอาหัวเป็นประกัน”
รินโมโห “นี่คุณพาดวงสวาทกลับมา คุณจะกลับไปคบกับเธอหรือคะ” ศรัณย์หันมามองแล้วไม่ตอบ .... ทำงานต่อไป รินโกรธ “งั้นฉันกลับ” รินเดินไปหลายก้าวหันมามอง ศรัณย์ยืนทำงานต่อไม่เรียก ไม่สนใจ รินแค้น เดินหนีต่อ โมโหจริงๆ

รินเดินโกรธมาระยะหนึ่งก็ชะงัก นึกถึงคำพูดของตัวเอง
“คุณจะไปปักษ์ใต้...ในเวลาที่ คุณดวงสวาทเป็นแบบนี้ ทำได้หรือคะ”
“ชาวบ้านพวกนั้น แม้แต่กำนันคล้าย สูญเสียทรัพย์ สูญเสียคนในครอบครัวไม่ต่างจากดวงสวาท ฉันทรยศต่อคนพวกนั้นไม่ได้”
รินได้สติขึ้นมาด้วยตนเอง “ไม่ใช่.... ต้องไม่ใช่แบบนี้ คิดจะหลอกฉันหรือคุณศรัณย์ ฉันไม่โง่ให้คุณหลอกหรอก”
รินมองไปทางบ้าน ตัดสินใจเดินกลับไป

รินเดินมาหาดวงสวาทที่นั่งเหม่ออยู่ “คุณ....” ดวงสวาทตกใจ อาย....เพราะตอนนี้ตนตกต่ำ ดวงสวาทช่วงนี้หนีหน้าคน เพราะกลัวแต่คนจะมาเยาะเย้ย และรินก็เป็นโจทก์เก่า “ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ...” ดวงสวาทหลบตา มีแววคนพ่ายแพ้ “คุณคงนึกว่าฉันจะมาเยาะเย้ยคุณสินะ”
“แล้วคุณจะทำไหมล่ะ”
“คุณไม่เคยมีความหมายสำหรับฉัน ทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะคะ ฉันแค่จะถามว่าที่คุณตามคุณศรัณย์มาที่นี่ คุณสองคนมีความสัมพันธ์อะไรกัน ?”
“ฉันมากับคุณน้า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวเดียว ที่ฉันยังมีความหมาย ฉันก็แค่คนไม่มีที่ไป”
“ตกลงว่าคุณกับคุณศรัณย์ตอนนี้ จะเรียกว่าอะไรดี”
“รู้ไหม ทำไมฉันถึงหันมาเล่นงานคุณ เพราะศรัณย์ไม่เคยสนใจฉันเลยยังไงล่ะ ตั้งแต่มีคุณ ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่นี่ เพราะหนีเจ้าหนี้และฉันอยากทำบางอย่างก่อนที่จะเดินทางไปเมืองนอก ไปหาพ่อกับแม่ และคงไม่กลับมาที่นี่อีก”
“คุณยอมตัดใจแล้ว จริงหรือคะ”
“ฉันแต่งงานกับคุณชายนริศเพราะเห็นแก่ประโยชน์ แล้วในที่สุดฉันก็ทิ้งเขาไป ฉันทำลายชีวิตคุณชายนริศด้วยมือของฉันเอง คนทั้งคนต้องตายเพราะฉัน ฉันคงทำแบบนี้กับศรัณย์ กับใครอีกไม่ได้แล้ว”
รินถอนใจโล่ง เดินเข้ามาจับมือ “ในสายตาฉัน คุณเคยเป็นผู้หญิงที่สวย มีเสน่ห์น่าหลงใหล ขอให้คุณกลับมาเข้มแข็งในเร็ววันนะคะ”
ดวงสวาทพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ท่านผู้ว่าจะพาคุณน้าและดิฉันไปอยู่ที่จวนผู้ว่าเย็นนี้เพื่อรักษาความปลอดภัย ที่นี่จะมีศรัณย์อยู่คนเดียว”
รินพยักหน้าขอบคุณดวงสวาทที่บอก
ที่อนามัย รินมาเยี่ยมสาย รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติม “พอเราสองคนออกจากโรงพยาบาลก็ต้องไปอยู่จวนผู้ว่าเช่นกันครับ เพราะเรือนคนใช้วอดทั้งหมด โชคยังดี เรือนใหญ่ยังเหลืออยู่”
“ทุกคนห่วงว่า เสือขาวมันจะย้อนกลับมาที่บ้าน มาทำร้ายคนอีก คุณนายเองก็ควรไปอยู่ที่จวนผู้ว่ากับเรานะคะ” สายห่วง
“จ้ะ แต่ฉันอยากคุยกับคุณปลัดก่อน ทำใจให้สบายนะแม่สาย ข้าวของส่วนตัวที่เสียหาย ฉันจะชดใช้ให้”
“ตอนนี้คุณไม่เหมือนคุณนายคนเก่าเลยครับ คุณเปลี่ยนไป”
“สวยสง่ากว่าเดิม”
“ฉันคือคุณนายปลัดคนเดิม ที่มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นก็เท่านั้นเอง”
ทั้งสองพยักหน้า ชื่นชมริน

บ้านปลัด ศรัณย์ซ่อมแซมรั้วและสวนต่อเนื่อง สักพักมีรถปิกอัพของช่างก่อสร้างเข้ามา จิ้มลิ้มพาช่างมาสั่งการ “เอ้า ถอยมาเลย มาขนขยะไหม้ๆ พวกนี้ไปทิ้งที”
“นี่มันอะไรกัน”
“จิ้มลิ้มมาทำงานให้คุณบราลีแล้วค่ะ”
ศรัณย์งง “หาคุณบราลี รินน่ะหรือ”
“ค่ะ คุณดวงสวาทเขาไม่จ่ายเงินเดือนจิ้มลิ้ม แถมยังไม่จ่ายค่าเช่าบ้าน พอดีคุณบราลีไปถามหาช่างมาซ่อมบ้าน จิ้มลิ้มเลยสมัครงานกับคุณบราลีซะเลย เก็บผักบุ้งกิน จนหน้าจะเป็นผักบุ้งแล้ว ไม่ไหวเจ้าค่ะ”
“แล้วเขาบอกให้หาคนงานมาช่วยเนี่ยนะ”
“เจ้าค่ะ เอาเงินสดมาให้เป็นกำๆเลยนะคะ บอกว่าต้องเสร็จภายในสองสามวัน ชาวบ้านจะได้ไม่เสียขวัญที่เห็นสภาพไฟไหม้ เธอยังบอกอีกนะคะ ถ้าเสือขาวมาเผาอีก เธอก็จะสร้างใหม่อีก”
ศรัณย์หมั่นไส้ “ใช่สิ เขาไม่เหมือนเดิมแล้วนี่ มีเงินถุงเงินถังเป็นเศรษฐีนี จะเนรมิตอะไรก็ได้”
“แหม คุณมีงานเยอะแยะ ทำกันเองเดือนหนึ่งจะเสร็จหรือคะ จ้างคนน่ะดีแล้ว จะไปว่าคุณนายทำไมล่ะคะคุณปลัด”
“ฮึ่ย ไหนบอกว่ารักบ้านหวงบ้าน ทำได้แค่วันสองวันก็เลิกแล้ว”
“เอ๊า รักบ้านนี่แปลว่าต้องลงเสาเข็ม ผูกขื่อ ต้องล้างท่อระบายน้ำเองไหมล่ะคะ มีเงินก็ใช้เงินสิคะ ไม่ได้ไปปล้นใครมาเสียเมื่อไหร่” จิ้มลิ้มพูดถูก
ศรัณย์อึ้ง คิดตามเพราะตนมีทิฐิเรื่องรินรวยจนหน้ามืด

ศรัณย์เดินเข้ามาในครัวแล้วเอะใจ ใครนั่งในครัว ถอยมาดูใหม่ รินกำลังทำครัวเหมือนรินคนเก่า ที่ทำครัวด้วยตัวเอง ศรัณย์ตกตะลึง
“สำหรับคุณพ่อและพี่ชาย ฉันจำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อให้พวกท่านสบายใจ แต่สำหรับคนที่เป็นสามีฉันจะไม่เปลี่ยน น้ำพริกลงเรือของคุณ คุณจะได้กินทุกวัน เสื้อผ้าของคุณ ข้าวของทุกอย่าง ฉันจะดูแลให้คุณด้วยตัวของฉันเอง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[1] วันที่ 2 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ