อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 1 วันที่ 20 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 1 วันที่ 20 ม.ค. 59

ณ วังติณชาติ ปีพุทธศักราช 2480…ริ้วทอง สาวสวยนักเชิดหุ่นกระบอก ลูกสาวคนเดียวของคณะหุ่นกระบอกนายรวย กำลังนั่งมองกำไลมาศ กำไลทองคำประดับลวดลายสวยงามแปลกตา ของขวัญชิ้นสำคัญจากหม่อมเจ้าชายดิเรก ศุภมาศ คนรักของเธอด้วยแววตาเศร้าหมอง แต่กระนั้นก็อดยิ้มบางๆไม่ได้ เมื่อนึกถึงคนให้...

ริ้วทองหลับตาลงช้าๆ คิดถึงคืนวันแสนหวาน...



วันที่เธอกับหม่อมเจ้าดิเรก ตกลงปลงใจเป็นของกันและกันคืนแรก ราชนิกุลหนุ่มแห่งตระกูลศุภมาศเฝ้ามองเมียหมาดๆด้วยความหลงใหล ก่อนจะยื่นกำไลมาศ กำไลทองแสนสวยซึ่งสั่งทำเป็นพิเศษสำหรับเธอเป็นของขวัญแทนใจ ริ้วทองชอบมาก แต่จำต้องปฏิเสธ

“แต่กำไลวงนี้เป็นของล้ำค่า หม่อมฉันไม่คู่ควร”

“ทำไมจะไม่คู่ควร ในเมื่อฉันตั้งใจทำให้ริ้วโดยเฉพาะ”

หม่อมเจ้าดิเรกยืนยันให้รับไว้ แต่ริ้วทองก็ลังเล จนเขาต้องแกล้งขู่

“ถ้าริ้วไม่ยอมรับกำไลวงนี้ ฉันจะถือว่าริ้วรังเกียจฉัน”

“ถ้าหัวใจของหม่อมฉันมีความรังเกียจท่านชาย หม่อมฉันจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรเพคะ”

ดวงหน้าแสนงามและสายตาจงรักของเธอ ทำให้หม่อมเจ้าดิเรกพอพระทัยมาก คว้ามือเธอมาสวมกำไลให้ แล้วบรรจงจูบแผ่วเบาและอ่อนโยน “จำไว้นะริ้วทอง... กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครสมาน ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล”

ริ้วทองน้ำตารื้นด้วยความอิ่มเอมใจ จับมือราชนิกุลหนุ่มคนรัก แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“หม่อมฉันขอสาบาน...สิ่งเดียวที่จะพรากกำไลวงนี้ไปจากหม่อมฉันได้ คือความตายเท่านั้นเพคะ”

ภาพความทรงจำแสนหวาน ทำให้ริ้วทองติดในภวังค์รัก และลืมความทุกข์ใจไปชั่วขณะ แต่ทันใดนั้น... ประตูห้องก็ถูกเปิดอย่างแรง พร้อมการปรากฏตัวของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ติณชาติ!

หม่อมเจ้าหญิงรัมภา...ราชนิกุลสาวสวย ธิดาองค์เล็กของเสด็จในกรมฯแห่งวังติณชาติ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับริ้วทองมาตลอด ด้วยทรงไม่ชอบใจครอบครัวอีกฝ่าย เพราะเห็นว่าชอบทำตัวกร่างในวัง และคืนนี้...ก็ทรงปรากฏองค์ต่อหน้าริ้วทอง พร้อมสีหน้าเกรี้ยวกราดผิดสังเกต และสั่งให้นักเชิดหุ่นสาวตามไปที่ป่าหลังวัง

เสียงฟ้าร้องโครมคราม และฝนที่ตกมาอย่างหนัก ไม่ได้ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินช้าลง ริ้วทองพยายามตามติด และก็แทบลืมหายใจ เมื่อราชนิกุลสาวคว้ามีดสั้นจากขอบผ้านุ่งแทงท้องเธออย่างแรง!

ริ้วทองหน้าซีด ยกมือกุมท้อง สีหน้าเจ็บปวด “ท่านหญิง...ท่านหญิงทำหม่อมฉันทำไม”

“มึงมันเป็นผู้หญิงหน้าด้าน ไร้ยางอาย ชอบแย่งคนรักของคนอื่น มึงสมควรตาย!”

“หม่อมฉันไม่เคยแย่งใคร ท่านชายดิเรกรักหม่อมฉัน ท่านชายดิเรกไม่เคยรักท่านหญิงเลยแม้แต่นิดเดียว”

“ถ้าอย่างนั้น...มึงยิ่งไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เขาจะได้รักกู!”

จบคำก็จะแทงซ้ำ แต่ริ้วทองก็ขว้างหินใส่และรีบหนีไปอีกทาง แต่กระนั้น...บาดแผลและรอยเลือดซึ่งไหลไม่หยุด ก็ทำให้เธอถูกตามทันจนได้ และความกลัวก็ทำให้เธอก้มลงกราบ อ้อนวอนขอชีวิต

“หม่อมฉันกราบแล้วเพคะ อย่าทำร้ายหม่อมฉันเลย หม่อมฉันสัญญาว่าจะหนีไปให้ไกล จะไม่กลับมาเหยียบวังติณชาตินี้อีกเลย หม่อมฉันจะไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย ยกเว้น...กำไลวงนี้วงเดียวเท่านั้น ขอให้หม่อมฉันนะเพคะ”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทรงมีท่าทีอ่อนลง ก่อนจะแสยะยิ้มมุมโอษฐ์ แล้วฟันมีดฉับบนข้อมือริ้วทอง ซึ่งมีกำไลคาอยู่ จนกระเด็นออกมาอีกทาง พร้อมกับเสียงฟ้าร้องและเสียงร้องโหยหวนของเจ้าของ!

หม่อมเจ้าหญิงภรณี ติณชาติ พี่สาวแท้ๆของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ได้ยินเสียงกรีดร้องบาดหูจากหลังวัง ก็ทรงรีบออกไปดู ทันได้เห็นมือของริ้วทองที่ถูกน้องสาวตัดบนพื้น นักเชิดหุ่นสาวพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ทรงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตัวเองก็ถูกน้องสาวตามไล่แทงจนต้องหนีกระเจิงเช่นกัน

ริ้วทองเจ็บปวดและทุกข์ทรมานใจมาก ที่กำไลมาศ ...ของรักถูกพรากต่อหน้าต่อตา เธอตะเกียกตะกายตามหา แต่ก็ถูกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาประทับขวาง พร้อมด้วยสีพระพักตร์สาสมพระทัย

“ท่านหญิงเพคะ...เห็นแก่บาปบุญคุณโทษ ถ้าเสด็จพ่อของท่านหญิงรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนฆ่าคนตาย เสด็จพ่อจะเสียพระทัยมาก เมตตาหม่อมฉันเถอะนะเพคะ”

“เอาไว้ชาติหน้ามึงค่อยมาขอความเมตตาจากกู ชาตินี้...มึงต้องอยู่ใต้สระน้ำแห่งนี้ตลอดไป!”

ขาดคำก็ถีบอีกฝ่ายตกสระ ร่างเต็มไปด้วยเลือดของริ้วทองค่อยๆดิ่งสู่เบื้องล่าง และในลมหายใจเฮือกสุดท้ายนักเชิดหุ่นสาวก็ตั้งจิตอธิษฐาน ด้วยแรงอาฆาตและพยาบาท

“กูขอสาบาน...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภพกี่ชาติ กูจะกลับมาเอากำไลและชีวิตของกูคืนจากมึง...อีรัมภา!”

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายสิบปี...เหล่าทายาทของตระกูลติณชาติและศุภมาศ ต่างก็ลืมเลือนเรื่องราวในอดีตจนแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งหนึ่ง...เคยมีคณะละครหุ่นกระบอกนายรวยมาพักอาศัยด้วย

และวันนี้เกล้ามาศ ติณชาติ...หรือก็คือหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ติณชาติ กลับชาติมาเกิด เป็นด็อกเตอร์สาวสวย ทายาทรุ่นล่าสุดของตระกูล ลูกสาวคนเดียวของอินทนิล ติณชาติ สาวสวยไฮโซคนดัง ก็เพิ่งเดินทางกลับจากเมืองนอก หลังอพยพไปอยู่กับพ่อแท้ๆตั้งแต่เด็ก

พริม เพื่อนสาวคนสนิทของเกล้ามาศ อาจารย์สอนวิชาการออกแบบเครื่องประดับ ประจำมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เกล้ามาศจะไปสอน มารับเป็นคนแรก พร้อมๆกับอาร์ม เพื่อนชายคนสนิทอีกคน ทายาทคนเล็กของ อนรรฆ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ซึ่งแอบหลงรักเกล้ามาศมานาน

เกล้ามาศดีใจมาก ได้เจอเพื่อนรักทั้งสอง แต่กลับต้องถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่ออินทนิล แม่แท้ๆ ปรากฏตัวหลังจากนั้น พร้อมกองทัพนักข่าว ซึ่งเธอมั่นใจมากว่าคงจะมาเพราะความต้องการของแม่

และประเด็นร้อนแรงอย่างแรงที่นักข่าวพุ่งเป้า ก็หนีไม่พ้นเรื่องอาร์ม ว่าเป็นเพื่อนชายคนพิเศษของเกล้ามาศหรือไม่ อินทนิลเห็นท่าไม่ดี เลยแก้ตัวแทนลูกสาว

“ไม่ใช่นะคะ...เมื่อก่อนนิลเคยทำธุรกิจร่วมกับครอบครัวตาอาร์ม เขาสองคนเลยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ มาศยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ มาศถือคติ...รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนค่ะ ถึงได้จบด็อกเตอร์สาขาดนตรีบำบัดมาตั้งแต่อายุยี่สิบห้าไงคะ”

เกล้ามาศสบตาสองเพื่อนรักหน่ายๆ ก่อนจะได้ลอบถอนใจเบาๆ เมื่อหนึ่งในนักข่าวถามขึ้น

“คุณเกล้ามาศสวยขนาดนี้ ถ้าไปเป็นนักร้อง นักดนตรีน่าจะรุ่ง ทำไมเลือกจะเรียนด้านดนตรีบำบัดล่ะคะ”

คราวนี้เป็นอินทนิลที่ต้องอึ้ง และเกล้ามาศก็ไม่รอช้า ฉวยโอกาสนี้เอาตัวรอดจากสถานการณ์น่าอึดอัด

“ที่มาศเลือกเรียนทางด้านดนตรีบำบัด เพราะตอนเด็กๆ มาศเคยได้รับการรักษาอาการทางจิตด้วยวิธีนี้มาก่อนค่ะ มาศเลยประทับใจในศาสตร์นี้”

แน่นอนว่าความประทับใจของเธอ ไม่ได้สะกิดใจเหล่ากระจอกข่าว มากไปกว่าประเด็นที่ว่าเธอเคยป่วย และเกล้ามาศก็แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ เมื่อนักข่าวตั้งคำถามถึงเรื่องนี้จริงๆ

“อาการทางจิต...คุณมาศเคยป่วยเป็นอะไรหรือคะ”

“เวลาอยู่ในวังติณชาติ มาศมักได้ยินเสียงผู้หญิงร้อง”

อินทนิลร้อนตัว กลัวลูกสาวพูดมาก เลยโพล่งแทรกออกไป “ผู้หญิงร้องไห้เหมือนในละครน่ะค่ะ ตอนนั้นพี่เลี้ยงของมาศติดละครเหลือเกิน ยายมาศพลอยติดละครไปด้วยก็เลยจำจากในละครมาจินตนาการไปเอง ดิฉันก็เลยให้ลูกสาวใช้เวลาว่างด้วยการไปเรียนดนตรีแทน ยายมาศถึงได้สนใจมาทางด้านนี้ไงคะ”

นักข่าวพยักหน้าหงึกหงัก อินทนิลรีบตัดบท แล้วลากตัวลูกสาวไปเคลียร์กันอีกทาง

“ยายมาศ...ลูกไปพูดเรื่องนั้นให้คนอื่นฟังทำไม แค่นี้วังติณชาติของเราก็ถูกลือว่าเป็นวังผีสิงมากพอแล้ว”

“มาศพูดความจริงนี่คะแม่”

“แต่ถ้าความจริงทำให้ชื่อเสียงวังเราเสียหาย หัดโกหกบ้างก็ได้ แม่ขอสั่งเด็ดขาดนะมาศ...ต่อไปนี้ห้ามพูดเรื่องนั้นให้ใครฟังอีก ปากคนไว้ใจได้ที่ไหน ลามไปเร็วอย่างกับไฟลามทุ่ง”

พูดจบก็ปรายตาไปทางพริมกับอาร์มที่ตามมาด้วย ทั้งสองปฏิเสธแข็งขัน ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยเล่าให้ใครฟัง อินทนิลไม่ค่อยเชื่อ แต่ไม่อยากเอาเรื่องให้เสียเวลา สั่งลูกสาวขึ้นรถกลับวัง เกล้ามาศเลยต้องร่ำลาเพื่อนรักทั้งสอง พร้อมสัญญาจะนัดเจออีก และจะโทร. เล่าแน่ หากกลับถึงวังแล้วได้ยินเสียงหลอนๆนั่นอีก...

ooooooo

ไม่ใช่แค่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเท่านั้นที่กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง หม่อมเจ้าชายดิเรก ศุภมาศ ก็กลับมาเกิดเป็นอินทวงศ์หรือต๊ะ สถาปนิกหนุ่มหล่อ ทายาทคนสำคัญของตระกูลศุภมาศ เจ้าของกิจการบริษัทศุภมาศดีไซน์ เจ้าของรางวัลนักสถาปนิกยอดเยี่ยมแห่งปี และวันนี้เหล่าพนักงานก็มาร่วมเซอร์ไพรส์และฉลองให้เขา

อินทวงศ์ปลาบปลื้มใจมาก รับช่อดอกไม้มาถือไว้ แล้วเอ่ยขอบคุณทีมงานจากใจจริง

“งานของผมดีเพราะผมมีทีมงานที่ดีต่างหาก ลำพังผมกับคุณอาณีคงจะไม่สามารถทำให้บริษัทนี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น... ผมขอให้รางวัลนี้กับทุกคนนะ”

เชอรี่ผู้ช่วยสาวคนสวยของอินทวงศ์ตบมือเสียงดังเอาหน้ากับเจ้านายหนุ่ม แต่แล้วก็ต้องชะงัก ตาขวาง เมื่อเห็นสวิตา นางเอกสาวชื่อดัง เพื่อนสนิทของอินทวงศ์ ปรากฏตัวพร้อมขนมหอบใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี

แต่ถึงขัดใจแค่ไหน เชอรี่ก็ฉลาดพอจะไม่แสดงออกให้เจ้านายหนุ่มรู้ แต่มีหรือคนอย่างสวิตาจะมองไม่ออก และไม่รอช้า ฉวยโอกาสตอนอีกฝ่ายไปเข้าห้องน้ำ หาเรื่องแฉตัวตนจริงๆของเชอรี่ให้อินทวงศ์รู้

เชอรี่ผงะไปอึดใจ เมื่อเห็นว่าคนก้มเก็บลิปสติกสีสวยมาคืนให้คือสวิตา

“นี่ค่ะคุณเชอรี่...ใช้ลิปสติกยี่ห้อเดียวกับวิเลยเอาไว้ถ้าวิมีลิปสติกสปอนเซอร์ให้มาไม่ได้ใช้ วิเอามาให้ไหมคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เชอรี่ไม่ชอบใช้ของเหลือของใคร”

“อ้าว...นี่วิเข้าใจผิดมาตลอดหรือคะ อย่าโกรธกันนะคะ ที่วิเข้าใจผิดมาตลอดว่าคุณเชอรี่ชอบของเหลือ”

“ถ้างั้นก็เข้าใจใหม่นะคะ อย่างคุณต๊ะ...ไม่ได้เป็นของเหลือจากใคร คุณวิว่าจริงไหมคะ”

เชอรี่ตอกกลับอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่านางเอกสาวไม่ตอบโต้ ก็แกล้งยั่ว “ถึงคุณวิกับคุณต๊ะจะมีข่าวว่าคบกันอยู่ แต่เท่าที่เชอรี่ใกล้ชิดคุณต๊ะ เชอรี่แน่ใจค่ะ ว่าข่าวพวกนั้นเป็นข่าวโคมลอย คุณต๊ะยังโสดสนิท”

“ใช่ค่ะ...ต๊ะยังโสดและฉลาดมากด้วย ต๊ะไม่โง่เอาผู้หญิงอย่างคุณมาเป็นแฟนหรอกค่ะ”

สวิตาเหยียดยิิ้มร้าย สวนพร้อมกับแอบกดมือถือในกระเป๋าโทร.หาอินทวงศ์ ให้ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน สถาปนิกหนุ่มได้ยินเสียงผู้ช่วยสาวและถึงกับพูดไม่ออก

“คุณต๊ะเลือกเชอรี่เป็นบัดดี้คนใหม่เพราะคุณต๊ะเห็นความฉลาดและตั้งใจทำงานของเชอรี่ ต่อไปนี้เราสองคนก็จะต้องไปออกไซต์งาน ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แต่คุณวิรู้ใช่ไหมคะว่าที่ที่เชอรี่อยากพาคุณต๊ะไปมากที่สุดคือที่ไหน”

“ถ้าต๊ะรู้ว่าที่คุณทุ่มเททำงานเพราะหวังจะจับเขา ต๊ะต้องเสียใจมาก”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เชอรี่จะทำให้คุณต๊ะเปลี่ยนจากความเสียใจเป็นความสุขสมแทน”

“คุณดูถูกต๊ะมากเกินไป ต๊ะไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย คุณไม่มีวันสมหวังกับต๊ะ”

เชอรี่เหยียดยิ้มเย็น แล้วส่งสารท้าด้วยท่าทางมั่นใจสุดขีด “เอาอย่างนี้ดีกว่า เรามาพนันกัน...ภายในสามวัน ถ้าเชอรี่ทำให้คุณต๊ะเป็นผัวของเชอรี่ได้ คุณวิจะต้องไปจากชีวิตคุณต๊ะ”

“ไม่...เชิญคุณเล่นพนันบ้าๆของคุณไปคนเดียวเถอะ วิจะไปบอกให้ต๊ะรู้เรื่องนี้”

พูดจบก็สวมบทนางเอก กรีดร้องและแสร้งตบตีตัวเอง พร้อมตะโกนใส่โทรศัพท์ว่าถูกอีกฝ่ายทำร้าย เชอรี่ตาเหลือก ยิ่งเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอมือถือของนางเอกสาว ยิ่งแทบคลั่ง และไม่รอช้าจะตามไปตบ!

ooooooo

เหตุการณ์สองสาวตบกันกลางออฟฟิศศุภมาสดีไซน์ กลายเป็นหัวข้อสนทนาของเหล่าพนักงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ แถมไม่มีใครช่วยแยก แต่ถ่ายคลิปกันอย่างสนุกสนาน ร้อนถึงอินทวงศ์ต้องมาแยกด้วยตัวเอง

สวิตาสวมบทนางเอก ร้องไห้ไม่หยุด เชอรี่หน้าเสีย เพราะนอกจากจะไม่มีใครเชื่อความจริงจากปากเธอแล้ว แม้แต่อินทวงศ์ก็ไม่มองหน้า แถมแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าผิดหวังในตัวผู้ช่วยสาวมากแค่ไหน

แต่ถึงจะออกท่าทางปกป้องเพื่อนสาวต่อหน้าพนักงานอื่นๆ แต่เมื่ออยู่ตามลำพัง อินทวงศ์ก็เลือกจะถามตามตรง ว่านางเอกสาวหาเรื่องเชอรี่แบบนี้ทำไม

“เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะวิ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”

“ค่ะ...วิตั้งใจ วิอยากให้คุณเห็นธาตุแท้ของเชอรี่ วิกลัวคุณจะเสียรู้ผู้หญิงแบบนั้น...คุณโกรธวิหรือเปล่า”

“ไม่โกรธ...แต่ผมไม่อยากให้คุณทำแบบนั้น เพราะถ้าเชอรี่เอาเรื่องนี้ไปพูดต่อ ชื่อเสียงคุณจะเสียหาย”

“เวลาจะผ่านไปกี่ปี คุณก็ยังห่วงใยวิก่อนตัวเองเสมอ แล้วจะไม่ให้วิรัก...เพื่อนที่แสนดีอย่างคุณได้ยังไง”

สวิตาส่งตาหวาน สื่อความในใจที่เก็บมานาน แต่อินทวงศ์ก็ไม่รับรู้ และไม่เคยคิดกับเธอในรูปแบบอื่นเลย...

เกล้ามาศนั่งรถถึงวังติณชาติในเวลาต่อมา คำขอร้องของแม่ยังวนเวียนในหัว จะไม่แพร่งพรายเรื่องเสียงหลอนปริศนาในวังให้ใครรู้ เพราะไม่อยากให้แตกตื่นและชีวิตเงียบสงบในวังจะถูกทำลาย

ภาพอดีตวัยเด็กย้อนคืนมาอีกครั้ง เกล้ามาศจำได้ดี วันนั้นพ่อกับแม่ตกลงใจหย่าและแยกกันอยู่ โดยพ่อจะย้ายไปอยู่เมืองนอก และเธอก็ต้องอยู่กับแม่ที่เมืองไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในวันนั้น ทำให้พ่อต้องตัดสินใจใหม่

เกล้ามาศได้ยินเสียงแปลกๆมาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้ดี และพยายามหาทางรักษามาตลอด และวันนี้อาการก็เด่นชัดขึ้น ทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในสระน้ำท้ายวัง เพียงเพราะได้ยินเสียงหลอนของผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องขอให้ช่วยดึงเธอจากใต้น้ำ และเด็กหญิงเกล้ามาศในเวลานั้นก็ไม่รอช้า ตัดสินใจลงไปช่วย!

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 1 วันที่ 20 ม.ค. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ