อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 3 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 3 ม.ค. 59

“แหวนวงนี้มีคู่ของมัน อีกวงมีเพชรล้อมด้วย ทั้งชุดอยู่กับครอบครัวบำรุงประชากิจ จำชื่อนี้ไว้นะลูก ท่านเจ้าคุณบำรุงประชากิจเป็นเพื่อนของพ่อ อุตส่าห์ยกลูกสาวให้หมั้นหมายกับลูกตั้งแต่ยังแบเบาะ ข้อตกลงของผู้ใหญ่จะทำเฉยไม่ได้นะลูก”

ศรัณย์ขอปฏิเสธ แก้วตำหนิเป็นเพราะสาวข้างบ้านใช่ไหม...

เสียงชรัตน์ถามว่าไม่เคยเห็นหน้าบราลีมาก่อนเลยหรือ ศรัณย์หยุดคิดถึงอดีตบอกไม่มีใครอยากสมาคมกับปลัดจนๆอย่างตน สัญญาเก่ารุ่นพ่อแม่ป่านนี้คงลืมไปแล้ว ชรัตน์เล่าว่าเคยเจอกับบราลีในงานสมาคมนักเรียนเก่าแต่ไม่ได้เข้าไปทัก ว่าจะเล่าให้ฟังคงลืม ศรัณย์ปัดว่าไม่มีใครอยากมาดองกับคนที่พ่อฆ่าตัวตายบนกองหนี้สิน ชรัตน์รู้จักเพื่อนดีดักคอ



“นายก็ไม่อยากดองกับเขาเหมือนกัน หัวใจของนายเต็มไปด้วยคุณดวงสวาท เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมายังรักกันอีก ถามจริงๆไม่เบื่อหรือวะ”

ศรัณย์บอกว่าวันนี้จะขอเธอแต่งงาน ชรัตน์ตกใจไม่คิดว่าจะกะทันหันแบบนี้...ศรัณย์ตามออกมาหาดวงสวาทที่ยืนอยู่ริมน้ำ คิดว่าเธอยังหงุดหงิดเรื่องเมื่อครู่ เขาตัดสินใจเข้ายืนตรงหน้าหันหลังให้แม่น้ำ ถอยไปจนหมิ่นเหม่และกล่าว

“คนไม่มีต้นทุนอย่างผม มีแต่กำลังกายเท่านั้นเป็นที่พึ่ง ของธรรมดาสักชิ้น ถ้าผมอยากได้ผมก็ต้องสู้ ยิ่งถ้าเป็นของพิเศษถ้าผมอยากได้ ผมก็ต้องเสี่ยง...”

ดวงสวาทตกใจว่าเขากำลังจะทำอะไรบอกให้ขยับเข้ามา “ผมชอบทำในสิ่งที่คนอื่นกลัว ผมบอกกับตัวเอง ผมต้องไม่ตาย ผมต้องไม่แพ้” ศรัณย์เอากล่องแหวนเพชรออกมา “ผมเสี่ยงชีวิตแลกมันมาเพื่อเป็นหลักประกันว่า การแต่งงานของเรานับจากนี้ ผมจะเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลกเพื่อดูแลคุณ แต่งงานกับผมนะครับ”

ดวงสวาทอึ้งปฏิเสธไม่ออก ร้องไห้โฮแทนก่อนจะบอกเขาว่า พ่อกับแม่บังคับให้แต่งงานกับคุณชาย

นริศสิ้นเดือนนี้ ศรัณย์คิดถึงสายตาท่านทั้งสองที่มองมา แล้วถามคนรักว่าจะแต่งหรือไม่ หญิงสาวสะอื้นอ้างไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู และกล่าวคำขอโทษที่ไม่อาจแต่งงานกับเขาได้

“ต่อให้เอาชีวิตเข้าแลกผมก็แพ้อยู่ดี เขามีมากกว่า ผมทุกอย่าง ชาติตระกูล เกียรติยศ เงินทอง เพราะแบบนี้ ใช่ไหม”

ดวงตาศรัณย์เจ็บปวด รู้สึกต่ำต้อยและพ่ายแพ้ที่สุดในชีวิต ปล่อยตัวหงายหลังตกน้ำตูมจมหายไป

ดวงสวาทกรีดร้องให้คนช่วยศรัณย์ เจ้าหน้าที่ของร้านกระโดดลงไปสองสามคน ชรัตน์วิ่งมาเห็นสีหน้าเพื่อนที่ถูกช่วยขึ้นมา รู้ว่าเพื่อนเจ็บปวดหมดอาลัยตายอยาก

ooooooo

ในคฤหาสน์บำรุงประชากิจ ริน...สาวสวยที่ถูกเลี้ยงมากึ่งคนรับใช้ คอยดูแลบราลีและบุรณี รวมทั้งไปเรียนหนังสือด้วยกัน เธอเป็นทั้งแม่บ้านแม่เรือน ได้รับการอบรมจากเพ็ญแขเป็นอย่างดี เธอปลูกต้นมะลิไว้มากมายเพื่อนำมาร้อยมาลัยทุกวัน

วันนี้รินกำลังนั่งร้อยมาลัย บุรณีนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ห่าง อรุณสอนบราลีเต้นรำ เพ็ญแขเดินนำแจ๋วยกของว่างมาวางแล้วติงลูกสาวเต้นอะไรไม่น่าดูเลย เหมือนแหม่มกะปิน่าเกลียด อรุณขำอธิบายว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว สาวๆต้องเข้าสังคม เพ็ญแขตัดบทไม่อยากเข้าใจ ชวนให้ลูกๆมาช่วยร้อยมาลัยถวายพระดีกว่า วันนี้วันพระ สองสาวยิ้มแหยๆฝากรินจัดการให้แทน

“ได้ค่ะ แต่คืนนี้ต้องไปสวดมนต์เองนะคะ พรุ่งนี้จะสอบจะได้สมองโปร่งไงคะคุณบุรณี”

“ตกลงวิชาความรู้ของคุณหญิงเพ็ญแขตกเป็นของคนใช้หมดสินะ ไม่มีลูกคนไหนคิดจะสืบทอดสักคน” เพ็ญแขติง

“ยัยรินนี่ไงคะผู้สืบทอด แม่ของเขาเอามาทิ้งให้คุณแม่เลี้ยง ก็เท่ากับยกให้เป็นลูก ยัยรินได้วิชาอาหาร ดอกไม้ เสื้อผ้า เดี๋ยวเขาก็สืบทอดให้คุณหญิงเพ็ญแขเองล่ะน่า” บราลีกระเซ้า

รินออกตัวว่าตนเป็นเพียงคนรับใช้ บุรณีแย้งว่าพ่อกับแม่ส่งเสียให้เรียน คนใช้ที่ไหนจะเรียนสูง แจ๋วเห็นด้วยเพราะส่งตนก็คงไม่เรียนมีผัวสนุกกว่า เพ็ญแขหยิกแจ๋วที่พูดจาน่าเกลียดแล้วเดินนำแจ๋วออกไป อรุณเหน็บว่า

“ยัยบุบอกรินเป็นพี่สาวนี่พอเข้าใจ แต่ยัยราลีเนี่ย ใช้งานรินตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน อันนี้พี่ยังแคลงใจนะ”

“คุณอรุณล่ะก็ อย่าแกล้งคุณราลีสิคะ ดิฉันทำได้ค่ะ” รินปราม

บราลีโกรธที่ถูกขัดคอไล่อรุณให้ปีนรั้วกลับบ้านไปเลย เขาหัวเราะแอบกระซิบกับรินว่าการบ้านการเรือนเพียบพร้อมแบบนี้มีคนจองหรือยัง ถ้าไม่มีตนจอง รินส่ายหน้าอย่ามาล้อเล่น เดี๋ยวลูกผู้ดีคนไหนมาได้ยินเขาจะหมดโอกาส อรุณยิ่งขำเอ็นดูความน่ารักเพียบพร้อมของริน

ooooooo

ในขณะที่ศรัณย์เศร้าซึมอิดโรยอยู่กับบ้านพักที่ราชบุรี ชรัตน์กับแก้วยืนมองอ่อนใจ แก้วบ่นว่าศรัณย์ลาพักร้อน วันๆไม่พูดจากับใคร ข้าวก็ไม่กินเอาแต่นั่งเหม่อ ชรัตน์รู้ว่าเป็นเพราะดวงสวาทจะแต่งงานอาทิตย์หน้า แก้วหนักใจ

“ความสวยของดวงสวาทเหมือนมีมนต์ ศรัณย์ตกเป็นทาสของเธอตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนพ่อแม่ของดวงสวาทก็ยินดี แต่พอตอนหลัง...” ชรัตน์บอกหลังจากที่เจ้าคุณนิติสิ้น แก้วพยักหน้า “ท่านเจ้าคุณติดหนี้จนต้องฆ่าตัวตาย จากคนรวยกลายเป็นคนจน เพื่อนแทบทุกคนกลายเป็นคนไม่รู้จัก รวมทั้งพ่อแม่ของดวงสวาทด้วย”

“คุณชายนริศเพิ่งกลับจากนอก ชาติตระกูลไม่มีที่ติ พ่อแม่ทุกคนคงอยากจับลูกสาวใส่พานถวายให้ แล้วเราจะทำยังไงต่อไปล่ะครับคุณน้า”

แก้วคิดว่าวิธีแก้อกหักที่ดีที่สุด คือการมีรักครั้งใหม่ ชรัตน์อึ้งจะเป็นไปได้อย่างไร...

แก้วจัดแจงเขียนจดหมายถึงเจ้าคุณบำรุงประชากิจเพื่อทวงสัญญาหมั้นหมายของลูกๆ...พอศรัณย์ได้อ่านจดหมายก็ไม่พอใจ ต่อว่าแม่ทำอะไรไม่คิดถึงหน้าตนบ้าง ปลัดจนๆอย่างตนไปทวงสัญญาขอลูกสาวเขาแต่งงาน แก้วท้วงให้อ่านดีๆแม่เป็นคนขอไม่ใช่เขา

“พ่อของลูกกับท่านเจ้าคุณเป็นเพื่อนรักกัน ตอนลูกอายุได้สามสี่ขวบ พอได้ข่าวว่าท่านเจ้าคุณมีลูกสาว ทั้งสองก็ทำสัญญาให้ลูกๆได้แต่งงานกัน”

“คำว่าเพื่อนรักเราไม่มีมาตั้งแต่เราหมดตัว ทางนั้นก็หายจากชีวิตเราไปตั้งนานแล้ว เขาจะเรียกเราว่าเพื่อนรักอีกเหรอครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ปกติคุณแม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้”

แก้วปลอบว่าดวงสวาทแต่งงานไปแล้ว ให้เขาหัดมองหญิงอื่นบ้าง ศรัณย์อึ้งอ้างป่านนี้ทางนั้นลืมสัญญาไปแล้ว ไม่มีทางยกลูกสาวให้ตน แก้วจึงบอกถ้าทางนั้นไม่ยอมตนก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ายอมขึ้นมาเขาต้องแต่งงาน เขาส่ายหน้า แก้วย้ำว่าเป็นความต้องการของพ่อ ถือเสียว่าทำให้พ่อ ศรัณย์ชะงักในใจดื้อแพ่ง

“ก็ได้ แต่ผมจะย้ายไปเป็นปลัดที่หัวเมืองปักษ์ใต้ คำสั่งลงมาแล้ว ผมต้องไปสิ้นเดือนนี้”

แก้วตกใจในเมื่อเขายังต้องอยู่ราชบุรีอีกสองปี ศรัณย์ยอมรับว่าอาสาไปเอง และให้แม่เขียนจดหมายบอกเจ้าคุณด้วยว่า แต่งงานกับตนแล้วต้องใช้ชีวิตที่ปักษ์ใต้ ถ้ายอมตนก็จะแต่ง ศรัณย์ชี้ไปที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านว่าจดหมายจะมาส่งทุกวันพฤหัสฯ ถ้าสี่สัปดาห์ไม่มีจดหมายตอบรับ แม่ต้องลืมเรื่องนี้และหยุดเซ้าซี้ตน

แก้วคิดสักครู่ก่อนจะตกลง ศรัณย์มั่นใจว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนยอมให้ลูกสาวมาลำบากกับปลัดจนๆที่ปักษ์ใต้แน่ แก้วงงมีอะไรกันแน่ที่ปักษ์ใต้

ooooooo

เจ้าคุณบำรุงได้รับจดหมาย แล้วจำความสัมพันธ์อันดีของตนกับเจ้าคุณนิติได้ดี เพ็ญแขเอาเครื่องชุดทับทิมออกมาดูอย่างไม่เห็นด้วย บอกผู้เป็นสามีว่าลูกสาวกำลังสดใส จะตัดใจส่งไปแต่งงานจริงหรือ ทั้งสองมองไปที่บราลีที่กำลังหัดเต้นรำอย่างสนุกสนาน

“เราไม่เคยบอกเรื่องนี้กับบราลี เพราะไม่นึกว่าเขาจะมาทวงสัญญา”

“ศักดิ์เขาเป็นเพื่อนรักชนิดตายแทนกันได้ ทุกวันนี้ฉันยังเสียใจที่เขาไม่ให้โอกาสฉันเลย เขาไม่ควรคิดสั้นแบบนั้น น่าจะให้โอกาสฉันได้ช่วยเขาบ้าง”

“ท่านเจ้าคุณบำรุงกับท่านเจ้าคุณนิติมีภาระต้องรับราชการต่างจังหวัดทั้งคู่ คนหนึ่งขึ้นเหนือ อีกคนต้องไปอีสาน พออีกคนไปอีสานอีกคนก็ลงใต้ จำต้องห่างกันไปโดยปริยาย พ่อศรัณย์ที่ว่าเห็นครั้งสุดท้ายก็ยังแบเบาะ”

เจ้าคุณบำรุงบอกว่าตนตามข่าวอยู่ได้ยินว่าศรัณย์เรียนจบธรรมศาสตร์ การงานก้าวหน้า แต่เพ็ญแขก็ไม่เห็นด้วยที่จะส่งลูกไปเป็นคุณนายปลัดตามหัวเมืองแบบนั้น เจ้าคุณคิดว่าจะคุยกับบราลีเองเพราะอยากตอบแทนความเป็นเพื่อนรักกับเจ้าคุณนิติที่ตายจากไป...ก็พอดีพณิชมาขออนุญาตพาบราลีออกไปทานข้าวเย็น ด้วยกลัวจะน่าเกลียดจึงชวนอรุณฤกษ์มาด้วย เจ้าคุณบำรุงให้บุรณีไปเป็นเพื่อนบราลี และถามรินอยากไปก็อนุญาต แต่รินขอไม่ไปอยากอบผ้าให้เสร็จ

เพ็ญแขถือโอกาสที่รอบุรณีไปแต่งตัวชวนบราลีมาคุยลำพัง ถามลูกคิดอย่างไรกับพณิช หญิงสาวเขินอายไม่คิดว่าแม่จะถามตรงๆ จึงบอกว่าเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่เอาอกเอาใจดี

“งั้นบอกเขานะให้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอลูกซะ”

“ให้ลูกถามแล้วมันไม่น่าเกลียดหรือคะ ปกติคุณแม่ให้ลูกระมัดระวังเรื่องพวกนี้”

“ทำซะ ถ้าชอบพณิชเขาจริงๆก็รีบทำ แม่ช่วยหนูได้เท่านี้”

บราลีงงกับคำพูดเร่งรัดของแม่...ในขณะที่รินนำพวงมาลัยที่ร้อยมาไหว้พระสวดมนต์เช่นเคย แจ๋วเห็นรินกราบพระห้าครั้งก็แปลกใจถาม รินตอบว่า ตนไหว้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เจ้าคุณและคุณหญิงซึ่งเปรียบเหมือนพ่อและแม่ สำหรับตนยินดีให้ทั้งชีวิตแก่ท่านทั้งสองที่เลี้ยงดูตนมา แจ๋วติงพูดต่อหน้าพระระวังจะได้ถวายชีวิตจริงๆ รินยินดีอย่างจริงใจ

สัปดาห์แรก แก้วมองบุรุษไปรษณีย์ที่ขี่จักรยานผ่านบ้านไป ศรัณย์แอบขำ แก้วค้อนขวับ

ด้านพณิชพาลุงมาพบเจ้าคุณบำรุงและเพ็ญแข เพราะพ่อแม่ของเขาเสียหมดแล้ว

“พณิชมีกิจการค้าขึ้นล่องภาคใต้กับพระนคร ฐานะของเราจัดว่าดีพอจะเลี้ยงดูคุณหนูให้มีความสุขได้ หากไม่รังเกียจผมใคร่จะสู่ขอหนูบราลีให้กับพณิชหลานชายของผม”

เจ้าคุณบำรุงอึกอักอ้างว่าลูกยังเด็ก บราลีขัดขึ้นว่าตนไม่เด็กแล้ว ตนตกลง บุรณีซึ่งแอบดูอยู่กับรินตกใจที่พี่สาวกล้าพูดออกไปแบบนั้น รินหวั่นใจจะโดนเพ็ญแขเอ็ด แต่กลับเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเพ็ญแข บุรณียิ่งตกใจถามรินเห็นอย่างที่ตนเห็นไหม รินพยักหน้าอย่างงงๆ

เจ้าคุณถามบราลีว่าชอบพณิชขนาดนั้นเลยหรือ หญิงสาวยิ้มอายๆ เพ็ญแขสรุปว่า

“อย่างนี้ดีไหมคะ เอาเป็นว่าหมั้นกันไว้ก่อน ในเมื่อท่านเจ้าคุณเห็นว่าลูกยังเด็กก็รอสักสองสามปีค่อยแต่ง”

พณิชยินดี เจ้าคุณคิดหนักจะทำอย่างไรกับเรื่องสัญญาเก่า รินกับบุรณีลุ้นว่าเจ้าคุณจะตอบอย่างไร แล้วท่านก็ตอบออกมาว่าตามใจ...เพ็ญแขโล่งอก

สัปดาห์ต่อมา แก้วลุ้นเมื่อเห็นบุรุษไปรษณีย์มาหยุดก้มๆเงยๆอยู่หน้าบ้าน จึงร้องถามว่ามีจดหมายบ้างไหม เขาเงยหน้ามาพร้อมดอกพุดเสียบคาจมูก ชมว่าช่างหอมเหลือเกิน แก้วเคืองประชดอยากได้ก็เอาไปทั้งกระถาง เขากลับยกไปจริงๆ ศรัณย์หัวเราะร่าบอกแม่ว่าเหลืออีกสองพฤหัสฯ แก้วค้อนให้อีกหนึ่งวง

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 3 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ