อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 4 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 4 ม.ค. 59

แม้อะไรจะเปลี่ยนไปแต่เจ้าคุณบำรุงก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ เอ่ยปากกับเพ็ญแขว่ายังเหลือบุรณีอีกคน เพ็ญแขชะงักหน้ามุ่ยไม่พอใจ “นี่ท่านเจ้าคุณยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอีกหรือคะ”

“เมื่อคืนฉันฝันถึงนายศักดิ์ ฝันถึงตอนรุ่นหนุ่มที่ไปเที่ยวตกปลาด้วยกัน เขาคงมาทวงสัญญา ถ้าฉันทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ฉันคงตายตาไม่หลับ ข้อสัญญาไม่ได้บอกว่าลูกสาวคนไหน บุรณีก็เป็นเด็กน่ารัก ทางเขาคงไม่ว่าอะไร”

“คุณฝันร้ายถึงคนที่ตายไปแล้ว แล้วลูกเรายังมีชีวิตอยู่ ถ้าต้องแต่งงานไปกับคนเลวคนชั่ว คุณคิดรึคะว่าคุณจะตายตาหลับ”



รินซึ่งนั่งทำงานอยู่มุมหนึ่งได้ยินเรื่องราวรู้สึกสงสารบุรณี...เพ็ญแขไม่ไว้ใจที่จะให้ลูกสาวไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ เจ้าคุณเน้น “ฉันสอบถามมาแล้วจากคนที่เชื่อถือได้หลายคน ศรัณย์เรียนเก่ง จบรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เจ้านายและเพื่อนๆรักเขาทุกคน ที่สำคัญเขาขยันทำงานมาก เป็นเด็กที่มีอนาคต บุรณีก็เป็นลูกฉันเหมือนกันจะยกเขาให้ใครฉันก็เป็นห่วง”

เพ็ญแขยอมจำนน ให้ลองถามความสมัครใจลูกก่อน...เจ้าคุณจึงเรียกบุรณีมานั่งคุย ปูเรื่องว่าลูกเรียนจบแล้วมีแผนจะทำอะไร ดูแล้วลูกเป็นคนสบายๆมีหนังสือเล่มเดียวก็อยู่ได้ บุรณียิ้มๆ

“คุณแม่พูดเสมอผู้หญิงเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่หนูอยากสอบชิงทุนไปเรียนต่อเมืองนอก กลับมาจะได้เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย”

เพ็ญแขแย็บว่าควรคิดเรื่องแต่งงานบ้าง บุรณีคิดว่าการแต่งงานเหมือนกรงขัง เจ้าคุณติงคิดพิลึก รินทำทีเด็ดดอกมะลิแต่ที่จริงแอบฟัง บุรณีถามทำไมจะเรียน สูงๆแบบผู้ชายบ้างไม่ได้

“เพราะจะเก่งเกินหน้า ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่เก่งกว่าตัวเองหรอก”

“สมัยนี้ไม่เหมือนยุคคุณแม่แล้ว นับจากนี้ต่อไปผู้หญิงจะเข้ามาทำงานเป็นหลักให้กับชาติบ้านเมืองมากขึ้น”

เจ้าคุณถามถ้าลูกต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อเลือกเพื่อแสดงความกตัญญูจะได้ไหม พ่อกับแม่พบกันครั้งแรกก็วันแต่งงาน เป็นเรื่องธรรมดาของคนยุคเรา และสอน “ชีวิตที่นำด้วยอารมณ์ อารมณ์จะพาไปขึ้นสวรรค์ พาไปลงนรก เป็นไปได้ทั้งสองทาง แต่ชีวิตที่นำด้วยหน้าที่ หน้าที่ความรับผิดชอบจะพาไปทิศทางเดียว คือพาไปสู่สิ่งที่ดีงาม”

รินอึ้งกับคำสอนของเจ้าคุณ มันช่างน่าฟังมากในความรู้สึกตน แต่บุรณีกลับร้องไห้พูดไม่ออก...คืนนั้นรินต้องกอดปลอบบุรณีที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น บราลีเข้ามาฟังเรื่องราวแล้วเครียด เหตุนี้เองแม่ถึงเร่งให้ตนแต่งงาน บุรณีสะอื้นที่ตนไม่มีคนรักแม่ถึงช่วยไม่ได้ เพ็ญแขแอบฟังลูกๆปรับทุกข์กันด้วยความสงสาร

เช้าวันใหม่ แก้วเฝ้ารอจดหมายจนบุรุษไปรษณีย์ผ่านมา จึงแกล้งถามจะเอาอะไรอีก เขาบอกว่าเอาจดหมายมาส่ง แก้วดีใจรีบรับมาชูให้ศรัณย์ดู ทวงสัญญา “ลูกผู้ชายในยุคของพ่อรักษาสัจจะ เพราะถือว่าเป็นศักดิ์ศรี ท่านเจ้าคุณไม่มีทางลืมสัจจะของท่าน”

ศรัณย์กลืนน้ำลายเถียงไม่ออก จู่ๆบุรุษไปรษณีย์กลับมาดึงจดหมายจากมือแก้วแล้วโค้งคำนับ “ผมกราบขอโทษครับคุณปลัด คุณหญิง จดหมายของบ้านนั้นครับ ผมส่งผิด”

ศรัณย์หัวเราะก๊าก แล้วบอกว่าจะไปเริ่มเก็บของ พฤหัสฯหน้าถ้าไม่มีจดหมาย ตนจะออกเดินทางไปปักษ์ใต้ทันที

ขณะเดียวกันเจ้าคุณบำรุงจดๆจ้องๆจะเริ่มเขียนจดหมายอย่างไรดี รินยกน้ำชามาวางให้ เจ้าคุณถามถึงบุรณีหยุดร้องไห้หรือยัง เธอบอกว่าหยุดเป็นพักๆ เจ้าคุณเปรยอย่างทุกข์ใจ ถ้าบุรณีไม่ยอมตนตายไปคงไม่มีหน้าไปพบเพื่อน...รินเดินออกมารู้สึกในบ้านเต็มไปด้วยความทุกข์ เพ็ญแขนั่งเศร้าอยู่ในห้องพระ รินจึงเอาผ้าคลุมไหล่มาคลุมให้เพราะเห็นว่าอากาศเย็น

เพ็ญแขถาม ตนนั่งอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ รินก้มลงนวดขาให้เกรงจะเป็นเหน็บ เพ็ญแขมองความเอาใจใส่ของรินแล้วเปรยว่า พ่อแม่ที่ทิ้งเธอคิดอย่างไรนะถึงทิ้งเด็กดีอย่างเธอไว้บ้านเรา

“มารหัวขนอย่างหนูเขาไม่สนใจหรอกค่ะ ถ้าวันนี้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงไม่เมตตา หนูคงไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีชีวิตที่ดีอย่างวันนี้”

“กิริยามารยาท ความขยันความซื่อสัตย์ จะทำให้หนูมีชีวิตที่ดีขึ้น ผู้ชายที่ได้หนูไปต้องโชคดีกว่าสามีของ บราลีและบุรณีแน่”

รินไม่ได้นึกถึงตัวเองสักนิด กลับเป็นห่วงบุรณีที่ร้องไห้ไม่หยุด เพ็ญแขโพล่งขึ้น ถ้าอยากช่วยพวกเราให้หมดทุกข์จริงๆ ช่วยแต่งงานกับศรัณย์แทนบุรณีได้ไหม รินตาโพลงด้วยความตกใจ เพ็ญแขลูบแขนลูบไหล่รินทวงบุญคุณ “เราสองคนเลี้ยงหล่อนเหมือนลูกหลาน ความรู้การศึกษา การอบรมไม่มีอะไรด่างพร้อย ถ้าหล่อนตกลง ท่านเจ้าคุณก็ไม่เสียสัจจะ ยัยบุก็ไปเรียนหนังสือต่อตามที่ตั้งใจได้...เป็นคุณนายปลัดอำเภอมันก็ไม่เลวนะริน”

รินอึ้งไม่อาจปฏิเสธใดๆได้ เพ็ญแขยิ้มอย่างมีความหวังขึ้น...จากนั้นเพ็ญแขก็นำความมาบอกเจ้าคุณบำรุง อ้างว่าเราเลี้ยงรินมาเหมือนลูก เจ้าคุณตกใจเพราะอย่างไรก็ไม่ใช่ลูก เพ็ญแขสวน “ก็ทำให้มันใช่! จดทะเบียนรับรินเป็นลูกบุญธรรมสิคะ”

เจ้าคุณกังวลใจว่ารินยอมหรือไม่ เพ็ญแขมองหน้ารินซึ่งนั่งพับเพียบอยู่เชิงถาม รินใช้คำสอนของเจ้าคุณเป็นคำตอบ “ชีวิตที่นำด้วยอารมณ์ อารมณ์จะพาไปขึ้นสวรรค์ไปลงนรก เป็นไปได้ทั้งสองทาง แต่ชีวิตที่นำด้วยหน้าที่ หน้าที่ความรับผิดชอบจะพาไปทิศทางเดียว คือพาไปสู่สิ่งที่ดีงาม...หน้าที่ของเด็กที่แม่เอามาทิ้งอย่างรินมีเพียงอย่างเดียวคือตอบแทนพระคุณท่านทั้งสอง”

“เจ้าเป็นเด็กฉลาด มีหัวคิดเหมือนเคย” เจ้าคุณชมเชย เพ็ญแขยิ้มพอใจ

เจ้าคุณลงมือเขียนจดหมายตอบรับ รินเป็นคนนำไปหยอดตู้กับมือด้วยความเศร้าใจ ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้าง

ooooooo

ขณะที่ศรัณย์กำลังจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง เสียงไปรษณีย์ร้องเรียก เขารีบวางมือวิ่งออกมา แก้วกำลังรับจดหมาย บุรุษไปรษณีย์บอกว่าคราวนี้แน่นอน ตนตรวจสอบแล้ว

แก้วตื่นเต้นดีใจเปิดอ่านแล้วบอกลูกชายว่า ทางนั้นตอบตกลง ศรัณย์หน้าเสีย “เป็นไปได้ยังไง เขาส่งลูกสาวมาแต่งกับผมทำไมหรือเขาไม่รู้ข่าว”

แก้วชักสงสัยว่าทางปักษ์ใต้มีข่าวอะไร ศรัณย์ไม่ตอบบอกแต่ว่าพรุ่งนี้จะเดินทาง ตนให้แม่อยู่ด้วยแค่เดือนเดียวแล้วต้องกลับพระนคร แก้วไม่ยอมจะอยู่จนกว่าจะเสร็จงานแต่งงาน...

เมื่อสองสาวรู้เรื่องที่รินต้องไปแต่งงานแทนก็รู้สึกผิด รินพยายามปลอบใจตัวเองและบราลีกับบุรณีว่าตนดีใจที่ได้ทดแทนบุญคุณทุกคน...รินต้องมาเปลี่ยนชื่อที่อำเภอเป็นบราลีและจดทะเบียนเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าคุณบำรุงกับเพ็ญแข ส่วนบราลีเปลี่ยนชื่อเป็น...บรานี

วันต่อมา รินก้มกราบเจ้าคุณบำรุงและเพ็ญแขเพื่อเดินทางไปปักษ์ใต้ เจ้าคุณย้ำว่าความดีจะปกป้องคุ้มครอง จงเป็นคนดีให้ผู้อื่นเมตตาเหมือนที่ทำมา รินรับคำ บุรณีให้รินเขียนจดหมายมาทุกอาทิตย์ บรานีบ่นว่าไม่มีรินตนต้องแย่แน่ๆ แจ๋วร้องไห้โฮเพราะต้องทำงานหนักขึ้น...

บนรถไฟ รินนอนไม่หลับครุ่นคิดว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง คิดถึงคำสอนของเจ้าคุณ คำบอกเล่าของเพ็ญแขที่ว่าตัวเธอก็พบหน้าสามีวันแต่งงานเช่นกัน รินอยากรู้ว่าเธอกลัวอย่างที่ตนกลัวอยู่หรือไม่...พอรถไฟมาถึงสถานีสงขลา รินลงมามองไปรอบๆอย่างเดียวดาย

ที่บ้านพักปลัดซึ่งยังมีต้นไม้รกรุงรัง เสนอขับรถมาจอดเห็นแก้วยืนกังวลใจอยู่ เขารีบรายงานว่าศรัณย์หายไปไหนไม่รู้ ตนเลยรีบกลับมาก่อน แก้วถอนใจ “แย่จริงๆ เขาเดินทางจากพระนคร จากพ่อจากแม่มาแทนที่ให้การต้อนรับอย่างดี นี่อะไร วันแรกที่เจอกันก็สายเสียแล้ว”

เสนอรีบขับรถพาแก้วมารับรินที่สถานีรถไฟ แก้วเรียกบราลี เธอสะดุ้งยังไม่ชินกับชื่อนี้เท่าไหร่ และยังพูดตะกุกตะกักเรียกแก้วว่าคุณหญิงแทนที่จะเรียกว่าคุณแม่ ต้องเรียกเจ้าคุณกับเพ็ญแขว่าพ่อแม่ก็เรียกผิดๆถูกๆเป็นเจ้าคุณกับคุณหญิง แถมยังแย่งเสนอถือกระเป๋าเองด้วยความเคยชินที่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองและรับใช้คนอื่น

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 1 วันที่ 4 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ