อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 10 วันที่ 14 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 10 วันที่ 14 ม.ค. 59

หลังจากนั้นมีการแถลงข่าวเรื่องธาวิน มีนักข่าวมามากมายที่เป็นหัวหอกในการทะลวงฟันคือไข่มุก ตามเคย แต่คราวนี้ไข่มุกก็ไม่ได้อะไร เมื่อเธอถามว่า ตอนนี้เขาสนิทกับเมญ่าในฐานะอะไร ธาวินสายตาอ่อนโยนเมื่อพูดถึงเหมยว่า

“คุณเมญ่าเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมมาเป็น นักร้อง”

“อุ้ย ฟังดูว้านหวาน” ไข่มุกใส่จริต แต่แล้วก็เจื่อนเมื่อธาวินบอกว่า...

“ผมหมายถึง เมญ่ามุ่งมั่นกับทุกอย่างที่เธอทำ” แล้วเขาก็พูดกับกล้องเหมือนบอกคนดูว่า “เมญ่า ทำให้ผมมีกำลังใจฝึกร้องเพลง ฝึกเต้น ก่อนจะได้มาเป็นนักร้องตอนนี้”



ไข่มุกเปลี่ยนเล่นประเด็นใหม่ ถามว่าแล้วที่เมญ่าตกอับจนต้องไปขายของตามตลาดนัดล่ะ ธาวินถามหน้าตึงว่า

“คุณพูดเหมือนมันเป็นเรื่องน่าอาย”

“ก็น่าอายอยู่นะคะ จากนักร้องที่กำลังดัง ต้องกลาย ไปเป็นแม่ค้าขายของตลาดนัด”

“คนที่ถูกแกล้งจนต้องเปลี่ยนอาชีพ เพราะเจอนักข่าวนั่งเทียนเขียนข่าวแย่ๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องไปขายของที่ทำ ด้วยฝีมือตัวเอง ผมว่าน่าชื่นชม น่าให้กำลังใจมากกว่านะครับ เมญ่าเป็นตัวอย่างของคนดี ไม่ยอมแพ้ความทุกข์ ไม่คิดร้าย ไม่จ้องทำลายใคร”

ธาวินจ้องหน้าไข่มุกพูดจริงจัง จนไข่มุกร้อนตัวถามว่า “ตกลงว่าน้องวินด่าสื่อ หาว่าคิดร้ายกับเมญ่าเหรอคะ”

ลันตาชิงตอบแทนว่า “ด่าที่ไหนล่ะคะ น้องวินรักพี่ๆ สื่อจะตาย สัมภาษณ์กันพอหอมปากหอมคอแล้วนะคะ เวลาเรามีไม่มากเพราะวินมีงานต่ออีกหลายที่ เดี๋ยวเราไปดูโชว์เด็ดๆของน้องวินกันดีกว่า เชิญพี่น้องสื่อที่ห้องซ้อมเลยค่ะ”

พูดแล้วรีบชักชวนทุกคนไปห้องซ้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเข้าห้องซ้อมค่ายเคพี เกรียงเพชรพูดเบาๆ กับลันตาว่า หวังว่าจะได้ผลนะ ลันตากับคิมมี่ถึงกับยกมือท่วมหัว

พอธาวินเริ่มร้องและเต้น พวกนักข่าวต่างก็ดูกันเฉยๆ แต่พอดนตรีเข้าท่อนที่โชว์เต้น ธาวินเพิ่มท่าสิงโตไปในท่าเต้นได้อย่างลงตัว จนจิณห์กับจำปาปรบมือลั่น พวกนักข่าวกระหน่ำกดชัตเตอร์กันรัว ไข่มุกอ้าปากค้าง

พวกเกรียงเพชรที่ดูอยู่ต่างดีใจ พลอยเต้นและทำท่าตามไปอย่างอินกับธาวินไปด้วย

และท่าเต้นที่ประยุกต์ท่าเชิดสิงโตได้อย่างลงตัวนี่เอง ทำให้ธาวินชนะประกวดการโหวตเพลงประจำสัปดาห์ บรรดาแฟนคลับกรี๊ดกันกระหึ่ม ชูป้ายไฟหลายรูปแบบหลากสี โดยเฉพาะพรีนชูป้ายไฟอันใหญ่กว่าเพื่อน

ลีโอ ฟังเสียงกรี๊ดและดูป้ายไฟที่เชียร์ธาวินอย่างแค้นใจ แล้วก็แค้นแทบกระอักเลือดเมื่อผลการตัดสินธาวินเป็นผู้ชนะ ขึ้นรับรางวัลยืนยิ้มท่ามกลางแสงแฟลชวูบวาบอย่างสง่างาม

ด้วยสำนึกบุญคุณของเฮียโชค ธาวินซื้อเครื่องยาจีนมาฝาก เขาเข้าไปคุกเข่าใกล้เฮียโชค เอ่ยอย่างอ่อนโยน

“ผมรบเร้าเหมยเองครับ ว่าอยากขอพบเฮียโชค วันนี้เอาท่าสิงโตที่เฮียเคยสอนไปเต้นคนชอบมาก ผมอยากกราบขอบคุณที่เฮียสอนผม” ธาวินมองอย่างจริงใจแล้วก้มไหว้

แต่...เฮียโชคยังทำใจไม่ได้ พยายามพูด “ไป... ไปซะ” เหมยตกใจที่ป๊าไล่ธาวิน แต่เขากลับพูดว่า

“ไม่เป็นไรเหมย” หันยิ้มให้เฮียโชคอย่างเข้าใจ พูดอ่อนน้อมว่า “ผมอยากมาขอบคุณ อยากให้เฮียโชครู้ว่า ผมระลึกถึงบุญคุณเฮียตลอดเวลา ไม่เคยลืม” ธาวินค่อยๆลุกขึ้นเดินออกไป อาหยาง เหมย กับหมิงมองอย่างสงสาร

“ลื้อนี่นะ แค่จะปล่อยให้ลูกได้ยิ้ม ได้มีความสุขกับเขาบ้าง มันไม่ได้เลยใช่ไหม” เจ๊ง้อบ่นเฮียโชคอย่าง หงุดหงิด

“ไม่เป็นไรค่ะป๊า เหมยจะไม่ให้วินมาเจอป๊าอีก อะไรที่ป๊าสบายใจ เหมยทำได้ทุกอย่าง” เหมยกุมมือยิ้มให้ป๊า

แม้เฮียโชคจะรู้ว่าเหมยทุกข์ใจเพียงไร แต่ความทิฐิเกลียดชังธาวินมีมากเกินกว่าจะทำใจได้

ooooooo

คิมมี่รับธาวินกลับ บ่นว่าทีหลังไม่ต้องมา จะขอบคุณอะไรก็ฝากกระเช้าผ่านตนมาก็ได้ เกิดนักข่าวตามจิกไม่เลิกเรื่องมันจะไม่จบ

แต่ขับมาไม่เท่าไร ปรากฏว่ายางแบนไปล้อหนึ่ง คิมมี่ลงมาดูบ่นกระปอดกระแปด จะโทร.เรียกช่าง ขณะนั้น ระมิงค์เมืองจอดรถดูอยู่ไกลๆ เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมีคนซ้อนท้ายขับเฉี่ยวมาแล้ววกกลับพร้อมกับคนซ้อนชักปืนออกมายิงธาวิน เขาถูกยิงที่ไหล่ซ้ายเลือดกระฉูด พริบตานั้นระมิงค์เมืองชักปืนยิงมือของมือปืนมันตกใจบิดรถหนีไปทันที

คิมมี่ตกใจร้องวี้ดว้ายให้คนช่วย ระมิงค์เมืองลงมาประคองธาวินไว้ในอ้อมแขน บูรพาสมิงด่าลูกน้องสองคนที่หลักชัยพามารายงานผลว่า ใกล้ขนาดนั้นยังยิงพลาด สั่งให้หลักชัยสั่งสอนมันด้วย และถ้าพลาดอีกครั้งมันตาย ระหว่างนั้นระมิงค์เมืองกลับมา เธอเดินหางตามองสองคนนั้นและผ่านพี่ชายไปโดยไม่ทัก เมื่อเข้าไปเจอกันในบ้าน เธอต่อว่าพี่ชายว่ากำลังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ครอบครัวเรา

บูรพาสมิงหาว่าเธอกำลังปกป้องศัตรู กระทั่งว่าเธอกำลังรักศัตรู เมื่อระมิงค์เมืองปฏิเสธเขาให้เธอสาบานว่าจะไม่เห็นใครดีกว่าครอบครัว เมื่อระมิงค์เมืองสาบาน บูรพาสมิงขู่ว่า

“ถ้าวันไหนที่น้องผิดคำสัญญา พี่จะถือว่าน้องเลือกเอง”

บูรพาสมิงแยกไปอีกทาง ดาราเลิศเดินมาข้างหลังระมิงค์เมืองเอ่ยเย้ยว่า

“ท่าทางพี่ชายเธอจะไม่อยากได้เจ้าชายธาวินดรณเป็นน้องเขย ความหวังของเธอที่จะได้กินเด็กหนุ่มให้เป็นอมตะคงริบหรี่เต็มทน” ระมิงค์เมืองตวาดว่าอยากตายนักใช่ไหม ดาราเลิศย้อนเย้ยว่า “ทำไมฉันต้องกลัวคำขู่ จัดการเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนเถอะระมิงค์เมือง จะทำยังไงในเมื่อพี่ชายเธอ ฆ่าได้กระทั่งผู้ชายที่เธอรัก...”

ดาราเลิศนวยนาดผ่านระมิงค์เมืองไปอย่างเย้ยหยัน ระมิงค์เมืองจิกตามองอย่างเจ็บปวด กดดัน

ooooooo

คืนนี้เอง ตันหยงบอกระมิงค์เมืองว่าเจ้าชายออกจากห้องผ่าตัดแล้ว ปลอดภัยดี บูรพาสมิงตรงมาปรามทันทีว่า

“อย่าแม้แต่จะคิดนะน้อง ห้ามไปเยี่ยมมัน ห้ามใกล้ธาวินดรณ ห้ามปล่อยใจให้ศัตรู ถ้าน้องขัดคำสั่งพี่ พี่จะถือว่าน้องเลือกตัดความเป็นพี่เป็นน้องของเราด้วยตัวเอง”

ระมิงค์เมืองมองหน้าพี่ชายอย่างไม่พอใจ เดินผ่านหน้าไปด้านใน ทันทีที่น้องสาวเดินผ่านไป บูรพาสมิงสั่งหลักชัย

“มีโอกาสฆ่าไอ้วินเมื่อไหร่ ลงมือได้เลย”

แทนแค้นบูรพาสมิงบอกกามินว่าตนจะฆ่ามัน กามินเตือนสติว่าอย่าวู่วาม ชีวิตเจ้าชายยังอยู่ในกำมือ พวกมัน และครั้งนี้เราพลาดเองที่ปล่อยให้เจ้าชายคลาดสายตา

“พ่อครับ ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ไอ้บูรพาสมิงมันจะได้ใจ ผมต้องการฆ่ามันก่อนที่มันจะฆ่าเจ้าชายสำเร็จ”

“เราจะต้องมั่นใจก่อนว่าจะกลบหลักฐานได้มิดชิด ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ”

“ไอ้บูรพาสมิง” แทนคำรามเครียด นับวันยิ่งแค้นบูรพาสมิงมากขึ้น

คืนนี้ เหมยแอบไปเยี่ยมธาวินแต่ธาวินหลับอยู่ เหมยกุมมือธาวินอย่างห่วงใย บอกแทนว่าเราต้องระวัง ระมิงค์เมืองด้วยเพราะเป็นพวกเดียวกับบูรพาสมิง แทนบอกว่าถ้าเจ้าชายฟื้นเมื่อไรก็จะย้ายเจ้าชายออกทันที

แทนพูดเป็นนัยว่าเจ้าชายถูกยิงหลังออกจากบ้านเหมยไม่นาน มันคงสะกดรอยเจ้าชายไปเพราะรู้ว่าจะต้องไปหาเธอทุกวัน ซึ่งที่จริงแล้วเจ้าชายก็ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเธออีก บุญคุณของเฮียโชคเจ้าชายก็ตอบแทนให้ทุกอย่างแล้ว วันนี้ที่เจ้าชายมาเป็นนักร้องก็เพื่อช่วยเธอ

“พี่แทนกำลังบอกว่าเพื่อปกป้องเหมย ชีวิตเจ้าชายถึงอยู่ในอันตราย”

“คุณฉลาด ผมคงไม่ต้องพูดทุกอย่าง วังใต้เมฆเป็นที่ของคนเวียงพะเนินเท่านั้น”

เหมยเข้าใจความหมายที่แทนพูด น้ำตาคลอค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากมือธาวินช้าๆ มองเขาอย่างปวดร้าว

เมื่อกลับถึงบ้าน เหมยเข้าไปนั่งในห้องเก็บโคมจีน ร้องไห้อย่างหนัก เมื่อนึกถึงความแตกต่างและฐานะที่ห่างชั้นระหว่างตนกับธาวินก็ยิ่งเศร้า เมื่อเห็นว่าความรักระหว่างตนกับธาวินเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...

ooooooo

พอธาวินฟื้นขึ้นมาก็ถามหาเหมย จำปาบอกว่าเหมยมาไม่ได้เพราะนักข่าวเต็มไปหมด

ขณะนั้นเอง พรีนเดินเข้ามาพร้อมรูปใส่กรอบอย่างดี ยิ้มสดใสสวัสดีทุกคน แล้วตรงไปหาธาวิน

“พรีนเอาภาพวิวมาให้พี่วินนอนดูเล่นน่ะค่ะ นี่เป็นภาพเขียนจากวิวบนยอดดอยที่เวียงพะเนิน ของจริงสวยมากนะคะ พรีนอยากให้พี่วินได้ไปเที่ยวสักครั้ง”

ธาวินมองภาพนั้นด้วยแววตาอ่อนโยน คิดถึงเวียงพะเนินขึ้นจับใจ คุยกับแทนคืนนั้นแล้ว เหมยคิดหนัก เศร้าจนเจ๊ง้อบอกว่าเป็นห่วงวินก็ไปเยี่ยม หมิงเห็นด้วย เหมยเงียบ อาหยางถามว่าทะเลาะกันหรือเปล่า

“ไม่ได้ทะเลาะหรอกค่ะ เมื่อวานตอนเหมยไปเยี่ยม วินยังหลับอยู่” เจ๊ง้อบอกว่าไม่ต้องกลัวป๊าหรอกเดี๋ยวอาอึ้มชวนคุยก็หลับแล้ว “เหมยไม่ควรไปเยี่ยมวินอีกค่ะ วินต่างกับเหมย ต่างกันมาก ไม่ใช่แค่ฐานะนักร้อง เราต่างกันมาตั้งแต่แรก อย่าให้เรื่องของเหมยไปขวางทางของวินอีกเลยค่ะ”

ธาวินจะโทรศัพท์คุยกับเหมย แทนบอกว่าเมื่อวานเหมยมาเยี่ยมแล้วแต่เขาหลับ ธาวินจึงขอโทรศัพท์จำปาจะโทร.หาเหมย จำปาบอกว่าเหมยขายของอยู่ จำปาเห็นธาวินหงุดหงิดจึงส่งโทรศัพท์ให้ พอดีอาหยางส่งรูปเหมยขายของมาให้จำปา ธาวินเปิดดูเห็นเหมยกำลังขายของอยู่จริงๆ

ธาวินรบเร้าออกจากโรงพยาบาล แล้วไปหาเหมยที่บ้านเจ๊ง้อ ไปเห็นภาพที่เหมยถูกฝาหม้อนึ่งซาลาเปาลวกมือและอาหยางช่วยดูให้ พอทั้งสองหันมาเห็นก็รีบปล่อยมือจากกัน ธาวินบอกเหมยว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย

ธาวินไม่สบายใจที่เห็นอาหยางใกล้ชิดกับเหมย กอปรกับเหมยตัดสินใจที่จะห่างจากเขา ทั้งสองจึงมีแง่งอนจนทะเลาะกัน เหมยตัดบทว่า

“อย่ามาทะเลาะกันเลย เจ้าชายควรจะกลับไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย มีพี่แทนกับนายพลกามินคอยดูแล”

เหมยพยายามพูดให้ธาวินหมางเมินกับตน กระทั่งบอกว่าเจ้าชายอย่ามาที่นี่อีกเลย เพราะเจ้าชายต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนตนก็ต้องดูแลป๊า ขอร้องให้เจ้าชายกลับไปเสีย ตนมีงานต้องทำ อย่าให้ถึงกับต้องไล่กันเลย

“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมจะมาหาเหมยอีก ผมไม่เชื่อว่าหัวใจของเราจะแยกจากกันได้ง่ายๆ ผมรักคุณ ไม่ว่าคุณจะไล่ผมยังไง ผมก็บอกแต่ว่าผมรักคุณเหมย ดอกไม้ที่สวยที่สุดของผม”

เหมยหันหลังให้ จนในที่สุดธาวินต้องกลับไป พอเขาไปแล้ว เหมยหันกลับมามองน้ำตาไหลพราก...

กลับถึงบ้าน ธาวินเงียบขรึม จนจำปาบอกกับแทนและกามินว่ากลับจากบ้านเหมยก็ไม่พูดอะไรสักคำ

“ผมคุยกับเหมยไปแล้ว เจ้าชายไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนเดียว” แทนบอกทั้งสองกามินพยักหน้าเห็นด้วย เหลือบมองธาวินที่ยังเศร้าอยู่ แล้วทั้งสองก็พากันเดินเข้าบ้าน

ooooooo

ธาวินออกจากโรงพยาบาลก็ไปซ้อมเพลงที่ค่ายเคพี จิณห์ติงว่าน่าจะพักอีกสักหน่อย เล่าให้เขาฟังว่า

“ลีโอมันให้สัมภาษณ์บลัฟวินใหญ่เลย หาว่าทำตัวกร่างจนถูกไล่ยิง”

“เอานิสัยตัวเองมาด่าคนอื่น” ธาวินพึมพำ

“ไอ้ลีโอ ไอ้ชั่ว คนอย่างแกต้องได้รับผลกรรมซะบ้าง” จำปาด่าอย่างเจ็บใจ เลี่ยงไปนั่ง จิณห์มองอย่างแปลกใจ

หลังจากนั้นก็มีข่าวฉาวข่าวชั่วของลีโอแพร่ในไอแพด เสี่ยอ๊อดอ่านถึงกับหัวเสียถามว่านี่มันอะไรกัน! ลีโอหาว่าเอกเอื้ออยู่เบื้องหลังข่าวเหล่านี้ เอกเอื้อโวยว่าตัวเองไปทำอะไรไว้คนเขาถึงได้รุมยำเสียขนาดนี้ ลีโอประกาศจะฟ้องมันให้หมด

“ถ้าฟ้องก็เท่ากับร้อนตัวไปเอง เพราะในกระทู้ไม่มีใครเอ่ยชื่อเธอสักคำ ฟ้องไปก็แพ้ ทั้งแพ้ทั้งอายเลยนะ”

“ต้องเป็นพวกไอ้วินแน่” ลีโอเจ็บใจ

ที่ค่ายเคพี ทั้งเกรียงเพชร ลันตา ครูนกกระจิบ ครูอะตอม ต่างถามกันว่าที่ในไอแพดรุมกระหน่ำกันนั้นคือใคร จนเมื่อครูอะตอมอ่านเจอว่า “นักร้องแบดบอยนิสัยชั่ว” คิมมี่ฟันธงว่านักร้องแบดบอยเป็นใครไปไม่ได้ ปังเลย

“แฉออกมาซะขนาดนี้ต้องคนใน รู้จักถึงตับไตเครื่องในเซี่ยงจี๊เลยนะครับเนี่ย” จิณห์คาดธาวินเอะใจหันมองจำปา แต่จำปาทำไม่รู้ไม่ชี้

ส่วนหมิงบอกอาหยางกับเหมยว่าสะใจมาก เพราะมันทำกับเหมยไว้เยอะ คราวนี้คนอื่นจะได้เห็นธาตุแท้มันเสียที

ooooooo

เมื่อเหมยหมางเมินและขอร้องอย่ามาหาตนอีก ธาวินทำใจไม่ได้จึงตามไปแอบดูตามตลาดที่เหมยไปขายของ เห็นอาหยางช่วยขายของและสนิทสนมกับเหมยก็ได้แต่มองอย่างน้อยใจ

จำปาร่างกายอ่อนเพลียอาเจียนและเป็นลม อาหยางจึงพาไปหาหมอ ปรากฏว่าจำปาท้อง!

จำปาขอร้องอาหยางอย่าบอกใครเพราะตนจะเอาเด็กออก อาหยางไม่เห็นด้วย ถามว่าธาวินเป็นพ่อของเด็กใช่ไหม จำปาบอกว่าวินเป็นคนดีเขาไม่เคยล่วงเกินตนเลย อาหยางถามว่าจำปาไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหน

“ไม่ใช่แฟน ไอ้เลวนั่นมันรังแกจำปา มันข่มเหงจำปา มันเหมือนสัตว์ พอมีความต้องการมันก็หาใครสักคน แต่ทำไม...ทำไมต้องเป็นจำปาที่เจอมันด้วย” จำปาร้องไห้แค้นใจ อาหยางให้บอกว่าใครตนจะให้ตำรวจไปลากคอมันเข้าคุก จำปาไม่บอกว่าเป็นใคร แต่พูดอย่างอาฆาตว่า “จำปาไม่มีวันปล่อยคนชั่วอย่างมัน ให้ไปทำร้ายผู้หญิงอื่นอีก”

แล้วจำปาก็ไปที่ค่ายเอโอดี บอกรีเซฟชั่นว่าต้องการพบลีโอ ถูกปฏิเสธว่าลีโอกำลังเข้าห้องอัด มีธุระอะไรสั่งไว้หรือถ้าเป็นแฟนคลับก็ให้มาวันอื่น จำปาบอกว่าตนมีธุระด่วนมาก รีเซฟชั่นก็ตัดบทว่า “คุณลีโอสั่งไว้ว่าไม่รับแขก”

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 10 วันที่ 14 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ