อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10 วันที่ 29 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10 วันที่ 29 ม.ค. 59

“ถ้าเขากลับกรุงเทพ ฉันจะไม่ตามเขาอีก อยู่ที่นี่มีแต่เรื่องทุกข์ใจไหนจะเสือขาว ไหนจะดวงสวาท ชีวิตอย่างฉันคงไม่เหมาะกับผู้หญิงคนไหนจริงๆ” ศรัณย์นั่งซึมไม่ยอมทานข้าวไปอีกคน
เสนอถอนใจสงสารทั้งคู่ รินนั่งเหม่อ คิดเรื่องจะเชื่อศรัณย์ดีไหม
บ้านดวงสวาท ดวงสวาทนั่งคิดอะไรเหมือนกัน แล้วก็หัวเราะออกมา หน้าตายิ้มแย้มมีความสุข
นิจเดินมาเห็นเข้า “อะไรของแก จู่ๆก็นั่งหัวเราะออกมา”
“สะใจ ป่านนี้ที่ปักษ์ใต้ คงวุ่นวายเพราะข้อความสั้นๆ ในโทรเลข”
ดวงสวาทหัวเราะสนุกสนานอีก นิจค้อนๆ ดวงสวาทไม่ยอมตัดใจจากปักษ์ใต้เสียที

ห้องนอนศรัณย์ ทั้งสองนอนด้วยกัน วันนี้มีหมอนกองสูงระหว่างกลางของคนทั้งสองประมาณสามสี่ใบ “วันนี้ฝนตก อากาศเย็นลง ผ้าห่มของหล่อนพอไหม” รินนอนหน้าเครียดมองเพดาน คิดอะไรอยู่ ไม่ตอบ “ไม่ตอบ เดาว่าคงพอ แต่ของฉันไม่พอ ฉันรู้สึกหนาว หล่อนหยิบผ้าให้อีกสักผืนสิ” รินนิ่ง ไม่หยิบไม่ขยับ “เกลียดคนรู้ทัน ใช่ผ้าห่มกี่ผืนก็ไม่พอหรอก แต่งงานกับหล่อนมาเจ็ดเดือนแล้ว ยังไม่เคยได้รับความเมตตาปรานีจากหล่อน .... ก็ต้องนอนหนาวอย่างนี้แหล่ะ” ศรัณย์หันมาข้างๆ ทำเสียงเล็กเสียงน้อย อ้อน “ต้องนอนหนาว ต่อไป ....ได้ยินไหม หนาวๆๆๆๆ”


รินไม่มีอารมณ์ล้อเล่นเอาเสียเลย ได้แต่เบื่อหน่ายครุ่นคิดหนัก ศรัณย์เลยเปลี่ยนจากยิ้มมาเครียดเช่นกัน มุกใช้ไม่ได้

ยามเช้า รินนั่งคิดอยู่ในสวนยังไม่เลิกคิด
ศรัณย์เดินด้วยไม้เท้านำหน้าเสนอออกมาดูริน “ถ้าเขาเก็บกระเป๋ามาบอกฉันด้วย อย่างน้อยจะได้ทำใจ”
“คุณดวงนะคุณดวง ไม่รู้จะทำปาปทำกรรมถึงไหน เฮ้อ”
ศรัณย์เดินออกไปที่สวนอีกมุม
รินนึกถึงคำของคุณหญิงแก้ว “ฟังให้ดีๆนะ พ่อศรัณย์ ตั้งแต่กลับมาไม่เคยนอนบ้าน นอนที่อำเภออย่างเดียว เขาต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อรอหนูกลับมา เขาต้องการแสดงให้หนูเห็น หนูไว้ใจเขาได้” รินลุกขึ้นยืน ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไง เดินออกไป

ในสวน ศรัณย์มาที่นี่เพื่อหัดเดินด้วยไม้เท้า รินเดินมาหาพูดคุยด้วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนศรัณย์งง “คุณเดินได้เกือบจะปรกติแล้ว หายเร็วกว่าที่หมอคาด เก่งมากค่ะ”
“ไม่พูดกันมาหนึ่งวัน หนึ่งคืน ... นี่จะมาลาฉันหรือ”
“ลา?”
“กลับกรุงเทพไง” ศรัณย์เศร้าจนรินมองหน้า
“ฉันมีอะไรให้ดู มาทางนี้ค่ะ” รินประคองศรัณย์
ทั้งสองเข้ามามองทานตะวันกลุ่มหนึ่งที่บานสะพรั่งเป็นครั้งแรก
“บานสะพรั่งเลย”
“คุณดวงสวาทจู่ๆก็ส่งโทรเลขมา ถ้าเป็นเรื่องจริงเธอคงบอกฉันตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว นี่คงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ก็เลยคิดจะปั่นหัวฉันเล่น”
“หล่อนรู้อย่างนี้ หล่อนจะยอมให้เขาแกล้งหรือหล่อนจะทำยังไงต่อ”
“ไม่ใช่รอ แต่ต้องสร้าง”
“หมายถึงอะไร”
รินนึกถึงสิ่งที่เคยคุยกับเจ้าคุณบำรุง
“ความรักเป็นสิ่งที่ต้องสร้างหรือคะ” รินคิดทบทวน
“คนที่รอความรัก จะต้องรอไปตลอดชาติ คนที่คาดหวังในความรัก จะผิดหวังเสมอ แต่คนที่สร้างความรักด้วยตัวเอง ไม่รอ ไม่ยอมแพ้ เขาจะมีความรักอยู่รอบตัว”
รินยิ้ม เอามือเข้าไปจับ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รินแสดงอาการตอบรับความรัก ศรัณย์มองมือนั้น เต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกดีใจจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้มากนัก ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันและกันใช้สายตาบอกทุกสิ่งทุกอย่าง
“เป็นครั้งแรกที่หล่อนจับมือฉันด้วยความเต็มใจ” รินยิ้ม ยอมรับความรู้สึกตัวเอง ศรัณย์กุมมือให้แน่นขึ้น “หนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ดแปดเก้าสิบ” ศรัณย์จับมือที่จับกันอยู่นั้นขึ้นมาแนบหน้า สายตาขอบคุณจริงๆกับเรื่องไม่คาดฝันในวันนี้ “ขอบคุณครับที่เข้าใจกัน เชื่อใจกัน ขอบคุณมาก”

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ชรัตน์ออกมาจากห้อง ช้องนางรีบเข้ามาดึงมือไปสีหน้าดีใจมาก “ตื่นเสียที อามีอะไรให้ดู มานี่เร็ว”

พระพิจารณ์ธุรกิจนอนบนเตียง แต่สีหน้าอมยิ้มมีความสุขขึ้น พยาบาลสองคนบีบนวดทำกายภาพยกเหยียดให้
“คุณพ่อ ยอมทำกายภาพแล้วหรือครับ”
ช้องนางพยักหน้า พยาบาลรายงาน “เมื่อเช้าก็ทานข้าวได้เยอะมาก”
พระพิจารณ์ธุรกิจส่งเสียงออกมา คราวนี้ไม่ติดอ่างแล้ว “น้อง .... น้อง”
ชรัตน์ดีใจสุดๆ เดินเข้าไปใกล้ “พูดคล่องขึ้น เร็วขึ้นด้วย”
“น้อง ....หา .... น้อง... หา น้อง” ชรัตน์ตกใจมากขึ้นไปอีก
ช้องนางรีบจับมือพระพิจารณ์ธุรกิจ “ให้ตามหาน้องใช่ไหมคะ ให้ชรัตน์ตามหา เดี๋ยวเขาจะทำให้คุณพี่ค่ะ ชรัตน์จะตามหาเด็กคนนั้นมาให้คุณพี่นะคะ คุณพี่ต้องทำกายภาพให้หายนะคะ”
พระพิจารณ์ธุรกิจอมยิ้มมากขึ้น กะพริบตามองชรัตน์ มีความสุข มีหวังมากขึ้น แต่ชรัตน์เครียด
ชรัตน์ ช้องนางเดินออกมานั่งคุยกัน
“เมื่อชีวิตมีความหวัง คุณพี่ก็มีแรงสร้างปาฏิหาริย์ ขอแค่พูดได้ อาก็ดีใจแล้ว”
“พ่อเชื่อว่าผมจะเจอน้องจริงๆหรือครับ” ชรัตน์ดูอึดอัดใจเพราะไม่แน่ใจว่าตนทำได้
ช้องนางพยักหน้า “เมื่อก่อนอาให้คนมาทำกายภาพ พ่อเราไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ตอนนี้เหมือนมีแรงมีพลังมาจากไหนไม่รู้ เรียกหากายภาพเอง หมอกายภาพบอกว่าเรายังมีหวัง”
“แต่ผมยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเลย .... แล้วถ้าผมหาน้องสาวไม่เจอ”
“มีหวังยังไงก็ดีกว่าไม่มี ชรัตน์ต้องพยายามต่อไปนะลูก” ชรัตน์คิดๆแล้วพยักหน้า

คืนนั้น ศรัณย์ รินทั้งสองนอนบนเตียงเดียวกัน ยังมีหมอนขวางตรงกลางสามสี่ใบ รินดูง่วงๆ ศรัณย์ตาค้าง อารมณ์เหมือนผู้ชายที่เพิ่งถูกรับรัก นอนมองเพดาน ตาสว่าง ปลื้ม ศรัณย์ชวนคุย“ก่อนจะแต่งงาน หล่อนฝันว่าสามีเป็นใครรึ”
“เอลวิส หรือ เจมส์ดีน”
ศรัณย์หัวเราะ “อืมมม แล้วตอนเราเจอกันครั้งแรก หล่อนเห็นฉันเป็นเอลวิส หรือเจมส์ดีนล่ะ”
“คุณเล็งปืนใส่ฉัน ฉันควรจะเห็นคุณเป็นยังไงคะ”
ศรัณย์ยิ้มๆ “แล้วตอนนี้ล่ะ”
“ดึกมากแล้ว คืนนี้เป็นอะไร ไม่ง่วงหรือคะ ฉันง่วงแล้ว”
“อะไร้ หล่อนหลับลงได้ยังไง วันนี้หล่อนจับมือฉัน หล่อนหลงใหลฉัน...หล่อนไม่ตื่นเต้นบ้างรึ”
รินยิ้มออกมา ขำความหลงตัวเองของศรัณย์ “ราตรีสวัสดิ์นะคะ”
ศรัณย์สอดมือไปใต้หมอนข้ามเขตไปที่ฝั่งของริน ทำมือไหวๆ ขอจับ รินขำเอามือไปจับประสานกันไว้ “เราจะจับมือกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างนี้ตลอดไป”
“ค่ะ” รินยิ้มนอนหลับมีความสุข จับมือไว้อย่างนั้น
“รินในเวลาที่เราจับมือกันอยู่ ฉันถามคำถามหนึ่ง หล่อนมีอะไรปิดบังฉันไหม”
“ปิดบังหรือคะ”
ศรัณย์นึกถึงสิ่งที่เคยคุยกับชรัตน์ “ถ้าฉันจะมีรักครั้งใหม่ ฉันอยากเชื่อใจเขาได้จริงๆ”
“เชื่อใจ เชื่อใจยังไงวะ”
“เชื่อใจ ไว้วางใจ ไม่มีความลับ ไม่มีวันทิ้งกัน ถ้ารินทำให้ฉันเห็น ฉันคงรักเขาได้”
“แล้วจะพิสูจน์ได้ยังไงวะ”
“เริ่มแรกเลยเรื่องประวัติของเขา ตราบใดที่เขาโกหกเขาเลือกครอบครัวก่อนฉัน ฉันจะรักเขาได้ยังไงไม่มีทางเลย !”

ศรัณย์มองหน้าริน “เรื่องครอบครัวของหล่อน เมื่อหัวใจเราเป็นหนึ่งเดียวแล้ว หล่อนควรจะบอกความจริงฉันทุกอย่าง”
รินลืมตาคิดว่าควรตอบแบบไหน เป็นคำตอบที่สำคัญมาก “ฉันไม่มีอะไรปิดบังคุณค่ะ !!”
ศรัณย์ยิ้มออกมา “ฉันคงนอนฝันดี คืนนี้”
รินยังคิดอะไรเล็กน้อย แต่ไม่ได้เครียดว่าโกหก ในความคิดของรินไม่ได้จะปิดบัง เพราะรินเองก็เชื่อว่าตนเองเป็นลูกสาว เพราะอยู่ในสภาพกึ่งลูกสาวอยู่แล้ว

สวนดอกไม้งดงามเวลาเช้า ศรัณย์ยังมีสภาพโลกสีชมพูต่อเนื่อง นั่งมองหน้าริน ปลื้มแล้วปลื้มอีก ขณะทานข้าวกับริน มีเสนอคอยดูแล
“ทานข้าวเถอะค่ะ มองหน้าฉันแล้วอิ่มหรือคะ”
“ข้าวมันเป็นสีชมพู น้ำก็เป็นสีชมพู หล่อนเห็นเหมือนฉันไหม” เสนอร้องฮู้ย ยาวเหยียด “หอนอะไรของเอ็งหา ไอ้เหนอ”
“มองหน้าผมดีๆ วันนี้หน้าผมเป็นสีอะไร”
“สีข้าง นี่ไง” ศรัณย์ ยกขาจะโดนเสนอ เสนอรีบหลบ หัวเราะใหญ่ “วันนี้ออกไปที่อำเภอกันนะ”
“จะไปทำงานแล้วหรือคะ คุณนี่ใจร้อนจริง”
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ขอไปจัดการเซ็นเอกสารบางอย่างเท่านั้นแหละ”
“ไม่ได้ข่าวเสือขาวมาตั้งเป็นเดือนแล้ว เค้าอาจจะตายไปแล้วก็ได้ รักษาสุขภาพไว้ก่อนนะคะ”
“ก็ให้ไปด้วยกันไง รีบไปจะได้รีบกลับ” ศรัณย์หยิกแก้มริน หยอกล้อ “ยายขี้บ่น”

ที่ว่าการอำเภอ โชติ และเจ้าหน้าที่หลายคนมาล้อมศรัณย์ ที่อยู่ในชุดไปรเวทมีไม้เท้ากับริน ดีใจที่ได้เจอกัน
โชติทักทาย “โฮ้ยพวกเราทุกคนคิดถึง รอคุณกลับมาทุกวันเลย”
เจ้าหน้าที่แซว “กลับมาหล่อเหมือนเดิมแล้วนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
โขติบอก “เอ้า นายอำเภอมาพอดี”
นายอำเภอเดินเข้ามา เสนอเดินตามมาเพราะเป็นคนไปตาม “เอ้า มาแล้ว...หายดีแล้วรึ หน้าตาสดชื่นดีนี่นา”
“เดินได้แล้วครับ ไม้เท้าอันนี้ ก็แค่เผื่อไว้”
“ดีๆ บุญรักษาแท้ๆพ่อคุณ เอ นายเสนอบอก คุณจะมาเซ็นเอกสารกับผม เรามีเอกสารอะไรด้วยหรือ”
โชติงง “ใบลาก็เซ็นมาแล้ว ไม่มีอะไรแล้วนี่ครับ”
“ผมมาจดทะเบียนสมรสครับ”
รินเงยหน้ามามองศรัณย์ ตกใจคาดไม่ถึง “อะไรนะคะ” ศรัณย์ยิ้มให้
โชตินึกได้ “จดทะเบียนสมรส จริงด้วยสิ คุณบราลีกับคุณศรัณย์ยังไม่จดทะเบียนกันเลย”
นายอำเภอตื่นเต้น “เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ มาเลยๆ”
ศรัณย์ยิ้มให้ริน ที่ยังคงงงอยู่
ห้องนายอำเภอ รินนั่งมองสมุดเซ็นชื่อจดทะเบียนสมรสบนโต๊ะของนายอำเภอ โชติ เสนอและเจ้าหน้าที่ที่สนิทกันอีกสามสี่คนล้อมอยู่ด้วย
“เซ็นสิ ไม่อยากแต่งงานกับฉันรึ”
“ฉัน เอ้อ ทำไมคะ ทำไมจู่ๆถึงอยากเซ็น”
“ความหมายของกันและกันอย่างที่หล่อนต้องการไง”
ศรัณย์เคยถามริน “เธอมีความหมายอะไรสำหรับฉัน ?”
“ค่ะ หาคำตอบมาให้ได้ เมื่อมีคำตอบ ฉันถึงจะยอมกลับไปกับคุณ ไม่งั้น ไม่กลับ”
ศรัณย์หนักแน่น “ฉันเจอความหมายนั้นแล้ว เข้าใจ ไว้ใจและเชื่อใจ หล่อนล่ะเจอหรือยัง ถ้าเจอแล้วก็เซ็น ถ้าไม่เจอก็ไม่ต้องเซ็น”
รินคิดเล็กน้อยเซ็นลงไป ทุกคนปรบมือ เฮ้ๆ ศรัณย์ยิ้ม เซ็นบ้าง

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10 วันที่ 29 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ