อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/2 วันที่ 30 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/2 วันที่ 30 ม.ค. 59

ศรัณย์หนักแน่น “ฉันเจอความหมายนั้นแล้ว เข้าใจ ไว้ใจและเชื่อใจ หล่อนล่ะเจอหรือยัง ถ้าเจอแล้วก็เซ็น ถ้าไม่เจอก็ไม่ต้องเซ็น”
รินคิดเล็กน้อยเซ็นลงไป ทุกคนปรบมือ เฮ้ๆ ศรัณย์ยิ้ม เซ็นบ้าง
นายอำเภอมอบทะเบียนสมรสให้คนละใบ “ทะเบียนสมรส ช่วยให้ชีวิตคู่คงอยู่ไม่ได้ แต่ช่วยเตือนสติให้ระลึกถึงวันนี้ วันที่คนสองคนมีหัวใจเดียวกัน ความเข้าใจไว้เนื้อเชื่อใจกัน ให้เกียรติกัน ขอให้รักษามันเอาไว้ คุณทั้งสองจะมีใจเดียวกันตลอดไป” ทั้งสองกราบขอบคุณนายอำเภอ แล้วยิ้มให้กัน

โถงบ้านปลัด เสนอขับรถมาส่งศรัณย์ รินกลับบ้าน เสริมกับสายเดินมาหา รออยู่แล้ว
“แม่สาย นายเสริม” รินดีใจที่เจอ


“คุณปลัดบอกว่าให้เราสองคนกลับมาทำงานแล้ว ดีใจที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
“พี่เหนอบอกว่าไปอำเภอมา ดีใจด้วยนะครับ”
“พ้นเคราะห์พ้นโศกแล้ว บ้านกลับมาเป็นบ้านแล้วโว้ย” เสนอป้องปากกระซิบ “คุณปลัดเมียสอง เหลือเมียคนเดียวโว้ย”
สายกับเสริมยิ้มดีใจ “คุณนายคนนี้ เราสองคนทำเต็มที่ แต่ถ้าเป็นคุณนายคนโน้น ก็ตัวใครตัวมัน...”
ศรัณย์หันมาจับมือริน มองที่ริน เพราะรินหมายถึงบ้าน “บ้าน ที่เป็นบ้าน ... เป็นบ้านแล้วจริงๆ”

ร้านทอง ชรัตน์ชี้ให้ดูรูปเรียงกับพระพิจารณ์ธุรกิจ “คุณอาเป็นช่างทองมาหลายสิบปีแล้ว ผมอยากให้ดูรูปนี้ คุณอาพอจะรู้ไหมครับว่านี่ทองแท้ หรือเปล่า”
ช่างทองวัยชราเอาแว่นขยายติดตา แล้วก้มดู “โฮ้ยคุณ ใครเขาดูทองจากรูป เอามาชั่งน้ำหนักสิครับ เอ๊ะ...ทองแท้ครับ สร้อยเส้นนี้ผมทำกับมือ”
ชรัตน์ตกใจ “หา จริงหรือครับ ....”
“ผมเป็นช่างทองของครอบครัวคุณ ยี่สิบปีที่แล้วพ่อคุณได้บุษราคัมมาจากพม่า ท่านให้ผมเอาไปทำแหวนที่คุณใส่วงหนึ่ง กำไลทองอันหนึ่ง แล้วก็สร้อยทองเส้นนี้” ช่างชี้ไปที่แหวนของชรัตน์ ที่มีบุษราคัมน้ำงามประดับอยู่
ชรัตน์พยักหน้าพอเข้าใจแล้ว “แหวนท่านมอบให้ผม กำไลให้คุณแม่ แล้วสร้อยนี่ก็เลยให้แม่เรียง”
“ตอนนั้น คุณอายุได้สักขวบหนึ่ง ท่านว่าจะเก็บให้คุณตอนโต ส่วนอีกสองอย่าง ผมไม่ได้ถามว่าจะให้ใคร”
ชรัตน์พยักหน้าเข้าใจ “สร้อยเส้นนี้ หายไปจากตระกูลผมน่ะครับ วานคุณอาถามเพื่อนฝูงร้านทองได้ไหมครับ ถ้ามีใครครอบครองหรือรับจำนำมา มาบอกผมหน่อย ผมอยากได้ข้อมูลบางอย่าง”
“ได้ๆ จะถามให้”
ชรัตน์มุ่งหมาย พยายามหาทางตามน้องต่อไป

ห้องนอนศรัณย์ รินเดินเข้ามาในห้อง หวีผมแล้วคิดถึงคำพูดโชติขึ้นมา
“พระผู้เป็นเจ้าได้สร้างชายและหญิงให้มีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อหลอมรวมกันแล้วจึงจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์ แต่หากแยกจากกันก็จะมีความบกพร่องที่ต้องได้รับการเติมเต็ม”
“ความหมายจับใจเลยค่ะ”
“ด้วยเหตุนี้ หน้าที่ของภรรยา จึงต้องยินยอมเรื่องเพศสัมพันธ์ ภรรยาจะต้องยินยอมให้สามีมีเพศสัมพันธ์ตามปกติวิสัย”
รินทำตาโตตกใจ ลุกขึ้นยืน “น่ากลัวชะมัด” รินวิ่งหยิบหมอนของตัวเองมาแล้ววิ่งไปที่ประตูระหว่างห้องแต่เปิดไม่ออก
จู่ๆก็มีเสียงข้างหลังทำให้รินสะดุ้งสุดตัว “จะไปไหน”
รินหันกลับมายิ้มหวานทันที “เอ้อ คือ”
“ประตูนั้นล็อคแล้ว เพื่อความปลอดภัย”
รินเปิดดูอีกที เปิดไม่ออก “ค่ะ” รินสีหน้าเสียดายมองประตู
ศรัณย์สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีพิรุธ ใช้ไม้เท้า พาตัวเองกลับมาที่เตียง “วันนี้เดินเยอะ ขาจะบวมไหมนะ” ศรัณย์ก้มเปิดขากางเกงดู
รินเลิกสนใจทิ้งหมอนลงบนเตียง เดินเข้ามาดูศรัณย์เป็นห่วง “เจ็บหรือคะ ไหนดูซิ .... โชคดีที่ยังไม่บวม” รินก้มดูให้
“งั้นนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องระวังนะคะ เดินน้อยๆหน่อย”
ศรัณย์พยักหน้าล้มตัวลงนอน รินห่วงใยช่วยเหลือ รินเดินมานอนด้านของตนเช่นกัน ดับไฟ ยังมีกองหมอนระหว่างกันเหมือนเดิม ต่างคนต่างนอนคนละด้าน
ศรัณย์ค่อยเผยยิ้มกริ่มที่หลอกรินนอนห้องเดิมสำเร็จ “ก่อนแต่งงานหล่อนคิดเรื่อง เอลวิสกับเจมส์ดีน แล้วพอหลังแต่งงาน หล่อนคิดอะไร”
“คิดเรื่องคู่รักเก่าคุณ คุณดวงสวาทล่ะมั้งคะ”
“อื้อ พูดขึ้นมาทำไม ฉันน่ะ คิดเรื่อง....ลูก !”
รินลืมตาขึ้นทันที ยิ่งกลัว “ฟุ้งซ่านจริง ไม่เอาค่ะ นอนๆ” รินสะบัดหัว เอาความคิดพวกนั้นออกไป หันหลังให้ หลับตานอน ทำให้ไม่รู้ว่าศรัณย์กำลังแอบทำบางอย่าง
“ลูกคนที่ 1 2 3 4” ศรัณย์หยิบหมอนออกทีละใบตามลำดับจนครบ 4 ใบ
รินชักแปลกใจหันมา ศรัณย์เข้ามาจนชิดแล้ว “เอ๊ะนี่ หมอนฉัน”
ศรัณย์ค่อยๆเข้ามาหารินอย่างอ่อนหวานอ่อนโยน ศรัณย์โอบรินไว้ค่อยๆ ก้มลงกระซิบที่ข้างหู ช้าๆ จนรินขนลุก “ต่อไปนี้ไม่มีหมอน ไม่มีมีด ไม่มีดั้งจมูก นะ นะ”
“ไม่มีหมอน ไม่มีมีด ไม่มีดั้งจมูก แต่อาจจะมีเสือขาว เอ้อ ฉันลืมปิดหน้าต่างเดี๋ยวเสือขาวเข้ามา ไปดูหน้าต่างก่อนนะคะ” รินค่อยๆแกะมือ แล้วมุดตัวออกไปไม่ผลัก ทั้งสองฝ่ายดูนิ่มนวลต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ ศรัณย์ ขำๆ รินเดินไปปิดหน้าต่าง พอหันมา สิ่งที่เห็นคือ ศรัณย์ลุกขึ้นยืนเต็มตัว สง่างาม เดินตามไป ด้วยท่าทางปรกติที่สุด “เอ๊ะนี่คุณ เดินได้ขนาดนี้เลยหรือคะ”
ศรัณย์เดินเข้าไปกอด “ถ้าหล่อนยอมใช้ห้องนอนนี้ ฉันจะวิ่ง จะกระโดดให้ดู ราวกับเสกเลยล่ะ” ศรัณย์จูบรินที่แก้มซ้ายขวา พาเดินถอยไปที่เตียง
“นี่ปล่อยๆ....” รินมองขาคาใจ “คุณเดินได้ขนาดนี้ แสดงว่า คุณหลอกฉันมาตลอดหรือคะ”
“เดินได้ ทำได้ทุกอย่างมาตั้งนานแล้ว ไม้เท้านั่น เขาเรียกโรคสำออยอ้อนเมีย”
“บ้าจริง” รินตีแขน “คุณนี่ ฉันก็หลงเป็นห่วง”
ศรัณย์ประคองรินลงไปที่เตียง แล้วตามลงไป หน้าใกล้หน้า “เป็นห่วงจริง ก็สงสารฉันบ้างสิ”
“คนเจ้าเล่ห์ น่าสงสารตรงไหน”
“น่าสงสารสิ คืนนี้.... ถ้าปฏิเสธฉัน ฉันจะตายให้ดู”
“คุณแข็งแรงแล้วจริงหรือคะ”
“ได้ใช้ชีวิตเคียงคู่กับหล่อนอย่างนี้ ฉันไม่ยอมตายง่ายๆหรอก” ศรัณย์จูบที่หน้าผาก แล้วเข้ามาจูบที่ปาก

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า รินเปิดออกมาชมระเบียง ศรัณย์ตามมากอดหลับตา ยังงัวเงีย
“พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว”
“ไม่อยากให้ขึ้นเลย อยากหลับอยู่อย่างนี้นานๆ”
“นอนไปเรื่อยๆ ข้าวไม่กินหรือคะ หิวแย่เลยนะ”
“หิวหล่อนมากกว่า” ศรัณย์หอมแก้ม หอมแขน หอมไปเรื่อย
“พอแล้ว เดี๋ยวคนมาเห็น ดูสิคะเงยหน้าขึ้นมาดูพระอาทิตย์วันนี้ สวยจริงๆ”
“ต่อไปนี้ดวงตาโตๆของฉันจะมองที่หล่อนคนเดียว และตาโตๆของหล่อนก็ต้องมองที่ฉันคนเดียว แก้มป่องๆนี่ ก็ของฉัน” ศรัณย์ชี้ส่วนอื่นของใบหน้าไปเรื่อยๆ “ของฉัน ของฉันหมด ตกลงไหม” รินอาย “ยิ้มเฉยๆไม่ได้ ตอบตกลงด้วยไม่งั้น ฉันจะจูบปากหล่อนจนพูดไม่ได้เลย ตอบมาๆ”
“ตกลงค่ะ ตกลง” บรรยากาศยามเช้าแห่งรัก ทั้งคู่เอาจมูกชนกัน ยิ้มให้กัน

โถงเรือนใหญ่ คุณหญิงแก้วเดินมาเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เสนอหิ้วกระเป๋าเดินตามมาในบ้าน
รินดีใจ “คุณแม่มาแล้ว” ทั้งสองก้มลงกราบ
คุณหญิงแก้วมองขาของศรัณย์ “หายดีแล้วจริงๆด้วย บุญรักษาแท้ๆ” คุณหญิงแก้วแตะแก้มริน “แม่ได้ข่าวแล้ว ขอบใจนะเรื่องจดทะเบียนกับศรัณย์ เป็นโชคของแม่จริงๆที่ได้หนูมาดูแลลูกของแม่”
รินกอดคุณหญิงแก้ว “คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ”
“ใจจริงผมอยากฟังข่าวให้แน่ก่อนว่าเสือขาวตายแล้ว เฮ้อ ห้ามคุณแม่เท่าไหร่ก็ไม่ฟัง บอกว่าอย่าเพิ่งมาก็ไม่เชื่อ”
“บอกแล้วไง ลูกอยู่ที่ไหนแม่จะอยู่ที่นั่น ยิ่งได้ข่าวดี แม่ยิ่งอยากเห็นด้วยตา ว่าเราสองคนมีความสุขแค่ไหน”
“ผมกำลังจะกลับไปทำงานพรุ่งนี้ครับ นายอำเภอบอกว่าจะจัดงานสมโภชศาลประจำอำเภอ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของชาวบ้าน”
“ดีๆ แม่จะได้ไปช่วยงานเขา เสือขาวจะตายหรือไม่ก็ว่ากันไป แต่ขวัญและกำลังใจของชาวบ้านต้องมาก่อน” คุณหญิงแก้วบอกริน “ยิ่งสำหรับเราสองคน มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ”
“อะไรยังไม่จบคะ”
“ชีวิตคู่น่ะ ต่อไปนี้ล่ะของจริง”
ศรัณย์กับรินตกใจ “หมายความว่าไงครับ”
“ความหวานชื่น ก็เหมือนทุกอย่างในโลก ย่อมเปลี่ยนแปลง เมื่อมีวันเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีลดลง ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน แต่ละปีของชีวิตคู่ ทพิสูจน์ความรัก ในนิทานจบลงเมื่อรักกัน แต่ในชีวิตจริง คือ ...การเริ่มต้น”
ทั้งสองมองหน้ากัน ศรัณย์จับมือรินไว้ “เราสองคนจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้”
“คนทุกคนเปลี่ยนทุกวัน แค่ออกไปข้างนอก อ่านหนังสือ ดูละเม็งละครหรือรู้จักคนใหม่ๆสักคน กลับเข้ามาคู่ของเราก็เปลี่ยนเป็นคนละคนแล้ว” คุณหญิงแก้วสีหน้าจริงจัง สองคนมองกันชักกังวล

วันต่อมา คุณหญิงเพ็ญแข เจ้าคุณบำรุง บุรณี อรุณฤกษ์ ทั้งหมดนั่งรถไฟมาปักษ์ใต้ด้วยกัน สีหน้ากลุ้มเรื่องของบรานี

ที่สถานีรถไฟ อรุณฤกษ์เดินนำทุกคน หิ้วกระเป๋าเดินมาตรงม้านั่ง “รอตรงนี้กันก่อนนะครับ ผมขอไปดูก่อนว่าอาแปะจัดรถมารับหรือยัง”
“เพลียไหมคะท่านเจ้าคุณ”
“ไม่เป็นไร ยังไหว คุณหญิงล่ะ เจ็บหลังไหม”
“เดี๋ยวยืดเส้นยืดสายสักพัก ก็คงดีขึ้นค่ะ” เจ้าคุณบำรุง คุณหญิงเพ็ญแข ดูแลกัน
บุรณีเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา แล้วลมพัดปลิวไป บุรณีตามไป ผ้าเช็ดหน้าปลิวไปตามพื้น บุรณีรีบเดินตามไปเพื่อจะเก็บ แต่มือๆหนึ่งเก็บให้ก่อน บุรณีเงยหน้ามาเจอชรัตน์
“ลมพัดให้คุณมาเจอผมเสมอ... เอ หรือว่าเป็น บุพเพสันนิวาส”
“คุณมาทำอะไรที่ปักษ์ใต้คะ"
“เบื่อๆเลยลงมาหาศรัณย์ ถ้าผมรู้ว่านั่งรถขบวนเดียวกันกับคุณ คงเดินไปคุยนานแล้ว”
“มีรถมารับไหมคะ พี่อรุณไปตามรถพอดี จะได้ไปด้วยกัน”
“ชวนผมด้วย บุพเพสันนิวาสแท้ๆ” ชรัตน์เจ้าชู้เนียน คล่อง
บุรณีรู้ทันไม่เคยเขิน ส่ายหน้าให้ “มารยาทค่ะ มารยาท ไม่ใช่บุพเพสันนิวาส”
ชรัตน์ยิ้มสดชื่น มองบุรณีไม่วางตา บุรณีไม่ค่อยสนใจชรัตน์เท่าไหร่

บ้านปลัด ศรัณย์เดินนำชรัตน์เข้ามาในบ้าน ชรัตน์เพิ่งมาถึง
ศรันย์อธิบายให้เพื่อนฟัง “ท่านเจ้าคุณลงทุนมาเองถึงนี่ เพื่อจะมารับคุณบรานีกลับพระนคร”
“กลับพระนคร ท่าจะปัญหาใหญ่นะเนี่ย”
“เมียฉันเขาตามพ่อกับแม่มาจัดการ ถ้าขืนทิ้งไว้ คุณบรานีคงต้องเป็นบ้าไปเสียก่อน”
“สภาพแย่มากเลยหรือวะ”
ศรัณย์พยักหน้า

บ้านพณิช บรานีตรอมใจนอนซม ทรุดโทรมอยู่บนเตียง สภาพป่วยใจ อรุณฤกษ์ เจ้าคุณบำรุง คุณหญิงเพ็ญแข ริน บุรณีเดินเข้ามาหา
บรานีตกใจ คาดไม่ถึง “คุณพ่อ คุณแม่”
คุณหญิงเพ็ญแขเข้าไปกอด “แม่มาหาแล้วลูก โถ ผอมไปเยอะเลยลูกเอ๊ย”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/2 วันที่ 30 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ