อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 ม.ค. 59

บรานีตกใจ คาดไม่ถึง “คุณพ่อ คุณแม่”
คุณหญิงเพ็ญแขเข้าไปกอด “แม่มาหาแล้วลูก โถ ผอมไปเยอะเลยลูกเอ๊ย”
“นี่มากันยังไงคะ”
“รินเองค่ะ เป็นคนโทรเลขไปบอก”
“พี่อาสาพามา เราทุกคนห่วงรานีมากนะ” อรุณฤกษ์เสริม
“สองเดือนแล้ว คุณพณิชคงไม่มาแล้วล่ะลูก เรากลับพระนครกันนะ” เจ้าคุณบำรุงชวน
“กลับพระนคร ให้ลูกทิ้งคุณพณิชงั้นหรือคะ ทำไมทุกคนคิดแบบนี้กันหมด ไหนสอนเรานักหนา ให้เป็นภรรยาที่ดี ที่ซื่อสัตย์ต่อสามี คำสอนพวกนี้ ไม่สำคัญแล้วหรือคะ” บรานีโวยวาย
ทุกคนมองหน้ากันสงสารบรานี

โถงบ้านบรานี ทั้งหมดลุกมานั่งคุยแล้ว บรานีทานข้าวต้ม รินดูแลให้อย่างดี
บุรณีบอก “คุณแม่ทำผักดองที่พี่รานีชอบมาให้ทานกับข้าวต้ม ทานเยอะๆนะคะ รินบอกว่า พี่ทานข้าวน้อยมาก”


บรานีมองคุณหญิงเพ็ญแขซาบซึ้ง บรานีไหว้ “ขอบคุณค่ะคุณแม่ หนูจะทานให้หมด”
“ก่อนจะเซ็นสัญญาขายข้าวให้เขา คุณพณิชรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยง แต่ก็ยังไปรับปากเขา พอถึงเวลาก็มาบีบบังคับให้คนอื่นทำผิดไปด้วย แบบนี้เขาเรียกว่า...คนเห็นแก่ตัว”
“คุณแม่ คุณพณิชเขาสัญญาว่าจะให้คุณศรัณย์ทำแค่ครั้งนี้ ครั้งเดียวเท่านั้น คนเราตัดสินใจผิดพลาดได้ไม่ใช่หรือคะ”
“เท่าที่พ่อฟัง นายพณิชไม่ใช่คนซื่อสัตย์นักนะลูก คนดี ๆไม่มีใครเค้าทำตัวลึกลับขนาดนี้หรอก คงเคยชินกับการทำอาชีพเสี่ยงๆ ผิดกฎหมาย แล้วก็คงรวยมาด้วยวิธีนี้”
“แต่รานีแต่งงานกับเขาแล้วนะคะ หนีกลับไปก็เท่ากับทิ้งเขาให้ต่อสู้กับปัญหาตามลำพัง คนจะครหาว่าพอยามยาม มีหนี้สิน เราก็ทิ้งเขา”
“แล้วลูกจะอยู่อย่างนี้ได้ยังไง ผู้หญิงตัวคนเดียวต่างบ้านต่างเมือง”
“คุณพณิชต้องกลับมาค่ะ เค้าต้องกลับมารับรานีแน่ๆค่ะ”
“งั้นก็ไปรอที่กรุงเทพ ถ้าเขามาไม่เจอ เขาก็ขึ้นไปกรุงเทพเอง เมื่อก่อนยังเทียวไปเทียวมาได้ ให้เขาไปตามที่โน่น พ่อจะได้คุยกับเขา ถ้าไม่เลิกทำงานคดโกงแบบนี้ .... ก็เลิกรากันไปเถอะ !”
“คุณพ่อ ตอนคุณศรัณย์เจ็บ คุณพ่อให้รินมาอยู่ข้างๆ ตอนนี้คุณพณิชกำลังลำบาก ทำไมคุณพ่อให้รานีทิ้งคุณพณิชล่ะคะ”
“สามี ภรรยาเป็นเข็มทิศให้แก่กันและกัน สามีชักนำชีวิตภรรยา ภรรยาเป็นศูนย์รวมจิตใจของสามีและลูกๆ ครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ สามีและภรรยาจะต้องชักนำกันและกันไปในทางที่ถูกต้อง”
“ลูกเป็นลูกแม่ มีสามีเป็นคนโกง ชีวิตก็จะมีแต่ความเดือดร้อนตามมา พ่อกับแม่คงยอมไม่ได้ คุณศรัณย์และรินทำถูกแล้ว หนูต้องยอมรับนะลูก”
รินดีใจที่สุด “ขอบคุณค่ะ คุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจ”
อรุณฤกษ์หวั่น “เลิกกัน จะอับอายทั้งญาติ ทั้งเพื่อนฝูง จะเอาแบบนั้นจริงหรือครับ”
เจ้าคุณบำรุงสอน“คนไทย มีญาติ มีพรรคพวก เพื่อนฝูง แต่ถ้าไม่มีชาติบ้านเมือง ไม่มีสังคมส่วนรวม น่าสงสารประเทศเรา ว่าไหม”
คุณหญิงเพ็ญแขเสริม “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าเขาเดินทางผิดแล้วเราไม่เตือนเขา ไม่หยุดเขา ปล่อยให้เขายังโลภโมโทสัน มักมากอยากได้เงินทองในทางที่ผิดแบบนี้ ครอบครัวไม่มีวันสงบสุขหรอกบรานี เชื่อแม่”
บรานีร้องไห้ออกมาอีกส่ายหน้าไม่ยอมจริงจัง ลุกขึ้นยืนโวยวายเสียงดัง “ไม่ค่ะ ไม่กลับ หนูทำไม่ได้ ยังไงก็ไม่กลับ” ทุกคนมองหน้ากัน งานนี้ท่าจะยาวแฮะ

โถงเรือนใหญ่ ศรัณย์ชงเครื่องดื่มเดินมาให้ชรัตน์ ทั้งสองนั่งคุยกัน
“นี่ตกลงยังตามหาน้องไม่เจอหรือ”
“ไม่เจอ กลับมาเริ่มต้นใหม่ ฉันคิดอะไรไม่ออกก็เลยมาหานาย มาพักสมองที่ต่างจังหวัดสักพัก เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง โชคดีชะมัด มาเจอคุณบุรณี นี่ต้องเป็นบุพเพสันนิวาสแน่”
“ไหนบอกห่วงน้อง ....ติดผู้หญิงอีกแล้ว”
“เฮ้ย คนนี้เอาจริง ผู้หญิงดีๆแบบนี้ ทำเล่นได้ที่ไหน นายไม่อยากได้ฉันเป็นคู่เขยหรือไง ... คิดเรื่องน้องไป จีบคุณบุไปก็ได้นี่”
“แล้วจะเจอไหมเนี่ย....น้องน่ะ”
ชรัตน์ยิ้มแย้มตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญ อารมณ์ดี

บ้านบรานี อรุณฤกษ์ หิ้วกระเป๋าทุกคนเข้ามาในห้องนอน “ในเมื่อบรานีไม่ยอมกลับ ก็พักอยู่ที่นี่กันก่อนเถอะนะครับ”
เจ้าคุณบำรุงจำยอม “ก็ต้องอย่างนั้น จะไปทำยังไงได้”
คุณหญิงเพ็ญแขขอร้อง “ให้เวลาลูกสักพักแล้วกันนะคะ ฉันไม่เคยเห็นบรานีเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้คงทุกข์ถึงที่สุดแล้ว”
เจ้าคุณบำรุงพยักหน้า
“พี่อรุณอยู่ด้วยกันนะคะ นอนที่นี่” บุรณีชวน
อรุณฤกษ์พยักหน้า “รานีก็เหมือนน้องสาวพี่ ที่ตามมานี่ก็เพราะห่วง พี่ยังไม่กลับหรอก”
“คุณบรานี ท่าทางจะโกรธทั้งคุณศรัณย์ ทั้งริน หน้ายังไม่ยอมมองด้วยซ้ำ ....เฮ้อ” รินหนักใจ

วันใหม่ ศรัณย์อาบน้ำออกมา รินเตรียมเสื้อผ้ารองเท้าชุดข้าราชการให้ ศรัณย์กำลังจะไปทำงาน “คุณพ่อคุณแม่ของหล่อนช่างมีเมตตาต่อฉัน ไม่กล่าวโทษฉันแม้แต่นิดเดียว”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าท่านเข้าใจ เหลือแต่คุณบรานีนี่แหล่ะจะยอมตัดใจกลับกรุงเทพได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ ไหนๆ พวกท่านก็มาแล้ว อย่าลืมชวนท่านไปงานสมโภชด้วยนะ” รินพยักหน้า กลัดกระดุมให้ “ไปทำงานวันแรกหลังจากหยุดไปนานๆตื่นเต้นเหมือนกันนะนี่”
“กระเป๋าเอกสาร นายเสนอเอาไปไว้ที่รถแล้วนะคะ”
“จริงสิ แผนที่ ฉันทิ้งไว้ที่โถง”
“ดิฉันใส่ในกระเป๋าให้แล้วค่ะ”
“รู้ได้ยังไงว่าฉันจะเอาไป”
“หลายเดือนมานี่ คุณหมกมุ่นแต่หาที่ตั้งของค่ายเสือขาว วุ่นวายศึกษาแผนที่จนแทบจะนอนกอด”
“รู้ใจไปหมด ตอนนี้กอดเมียแทนแล้วต่างหาก” ศรัณย์กอดอีก
รินปัดออก “นี่หยุดเลยค่ะ กระเป๋าเงินค่ะ” รินยื่นให้ “ใส่เงินไว้ให้แล้ว กระเป๋าอะไรไม่มีเงินเลย ทีหลังเงินหมดต้องบอกนะคะ ถ้าเกิดมีเรื่องใช้ด่วนเปิดมาไม่มีให้เขา จะทำไงคะ”
“ก็บอกให้มาเอากับเมียที่บ้านสิ เมียเป็นกระเป๋าเงิน เป็นปิ่นโต เป็นที่นอน เป็นที่รัก เป็นทุกอย่าง”
“อ้อ ยังมีอีกอย่าง คราวนี้ห้ามลืมแล้วนะคะ” รินเอาสร้อยพระเลี่ยมทองของตนมาใส่ให้ศรัณย์
ศรัณย์ซาบซึ้งยกมือไหว้พระแล้วเอาใส่ไว้ในเสื้อ“ขอบคุณครับ มีพระองค์นี้ ...มีพรของหล่อน ต่อไปนี้ฉันจะปลอดภัยไม่เป็นอะไรแล้ว”
รินพยักหน้า ทั้งสองยิ้มให้กัน
หน้าบ้านปลัด เสนอกำลังขับรถพาศรัณย์ออกไปทำงาน รินยืนส่งโบกมือลากัน อรุณฤกษ์โผล่ออกมามองรินกับศรัณย์โบกมือยิ้มลากัน สีหน้าเศร้า
รินหันกลับมาเห็นอรุณฤกษ์ ตกใจ “พี่อรุณ มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อกี๊นายเสนอนั่งเล่าเรื่องรินจดทะเบียนกับคุณปลัดแล้ว คงอยากให้กระแทกเข้าหน้า เข้าหัวจิตหัวใจพี่ คงกะให้พี่ช้ำในตาย”
รินมองอย่างเห็นใจ อรุณฤกษ์ “รินเป็นน้องสาวพี่มาตลอด เหมือนกับคุณรานี คุณบุ ความสุขของรินจะเป็นความสุขของพี่”
อรุณฤกษ์มองรินตัดใจ “จ้ะ ... พี่จะทำใจให้ได้ พี่ยินดีกับรินด้วยนะ”
รินพยักหน้า โล่งใจที่อรุณฤกษ์ทำใจได้

สถานลีลาศของสังคมชนชั้นสูง ดวงสวาทเต้นรำจนจบเพลงกับนริศ ดวงสวาทดูสดชื่นขึ้น มีหัวเราะออกมาเพราะเต้นผิดจังหวะ
“ขอโทษครับขอโทษ”
“ฉันเป็นคนผิดเองต่างหาก”
นริศมองดวงสวาทด้วยความรัก “ผมดีใจที่เห็นคุณหัวเราะออกมาได้”
“ขอบคุณนะคะที่พามาเต้นรำ”
“ผมจะดูแลคุณ จะทำงาน จะซื้อวังคืนมาและจะทำให้คุณมีความสุข” ดวงสวาทยิ้ม

ที่โต๊ะอาหาร สถานลีลาศ โฉม สมร สองสาวสวยพนักงานบริษัทของชรัตน์มักแฝงตัวอยู่กับไฮโซ สนใจแต่การจิกกัดไฮโซ สมรแอบหลงรักชรัตน์ พยายามจีบชรัตน์ สองสาวมองไปที่ลานลีลาศ แอบเม้าคนนั้นคนนี้ ชี้ไปที่นักท่องเที่ยวหญิงที่ลีลาศกับสามีอยู่
“นี่นี่ คนนั้น คุณปานวาด หน้าชื่นอกตรม ผัวน่ะได้คนใช้เป็นเมียน้อย”
สมรหัวเราะเสียงดัง แล้วพูดพร้อมกัน “น่าสงสารเนอะ”
โฉมแอบชี้ไปที่นริศ “นี่อีกนี่ คุณชายถังแตกที่เพิ่งขายวังไป มากับเมียนั่นไง”
“ยายดวงสวาท เพื่อนสมัยเรียนฉันเองนั่นแหล่ะ โฮ้ย ทำเป็นออกข่าวว่า ขายวังเอาเงินไปลงทุนทำห้างใหญ่โต ใครๆก็รู้ ก๊กคุณชายน่ะ สิ้นเนื้อประดาตัวไปนานแล้ว”
ทั้งสองหัวเราะแล้วพูดพร้อมกัน “น่าสงสารเนอะ” สีหน้าทั้งสองไม่สงสาร เยาะเย้ยชัดๆ นริศพาดวงสวาทมานั่งโต๊ะ
“เดี๋ยวเราไปทักหน่อย ยังไงก็เพื่อนกัน สงสารเขาเนอะ”

โฉม สมร ทั้งสองเดินมาถึงโต๊ะอาหาร
“ผมไปห้องน้ำ ขอตัวสักครู่นะครับ”
ดวงสวาทพยักหน้า นริศเดินไป สมรกับโฉมเดินมานั่งด้วย “อ้าวสมร เป็นไงบ้าง สวัสดีค่ะคุณโฉม”
“แต่งงานไปอยู่วัง สบายดีใช่ไหมตัว”
“วัง เอ้อ”
สมรกับโฉมแอบยิ้มเยาะ “อุ๊ย ขอโทษ ลืมไป เขาลือกันว่าคุณชายขายวังไปแล้ว ฉันไม่อยากจะเชื่อ ตัวไม่มีทางยอมหรอกใช่ไหม”
ดวงสวาทอายมาก แล้วเชิดกลับมาข่มสู้สมร ทำท่าเริ่ดกว่าแนบเนียนกว่า “เอ้อ ตอนนี้เราร่วมทุนกันทำห้างสรรพสินค้า ลงทุนไปก็ไม่เท่าไหร่” ดวงสวาทยักไหล่ “หลายล้านทีเดียว ฉันเองก็ต้องเข้าไปบริหารด้วย วุ่นวายไม่มีเวลาพักผ่อนเลยเธอเอ๊ย”
“มิน่าไม่เห็นตัวออกงานเลย ที่ลือว่าระหองระแหงกันนั้นน่ะ ฉันก็แก้แทนให้นะ ดวงสวาทกับคุณชายนริศ มีชีวิตยังกับเจ้าชายเจ้าหญิง พวกขี้อิจฉาพวกนั้นก็พูดเกินไป”
ดวงสวาทยิ้มแห้งๆ รีบกลบเกลื่อน “พูดแต่เรื่องฉันแล้ว หล่อนเป็นไงบ้างล่ะสมร ได้ข่าวว่าเพิ่งกลับจากสกีที่สวิสมานี่”
“ไปทุกปี เบื่อแล้วล่ะ ไม่ได้อยู่เมืองไทยพลาดงานไปหลายงาน งานแต่งคุณบรานี ก๊กเจ้าคุณบำรุงก็ไม่ได้ไป ตัวไปหรือเปล่า”
“ก๊กเจ้าคุณบำรุงหรือ เราไม่รู้จัก” ดวงสวาทเพิ่งนึกได้ว่าคือริน “เอ๊ะ ที่จริงก็รู้จักอยู่คนหนึ่ง”
“ก๊กนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอกค่ะ มาเกิดตกถังข้าวสารแต่งงานกับเศรษฐีทางปักษ์ใต้ จัดงานซะใหญ่โต ญาติก็เลยเยอะขึ้นมาฉับพลัน” สองสาวหัวเราะกันใหญ่
“แต่ก็ไม่ว่ายนะคะ มีข่าวหลุดออกมา”
“ข่าวว่าอะไรคะ”
“ตอนบรานีแต่งงาน คนบ้านนี้เที่ยวประกาศไปทั่วว่ามีลูกสาวสามคน ทั้งๆที่เมื่อก่อนใครๆก็รู้ว่ามีแค่สองคนพี่น้อง อีกคนก็แค่เด็กในบ้านเก็บมาเลี้ยง”
ดวงสวาทคิดตาม สนใจมาก “เด็กเก็บมาเลี้ยง เรื่องเป็นยังไงคะ”
“ก็คนที่แต่งชื่อบรานี เมื่อก่อนเป็นคนโต ยายบุรณีเป็นคนสุดท้อง ทีนี้ยังไงก็ไม่รู้ โผล่มาอีกคน ฮู้ย แค่เด็กในบ้าน ยกย่องใหญ่โต”
“เด็กในบ้าน คนใช้แบบนั้นใช่ไหม ชื่อบราลี ใช่ไหม”
“ใช่ๆ ตอนเด็กๆ ดิฉันเคยตามพ่อแม่ไปเยี่ยม ดิฉันยังจำได้ว่าคนที่แต่งงานชื่อ บราลี แต่ไหงไปๆมา กลายเป็นชื่อบรานี”
ดวงสวาทตาพราวขึ้นทันที “แบบนี้นี่เองนึกแล้วเชียวว่ายายนี่มันก็แค่คนใช้”
“คุณดวงรู้จักด้วยหรือคะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ