อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/4 วันที่ 30 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/4 วันที่ 30 ม.ค. 59

ดวงสวาทตาพราวขึ้นทันที “แบบนี้นี่เองนึกแล้วเชียวว่ายายนี่มันก็แค่คนใช้”
“คุณดวงรู้จักด้วยหรือคะ”
ดวงสวาทยิ้มกว้างลุกขึ้นหยิบกระเป๋า มีข้อมูลล้างแค้นแล้ว “ดิฉันต้องกลับบ้านแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ดวงสวาทรีบวางเงินไว้บนโต๊ะค่าเครื่องดื่ม
“เอ้านี่ ตัวจะไปเลยหรือ”
ดวงสวาทเดินตัวปลิวออกไปแล้ว

ทางเดิน ดวงสวาทเดินมาเจอนริศ
“เอ้า คุณดวงจะไปไหนครับ”
“กลับบ้านค่ะ ฉันไม่กินแล้ว ฉันไม่หิว จะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ค่ะ” ดวงสวาทลากนริศไปด้วยกัน นริศยังงงๆตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น



ห้องนอนดวงสวาท ดวงสวาทเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า เดินทาง ดวงสวาทหมายมั่นว่าครั้งนี้เธอเป็นต่อรินแน่ ดวงสวาทปีนออกทางหน้าต่าง

ห้องนอนแขก นริศในชุดนอนเดินมาจะเข้าห้องนอน
นิจเดินออกมาพอดี เห็นเข้า “ตายจริงคุณชาย ทำไมมานอนห้องนอนแขกล่ะ”
“คุณดวงไม่สบายครับ เธอกลัวผมติดหวัด เลยให้ออกมานอนห้องนี้ คุณแม่อย่าให้ใครไปรบกวนเธอนะครับ” นิจหน้าเครียด ไม่ค่อยไว้ใจ “ราตรีสวัสดิ์ครับ” นริศยิ้มแย้มเข้าห้องไป

วันใหม่ บ้านดวงสวาทที่ปักษ์ใต้ จิ้มลิ้มเอาเสื้อผ้าดวงสวาทมาใส่ ยืนส่องกระจกทำท่าคุณนายอยู่
ดวงสวาทหิ้วกระเป๋าเข้ามา เพิ่งมาถึง ดวงสวาทโวย ชี้หน้า “นี่ นังจิ้มลิ้มแกเอาเสื้อผ้าฉันมาใส่หรือ”
จิ้มลิ้มร่วงลงไปนั่งยกมือไหว้ “ว้าย...มาได้ยังไง”
ดวงสวาทตีที่แขน “นี่แน่ะๆนี่ แล้วดูสิ บ้านสกปรก รกไปหมด”
“ฮือ ขอโทษค่ะ ขอโทษ ก็นึกว่าคุณไม่มาแล้ว”
“จะมาหรือไม่มา แกก็ไม่มีสิทธิ์มาใส่เสื้อฉัน แล้วนี่บ้านโน้น คนหายไปไหนกันหมด ...หา”
“เขาไปที่ทำงานคุณปลัดค่ะ วันนี้มีงานสมโภชศาลประจำอำเภอ เขาเลยไปเที่ยวกันหมดบ้าน ที่ใส่ชุดสวยนี่ ก็ว่าจะไปเหมือนกันค่ะ”
“งานสมโภช ?”
“เรียกขวัญและกำลังใจชาวบ้านไว้สู้กับเสือขาวไงคะ มีรำวงมาตรฐานด้วยนะคะ เห็นคุณนายกับคุณปลัดแต่งสวยแต่งหล่อออกไปแล้วค่ะ”
ดวงสวาทคิดแผนต่อ
หน้าโรงลิเกป่า บนเวทีลิเกป่ากำลังออกแขกสนุกสนาน เห็นเสริม สาย เสนอนั่งดูกันหน้าสลอน
บริเวณลานจัดงานมีการออกร้าน ทั้งอาหาร ขนม ผู้ว่า คุณหญิงพิม นายอำเภอ คุณหญิงแก้ว คุณหญิงเพ็ญแข เจ้าคุณบำรุงเดินดูบรรยากาศทั่วไป
ผู้ว่าชวนคุย “ชาวบ้านไม่ได้สนุกกันอย่างนี้มานานแล้วนะ”
เจ้าคุณบำรุงเห็นด้วย “ผมด้วย ตื่นตาตื่นใจดีจริง”
คุณหญิงแก้วบน “เจ้าประคู้นขอให้เสือขาวมันตายไปแล้วตามคำร่ำลือด้วยเถอะเจ้าค่ะ จังหวัดของเราจะได้สงบสุขเสียที”
“ยังไง เราก็ไม่ประมาทครับ คืนนี้ เราวางกำลังเอาไว้หมดแล้ว” นายอำเภอรายงาน
“โน่นๆ หนุงหนิงกันใหญ่ สงสัยคุณหญิงทั้งสองจะได้หลานในเร็ววันนี้แน่ค่ะ” คุณหญิงพิมชี้ไป ศรัณย์กับรินยืนหนุงหนิงกันอยู่มุมหนึ่ง ดูลิเก
“เป็นอย่างนั้นจริงก็ดีสิคะ” คุณหญิงเพ็ญแขยิ้มรับ ทุกคนยิ้มแย้มดูหนุ่มสาว

ศรัณย์กับรินยืนดูลิเกตัวชิดกัน กระซิบกัน ยิ้มคุยกันเบาๆ ราวกับโลกนี้มีกันแค่สองคน
กลุ่มชาวบ้านหญิงเดินตามกันมาตามหาศรัณย์จนเจอ ชี้ชวนกันให้ดู “นั่นไงๆ คุณปลัด” ป้าเดินนำกลุ่มหญิงสาวกรูกันเข้าไป
ศรัณย์เห็นแล้วรีบดึง รินมาใกล้ๆ บังๆตัวเอง กลัวสาวๆ “เอ้อ คุณช่วยยืนใกล้ๆผมไว้นะ” รินงงๆ เพราะไม่รู้จัก
“คุณปลัดตาหวาน โฮ้ย หาตั้งนาน พวกเราที่อยู่บ้านโคกที่รถระเบิดไงคะ จำได้ไหม”
ศรัณย์ยิ้มแห้ง “สวัสดีครับ มาเที่ยวกันหรือครับ”
“พวกเราเหมารถมาเที่ยว ดีใจที่คุณหายแล้ว ...โฮ้ยหล่อตาหวานเหมือนเดิม หายป่วยแล้ว ขวัญเอย ขวัญมานะคุณปลัด “
“นี่ภรรยาผมครับ เมียครับ ...เมียผม” ศรัณย์รีบบอกมาก
“โอ้ย รู้ค่ะ เขาลือกันว่าปลัดพิฆาตนารีมีเมียสอง”
ศรัณย์สะดุ้ง รินยังตามไม่ทัน “อะไรนะคะ ชื่ออย่างกับนิยาย”
“ก็....สายตาพิฆาตนารี พวกเราก็เลยเรียกว่า”
“ปลัดพิฆาตนารีมีเมียสอง” สาวๆหัวเราะกันใหญ่
ศรัณย์ยิ้มแห้งรู้ว่าอีกคนหมายถึงใคร ก็มองรินเกรงใจ รินเซ็งนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้ม
“หาเรื่องให้ผมแล้วไหมล่ะครับป้า เมียเดียวเท่านั้นแหล่ะครับ คนนี้คนเดียว”
“แหม สูง ใหญ่แข็งแรง กำลังวังชาขนาดนี้ กี่คนก็ช่างแกเถอะค่ะ ถือว่าทำทานนะคะคุณนาย ขอกอดทีนะคุณปลัด” ป้าเข้ามากอด ศรัณย์รีบโวยวายกอดรินใช้รินเป็นเกราะป้องกันจากบรรดาสาวๆ ด้วยการกอดรินให้แน่นๆ รินเลยขำ
“โอว ไม่ได้ครับ ไม่ได้” ศรัณย์หันมาว่าริน “หล่อนก็หัวเราะอยู่ได้ สามีทั้งคนจะแบ่งคนอื่นหรือไง”
“น่า....ไหนๆก็ฉลองสมโภชศาลากลาง ขอกอดทีนะคะ กอดที” สาวๆ กรูกันเข้ามาอีกเป็นที่ตลกขบขัน
ศรัณย์โวยวายหนักขึ้น กอดรินไว้ “ไม่ได้ครับ กอดไม่ได้ครับ ผมมีเมียแล้ว กอดเมียได้คนเดียวครับ”
รินหัวเราะยิ้มแย้มมีความสุข รายล้อมด้วยการต่อรองของป้าๆ

บรานี บุรณี อรุณฤกษ์ เดินเล่นดูที่เขาออกร้านกัน อรุณฤกษ์กับบุรณีสนุกมาก แต่บรานีเศร้า เครียดไม่อยากเที่ยว
บุรณียื่นขนมให้บรานี “ขนมกง นี่อร่อยนะพี่รานี” บารนีส่ายหน้า ไม่ยอมชิม
“ดูนี่สิ” อรุณฤกษ์ หัวเราะ ชี้ของเล่นเช่น เรือป๊อกๆ วิ่งในน้ำ บรานีเฉย ไม่ตื่นเต้น
“ออกมาเที่ยวทั้งที ทำหน้ายิ้มแย้มหน่อยสิคะ”
“พี่เวียนหัว ขอไปหาที่นั่งก่อนนะ”
บรานีเบื่อไปหมดเดินหนีไปหาที่นั่ง อรุณฤกษ์กับบุรณีมองตาม ส่ายหน้ากันทำนองว่าจะเศร้าอะไรนักหนา
“พี่ไปดูเอง” อรุณฤกษ์ เดินตามไปนั่งเป็นเพื่อนบรานี
ชรัตน์เดินมาหาบุรณี “รักเป็นพิษ น่าเห็นใจนะครับ เหมือนที่เช็คสเปียร์กล่าวว่า จะหักอื่นขืนหักก็จักได้ หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ”
“ไม่ใช่เช็คสเปียร์ค่ะ สุนทรภู่ต่างหาก”
ชรัตน์งง ไม่รู้จริงๆ ถามซื่อๆ “อ้าว เหรอครับ แล้วอันนี้ล่ะครับ ความเอยความรัก เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน? แรกเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ หรือเริ่มในสมองตรองจงดี”
“อันนี้ล่ะเช็คสเปียร์ พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 แปลจากเวนิชวานิช ง่ายๆแค่นี้คุณไม่ทราบจริงหรือคะ”
“ก็มันสับสน ตอนเรียน ง่วงก็เลยหลับ แหะๆ คุณเก่งจัง เอ .... แล้วคุณว่าเริ่มตรงไหนล่ะ”
“เริ่มอะไรตรงไหนคะ”
ชรัตน์มองหน้าบุรณี ยิ้ม “ความรักไง เมื่อจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่”
ชรัตน์กรุ้มกริ่ม บุรณีนิ่ง ไม่ออกอาการ สีหน้าเรียบเฉย สมเป็นสาวมั่น “เรียนไม่เก่ง ความรู้ไม่ค่อยมี เพราะมัวแต่เจ้าชู้นี่เอง เฮ้อ เสียดายเวลา” บุรณีส่ายหน้าไม่ศรัทธาเลยเดินหนีไป
ชรัตน์มองตาม ทึ่งกับผู้หญิงคนนี้ขึ้นทุกวัน “โห โต้ตอบฉับๆ ไม่มีเขินอายเลย เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ..เราต้องสู้ ลุย” ชรัตน์เดินตาม

หน้าโรงลิเก บุรณีเดินมานั่งดูลิเกป่า ชรัตน์ตามมาดูด้วย “เรื่องทางปักษ์ใต้ผมถนัด นี่เขาเรียก มโนห์รา”
“ลิเกป่า !”
ชรัตน์สะดุ้ง จ๋อย “เอ้าเหรอ ลิเกป่าจริงหรือ เอ...แต่นั่นๆ ผมรู้ กลองประโทน”
“กลองรำมะนา! สัญลักษณ์ของลิเกป่า”
ชรัตน์หน้าเสีย เพราะโง่จริงๆ ไม่ได้โง่ปลอมๆ ชรัตน์เกาหัว ทึ่งอีกแล้ว “โห หนังสือที่อ่าน ทำให้คุณรู้ทุกอย่างในโลกเลยหรือ”
“ค่ะ ทั้งความจริงและความฝัน”
ชรัตน์ถอนใจ “ฉลาดขนาดนี้ ใครจะกล้าจีบคุณ”
“ก็คนฉลาดด้วยกันไงคะ”
“โฮ้ย ปากจัดอีกต่างหาก”
“รู้แล้วก็อย่าเสียเวลากับฉันเลย โน่นๆ สาวๆลูกหลานท่านผู้ว่า งามๆทั้งนั้น อยู่ทางโน้น”
“เอ๊ เห็นผมเป็นอะไร เอาน่า ถึงผมจะเรียนน้อยไปนิด เพราะรักสนุกไปหน่อย แต่ผมก็มีความดีอย่างอื่นนะ เช่น ....” ชรัตน์เงียบไปสองสามวิ คิดไม่ออก “เอ ....อะไรบ้างนะ” บุรณีขำ หนุ่มเจ้าสำราญอย่างชรัตน์ “สักวันเถอะ คุณจะเห็นความดีด้านอื่นของผม”
“ค่ะ ฉันจะรอ ...จะพยายามช่วยค้นนะคะ”
ชรัตน์ค้อนๆสายตาดูถูกของบุรณี หนุ่มสมองกลวงเจ้าสำราญ มาเจอสาวมั่น ดุ เก่งทุกอย่าง

วันนี้ในที่ทำการอำเภอ ถูกจัดเป็น โต๊ะอาหาร และมีลานตรงกลางไว้รำวงมาตรฐาน สำหรับแขกวีไอพีเท่านั้น โชติคอยดูแลกำกับงาน โต๊ะต่างๆ แยกกันออกไป ที่โต๊ะประธานมีกลุ่มผู้ใหญ่นั่งอยู่ กำลังทานอาหาร
“เราเชิญผู้หลักผู้ใหญ่แถวนี้มากันหมด ทุกคนอยากเห็นหน้าปลัดศรัณย์ ปลัดเลยกลายเป็นพระเอกของงานไปเลย” นายอำเภอมองไปที่โต๊ะของศรัณย์ที่นั่งติดกับรินและหนุ่มสาวคนอื่นๆ มีคนมาทักทายศรัณย์ตลอด
“ทานข้าวให้อิ่ม เดี๋ยวมีรำวงมาตรฐาน ไม่ต้องไปกรุงเทพ รำกันที่นี่เลย” คุณหญิงพิมเสนอ
คุณหญิงแก้วหันไปชวน “ไหวมั้ยคะท่านเจ้าคุณ คุณหญิง”
คุณหญิงเพ็ญแขรับปาก “คุณหญิงแก้วไหว คุณหญิงเพ็ญแขก็ต้องไหวสิคะ ต้องสักเพลงนะคะ เราคนกรุงเทพ อย่าให้ได้อายคนแถวนี้” คุณหญิงแก้วยิ้ม

เพลงรำวงมาตรฐานขึ้นแล้ว ผู้ว่าขึ้นมารำก่อนกับคุณหญิงพิมตามด้วยคุณหญิงเพ็ญแขและเจ้าคุณบำรุง
โชติมาเชิญ ศรัณย์กับรินให้ออกไปรำ “มาเลยครับมาเลย ผู้ใหญ่ท่านขอมา”
ศรัณย์ ไม่ค่อยเต็มใจ เขินๆ จับมือรินออกไป รำวงกับผู้ใหญ่ทั้งหลาย คนในงานปรบมือกันใหญ่ เชียร์ศรัณย์ที่เป็นพระเอกของงาน
แขกหญิงคนหนึ่ง เดินมาหาบรานี “คุณบรานี ดิฉันนงนุช ที่ไปงานแต่งงานคุณ จำได้ไหมคะ”
“สวัสดีค่ะ”
“คุณพณิชไม่ได้มาด้วยหรือคะ”
บรานีหน้าเสีย เมื่อมีคนถาม “ติดงานที่ปีนังค่ะ”
“งานแต่งงานของคุณใหญ่โตหรูหรา เป็นไงคะ ข้าวใหม่ปลามัน วางแผนจะมีน้องเมื่อไหร่คะ”
บรานียิ่งเศร้าหนัก อรุณฤกษ์ ต้องลุกขึ้น “ขออภัยครับ ขอตัวน้องสาวผมสักครู่นะครับ เพลงขึ้นแล้ว”
แขกคนนั้นพยักหน้าหยุดสนทนา “เชิญค่ะเชิญ”
อรุณฤกษ์เข้ามาจับมือบรานี “ขอบคุณค่ะพี่อรุณ”
อรุณฤกษ์กระซิบ “ยิ้มแย้มหน่อย เข้มแข็งด้วยนะ” ทั้งสองออกไปรำวง
บนโต๊ะ เหลือชรัตน์กับบุรณีแค่สองคน ชรัตน์รีบเข้ามาโค้งให้บุรณี “เรื่องอื่นผมโง่ แต่เรื่องรำวง พอได้นะครับ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/4 วันที่ 30 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ