อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/5 วันที่ 30 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/5 วันที่ 30 ม.ค. 59

อรุณฤกษ์กระซิบ “ยิ้มแย้มหน่อย เข้มแข็งด้วยนะ” ทั้งสองออกไปรำวง
บนโต๊ะ เหลือชรัตน์กับบุรณีแค่สองคน ชรัตน์รีบเข้ามาโค้งให้บุรณี “เรื่องอื่นผมโง่ แต่เรื่องรำวง พอได้นะครับ”
“ถ้าฉันออกไป คุณก็จะบอกว่าบุพเพสันนิวาสอีก”
“โอ๊ะ มารยาท มารยาท ไม่ใช่บุพเพสันนิวาสครับ ผู้ชายบนโต๊ะไม่เหลือแล้ว ตามมารยาทต้องหน้าที่ผม” บุรณีพยักหน้า ยอมออกไปรำวงด้วย

ลานรำวง ศรัณย์และรินกำลังรำวงกันอยู่
“ทำไมเก้งก้างอย่างนี้ล่ะคะ ไม่เคยรำวงเลยหรือ”


“ฉันเป็นเด็กวัดนะ งานสังคมหรูๆแบบนี้ เลิกไปตั้งแต่ถูกไล่ออกจากคฤหาสน์ไปอยู่วัดนั่นแหล่ะ”
“บุคลิกคุณน่ะดูก็รู้ว่าลูกผู้ดี ถึงยังไงคุณก็เป็นศิวะเวทย์ มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ”
“ศิวะเวทย์ที่พอใจจะเป็นแค่ปลัดจนๆ ไม่มีทางกลับไปเป็นคนหนูอีกแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่า มีผู้ใหญ่มาเยอะ ฉันพาหล่อนหนีกลับบ้านไปนานแล้ว ไปนอนกอดกันสองคน สนุกกว่าเยอะ”
ดวงสวาทเดินเข้ามา “มีความสุขกันมากสินะ... เดี๋ยวคอยดูเถอะ” ดวงสวาทยิ้มร้าย ยืนแอบมองอยู่ตรงนั้น
บรานีและอรุณฤกษ์ที่รำวงอยู่มุมหนึ่ง สีหน้าบรานีมีแต่แย่ลง “ขนาดอยู่นี่ ทุกคนยังถาม ถ้ากลับพระนคร คนก็ยิ่งถาม แล้วถ้าเลิกกันจริงๆ คำถามก็จะกลายเป็นคำเยาะเย้ย”
“พรุ่งนี้ไม่สาย ชีวิตไม่เที่ยง เอ๊ะ นี่พี่จะพูดว่าอะไรนะ ปลอบคนไม่เป็นเสียด้วย ที่พี่จะบอกคือ บรานีไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกในโลกนะที่หย่าสามี”
“จัดงานแต่งเสียใหญ่โต คงถูกคนทั้งพระนครสมน้ำหน้า” บรานีทำใจไม่ได้จริงๆ “รานีขอโทษค่ะ ขอตัวนะคะ” บรานีหยุดรำออกไปเฉยๆ
อรุณฤกษ์ ยืนงง “บรานี”
รินกับศรัณย์หยุดมองเหตุการณ์ที่บรานีเดินร้องไห้ออกไป “คุณรานีหนีไปร้องไห้อีกแล้ว ขอตัวนะคะ”
“ไปเถอะ”
รินมองหน้าอรุณฤกษ์ ว่าเดี๋ยวเธอจะไปปลอบบรานีเอง

ที่ห้องน้ำชาย ศรัณย์ เดินนำชรัตน์เข้ามาในห้องน้ำ คุยกันมา
“คุณบรานีคงโกธรฉันมาก ไม่พูด ไม่ยอมมองหน้าฉันเลย”
“ต้องให้เวลาเขา อีกหน่อยก็คงเข้าใจ”
“เฮ้อ วันนี้อากาศอบอ้าวจริง” ศรัณย์ปลดกระดุมเสื้อออกมาเพื่อจะเอาน้ำลูบหน้า ก้มตัวลงไปที่อ่างล้างหน้าทำให้สร้อยพระของรินห้อยลงมา
ชรัตน์หันมาเห็นเข้า “เอ๊ะ สร้อยนี้ ขอฉันดูหน่อย”
ศรัณย์ยืนขึ้นชรัตน์หยิบสร้อยพระมาดูใกล้ๆ “สร้อยพระนี้ นายได้มาจากไหน”
“สร้อยของริน เขาให้ฉันใส่ไว้คุ้มครอง”
“คุณบราลี สร้อยคุณบราลีหรือ” ศรัณย์พยักหน้า งงๆ “ช่วยถอดออกมาให้ฉันดูใกล้ๆหน่อยได้ไหม ฉันขอร้องล่ะ”
“ทำไมวะ มีเรื่องอะไรหรือ” ศรัณย์ถอดออกมาให้ดู
ชรัตน์มองสร้อย “ขอยืมสักครู่นะ” ชรัตน์เดินหายไปเลย
“อะไรของมัน”

ชรัตน์เดินมาหาแสงไฟที่สว่างๆ เอาสร้อยออกมาเทียบกับรูปของแม่เรียงในกระเป๋าเงินของตน นึกถึงสิ่งที่ช่างทองบอก
“ผมเป็นช่างทองของครอบครัวคุณ ยี่สิบปีที่แล้วพ่อคุณได้บุษราคัมมาจากพม่า ท่านให้ผมเอาไปทำแหวนที่คุณใส่วงหนึ่ง กำไลทองอันหนึ่ง แล้วก็สร้อยทองเส้นนี้”
“บราลี .... หรือว่าเศรษฐีที่แม่เรียงพูดถึง” ชรัตน์มองกลับไปที่โต๊ะอาหาร ที่เจ้าคุณบำรุงและคุณหญิงเพ็ญแขนั่งด้วยกันมองคนรำวงอยู่

บรานีเดินมานั่งร้องไห้ หลบสายตาผู้คน
“คุณรานี เป็นยังไงบ้างคะ”
“ฉันอยากอยู่คนเดียว
“คุณต้องเข้มแข็งไว้นะคะ”
“ฉันเห็นนะ หล่อนกับคุณปลัดรักกันจี๋จ๋า คงปรับความเข้าใจกันแล้ว ใช่สิ หล่อนเลือกสามี แต่ไม่เลือกที่จะเข้าข้างครอบครัว”
“คุณรานี ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ”
“เพราะหล่อนไม่ช่วยคุณพณิช ชีวิตฉันถึงพังแบบนี้ หล่อนมีความสุขแต่ฉันสิ ชีวิตฉันพินาศหมดแล้ว ... หล่อนไม่ช่วยฉัน ไม่เห็นแก่ครอบครัว....ครอบครัวที่เก็บเด็กข้างถนนอย่างหล่อนมาชุบเลี้ยง !”
“คุณบรานี” รินตกใจมากกับอาการหลุดปากสติแตกของบรานี เพราะบรานีไม่เคยพูด
พอพูดไปแล้ว บรานีก็รู้สึกผิดอย่างมาก แสดงออกในสีหน้าทันที เสียงอ่อนลง“ตัวมาตามตอแยเรา ตัวบังคับให้เราพูด บอกแล้วว่าเราอยากอยู่คนเดียว ทีหลัง อย่ามายุ่งกับเราอีก” บรานีร้องไห้ออกไป
รินยืนเศร้า ยังตกใจไม่หาย

ชรัตน์เดินมองหาริน ร้อนรน ชรัตน์เดินมาเจอกับอรุณฤกษ์“คุณบราลี เห็นคุณบราลีไหมครับ”
“คุยกับบรานีอยู่ในสวนน่ะครับ”
ชรัตน์รีบเดินไป
รินยังนั่งช็อกเรื่องบรานีเข้าใจเธอผิด ชรัตน์เดินมาเห็นรินแล้วหยุดยืนมองริน นี่น่ะหรือน้องสาวของเขา ชรัตน์บอกตัวเอง หลับตาตั้งสติ “ใจเย็นไว้ อย่าให้พลาดอีก ใจเย็น” ชรัตน์เดินช้าลง เข้าไปหา
“คุณชรัตน์”
ชรัตน์เอาสร้อยให้ดู “ผมอยากมาถามคุณ เรื่องสร้อยเส้นนี้ คุณได้สร้อยเส้นนี้มาจากไหนครับ”
“สร้อยเส้นนี้ ทำไมหรือคะ”
“คำตอบของคุณสำคัญสำหรับชีวิตผมมาก คุณได้สร้อยเส้นนี้มาจากไหนซื้อมา...หรือได้มาจากใคร”
“ไม่ได้ซื้อค่ะ เป็นของส่วนตัวดิฉันเองได้มาจากแม่”
“แม่ ?”
“เอ้อ คุณหญิงเพ็ญแขน่ะค่ะ”
“แล้วคุณหญิงเพ็ญแขซื้อมาจากไหนครับ”
“ไม่ได้ซื้อค่ะ เป็นสมบัติของดิฉัน มาตั้งแต่ต้น”
“ตกลงสมบัติของคุณหรือของคุณหญิงเพ็ญแขกันแน่ จะเอายังไงครับ”
“ก็...ก็ คุณถามเรื่องนี้ทำไมคะ”
“อายุของคุณ นับไปนับมาก็พอดี.... คุณทำท่าแปลกๆ ชวนให้ผมสงสัยว่า คุณเป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณหญิงเพ็ญแขใช่ไหมครับ ?!”
“คุณชรัตน์ !” รินตกใจมาก
ดวงสวาทเดินเข้ามาหา “อยู่ที่นี่นี่เอง”
“คุณดวงสวาท.... คุณมาได้ยังไง”
““มาได้ยังไง” ไม่สำคัญเท่ากับ.... “มาทำไม” หรอก”
“แล้วคุณศรัณย์”
“คราวนี้ ฉันไม่ได้มาเพราะศรัณย์ แต่มาเพราะเธอและครอบครัวเธอต่างหาก”
“ฉัน….ทำไมคะ”
“เอ เรื่องสำคัญขนาดนี้ คุยกันสองคนคงไม่สนุก เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” ดวงสวาทเดินนำไป
รินมองตามสีหน้ากังวล “เอ้อ ขอตัวนะคะ” รินเดินตามดวงสวาทไป ชรัตน์เครียด เดินตามไปอีกคน

เพลงรำวงจบพอดี ดวงสวาทเดินไปที่กลางลาน ทำตัวเป็นพิธีกร บอกคนทั้งงาน “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ สวัสดีทุกท่านค่ะ ดิฉันดวงสวาท เสริมสาคร ก่อนที่จะเข้าเพลงรำวงในอันดับถัดไป ดิฉันมีนิทานสนุกๆมาเล่าให้ฟังกันค่ะเป็นนิทานที่สนุกไม่แพ้ลิเกข้างนอกนั่นเลยทีเดียว” ทุกคนตกใจ มองหน้ากัน “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ในวัยหนุ่มทั้งสองสัญญาจะให้ลูกชายและลูกสาวของตนมาแต่งงานกัน”
“ผู้หญิงคนนี้” ผู้ว่ามองดวงสวาท นึกได้ลางเลือน
“เมียอีกคนของคุณปลัดไงคะ” คุณหญิงพิมเฉลย
นายอำเภอกระซิบศรัณย์ เตือนให้จัดการ “เธอกำลังทำอะไรน่ะ งานใหญ่โตระดับจังหวัด จะอายเขานะคุณ”
ศรัณย์ยังนิ่งสงบ รอฟัง
“แต่พอถึงเวลา อีกฝ่ายสงสารลูกสาวที่จะต้องไปแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนที่ยากจน ก็เลยส่งคนใช้ เอ่อ เด็กในบ้านไปแต่งงานแทน”
ชรัตน์กำสร้อยแน่น ตั้งใจฟังต่อ คุณหญิงแก้วมองหน้ากับคุณหญิงเพ็ญแข และเจ้าคุณบำรุง ที่เริ่มออกอาการหนาวๆร้อนๆ บุรณี มองหน้ากับบรานีและริน ทุกคนอยู่ไม่เป็นสุข แสดงอาการพิรุธ
“เด็กในบ้านที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ถูกยกขึ้นมาให้เป็นบุตรบุญธรรมอย่างเร่งด่วน แถมยังเปลี่ยนชื่อใหม่ เปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนกริยาท่าทาง ทั้งหมดก็เพื่อสร้างเรื่องโกหกหลอกลวง” ดวงสวาทเดินตรงเข้ามาหาเจ้าคุณบำรุง สายตาทุกคนพุ่งไปที่เจ้าคุณบำรุง “โกหกแม้แต่เมียของเพื่อน ลูกของเพื่อน นี่หรือคะที่เรียกว่าเพื่อนรัก”
บุรณีลุกขึ้นยืนโวยดวงสวาททันที “คุณพูดอะไรของคุณ พอได้แล้ว”
รินมองหน้าศรัณย์ ที่ยังสีหน้าเรียบเฉย
“เดือดร้อนขึ้นมาเลยสินะ บ้านบำรุงประชากิจ ข้าราชการสัตย์ซื่อ แต่ใจคด จอมลวงโลก” ดวงสวาทชี้ไปที่ริน “ผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับศรัณย์ เพราะเขาไม่ใช่คนบ้านบำรุงประชากิจ” ดวงสวาทเข้าไปจับริน ผลักรินเซไป “ออกไปจากชีวิตศรัณย์ได้แล้ว” ดวงสวาทเหวี่ยงรินออกไป
ชรัตน์เข้ามารับตัวรินไว้พอดี
คุณหญิงแก้วเสียใจมาก ถามเจ้าคุณบำรุง “ที่ดวงสวาทพูดมาทั้งหมด เป็นเรื่องจริงหรือคะ”
บรานีเข้ามาผลักดวงสวาท จนดวงสวาทเซไปเหมือนกัน “ผู้หญิงบ้า หล่อนไม่มีสิทธิ์มาด่าครอบครัวฉัน หล่อนไม่เคยรู้เรื่องในครอบครัวฉัน จู่ๆจะมาพูดบ้าๆแบบนี้ได้ยังไง”
“งั้นก็เอาหลักฐานมาสิ กล้าเดินไปที่อำเภอ ตรวจสอบทะเบียนไหม กล้าไหม”
ทุกคนจ๋อยหมด
“โธ่ ท่านเจ้าคุณ” คุณหญิงแก้วผิดหวัง
ศรัณย์เดินมาหาคุณหญิงแก้วจับมือแม่พูดกับคุณหญิงแก้ว “ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว”
รินหันมามองเลยได้ยินไปด้วย ศรัณย์มองหน้ารินแววตาปรกติ รินรีบขยับตัวเข้ามาใกล้ รินจับมือศรัณย์ไว้ จับแบบประสานกัน “ฟังดิฉันก่อน คุณต้องฟังดิฉันนะคะ” ศรัณย์มองหน้าริน มีแววเสียใจ
คุณหญิงเพ็ญแขอธิบาย “คุณหญิงแก้ว รินเป็นลูกสาวของเรา เราส่งคนที่ดีที่สุดไปให้ศรัณย์ ทั้งหมดเพราะความหวังดีนะคะ”
คุณหญิงแก้วตัดพ้อ “คนดีที่สุด แต่ไม่ใช่ลูกสาว”
เจ้าคุณบำรุงชี้แจง “ทุกสิ่งที่เราทำลงไปเพราะรินคือลูกสาว และศรัณย์ก็คือลูกของเพื่อนรัก เพื่อนรักก็คือเพื่อนรัก นี่คือความรู้สึกของผม ส่วนคนอื่นที่มองมา จะมองรินหรือมองครอบครัวเราเป็นยังไงก็สุดแล้วแต่”
ดวงสวาทแทรก “การแต่งงานต้องเป็นโมฆะ ต้องยกเลิก ! โกหกแบบนี้ คุณยังจะนับเขาเป็นเมียอีกหรือคะศรัณย์ นี่หรือคะ เมีย นี่หรือคนที่คุณรัก คนที่รักกัน เขาไม่โกหกกันหรอกค่ะ”
ศรัณย์มองรินแต่ไร้คำพูด สิ่งที่ศรัณย์เสียใจคือเคยถามรินแล้วแต่รินไม่ยอมตอบนั่นเอง ศรัณย์เลยนิ่งไป รินจับมือประสานกันไว้ ศรัณย์มองมือนั้นลังเลจะโกรธดีไหม แต่ไม่เอามือออก ยังจับกันอยู่ รินย้ำ “เชื่อใจฉัน ฟังฉัน”
“คุณดวงสวาท ผมว่านี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาพูดเรื่องในครอบครัวของใคร คุณดื่มมาหรือเปล่านี่ มากับผมเถอะ ผมจะพาคุณไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก” อรุณฤกษ์เข้ามาจับดวงสวาท
ดวงสวาทสะบัดมือ เป็นบ้าไปแล้ว “อย่ามายุ่ง จะสถานที่ไหนความจริงก็คือความจริง กล้าอุปโลกน์กันขนาดนี้ยังจะมาอายอะไรอีก หล่อนต้องกลับไปเป็นคนใช้เพราะสายเลือดของหล่อน ก็คือคนใช้”
ชรัตน์ชักทนไม่ไหว โวยขึ้นมา “ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนใช้ อยากฟังนิทานตอนต่อไหมล่ะ”
“คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“ลิเกหรือเรื่องในนิยาย มักมีจุดหักมุม ผมนี่ไง จุดหักมุมของเรื่อง คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่คุณบอก แท้ที่จริงก็คือ น้องสาวของผม ลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี คุณพระพิจารณ์ธุรกิจเจ้าของกิจการค้าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ”
คราวนี้ศรัณย์ ไม่เฉย .... ศรัณย์ ช็อก “อะไรนะ”
“แปลกมั้ย ทายาทที่หายไปของรพิพันธ์ น้องสาวที่ฉันตามหาแทบพลิกแผ่นดิน ที่แท้กลับมาเป็นคนใกล้ตัว ไปๆมากลายเป็นเมียที่รักของแกนั่นแหล่ะ”
“รินเป็นน้องของแก หมายความว่า” ศรัณย์ หันมามองหน้าริน ศรัณย์ลุกขึ้นยืนและปล่อยมือจนรินตกใจมองมือนั้น นาทีนี้เป็นนาทีสำคัญมาก รินไม่เข้าใจความคิดที่อยู่ในหัวของศรัณย์ตอนนี้

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 10/5 วันที่ 30 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ