อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 11 วันที่ 16 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 11 วันที่ 16 ม.ค. 59

จำปาเสียใจที่ตนเป็นเหตุให้ธาวินที่ไม่รู้เรื่องด้วยต้องมารับเคราะห์ถูกแฟนคลับต่อต้าน อีกทั้งห่วงความรู้สึกของเหมย แต่ธาวินมั่นใจว่า เหมยเข้าใจตน

แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เหมยคิดว่าธาวินโกหกตนอีกแล้ว ตัดสินใจเด็ดขาดบอกกับอาหยางว่าตนควรตัดสินใจเสียทีเพื่อความสุขของป๊าและความสุขของทุกคน อาหยางถามว่าแล้วความสุขของเหมยล่ะ

“มันไม่สำคัญอะไรหรอกค่ะ...ไม่สำคัญเลยสักนิดเดียว” เหมยหันหลังเดินไปทันทีซ่อนความเสียใจไม่ให้อาหยางเห็น



จิณห์พูดอย่างเห็นใจธาวินว่าเขาจะยอมให้ทุกคนเข้าใจผิด ให้เด็กคนเดียวดับฝันของเขาหรือ ธาวินตอบทันทีว่าตนไม่ได้ฝันอยากเป็นนักร้อง จำปาเป็นเพื่อน ตนทิ้งเธอกับลูกไม่ได้ จิณห์ถามว่าแล้วเขาจะทำมาหากินอะไรมาเลี้ยงลูกและจะทำอย่างไรต่อไป ธาวินบอกว่าตนจะกลับบ้าน จิณห์ส่ายหน้าบอกว่าถ้าตนเป็นนักร้องไม่ได้ ก็จะไม่กลับไปให้อายคน

“นายสู้เพื่อฝันของนาย ฉันสู้เพื่อฝันของฉัน ฉันอยากกลับบ้าน พาคนรักกลับไปหาพ่อ” ธาวินแตะไหล่จิณห์ยิ้มอย่างมีความหวัง

สุ่นเห็นข่าวจากเน็ตว่าเหมยมาขายซาลาเปาที่ตลาดนัด จึงมาหาแต่มาในคราบของแป๊ะยิ้ม มาช่วยร้องขายซาลาเปา จนสุดท้ายเหมยจึงรู้ว่าเป็นสุ่น ถามว่าทำไมวันนี้มาที่นี่ได้

“ก็ผมเห็นไอ้วินในทีวี มันเป็นนักร้องดัง เห็นพูดถึงเฮียโชค ผมก็คิดว่าป่านนี้คงรวยเอาเงินไปช่วยเฮียโชคแล้ว ไอ้บ้านี่อยู่ดีๆกลายเป็นผัวนังจำปาซะงั้น แล้วตอนนี้เฮียโชคเป็นยังไงบ้าง ขอผมไปกราบเฮียได้ไหม”

“อย่าเพิ่งไปเลย ตอนนี้ป๊ายังไม่ค่อยสะดวกเจอใครน่ะ” เหมยยิ้มเจื่อน ส่วนสุ่นจ๋อยไปอย่างผิดหวัง

เหมยกลับไปเล่าให้เจ๊ง้อฟังว่าวันนี้ขายดีมากเพราะสุ่นมาช่วยเรียกแขก อาหยางบอกว่าวันไหนสุ่นไม่มาเหมยจะเหนื่อย เหมยยิ้มบอกว่าตนไม่เหนื่อยหรอก เจ๊ง้อแซวว่า

“นั่นสิ ลื้อจะห่วงอาเหมยอะไรนักหนา ไม่เคยได้ยินเหรอ เขาบอกว่า เสียเหงื่อเต็มหน้า ดีกว่าเสียน้ำตาให้ความรัก”

“ม้า...” อาหยางลากเสียงยาวเชิงเตือน เหมยหน้าเสีย เจ๊ง้อนึกได้เลยเงียบ

สุ่นไม่เพียงไปช่วยเหมยเรียกแขกขายของ หากยังไปช่วยงานที่ศาลเจ้าด้วยสารภาพกับเหมยว่า

“ให้ผมแก้ตัวทำอะไรเพื่อคุณเหมยเพื่อเฮียโชคบ้างเถอะครับ ผมเกลียดไอ้วินถึงยอมทำตามที่ไอ้ลีโอมันจ้าง จนเกิดเรื่อง” เหมยบอกว่าช่างเถอะโชคร้ายมันผ่านไปแล้วตนไม่โทษใครหรอก

พอดีมีเสียงคนเดินเข้ามา สุ่นหันไปเชื้อเชิญ แต่พอเห็นว่าเป็นใคร ก็ชี้หน้าถาม

“ไอ้วิน เอ็งมาทำไม หรือว่ายังจีบคุณเหมยอยู่ เอ็งมีลูกมีเมียแล้ว ยังจะมายุ่งอะไรกับคุณเหมย มาทำให้คุณเหมยเสียใจอีกทำไม” ธาวินเองก็ถามสุ่นว่ามาที่นี่ได้ยังไง เหมยตัดบทว่าให้เขากลับไปเสีย สุ่นได้ทีอ้างเหมยว่า “เห็นไหม คุณเหมยไล่แล้ว มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย” แล้วสุ่นก็พยายามผลักดันธาวินออกไปจากศาลเจ้า

“ผมต้องการคุยกับเหมย” ธาวินเดินตรงไปหาเหมย เธอบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย สุ่นสะอึกเข้ามา แต่ธาวินจับข้อมือเหมยหันไปจ้องหน้าสุ่น ปรามว่า “เรื่องของฉันกับเหมย คนอื่นอย่ายุ่ง” แล้วจูงเหมยออกไปเลย

ooooooo

แม้ตัดสินใจที่จะเลิกเกี่ยวข้องกับธาวิน แต่ความรักความผูกพันที่มีต่อกันลึกซึ้งเกินกว่าจะตัดได้ ดังนั้นเมื่อธาวินพาเหมยไปคุยกันที่สวนสาธารณะถามว่าเหมยโกรธตนเรื่องจำปาใช่ไหม ชี้แจงว่ามันไม่ใช่อย่างที่เหมยเข้าใจ

เหมยบอกว่าเขาทำถูกแล้ว เจ้าชายต้องมีความรับผิดชอบ เพราะจำปาเป็นเพื่อน เขาตามเจ้าชายมาที่นี่ และจำปาก็รักเจ้าชายมาก

“ผมรักคุณ เหมย...ผมรักคุณ”

“คุณไม่ควรพูดเรื่องความรักกับฉันอีก เจ้าชายธาวิน คนเราเดินหน้าแล้วอย่าถอยหลัง อย่ามัวลังเล เพราะคุณจะไม่ไปถึงจุดหมาย”

“จุดหมายของผมคือคุณ...จุดหมายของผมคือหัวใจคุณ ผมจะพาคุณกลับไปวังใต้เมฆ...จะพาหัวใจของผม ไปเก็บก้อนเมฆบนฟ้า...ผมรักคุณครับเหมย”

“เวลาของความฝันจบลงแล้วเจ้าชาย คุณมีหน้าที่ลูกผู้ชาย หน้าที่เจ้าชายธาวินดรณ ฉันก็ต้องทำหน้าที่ลูกสาวของป๊าหน้าที่ดูแลครอบครัว” เหมยถอยห่างและหันหลังให้ ธาวินพูดต่ออย่างหนักแน่น เด็ดเดี่ยวว่า

“ผมยังมีหน้าที่ต้องรักษาคนของผม หัวใจของผม เหมย...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะพาคุณไปอยู่ที่วังใต้เมฆให้ได้”

เหมยตัดสินใจเดินออกไปเร็วๆ แต่ธาวินก็ยืนมองด้วยสายตามุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้

ooooooo

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง แทนก็มีข่าวสำคัญมาบอกธาวินว่ากองกำลังของเราส่งข่าวมาว่า นายพลภูผากำลังจะเปิดการลงทุนท่อก๊าซกับนักธุรกิจต่างชาติ พวกเขาวางแผนกันว่าจะไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ให้หมด

“เราต้องขัดขวางพวกมันก่อน” ธาวินหน้าเครียด

“กองกำลังของเราแทรกตัวอยู่กับชาวบ้าน พอจะขวางมือขวางเท้าพวกมันได้ระดับหนึ่ง แต่ทางนายพลภูผาเซ็นสัญญาลงทุนเมื่อไหร่ พวกมันจะลงมือกวาดล้างหนัก”

“รีบหาทางให้เรากลับเวียงพะเนิน เราจะไม่ให้คนโลภมาทำลายบ้านเกิดเรา” ธาวินสั่งน้ำเสียงเข้ม

ฝ่ายบูรพาสมิงก็บอกกับระมิงค์เมืองว่า “พ่อสั่งให้เร่งเรื่องสัญญา พี่นัดวันกับคู่ค้าของเราหมดแล้ว”

“เรื่องการต้อนรับ น้องก็เตรียมไว้พร้อมหมดแล้วค่ะ”

สองพี่น้องเดินมาเจอดาราเลิศกำลังถามพรีนว่าวันนี้เจ้าชายมีงานที่ไหนบ้าง พรีนบอกว่าคิมมี่ยังไม่ได้ไลน์มาบอก ระมิงค์เมืองพูดแทรกขึ้นว่าจะทำอะไรให้มีความเกรงใจกันบ้าง ดาราเลิศสวนไปทันทีว่า

“จะต้องเกรงใจใคร ในเมื่อฉันอยู่ในฐานะเมียพ่อเธอ”

“เอาเด็กคนนี้ออกไปจากบ้านฉัน”

“พรีนเป็นหลานฉัน เมื่อฉันอยู่ที่ไหน พรีนก็มีสิทธิ์อยู่ที่นั่น” ดาราเลิศแข็งกร้าวแล้วหันถามบูรพาสมิงว่า “เรื่องนัดพวกลงทุนไปถึงไหนแล้ว”

“เราไม่เคยทำหน้าที่ของเราผิดพลาด อยากยุ่งก็ไปยุ่งเรื่องอื่น”

ดาราเลิศอ้างว่าตนต้องเป็นหูเป็นตาให้นายพลภูผาในฐานะที่เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของเวียงพะเนิน ระมิงค์เมืองเย้ยว่าก็แค่ของชั่วคราว แล้วจ้องพรีนก่อนเดินออกไป พรีนกลัว ยิ่งเมื่อบูรพาสมิงเดินมาใกล้ก็รีบหลบไปอยู่หลังดาราเลิศ ผู้เป็นน้าเอาตัวบังไว้ บูรพาสมิงหัวเราะเยาะว่า
“รสนิยมฉันไม่ใช่แบบนี้ แต่ถ้าเกะกะสายตามาก ฉันส่งให้ลูกน้องได้”

“แกทำร้ายหลานสาวฉันไม่ได้นะ” ดาราเลิศตวาด ส่วนพรีนพูดเสียงสั่นว่า ตนกลัว ตนไม่อยากมาที่นี่ ดาราเลิศหันไปจับไหล่พรีนบีบสั่ง “มองน้า โสธารามองน้า อย่าให้พวกมันเห็นความกลัวของแก แกต้องเข้มแข็งให้สมกับการขึ้นเป็นราชินีของธาวินดรณ”

“แต่เจ้าชายไม่ได้รักพรีน”

“ไม่จำเป็นต้องรัก ธาวินดรณจะรักใครก็ช่าง แต่แกเท่านั้นที่จะเป็นราชินีของเจ้าชาย”

ดาราเลิศสั่งเข้ม ดุดัน จนพรีนทั้งกลัวทั้งสับสนที่ถูกน้าบังคับให้ทำตามคำสั่ง ที่ค่ายเคพีของเกรียงเพชรก็กำลังตึงเครียดที่ธาวินจะกลับบ้าน ต่างซักถามถึงเหตุผล ธาวินยืนยันแต่ว่าตนจำเป็นต้องกลับจริงๆ ครูนกกระจิบถามว่าพ่อป่วย ญาติเสีย หรือว่าอะไร ธาวินเงียบ ครูอะตอมหว่านล้อมว่า

“เธอต้องอยู่สู้กับข่าว กับปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าวิ่งหนี อย่าให้ใครต้อนเธอจนมุม”

ธาวินบอกว่าตนไม่ได้หนีปัญหาเรื่องจำปา คิมมี่โวยวายว่าไม่รู้ว่าปั้นขึ้นมาแล้วจะเยอะอย่าง เยอะมาก เยอะเรื่อง ทำไมต้องทำตัวเป็นซุปตาร์ด้วย ธาวินขอโทษบอกว่าตนไม่ได้อยากเป็นนักร้อง

“แต่เธอทำมันแล้ว ทำได้ดีด้วย ถ้าเธอทิ้งไปตอนนี้คิดดูสิ กี่คนที่เขาพยายามจะดันเธอขึ้นไป ความตั้งใจของพวกเขาทั้งหมด...ที่เธอกำลังดูถูก” ครูนกกระจิบ พูดอย่างเจ็บปวด ธาวินได้แต่นิ่ง พูดไม่ออกบอกไม่ได้

จิณห์ก็หว่านล้อมด้วยความหวังดีว่า ถ้าเขากลับไปตอนนี้ คนจะลืมเขาหมด จำปาก็ถามว่าเขามีความจำเป็นอะไร

“พี่ต้องกลับนะจำปา ไม่ใช่เรื่องของจำปาหรอก พี่มีเหตุผลที่ยังบอกใครตอนนี้ไม่ได้” พูดแล้วเดินหนีไป

“มีคนเดียวที่จะห้ามพี่วินได้” จำปาฉุกคิดได้

ooooooo

จำปาอาสาไปคุยกับเหมย แต่พอไปถึงบ้านเจ๊ง้อ หมิงบอกว่าเหมยไม่อยากคุยเรื่องของธาวิน และตอนนี้ก็ไปขายของแล้ว จำปาถามหมิงว่ายังโกรธตนเรื่องเด็กหรือ

“ฉันจะโกรธเธอได้ยังไง เธอเองก็ลำบากนะจำปา แต่ในฐานะที่ฉันใกล้ชิดเหมย ฉันรู้ว่าเหมยเสียใจมาก” จำปาติงว่าเหมยกับธาวินรักกันน่าจะคุยทำความเข้าใจกันได้ “รักกันแล้วยังไงก็เท่ากับเหมยคือมือที่สาม คนจะถูกสังคมด่าคือใคร อดีตที่เหมยกับวินรักกัน มันไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่วินเป็นพ่อของลูกเธอ”

พูดแล้วหมิงเดินเข้าบ้าน จำปาหันมองอาหยางอย่างขอความเห็นใจ อาหยางบอกว่าตนรู้ว่าจำปาหวังดีกับธาวิน

“เฮียหยาง จำปาจะทำยังไง จำปาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ จำปาไม่อยากให้พี่วินกับเหมยต้องเลิกกัน”

“เราบังคับใจใครเพราะความหวังดีของเราไม่ได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนะ จำปา” อาหยางปลอบ แต่จำปายิ่งฟังก็ยิ่งทุกข์

ฝ่ายเอกเอื้อก็นัดเหมยมาคุยกันที่ร้านกาแฟ ถามเหมยว่าคุยกับธาวินหรือยัง เหมยบอกว่าคุยแล้ว เอกเอื้อถามอย่างตื่นเต้นว่าแล้วไง

“ไม่แล้วไงค่ะ ก็ต่างคนต่างอยู่”

“ไหนว่ารักกันนักหนา เจ๊อุตส่าห์ดีใจที่กลายเป็นนักร้องดัง กำลังโค่นลีโอ คิดว่าวินจะช่วยครอบครัวหนูได้ แล้วนี่มันอะไรล่ะ อยู่ดีๆไปมีลูกกับจำปา เจ๊เพลียไตมากนะบอกเลย”

จู่ๆคิมมี่ก็เข้ามากระแทกแก้วกาแฟนั่งลงตรงข้ามกับเอกเอื้อ แล้วก็จิกกัดกันตามเคย ก่อนจะพูดกันเป็นการเป็นงาน

คิมมี่บ่นว่าไม่รู้เฮี้ยนอะไรธาวินถึงไปรับเป็นพ่อของลูกจำปา เอกเอื้อถามว่าแล้วทางเคพีจะว่าอย่างไร แฟนคลับแทบจะหนีกันหมดแล้ว คิมมี่ถามว่าจะมาล้วงความลับบริษัทกันหรือ ถูกเอกเอื้อเย้ยว่าถ้ามีวิธีแก้ปัญหาก็คงไม่มานั่งหน้ายับอยู่อย่างนี้หรอก คิมมี่ทำเสียงจิ๊จ๊ะหงุดหงิดหาเรื่องด่าเอกเอื้อ

“รมณ์เสีย น้องๆมีรวมมิตรไหม เอาลอดช่องใส่เผือกมา 4 ถ้วย ของเจ๊คนนี้เอาเผือกเยอะๆ”

“นังบ้า นี่ร้านกาแฟ” เอกเอื้อด่า

“เห็นไหม เครียดจนเบลอไปหมด คุณเมญ่าคะ ถือว่าพี่ขอก็ได้นะคะ ช่วยคุยกับวินหน่อยเถอะค่ะ ให้เขามีกะจิตกะใจทำงานร้องเพลงต่อหน่อย คุณน้องเมญ่าเคยเป็นศิลปินมาก่อน ก็เข้าใจใช่ไหมคะ พวกเราช่วยกันปั้นภาพลักษณ์ใหม่ๆได้ แต่ถ้าศิลปินไม่ร่วมมือ ทำยังไงก็พังนะคะ”
พูดแล้วคิมมี่ดูดกาแฟปรื๊ดๆดับอารมณ์ เหมย ฟังแล้วสีหน้าลำบากใจ

ธาวินก็ไม่สบายใจ เมื่อเจอครูนกกระจิบ เขาบอกว่า “ผมไม่ได้คิดดูถูกความตั้งใจของทุกคนที่นี่นะครับครู”

“เธอต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ วิน คำพูดอย่างเดียวมันบอกความจริงใจไม่ได้” พูดแล้วครูนกกระจิบเดินไปเลย ธาวินยิ่งคิดหนัก

พอดาราเลิศรู้ข่าวธาวินมีลูกกับจำปา ก็ถามพรีนว่าเจ้าชายมีลูกกับคนอื่นอย่างนี้มันจะเป็นอย่างไร

รู้ไหม พรีนยิ้มหน้าตาใสซื่อตอบว่าลูกคงน่ารัก ดาราเลิศชักสีหน้าเสียงเข้มว่า “ถ้าเจ้าชายมีลูก แกก็จะอดเป็นราชินีเวียงพะเนิน” พรีนบอกว่าตนไม่ได้อยากเป็น

“หยุด! เจ้าชายธาวินดรณเหมาะที่จะเป็นหลานเขยของฉันที่สุด”

ดาราเลิศพึมพำเหี้ยมว่าตนจะกำจัดไอ้มารหัวขนนั่นยังไงดี พรีนตกใจบอกว่า “มันบาปนะคะคุณน้า”

“อย่ามาพูดเรื่องบาปบุญคุณโทษกับฉัน อำนาจ สมบัติ วาสนาเท่านั้นที่เราต้องรักษาไว้ให้นานที่สุด ฉันต้องรีบกำจัดทายาทของเจ้าชาย”

“จัดการแกสองน้าหลาน ไม่ใช่เรื่องยาก เท่ากับนังจำปา” ระมิงค์เมืองมองไปที่สองน้าหลานแววตา

ร้ายกาจ แล้วหันมาทางตันหยงที่ยืนรอคำสั่งอยู่ “ฉันอยากรู้ความเคลื่อนไหวนังจำปาทุกฝีก้าว” ตันหยงถามว่าลงมือเลยไหม ระมิงค์เมืองสั่งเหี้ยม “มีโอกาสเมื่อไหร่จัดการมันทั้งแม่ทั้งลูก”

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อจำปาคุยกับอาหยางที่สวนสาธารณะขัดใจกันเมื่ออาหยางไม่อยากให้จำปาพูดเรื่องถูกข่มขืนอีก เพราะธาวินเองก็ยอมรับเป็นพ่อเด็กแล้ว จำปากลับคิดว่าอาหยางห้ามเพราะตัวเองจะได้เข้าไปแทรกเหมยแทนธาวิน ปรามว่า “อย่านะ เฮียหยางอย่าเข้าไปแทรกกลางความรักของพี่วินกับเหมยเหมือนที่จำปากำลังเป็น”

คุยกันแล้วจำปาจะกลับไปทำงาน อาหยางจะไปส่ง จำปาบอกกลับเองได้ ระหว่างที่เดินข้ามสะพานลอยนั่นเอง จำปาก็ถูกตันหยงดักผลักตกบันไดสะพานลอยแล้วหนีไป ชายสองคนเดินมาพบจำปาสลบอยู่เชิงสะพานลอยจึงเรียกคนมาช่วย

ขณะธาวินกำลังคุยกับเหมยบอกว่าตนจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ก็ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่าจำปาตกบันไดหมดสติ

ธาวินกับแทนรีบไปที่โรงพยาบาลพอรู้จากจำปาว่าถูกคนผลักตกบันได เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของพวกลีโอเป็นแน่ ธาวินเตือนจำปาวันหลังอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว ส่วนแทนฮึดฮัดจะไปจัดการมัน

“อย่าเพิ่ง พี่แทนมีเรื่องกันไป ลีโอมันหาทางใช้สื่อ จำปาก็จะอายอีกรอบ ตอนนี้เราต้องคอยระวังจำปาไว้ก่อน”

เมื่อระมิงค์เมืองรู้ว่าเด็กไม่เป็นอะไรตันหยงขอแก้ตัว ระมิงค์เมืองย้ำว่า คราวนี้ต้องทำได้ จะต้องไม่มีทายาทของเจ้าชายธาวินดรณ ตันหยงออกไปแล้วระมิงค์เมืองหันไปเห็นบูรพาสมิงเขาถามว่าเธอให้ตันหยงไปทำงานอะไร ระมิงค์เมืองโกหกว่าเรื่องตั๋วเครื่องบินผู้ติดตามคณะนักลงทุนที่จะไปเวียงพะเนิน บูรพาสมิงถามว่าเรื่องธาวินเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็เงียบๆลงไปหน่อย เพลงคงหมดช่วงโปรโมตแล้ว”

“น้องก็เลยช่วยงานพี่ได้มากขึ้น ยังไงสายเลือดของเราก็คือสิ่งสำคัญที่สุด”

สองพี่น้องยิ้มให้กันด้วยรอยยิ้มที่ต่างมีความเคลือบแคลงกันอยู่

ooooooo

ธาวินเสนอเกรียงเพชรให้จำปาลาออกจากงาน เกรียงเพชรตามใจ อะไรที่ธาวินสบายใจแล้วทำงานต่อไปเขาไม่ขัด

“ผมขอบคุณป๋ามากนะครับที่ช่วยให้ผมเป็นนักร้อง ไม่ใช่ว่าผมไม่คิดถึงความทุ่มเทของทุกคน แต่ผมตั้งใจอยู่แล้วว่าผมคงไม่ร้องเพลงตลอดไป” ธาวินเสนอให้สร้างจิณห์เป็นศิลปินใหม่ เพราะจิณห์ตั้งใจฝึกซ้อมมาก

เกรียงเพชรขอให้ถือว่าตนรับรู้ แต่ก็ขอร้องให้ธาวินอดทนทำงานอีกสักหน่อยเพราะบริษัทลงทุนไปมากแล้ว ให้บริษัทได้กำไรบ้าง ทุกคนที่นี่ก็จะพอใจเขา

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 11 วันที่ 16 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ