อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/2 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/2 วันที่ 31 ม.ค. 59

“แต่หล่อนยังมีพี่ชาย มีพ่อ ตระกูลรพิพันธ์ รวยติดอันดับประเทศเลยนะรู้ไหม”
“นาทีนี้มีแต่ความรู้สึกของคุณที่สำคัญสำหรับฉัน”
“ฉัน ... ฉัน” ศรัณย์แสดงสีหน้าเหวอ มึนออกมาอีก
“คิดอะไรก็พูดออกมาสิคะ พูดออกมา”
“ช่างมันเถอะ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า” ศรัณย์เดินหนี รินรีบตาม

รินรีบมาดักหน้าศรัณย์ “คุณยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“อะไรของหล่อน”


“ฉันทำตามที่คุณแม่คุณสั่ง ถ้าวันนี้คุยไม่จบเราจะไม่นอน คุณสงสัยอะไรก็พูดออกมา อยากต่อว่าฉันเรื่องอะไร ก็ว่ามาสิคะ” รินคาดคั้น จับตัวศรัณย์
“เอ๊ะยังไง ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่มีอะไร”
รินเขย่าตัว คาดคั้นมากขึ้นอีก “ถามออกมา พูดออกมา อย่าซ่อนปัญหาไว้ใต้คำว่า “ไม่มีอะไร” พูดออกมาเถอะค่ะ พูดออกมาให้ฉันรู้” รินเขย่าตัวศรัณย์
จนศรัณย์ต้องสะบัดหนีและหลุดปาก พรวดเสียงดังออกมาจนได้ “หลายครั้งฉันเคยถามเธอแล้ว ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกฉัน”
รินอึ้งไป สีหน้าเศร้า “เพราะฉันคิดเสมอว่าฉันเป็นลูกสาวบ้านบำรุงประชากิจ ฉันอยากเป็นมาตลอด อยากเป็นมาตั้งแต่เด็ก พอถึงเวลาที่ได้เป็น ฉันก็หวงแหนความรู้สึกนี้ ... ฉันอายที่จะบอกคุณว่า ฉันเป็นแค่เด็กที่เค้าเก็บมาเลี้ยง” รินน้ำตาไหล
ศรัณย์สงสาร เริ่มเข้าใจริน “อายหรือ เด็กเก็บมาเลี้ยงกับเด็กวัดมันต่างกันตรงไหน เหมาะสมกันดีออก ไม่เห็นน่าอายเลย”
“ฉันไม่ได้ปกป้องครอบครัว ไม่ได้อยากจะหลอกคุณ ฉันแค่ ...ไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็น”
“ทำไมบารนี บุรณี ถึงไม่ยอมแต่งงานกับฉัน”
“บารนีเค้ารักกับคุณพณิชมากเหลือเกิน ส่วนบุรณีเธออยากสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เรื่องแต่งงานคุณแม่เป็นคนขอให้ฉันทำ ส่วนคุณพ่อ ท่านสั่งให้ฉันดูแลคุณอย่างดี ให้ฉันถือเป็นหน้าที่ ท่านห่วงคุณมาก ไม่ใช่รังเกียจคุณอย่างที่คุณดวงสวาทพูด”
“แต่คนบ้านนั้นจดทะเบียนรับเธอเป็นลูกบุญธรรม เพื่อหลอกฉันโดยเฉพาะ”
“คุณเชื่อเอกสารหรือความรู้สึกล่ะ ที่บ้านนั้นตั้งแต่เด็กถึงฉันไม่ใช่ลูกสาว แต่ฉันก็ไม่ใช่คนใช้” รินกอดศรัณย์ไว้ “ความรู้สึกระหว่างเราเกิดขึ้นมาด้วยตัวเรา ไม่ใช่เพราะเราเป็นใคร เราต่างหาความหมายของกันและกันจนเจอ ที่ฉันเลือกคุณ ยอมทรยศต่อบารนีเพราะคุณคือครอบครัวของฉัน” ศรัณย์ยืนคิดหนัก

ห้องนอน ศรัณย์และรินทั้งสองนอนคนละฟาก ลืมตามองเพดานมีเรื่องครุ่นคิดทั้งคู่
“เรายังกอดกันเหมือนเดิมได้ไหม” ศรัณย์ขยับเข้ามาใกล้ โอบตัวรินเข้ามานอนในอ้อมกอด แม้สีหน้ายังเครียด รินถาม “เราจะเข้านอนโดยไม่มีอะไรค้างคาใจใช่ไหม” ศรัณย์นิ่ง เพราะลึกๆคือมี “ว่าไงคะ”
ศรัณย์จูบที่ผมของริน รินคิดถึงคำพูดของแก้ว
“ชีวิตคู่ อย่าพูดคำว่าไม่มีอะไรทั้งๆที่มี ... อย่าปล่อยให้ความโกรธอยู่ข้ามวัน มีอะไรต้องพูดกันให้จบ ทะเลาะกันให้จบ ยิ่งทะเลาะก็จะยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น ที่แม่พูดอย่างนี้หนูเข้าใจมั้ย”
รินถามศรัณย์อีกครั้ง “คุณไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหรือคะ”
ศรัณย์ตัดบท “นอนเถอะนะ”
รินเบาใจลงที่ศรัณย์ยังอ่อนโยน ยอมหลับตานอนลง ศรัณย์นอนไม่หลับ ศรัณย์ไม่เหมือนเดิมแล้ว ลืมตามองเพดานต่อไป ปมในใจของศรัณย์แท้ที่จริงคือเรื่องที่ รินเป็นรพิพันธ์ลูกสาวเศรษฐี ในขณะที่ตอนนี้ศรัณย์มีแต่ตัว

หน้าบ้าน รินเดินออกมาส่งศรัณย์ไปทำงาน วันนี้ศรัณย์ขับรถเอง ทั้งสองเดินมาเจอชรัตน์ นั่งรออยู่
“ไอ้ชรัตน์...”
“เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ ตื่นเต้น ที่จะมีน้องสาว” ชรัตน์มองริน
“คุยกันเถอะ ฉันต้องไปทำงาน”
“คุณอยู่ด้วยก่อนได้ไหมคะ”
“ชรัตน์เป็นเพื่อนผม เขาเป็นพี่ชายคุณจะกังวลอะไรล่ะ คุยกันเถอะ”
ชรัตน์ตบไหล่ศรัณย์ ขอบคุณ “ไอ้น้องเขย แกเป็นน้องเขยฉันแล้วนะ”
ศรัณย์พยักหน้า เดินจากไป รินรู้สึกเก้อๆกับชรัตน์ ที่จู่ๆ กลายมาเป็นพี่น้องกัน

ในสวน ชรัตน์นั่งมองริน ปลื้ม ดีใจที่รินเป็นน้องสาว
“เอ่อ จะนั่งมองฉัน อีกนานไหมคะ”
“เจอน้องครั้งแรก น้องกำลังจะแต่งงานกับนายศรัณย์ พี่ไม่เคยมีพี่มีน้อง จู่ๆก็มีแถมยังโตเป็นสาว สวยมากๆ งงเลยนะนี่”
“คุณแน่ใจหรือคะว่าแม่เรียงตายไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเรา ปะติดปะต่อขึ้นมาเอง”
“พ่อผม เอ้อ พ่อของเราจะเป็นคนยืนยัน”
รินพยักหน้า “ท่านคงไม่ได้ตั้งใจมีภรรยาเป็นชาวป่าชาวดง คงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ”
“ไม่หรอก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พ่อคงไม่สร้างปาฎิหาริย์ หายวันหายคืนอย่างที่พี่เห็นหรอก”
“หายวันหายคืน ?”
“ท่านป่วยหนัก ป่วยมาตลอด เพราะท่านป่วยท่านถึงทิ้งแม่เรียงเอาไว้ที่ปางไม้ จนแม่เรียงต้องพาน้องมาตามหาท่านที่พระนคร พี่อยากให้น้องไปหาพ่อด้วยกัน ไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป”
รินอึ้งไปก่อนจะพยักหน้า เข้าใจความต้องการของชรัตน์

วันใหม่ บ้านดวงสวาทที่กรุงเทพ นริศ มหินท์และนิจ วุ่นวายใจอยู่
“คุณชายนะคุณชาย คุณชายน่ะตามไม่ทันยายดวงเลยจริงๆ ปล่อยให้หนีไปได้ยังไง”
“ก็เธอบอกผมว่าป่วย นี่ผมคงทำให้เธอผิดหวังอีกแล้ว เธอถึงหนีผมไป ผมนี่แย่จริงๆ”
“คร่ำครวญอีกแล้ว นั่งคร่ำครวญอย่างนี้แล้วมันได้อะไรขึ้นมา คุณนี่ทำไมถึงไม่สู้คนเลยนะ ขึ้นไปเก็บกระเป๋า ตามไปปักษ์ใต้เอาลูกสาวผมกลับมา”
“ไปเลยหรือครับ ตอนนี้หรือครับ”
มหินท์โวย “ก็ไปสิครับ...จะรออะไรอยู่ โฮ้ย ต้องให้บอกทุกอย่าง”
ดวงสวาทหิ้วกระเป๋าเดินเข้ามาบ้าน “ใคร จะไปไหนกันคะ”
“ว้าย โผล่มาเงียบๆ ... แม่ตกใจหมด”
“นังตัวดี แกหนีไปหาไอ้ศรัณย์ใช่หรือเปล่า”
“ไม่ได้ไปหาศรัณย์ค่ะ ลูกแค่ไปจัดการธุระนิดหน่อย ตอนนี้ก็เสร็จแล้ว”
“คุณไม่ได้รักนายศรัณย์แล้วใช่ไหม คุณกลับมาเพราะคุณไม่ได้รักเขา คุณจะไม่หนีผมไปไหนอีกแล้วใช่ไหมครับ”
“ฉันก็ไม่ได้รักคุณเหมือนกัน” นริศอึ้ง “ฉันรักแค่ตัวเอง ความผิดหวังที่คุณกับศรัณย์ยัดเยียดให้ ทำให้ฉันรักแต่ตัวเอง”
“ดวงสวาท… เป็นผัวเป็นเมียกัน รู้จักพูดจารักษาน้ำใจกันบ้างนะ” มหินท์เตือน
“ก็มันจริงนี่คะคุณพ่อ” ดวงสวาทต่อว่านริศ “คุณสัญญากับฉันแล้วว่าจะซื้อวังคืนกลับมาจะทำงานห้างนี้ให้สำเร็จ คุณต้องทำตามสัญญานะ ถ้าคราวนี้พลาดอีกฉันจะไม่ให้อภัยคุณแล้วจริงๆ”
“ครับๆ ขอแค่คุณอย่ากลับไป ผมจะทำให้ทุกอย่าง ผมต้องซื้อวังคืนกลับมาให้ได้แน่นอน เชื่อผมนะครับ” นริศกอดดวงสวาท ดวงสวาทเย็นชา มหินท์กับนิจกลุ้ม
ที่ว่าการอำเภอ ศรัณย์ เข้ามาทำงาน พนักงานที่จับกลุ่มกันซุบซิบบางอย่างแตกฮือ สีหน้าพิรุธ กลับไปที่โต๊ะทำงานของตน โชติและเสนอมาทำงานก่อนแล้วเพราะมาเคลียร์ที่ทำงานจากงานเลี้ยงเมื่อคืน เดินเข้ามามาหา
ศรัณย์กระซิบถามสองหนุ่ม “เขาพูดกันเรื่องฉันใช่ไหม”
“เปิดวิทยุฟังละคร ยังไม่สนุกเท่าเลยครับ” เสนอเปรียบเทียบ
“ละคร? ละครอะไร ?”
โชติแซว “ปลัดพิฆาตนารีมีเมียสอง”
“เมียคนหนึ่งมาแฉเมียอีกคนหนึ่ง ว่าเป็นคนใช้”
“ไปๆมา เมียคนใช้ที่ถูกแฉกลายเป็นลูกสาวมหาเศรษฐีสูงศักดิ์”
ศรัณย์เซ็ง เดินไปที่กลุ่มลูกน้องพูดเสียงเข้ม “ภารกิจหลักของเราเวลานี้ คือการตามหาค่ายโจรของเสือขาว ตามสืบร่องรอยว่าเสือขาวถูกระเบิดตายจริงไหม ตราบใดที่ไม่พบศพ เราจะไม่หยุดค้นหา ทุกคนต้องเร่งทำงาน อย่าสนใจเรื่องไร้สาระ” ทุกคนจ๋อยหมด โชติกับเสนอแอบขำ

ค่ายโจร เสือขาวในชุดเป็นทางการกว่าทุกครั้ง เตรียมม้าจะเข้าเมือง
พู่และหญิงชาวบ้านเอาข้าวเอาน้ำมาส่ง “พี่ขาว จะเข้าพระนคร แล้วจะทิ้งพวกเราไหม”
“เอ็งก็อยู่กันไปสิ มาพิรี้พิไรหาอะไร”
“ก็เสบียงของเรา เหลือไม่มากแล้ว ในค่ายก็มีแต่เด็กกับผู้หญิง ถ้าพี่ทิ้งพวกเราไป ไม่กลับมา พวกเราตายแน่”
“ข้าจะไปหาเพื่อนข้า ไอ้คนนี้มันมีฝีมือมีกำลังคน เสือขาวจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พวกเอ็งไม่ต้องกลัว”
“จริงหรือจ๊ะ พี่จะกลับมาพร้อมกับเสบียงใช่ไหม”
“ระเบิดทั้งลูก ข้ายังไม่ตาย พวกเอ็งไม่ต้องห่วง เสือขาวไม่มีวันตาย พวกเอ็งนั่นแหล่ะถ้าขืนหนี ยาสั่งของข้าก็จะออกฤทธิ์ ไม่ว่าพวกเอ็งอยู่ที่ไหน เลือดก็จะออกทวารทั้งเจ็ด ตายอย่างเอน็จอนาถ เพราะฉะนั้น ห้ามหนีไปไหนทั้งนั้น เฝ้าค่ายเอาไว้ เข้าใจไหม”
พู่กับหญิงที่เหลือพยักหน้า เสือขาวขี่ม้าออกไป

บ้านบารนี ชรัตน์นั่งรออยู่ในสวน รอให้คนรับใช้ไปเชิญบุรณีมาคุย
บุรณีเดินมาหา “เอ้าคุณ สวัสดีค่ะ”
“ขอคุยด้วยหน่อยนะครับ ไม่มีใครคุยด้วย ผมอึดอัด”
“อึดอัดอะไรคะ”
“ผมตื่นเต้นที่เจอน้องสาว เย็นนี้ผมจะเดินทางกลับพระนครแล้ว จะมาลาคุณ”
“โชคดีมีชัยค่ะ” บุรณีพูดเสร็จ จะเดินกลับ
“โฮ้ยๆ ไม่ใช่แค่นี้ คืออย่างนี้ครับ ผมจะไปกับคุณรินสองคน ผมเพิ่งมีน้องสาว ผมอยากรู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง คุณรินชอบไม่ชอบอะไร ชอบคนเอาใจใส่หรือไม่ชอบ ผมทำตัวไม่ถูก”
“นี่คุณ ตื่นเต้นเรื่องมีน้องเนี่ยนะ”
“ก็ไม่เคยมีนี่ ผมเลยต้องมาถามคุณบุ คุณรินชอบพูดคุยหรือ ชอบอยู่เงียบๆ คือเราต้องใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นพี่น้องกันไปอีกตลอดชีวิต ผมอยากมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณรินก่อน ก็เลยมาถามคุณ”
“เวลาคุณอยู่กับคนรัก ทำยังไง”
“ก็สุดแต่นะ แล้วแต่คน ไม่เหมือนกัน”
“ผ่านมาหลายคนว่างั้น”
ชรัตน์สะดุ้ง “โฮ้ยไม่ใช่ๆ คือ รวมๆก็ พูดเพราะๆ ปกป้องดูแล เอาใจใส่ คิดถึงเขาเสมอ”
“คล่องเชียว .... ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ”
“ว่าผมเจ้าชู้อีกแล้ว รินนี่เป็นน้องสาวผมนะ ไม่ใช่คู่รัก จะเหมือนกันได้ยังไง ผมเป็นลูกคนเดียวมาตลอด เวลาผมทำตัวไม่ถูก ผมขอคำปรึกษาไม่ได้หรือ”
บุรณีชักชอบที่ชรัตน์ใจกว้าง “น้องคุณคนนี้จะแบ่งครึ่งสมบัติ ....ความรัก และทุกอย่างที่คุณมี”
“แล้วไง ผมมีเยอะอยู่แล้ว”
“แต่ที่เยอะๆก็หมดไปได้ คุณไม่รู้สึกห่วงตัวเองบ้างหรือคะ”
“ฟังนะ รวยไม่รวยอยู่ที่ใจ”
“ใจอะไร”
“ใจที่พอหรือไม่พอ พอเมื่อไหร่ รวยเมื่อนั้น”
บุรณีรู้สึกทึ่ง ไม่อยากเชื่อว่าออกจากปากชรัตน์ “ไปจำมาจากไหน”
“แหม ก็คิดเองได้บ้างสิครับ ในโลกนี้น่ะ มีอะไรตั้งเยอะที่เงินซื้อไม่ได้ เอาง่ายๆคุณเกิดมามีพี่น้อง มีพ่อแม่ แต่ผมลูกคนเดียว พ่อป่วยแต่เด็ก แม่ต้องทำงานหนักแทนพ่อ จนไม่มีเวลาให้ผม ความรักน่ะ ใช้เงินซื้อไม่ได้หรอกนะคุณ”
บุรณีหยุดมองชรัตน์หลายวินาที จนชรัตน์มองตอบสายตานั้น แปลกใจมาก “คุณไม่เคยหยุดมองผมเลย ถ้าไม่มองหนังสือ ก็มองอย่างอื่น นี่เป็นครั้งแรก”
บุรณียิ้มให้ เพิ่งสนใจมองชรัตน์จริงๆ “ถ้าฉันเป็นริน ฉันคงดีใจ แค่คุณตั้งใจที่จะดูแลรินอย่างดี แค่นี้ก็พอแล้ว ความตั้งใจที่เหลือ มันก็จะเป็นไปเองตามธรรมชาติ”
ชรัตน์คิดตามแล้วรู้สึกว่าดีมาก “จริงด้วย เป็นคำตอบที่กระจ่างแจ้งมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย คบกับผู้หญิงฉลาดนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง ขอบคุณครับ” ชรัตน์ยกมือไหว้
บุรณีสะดุ้ง “เฮ้ย บ้า มายกมือไหว้ฉันทำไม”
“ก็คุณทั้งฉลาด ทั้งเข้มแข็ง ใจดีด้วย คิดไม่ผิดจริงๆที่มาถามคุณ คิดอีกที โชคดีมากเลย นี่เรามาร่วมครอบครัวกันแล้วนะนี่ นี่ต้องเป็น....”
“มารยาท มารยาทค่ะ รู้จักถนอมน้ำใจผู้อื่น ไม่ใช่บุพเพสันนิวาส” ชรัตน์ถูกตัดบท
“ไม่ได้จะพูดบุพเพสันนิวาสแล้วนะ พูดอย่างอื่นบุพเพสันนิบาต โรคสันนิบาต”
“บ้า คุณน่ะสิเป็นสันนิบาต” ทั้งสองหัวเราะกัน เริ่มสนิทสนมกัน
บารนียืนมองชรัตน์กับบุรณีอยู่ “หัวร่อต่อกระซิกกันใหญ่ นายคนนี้ท่าทางจะจีบยายบุ” บารนีดูเบื่อโลก มองโลกในแง่ร้าย ดุดันและไม่เชื่อมั่นในความรักอีก กลายเป็นสาวกร้านโลกขึ้นทุกวัน
“รพิพันธ์ บริษัทค้าไม้ใหญ่ที่สุด เศรษฐีลำดับต้นๆ บ้านใหญ่โตอย่างกับวัง รินกลายเป็นเจ้าหญิงเลยนะนี่” อรุณฤกษ์ ไม่วายคิดถึงริน
“แล้วถ้ายายบุรับรักนายชรัตน์อีกคน ก็จะกลายเป็นเจ้าหญิงสองคน ชิ”
“หมาเน่าอย่างพี่ชายข้างบ้านคนนี้ คงไม่เหลือราคา”
“ผู้หญิงผัวทิ้งอีกคนหนึ่งด้วย”
“ทำไมว่าตัวเองอย่างนั้นล่ะ คนที่ควรถูกตำหนิคือคุณพณิชนะไม่ใช่รานี”
“นายชรัตน์ ท่าทางเจ้าชู้จะตาย พวกคนรวยจะมารักเด็กกะโปโลอย่างยายบุจริงหรือ พี่อรุณต้องช่วยกันเตือนยายบุนะคะ”
“คิดแต่เรื่องร้ายๆ หงุดหงิดอะไรนักหนา”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/2 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ