อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/4 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/4 วันที่ 31 ม.ค. 59

ที่ทำการอำเภอ ศรัณย์ทำงานหนักกับเอกสาร
โชติพาชายหนุ่มคนหนึ่งมาหา “ผู้ชายคนนี้ มีเบาะแสข้อมูลเรื่องเสือขาวครับ” ศรัณย์พยักหน้าเริ่มพูดคุยกับชายคนนั้น
“ดิฉันทราบข่าวเรื่องเสือขาวขึ้นมาพระนคร ได้แต่หวังว่าคุณจะตามขึ้นมาสืบข่าวต่อที่นี่”

รินบีบนวด ช่วยพยาบาลทำกายภาพ พระพิจารณ์ธุรกิจมองอย่างมีความสุข
“อยู่ที่นี่ ดิฉันไม่ต้องทำงานบ้าน พี่ชายชรัตน์ คุณอาช้องนางดูแลดิฉันอย่างดี บางครั้งดีเกินไปจนดิฉันอึดอัด ต้องระมัดระวังกริยามารยาท ต่อหน้าบ่าวไพร่มากมาย”

ห้องนอนศรัณย์ ศรัณย์อ่านจดหมายของริน ยิ้มน้อยๆ
“น่าแปลก ชีวิตที่เพียบพร้อมยิ่งทำให้คิดถึงใครคนหนึ่งอย่างมากมาย อยากนั่งทำครัวด้วยกัน อยากพูดคุยกันก่อนนอน เหมือนที่เราเคยทำ...คิดถึงและรอคอยคุณเสมอ ...ริน”


คุณหญิงแก้วเดินเข้ามาหา “เป็นผัวเป็นเมียกัน อยู่แยกกันอย่างนี้จะดีหรือลูก”
“เราไม่ได้ทะเลาะกันนะครับคุณแม่ แค่ต่างคนต่างทำหน้าที่”
“ทำหน้าที่จนเหนื่อย พอเหนื่อยก็ไม่คุย ไม่คุยก็เหินห่าง เหินห่างก็เฉยชา รู้ตัวอีกที คุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้ว”
“วันก่อนคุณโชติพาคนมา เขาเป็นเพื่อนนักเรียนกับเสือขาว เขาบอกว่าเสือขาวเคยไปเรียนที่พระนครช่วงสั้นๆ เรากำลังสืบว่าเสือขาวน่าจะไปพักแถวไหนในพระนครครับคุณแม่”
“งั้นก็ไปพระนคร ไปสืบด้วย แล้วไปหารินด้วย ดีไหมลูก”
ศรัณย์ แสดงสีหน้าวิตก “ไปอยู่กับริน แปลว่าต้องไปอยู่คฤหาสน์รพิพันธ์”
“เรื่องระหว่างรพิพันธ์และศิวะเวทย์ ทำใจยากใช่ไหม”
ศรัณย์ถอนใจ พยักหน้า “ตอนเด็กผมเป็นคุณหนูที่มีทุกอย่างพรั่งพร้อม ผมมีเพื่อนอย่างชรัตน์ อย่างดวงสวาท แต่พอโตขึ้น วันที่ฐานะเราเปลี่ยนไป ผมกลายเป็นเด็กวัด ต่อให้เขาดีกับผมแค่ไหน เรากับเขาก็มีช่องว่างอยู่ดี” สาเหตุกังวลของศรัณย์ เริ่มเผยออกมา

ในอดีต สมัยที่ศรัณย์ ชรัตน์ ดวงสวาท ทั้งสามเป็นนักศึกษา ชรัตน์ขับรถวนเข้ามาบ้านดวงสวาท วนไปมา แถมโบกมือจนดวงสวาทขำ ดวงสวาทนั่งอยู่กับศรัณย์
“รถสวยไหมๆ เห็นยังๆ”
“รู้แล้วว่ารถใหม่ จะลงมาได้หรือยัง”
ชรัตน์จอดรถวิ่งลงมาหาเพื่อนทั้งสอง
“มาฟังเพลงใหม่ของดวงดีกว่า” ดวงสวาทรีบไปที่เครื่องเล่นแผ่นเสียง กดเปิดเพลง “เสียงใสนิ้งไปเลยใช่มั้ย”
“ว่าผมขี้เห่อ ดวงก็เหมือนกัน ทั้งเครื่องเล่นใหม่ ทั้งเพลงใหม่”
ศรัณย์ยิ้มเศร้าๆ กับความรวยของเพื่อนทั้งสอง
“มาเต้นรำกันค่ะรัณย์” ดวงสวาทลากศรัณย์ขึ้นมาเต้นแต่ศรัณย์รองเท้าเกิดขาดพื้นหลุดศรัณย์อายมาก ทั้งสองสะดุดชรัตน์กับดวงสวาทหัวเราะลั่น ตบมือกันใหญ่
“เฮ้ย ใส่เข้าไปได้ยังไงวะ ส้นหลุดขนาดนี้ นี่เดี๋ยวฉันยกของฉันให้”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาไปให้ช่างที่ท่าพระจันทร์ทากาวก็ใช้ได้แล้ว ชรัตน์นายมาเต้นกับดวงเขาก่อน”
ชรัตน์เข้ามาเต้นกับดวงสวาท ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้ดูถูก “มาๆเลย” ชรัตน์เต้นกันตามจังหวะ
ศรัณย์ตามเก็บพื้นรองเท้ามาดู สายตามองที่รถ มองที่เครื่องเล่นแผ่นเสียง เศร้า

ศรัณย์เล่าให้คุณหญิงแก้วฟังต่อ “แต่พอมาเป็นเด็กวัด ผมก็กวาดพื้น ถูพื้นไม่สะอาด ล้างจานก็ไม่ได้เรื่อง ต้องให้เณรมาสอน เพื่อนเด็กวัดเขาก็ไม่นับเพื่อนด้วย สุดท้ายก็เลยไม่มีเพื่อน”
“โธ่ลูกแม่”
“ในเมื่อไม่รู้จะออกไปไหนกับใคร ผมก็เลยอ่านหนังสือทุกเสาร์อาทิตย์ คนก็นึกว่าผมเรียนเก่ง จริงๆ เพราะไม่รู้จะเข้าสังคมไหนต่างหาก”
“ถ้ารินเป็นรพิพันธ์ ก็เท่ากับเขาอยู่สังคมเดียวกับชรัตน์”
“ที่จริง ผมดีใจซะด้วยซ้ำที่เขาเป็นคนใช้ ดีใจที่รู้ว่าเขาไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่พอรู้ว่าเขาเป็นรพิพันธ์ เฮ้อ”
ครั้งที่ดวงสวาทมาเปิดโปงริน แล้วศรัณย์ปล่อยมือริน เป็นเพราะเขาตกใจกับการที่รินเป็นลูกเศรษฐี แต่ไม่ตกใจกับเป็นคนใช้
คุณหญิงแก้วเข้าใจ “นี่ยังไม่นับที่รพิพันธ์ ทำบางอย่างกับศิวะเวทย์”
เจ้าคุณนิติพ่อศรัณย์ติดหนี้สินคุณพระพิจารณ์ธุรกิจ พ่อชรัตน์มากมาย จนแม่ของชรัตน์จะยึดบ้านศิวะเวทย์ เมื่อรู้ว่าจะถูกยึดบ้านศิวะเวทย์ทำให้พ่อศรัณย์หมดอาลัยตายอยากหาทางออกกับชีวิตไม่ได้ เลยฆ่าตัวตาย
“ชรัตน์ไม่เคยรู้ ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ แต่สำหรับคุณแม่และผม คงลืมเรื่องนี้ไม่ได้”
“เชื่อแม่เถอะขึ้นไปพระนคร ไปจัดการเรื่องเสือขาวและเรื่องทุกอย่างซะให้เรียบร้อย”
ศรัณย์ครุ่นคิด

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินในเครื่องแต่งกายแบบคุณหนูงดงาม ดูเปลี่ยนไปเป็นคุณหนูจริงๆ เดินมาเจอแม่บ้านหยิบจดหมายจากหน้าบ้านมา “มีจดหมายหรือโทรเลขถึงฉันไหมจ๊ะ”
“ไม่มีเลยค่ะคุณหนู”
“ไม่คิดถึงกันบ้างเลยหรือคุณศรัณย์” รินเซ็ง รอจดหมายจากศรัณย์

บ้านบรานี บรานีนั่งเหม่อเศร้าคิดถึงพณิช
บุรณีเดินมาหา “พี่รานี คุณพ่อมีนัดจะต้องตรวจตาอาทิตย์หน้านี้แล้ว ถ้าพี่รานีไม่กลับ คุณพ่อก็คงไม่กลับเหมือนกัน”
บรานีหงุดหงิด “ก็จะอยู่เฝ้าฉันทำไมกันล่ะ กลับๆกันไปให้หมด บอกแล้วไงว่าฉันอยู่ได้”
“คุณพณิชเขาไม่มาแล้ว ยอมรับความจริงเถอะค่ะ”
เสียงรถมาจอดหน้าบ้าน บรานียิ้มกว้างออกมา “เสียงรถคุณพณิช…. ฉันจำได้ … เขามาแล้ว” บรานีวิ่งออกไปราวนกติดปีก
“มาจริงหรือคะ” บุรณีงงๆ วิ่งตามไป

พณิชเดินเข้ามาในบ้าน สภาพพณิชทรุดโทรมกว่าเดิมอีก ไม่ได้โกนหนวด สีหน้า ผมเผ้าดูก็รู้ว่าเป็นช่วงตกต่ำในชีวิต บรานีวิ่งมาหาด้วยความดีใจ “คุณพณิช คุณพณิชจริงด้วย”
“ขอโทษที ผมมัวแต่วุ่นวาย คุณเป็นยังไงบ้าง”
บรานีหยุดยิ้ม นึกได้ถึงความเจ็บปวดทั้งปวง ตบหน้าพณิชเปรี้ยง! พณิชงง “ยังมีหน้ามาถาม เกือบสี่เดือน โทรศัพท์สักครั้งคุณก็ยังไม่คิดจะโทรหาฉันเลย”
พณิชโวย “ผมถูกเจ้าหนี้ตาม ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ทั้งหมดเพราะใคร เพราะญาติคุณทั้งนั้น” พณิชค่อนข้างเย็นชา หงุดหงิดง่าย เพราะชีวิตเครียดมาก
บุรณี อรุณฤกษ์ เจ้าคุณบำรุง คุณหญิงเพ็ญแขแอบดูอยู่มุมหนึ่งห่างไป ได้ยินหมดแล้ว
“หนอย พูดอย่างนี้หรือ” อรุณฤกษ์จะเดินออกไป
เจ้าคุณบำรุงจับแขนไว้ “อย่าเพิ่งไป ให้เขาคุยกันก่อน”
บุรณีบ่น “คนอะไรเห็นแก่ตัวชะมัด”
บรานีโมโห “นี่คุณโทษฉันหรือ”
“ผมมีหนี้เป็นล้านๆ ผมสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ผมต้องลำบากที่สุดในชีวิต เข้าใจกันบ้างสิ”
บรานียอมอ่อนลง น้ำตาริน เข้าไปจับแขน “งั้นก็ให้ฉันไปอยู่ด้วยนะคะ ฉันคิดถึงคุณ ให้ฉันไปอยู่ด้วยนะ”
“มันอยู่ที่คุณจะรับได้หรือเปล่า”
“รับได้เรื่องอะไรคะ”

พณิชเดินนำบรานีออกมาที่หน้าบ้าน พณิชชี้ไปที่รถของตน ในรถมีหญิงชาวบ้านหน้าตาดี 1 คนกับ เด็กอีกสองคน นั่งเล่น เดินเล่นแถวนั้น “นั่น เมียอีกคนของผม ชื่อ นุช เขามีลูกสองคน...เป็นลูกของผม”
นุชหันมามองหน้าบึ้ง ยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้
บรานีช็อก บรานีเริ่มเข้าใจเสียงในโทรศัพท์ “คนที่โทรศัพท์มาตามหาคุณนี่เอง คุณโกหกฉัน คุณมีเมียอยู่แล้ว”
เจ้าคุณบำรุงเดินนำอรุณฤกษ์ บุรณีและคุณหญิงเพ็ญแขออกมา ทุกคนได้ยินแล้ว
“เอาแล้วไง...” คุณหญิงเพ็ญแขไม่สบายใจ
“เขาเป็นแม่บ้านบริษัทผมจริงๆ เขาพร้อมจะลงให้คุณ ถ้าคุณยอมรับชีวิตของผม ผมจะเอาคุณไปด้วย”
บรานีแทบหมดแรงยืน น้ำตารินลงมา มองภาพตรงหน้าชีวิตพังลง “คุณหลอกฉันตั้งแต่ต้น คุณมีเมียมีลูกมาก่อนแล้ว”
“ผมรักคุณคนเดียว เขาจะอยู่ส่วนของเขา เราก็อยู่ส่วนของเรา คุณรีบตัดสินใจเถอะ ผมไม่อยากอยู่ที่นานเดี๋ยวเจ้าหนี้จะตามมา เราต้องรีบไปสิงคโปร์”
“คุณอยู่ปีนังไม่ใช่หรือ”
“บริษัทที่ปีนังปิดแล้วเพราะเจ้าหนี้ตาม ผมกำลังไปเริ่มงานใหม่ที่สิงคโปร์”
บุรณีเอ่ย “อยู่กับคนคดโกง ชีวิตหาความสงบสุขไม่ได้อย่างคุณแม่ว่าไม่มีผิด”
พณิชเร่ง “ตกลงว่าไง.... รีบไปเก็บของสิ เอาเท่าที่จำเป็นนะ เราต้องไปอยู่โรงแรมก่อน”
“หลายเดือนที่เรารู้จักกัน คุณหลอกฉันเรื่องงาน หลอกฉันเรื่องชีวิตคุณ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าที่คุณบอกรักฉัน เป็นเรื่องจริง”
“อย่ามาร้องไห้คร่ำครวญ คุณเองก็ไม่ได้ห่วง ไม่ได้รักผมสักหน่อย ไม่งั้นคุณกับญาติก็ต้องช่วยผมแล้ว ในเมื่อไม่เห็นหัวกัน แล้วผมจะเห็นหัวคุณไปทำไม”
ในที่สุด บรานีร้องกรี๊ดออกมาเข้าไประดมตบตีพณิช “ไอ้คนโกหก ไอ้คนหลอกลวง แกมีเมียแล้วแกมาหลอกฉันทำไม ชีวิตฉันพังพินาศเพราะแก เพราะแก”
“โอ้ย เจ็บนะโว้ย .... พูดไม่รู้เรื่องแล้ว ปล่อยๆ” พณิชผลักบรานีจนเซลงไปที่พื้น
อรุณฤกษ์ รีบวิ่งเข้าไปปกป้อง “ไอ้พณิช อย่าคิดทำอะไรน้องกูนะ”
“มากันทั้งบ้าน คอยยุแยงให้ครอบครัวเขาแตกกัน พวกคุณใช่ไหมที่สอนให้บรานีดื้อกับผม”
บุรณีต่อว่า “ไอ้คนขี้โกง ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ของเราเท่าเส้นผม อย่ามาโทษพวกเรานะ”
“เขาเป็นเมียผมแล้ว ยังจะตามมายุยงปั่นหัว แบบนี้สิครอบครัวผมถึงพังพินาศ”
คุณหญิงเพ็ญแขทนไม่ไหว “เป็นเมีย หย่าก็จบ แต่เป็นพ่อเป็นแม่ จะให้ไปบอกเลิกที่ไหนได้ล่ะพ่อคุณ ไม่ต้องไปสนใจบรานี หย่าก็หย่า!”
“โกงเงินคนอื่นจนร่ำรวย ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ หนีไปโน่นหนีไปนี่ เธอคงชินแต่ลูกสาวฉัน ฉันยอมไม่ได้” เจ้าคุณบำรุงเด็ดขาด
“ดี…งั้นก็เลิกกัน เชิญกินอุดมการณ์ยากจนกันต่อไป ไอ้ปลัดจนๆอย่างศรัณย์ มันก็เหมาะเป็นเขยเจ้าคุณจนๆอย่างคุณ ไอ้พวกโง่เหมือนกันหมด”
อรุณฤกษ์อดไม่ไหว “แกคงฉลาดตายล่ะ กอดเงินแต่ไม่มีความสุข คิดแล้วก็สงสารเด็กที่เป็นลูกแก โตมาจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ไม่ต้องร้องไห้แล้วบรานี ไปเสียน้ำตาให้คนพรรค์นี้ทำไม”
“เมียที่ไม่มีประโยชน์ ไม่จงรักภักดี ไม่ช่วยผัว ครอบครัวเมียที่เอาแต่วุ่นวาย กูไม่รู้จะมีไปทำไมเหมือนกัน โว้ย เลิก ๆๆ” พณิชเดินไปขึ้นรถขับออกไป
บรานีตะโกนด่าออกมา “ฮือ ไอ้คนหลอกลวง ไอ้คนชั่ว ไปเลยไป๊ ไป” บรานีร้องไห้สุดๆในชีวิต ยืนไม่ไหวแล้ว บุรณีต้องกอดประคองไว้ ทุกคนมองบรานีสะเทือนใจไปด้วย

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ห้องนอนริน รินนอนอยู่ ยังไม่ตื่น ได้ยินเสียงกีตาร์และร้องเพลงของศรัณย์ดังมา รินงัวเงียบ่นพึมพำ “พี่ชรัตน์ เปิดแผ่นเสียงดังข้ามมาปีกนี้อีกแล้ว” สักพักรินลืมตาโต ลุกขึ้นนั่งทันที เมื่อสติคืนมาว่าเสียงนั้นมาจากใคร “ไม่ใช่แผ่นเสียง” รินยิ้มออกมา ลงไปจากเตียงทันที

ชรัตน์ได้ยินเสียง ไม่อยากเชื่อหู แปลกใจมาก “เสียงคนวิ่งมา” รินวิ่งมากอดศรัณย์ที่ดึงกีตาร์ออกแทบไม่ทัน ชรัตน์ตกตะลึงกับอาการของน้องสาวผู้เรียบร้อย “โอ้โห ฉันว่าผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉาแกแน่ๆ”
รินตกใจที่ไม่ทันเห็นชรัตน์รีบคลายกอด “อุ๊ย คุณพี่ อยู่นี่ด้วยหรือคะ” รินตกใจลงไปนั่ง ก้มหน้าเก็บกริยา อายสุดๆ
ศรัณย์ที่ตกตะลึงไม่แพ้กัน มองตามริน ไม่ยอมละสายตา เพ้อไปแล้ว อมยิ้มน้อยๆ เพราะรินแสดงความรักกับตนอย่างจริงใจ “ผู้หญิงเรียบร้อย เวลาทำแบบนี้ น่ารักชะมัด” ศรัณย์ยังมองรินด้วยความรู้สึก ทั้งดีใจ ทั้งคิดถึงเหลือเกินในเวลาเดียวกัน
“ฉันก็ไม่นึกเหมือนกัน ว่าท่าทางหลงใหลของภรรยาจะส่งผลต่อหัวใจของสามีขนาดนี้”
ศรัณย์เอนเข้าไปกอด “ถ้าไม่มีคนอยู่ก็จูบไปแล้ว”
รินเอนหนียันตัวไว้รีบกระซิบบอก “เอ้อ พี่ชรัตน์” รินชี้ให้ดูว่ามีคนอยู่
ชรัตน์แก้เก้อ เป็นฝ่ายต้องหันหนีแทน “โฮ้ย อยู่ใกล้สองคนนี้ คนโสดอย่างฉันคงมีแต่ตายกับตาย”
ศรัณย์ยังมองแต่ริน นั่งชิดไม่ยอมปล่อย มือก็โบกไล่ชรัตน์ จนชรัตน์ขำ “ไอ้ชรัตน์ แกช่วยหายตัวไปสักสองสามชั่วโมงได้ไหมวะ”
“ไอ้บ้า ไม่ได้ รินต้องไปบริษัทกับฉัน ส่วนแกต้องไปประชุมที่กรมจัดการเรื่องเสือขาว จำไม่ได้หรือ”
ศรัณย์เซ็งปล่อยมือ กลับมานั่งที่ทำตัวเรียบร้อย รินขำ ชรัตน์หมั่นไส้ผัวเมียข้าวใหม่ปลามัน
“คุณได้ที่อยู่ของเสือขาวแล้วหรือคะ”
“ผมได้เบาะแสบ้านป้าของเสือขาว ที่เสือขาวมาพักด้วยตอนมาเรียนหนังสือที่พระนคร ผมเลยว่าจะไปดูสักหน่อย”
“ทำงานเสร็จจะกลับมาพักที่นี่หรือที่ไหนคะ”
“บ้านคฤหาสน์หลังนี้เนี่ยนะ ....” ศรัณย์มองบ้านอันใหญ่โต
“เมื่อตอนเด็กๆ แกก็เคยมานอนบ้านนี้ จำไม่ได้หรือ”
“บ้านป้าของเสือขาวอยู่ถึงเมืองมีน ต้องออกไปตามหาว่าหลังไหนอีก สองสามวันนี้ฉันคงต้องนอนวัด คงมานอนบ้านนี้ไม่ได้”
รินพยักหน้า “ได้รู้ว่า คุณอยู่ที่พระนคร ใกล้ๆก็พอแล้วค่ะ” ศรัณย์พยักหน้าจับมือริน

ที่บริษัทชรัตน์ ช้องนาง เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อแนะนำรินให้ทุกคนรู้จัก รินและชรัตน์อยู่ในชุดหรู ดูดี
“คนนี้คือคุณบราลี ศิวะเวทย์ ลูกสาวอีกคนของคุณพระพิจารณ์ เท่ากับเป็นนายอีกคนของที่นี่”
รินกระซิบเบาๆ กับช้องนางไม่คุ้นกับการเป็นนักบริหารเลย “คุณอาคะ ดิฉันว่า อย่าเพิ่งเลยค่ะ”
“ไม่ต้องรอหรอกครับ” ชรัตน์หันไปบอกทุกคน “ผมในฐานะทายาทคนเดียวของคุณพ่อ ขอประกาศให้ทราบว่า ต่อไปนี้คุณอาช้องนางจะอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการ ผมเป็นผู้จัดการและตำแหน่งของบราลีนับจากนี้ คือ รองผู้จัดการของรพิพันธ์ค้าไม้”
ผู้บริหารทั้งหลายปรบมือ เพื่อแสดงการต้อนรับ สมรปรบมือแต่เบ้ปากกันกับโฉม รับไม่ได้เพราะอิจฉา

ดวงสวาท สมร โฉม ทั้งสามนัดทานเครื่องดื่มเพื่อเม้ากัน
ดวงสวาทไม่พอใจ “นังคนใช้นั่นตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการเลยหรือ”
สมรเล่า “ใช่ ผู้จัดการเห่อน้องสาวคนนี้น่าดู”
“แล้วเขาไม่รู้หรือไง มันทำอะไรเป็นที่ไหน วันๆเอาแต่นั่งโขลกน้ำพริก เย็บผ้า ซักผ้า ผู้หญิงอย่างนี้เนี่ยนะ เป็นรองผู้จัดการ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/4 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ