อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/5 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/5 วันที่ 31 ม.ค. 59

“แล้วเขาไม่รู้หรือไง มันทำอะไรเป็นที่ไหน วันๆเอาแต่นั่งโขลกน้ำพริก เย็บผ้า ซักผ้า ผู้หญิงอย่างนี้เนี่ยนะ เป็นรองผู้จัดการ”
โฉมตอกย้ำ “แค่นั้น ยังไม่พอนะคะ ดิฉันสองคนน่ะทำงานฝ่ายกฎหมาย ถูกเรียกให้ไปทำเรื่องยกที่ดินและทรัพย์สมบัติอีกหลายรายการ เอาออกมายกให้น้องสาวคนนี้อีกบานตะเกียง”
ดวงสวาทหงุดหงิด “บ้า นี่มันหนูตกถังข้าวสารชัดๆ แล้วยายนั่นได้สมบัติอะไรไปบ้าง”
สมรเผย “ก็มีหลายอย่างนะ อ้อ แต่มีบ้านหลังหนึ่ง ฉันว่าเธอรู้จักบ้านหลังนี้ดี”
“บ้านหลังไหน เธอพูดถึงอะไร”

ห้องประชุม กรมการปกครอง ศรัณย์คุยงานกับท่านอธิบดีและหน่วยงานอื่นๆ
“เราประสานงานกับตำรวจท้องที่แล้ว เขาจะรอคุณอยู่ที่มีนบุรี คอยเป็นกำลังเสริมให้”
“ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ผมออกไปหาข่าววันนี้เลย ได้ข่าวอย่างไรจะมาเรียนท่านครับ” ศรัณย์ลุกขึ้นยืนก้มหัวให้ ก่อนออกจากห้องไป



ศรัณย์เดินออกมา ดวงสวาทนั่งรออยู่แล้ว “ดวงสวาท รู้ได้ยังไงว่าผมมาที่นี่”
“เพื่อนคุณที่นี่ มีหลายคนที่เป็นเพื่อนฉัน ได้เวลาเลิกงานแล้ว เราออกไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยมั้ยคะ”
ศรัณย์จำใจต้องไปด้วย

ห้องทำงานช้องนาง รินกำลังนั่งมองรายการยกทรัพย์สินต่างๆ ที่ช้องนางลิสต์มาให้ดู
“ทั้งหมดนี้จะยกให้ดิฉันหรือคะ ทำไมเยอะแยะมากมายแบบนี้”
“พี่บอกแล้วไง เป็นไปตามสิทธิ์ที่น้องจะได้”
“เอ๊ะอันนี้ คฤหาสน์ ศิวะเวทย์นี่ ... นี่ใช่บ้าน”
ชรัตน์พยักหน้า “บ้านเก่าของ ศรัณย์”
“หา...” ชรัตน์พยักหน้าว่าใช่ รพิพันธ์คือเจ้าหนี้ของศิวะเวทย์ ความลับกำลังจะเปิดเผย

ในร้านอาหาร ศรัณย์ ดวงสวาท ทั้งสองนั่งทานไปคุยกันไป
“ไม่มีใครรู้ใจคุณเท่าฉัน ถ้าไม่มีเรื่องงาน คุณไม่มีวันขึ้นมาพระนครคราวนี้หรอก”
“ทำไมล่ะ” ศรัณย์แกล้งถามกลับ
“ถ้าคุณขึ้นมา คุณก็ต้องไปบ้านรพิพันธ์ คุณคงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับรพิพันธ์เพราะความหลังบางอย่าง แต่จู่ๆ เมียแต่งของคุณก็กลายเป็นทายาทบ้านรพิพันธ์ โชคชะตากลั่นแกล้งคุณชัดๆ”

ชรัตน์กำลังเล่าเรื่องราวในอดีตให้รินฟัง “เมื่อตอนเด็กๆ บ้านพี่ บ้านศรัณย์ และบ้านของดวงสวาทอยู่ละแวกเดียวกัน เวลาที่ท่านเจ้าคุณนิติ ขาดเหลืออะไร ก็จะมาหยิบยืมจากคุณแม่พี่”
“เจ้าหนี้รายใหญ่ของศิวะเวทย์ คือรพิพันธ์หรือคะ”
“ใช่ เมื่อหนี้สินพอกพูนมากเข้า จนกระทั่งวันหนึ่งทางบริษัทต้องขอร้องให้ท่านเจ้าคุณชำระคืน พอไม่มีคืน ทางเราก็ต้องยึดบ้านหลังนั้น” ช้องนางเล่าเสริม
“แล้วคุณพี่กับคุณศรัณย์ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่หรือคะ”
ชรัตน์ตอบซื่อๆ เพราะเป็นคนไม่คิดมาก “แล้วเป็นไม่ได้หรือ มันเรื่องสมัยคุณพ่อคุณแม่ คนรุ่นเราไม่ได้รู้เรื่องด้วย ไม่เห็นต้องโกรธกันนี่”
“ก็จริง” รินคิดตามชรัตน์ เหตุผลของชรัตน์ก็ถูก
“พอพี่รื้อรายการทรัพย์สินขึ้นมาดู พี่ก็รู้ทันทีว่าบ้านหลังนี้ จะต้องเป็นของน้อง เป็นของศรัณย์”
รินคิดตาม
ศรัณย์ ดวงสวาททั้งสองกำลังพูดเรื่องเดียวกัน แต่ดวงสวาทรู้ใจของศรัณย์มากกว่าชรัตน์
“คุณกับชรัตน์ เป็นเพื่อนกันได้เพราะไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต แต่บราลีนี่สิ จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว นับจากนี้ไปชีวิตแต่งงานของคุณสองคนจะเป็นยังไงคะรัณย์” ดวงสวาทรู้ดีว่า ศรัณย์เป็นคนหยิ่งและมีปมสำคัญกับบ้านหลังนี้
ศรัณย์ไม่อยากคิดถึง ไม่อยากพูดถึง พยายามเรียกความเชื่อมั่นในตัวริน ขึ้นมา “คุณกำลังทำอะไร ดวงสวาท กำลังจะยุยงผมกับรินงั้นหรือ”
“ดวงกำลังเตือนคุณต่างหาก คุณกำลังจะพบกับปัญหาใหญ่ในชีวิตคู่ ดวงหวังดี ดวงถึงได้เตือน เพื่อคุณจะได้เตรียมตัวรับมือกับมัน”
“เรารักกัน เราไม่มีปัญหากันหรอก”
“คุณมั่นใจในตัวรินมากขนาดนั้นเลยหรือคะ เงินน่ะเปลี่ยนคนได้นะคะ แล้วตอนนี้รินก็ไม่ใช่คนใช้หลังครัวอีกแล้ว ดูเขาตอนนี้สิคะเป็นคุณหนู ทายาทมหาเศรษฐี รัณย์ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนไปจริงๆหรือคะ”
ศรัณย์อึ้งไป ลึกๆรู้ว่ารินเปลี่ยนไป แต่ศรัณย์ตัดสินใจใหม่ รินไม่ใช่คนอย่างนั้น “คุณดูถูกว่า รินเป็นคนใช้ไม่ใช่หรือ นี่ล่ะคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดในตัวเขา เขาไม่เคยสนใจเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง นามสกุลรพิพันธ์เปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้หรอก”

ทางด้านของชรัตน์และริน กำลังคิดไปอีกด้าน ด้วยเหตุผลของตนเอง
“บ้านนี้เป็นสมบัติสำคัญที่สุดของศิวะเวทย์ ศรัณย์จะได้กลับคืนสู่บ้านศิวะเวทย์ คุณหญิงแก้วก็เหมือนกันท่านสมควรได้กลับไปอยู่บ้านเดิมของท่าน”
“ก็จริงนะคะ ทุกครั้งที่ขึ้นมาพระนครทั้งสองคนต้องไปอยู่บ้านของคุณน้าน้องสาวคุณหญิงแก้ว ต่อไปนี้ ทั้งสองคนจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองเสียที”
“เราจะเนรมิตศิวะเวทย์ให้สวย แล้วจัดงานทำบุญบ้าน เชิญทุกคนที่เป็นญาติของพวกเรามาทานอาหาร เพื่อประกาศคืนศิวะเวทย์ให้กับศรัณย์ แบบนี้ดีไหม”
รินนึกเล็กน้อย แล้วดีใจยิ้มออกมา เชื่อชรัตน์สนิทใจ “ดีค่ะดี ดิฉันอยากเห็นคุณศรัณย์มีความสุข”

ศรัณย์ ดวงสวาท ทั้งสองสนทนากันต่อเนื่อง
“รินรู้ดีว่าความสุขของผมอยู่ที่ไหน เขาจะรู้เองว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร”
“คุณเชื่อใจภรรยาของคุณว่างั้น”
“ความรักครั้งแรก ทำเอาผมเกือบตาย ผมตั้งใจกับความรักครั้งสุดท้ายของผมมาก”
ดวงสวาทอึ้งไปนิด “ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ความรักที่สวยงามแบบในนิยาย มันไม่มีจริงหรอก”
“ไม่ ครั้งนี้ผมยอมให้ผิดพลาดไม่ได้ ผมเจ็บต่อไปไม่ไหวแล้ว เจ็บอีกทีครั้งที่สอง ผมคงตายทั้งเป็น”
ดวงสวาทยิ้ม สีหน้ามั่นใจสุดๆ ว่างานนี้คู่นี้แตกแยกแน่ ดวงสวาทพูดคำสำคัญออกมา เน้นคำนี้ “ความคาดหวัง ที่คุณพูดมาทั้งหมด เราเรียกว่า..ความคาดหวัง”
“ที่คุณจะคุยกับผมวันนี้ แค่นี้จริงหรือ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่”

ริน ชรัตน์ มี “ความคาดหวัง” ที่สวนทางกับศรัณย์
“คิดดูนะริน ศรัณย์ทั้งชีวิต คงพอใจที่จะเป็นแค่ข้าราชการ อยู่บ้านพักข้าราชการ พอถึงช่วงปรับเปลี่ยนทีก็อาจจะถูกย้ายไปเรื่อยๆ แบบนี้พี่ว่าจะไม่ไหวมั้ง”
ชรัตน์วาดฝันสวยหรู จนรินเคลิ้ม เชื่อ “ถ้าดิฉันมีบ้าน ครอบครัวของเราก็จะมั่นคงขึ้น”
“ใช่ ไหนจะอีกหน่อยรินมีลูก ศรัณย์กับรินก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลอีก”
“ถ้ามีบ้านที่เป็นของเราจริงๆ คุณศรัณย์ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง จะทำงานได้อย่างสบายใจ”
“ใช่ ศรัณย์ต้องดีใจแน่”
รินพยักหน้ายิ้มดีใจ คิดตามไปว่าศรัณย์ก็คงต้องการแบบนี้

ดวงสวาทยืนยันหนักแน่น “ฉันเจ็บมาก่อน ฉันรู้จักมันดี ความคาดหวัง...คิดไปเองว่าคู่ของเราจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่จริงๆมันอาจจะไม่ได้เป็น แล้วพอมันไม่เป็นอย่างที่หวังเราก็รับไม่ได้ เราก็จะทำลายชีวิตคู่ของเราเพราะ ... ความผิดหวัง” สีหน้าดวงสวาทมั่นใจสุดๆ ว่ามันจะเป็นแบบนี้ จนศรัณย์ชักคิดหนัก ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่
“รินจะไม่มีวันเปลี่ยน เขาเข้าใจผมดีที่สุด เราเกิดมาเพื่อกันและกัน”
“เกิดมาเพื่อกันและกัน ฮึ ไอ้ประโยคสวยหรูนี่แหล่ะที่มันหลอกเรา คนเราไม่ว่าใคร ก็เปลี่ยนได้ทุกวัน แต่งงานเพราะคิดว่าจะมีชีวิตเหมือนในฝัน โดยไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
“คุณคงอยากให้ชีวิตคู่ของผมพังเหมือนคุณ”
“ชีวิตคู่ของคนส่วนใหญ่ในโลก ข้างนอกสวยหรู ข้างในมันก็พังทั้งนั้นแหล่ะค่ะ...” ดวงสวาทยิ้มร้าย
ศรัณย์พยายามมั่นคงไม่หวั่นไหว

บ้านบรานี บรานีฉีกรูปคู่แต่งงานของตนทิ้ง ร้องกรี๊ดๆ อาละวาด จิตตกถึงที่สุด
บุรณีอยู่ด้วยใกล้ๆ คอยดูแล “โธ่ พี่รานี อย่าร้องไห้นะคะ อย่าร้อง พวกเราทุกคนยังอยู่กับพี่นะคะ”
“มันจบแล้ว จบสิ้นแล้ว ฮือ ฉันกลายเป็นม่ายไปแล้วหรือนี่”
คุณหญิงเพ็ญแข เดินนำอรุณฤกษ์ และเจ้าคุณบำรุงเข้ามา “หนูยังเป็นสาว ยังสวย สักวันก็เริ่มต้นได้ใหม่นะลูก”
“แต่คุณแม่พูดเสมอว่า เกิดมาต้องมีผัวเดียวเมียเดียว แล้วนี่รานีกลายเป็นม่ายผัวทิ้งไปแล้ว คนจะมองเรายังไงคะคุณแม่”
“ถ้าหนูร้องไห้คร่ำครวญ กลัวเสียงครหาแบบนี้ คนเขาก็จะมองอย่างสมเพช แต่ถ้าหนูเข้มแข็ง เชื่อมั่นในสิ่งที่หนูเป็น คนเขาก็ไม่กล้าเยาะเย้ยหนู หนูอยากเป็นใคร หนูต้องทำให้เขาเห็น ไม่ใช่รอให้เขาบอก”
“เรากลับพระนครกันนะ พี่จะจองรถพรุ่งนี้เลย เราจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ แล้วไปเริ่มต้นใหม่นะ” อรุณฤกษ์ให้กำลังใจ
บรานีนั่งลงร้องไห้โฮกอดกับบุรณี

บ้านดวงสวาท ดวงสวาทเพิ่งถึงบ้าน นริศนั่งรออยู่ “คุณดวง ไปไหนมาทั้งวัน ผมรอทานข้าว”
“รอทำไมคะ ข้าวบ้านฉัน พ่อแม่ฉันออกเงิน คุณทานฟรี มีทานก็ทานไปสิ” ดวงสวาทเหนื่อยๆ เครียดๆ
นริศเสียใจมาก เพราะรักดวงสวาทจริง “ผมแค่สงสัย แค่ถาม ไม่งั้นเราจะเป็นครอบครัวได้ยังไง ถ้าเราไม่ห่วงใยกัน”
“ก็เป็นแบบที่เราเป็น เป็นแบบแกนๆอย่างนี้แหล่ะ”
นริศอึ้งไปอีก นับวันดวงสวาทจะยิ่งเย็นชา
มหินท์เพิ่งมาถึงบ้านกับนิจเหมือนกัน “ไม่ต้องไปห่วงคนอื่นเลย มานี่เลยคุณชาย วันนี้ผมไปเจอเจ้าของที่ดินที่สี่กั๊ก คุณหญิงเอมอร”
“อ้อครับ คุณหญิงเอมอร ทำไมครับ”
“ยังมีหน้ามาถาม เราขอซื้อที่ดินจากเขา แต่ป่านนี้เขามาถามผมว่าทำไมบริษัทเรายังไม่ติดต่อไปเลย จะทำห้าง แต่ที่ดินยังไม่ซื้อ แล้วจะได้ทำปีไหนเนี่ย”
“เอ้า หรือครับ เอ ผมไม่ทราบสิครับ ผมฝากเรื่องไว้ที่มิสเตอร์จิมแล้ว”
“ไม่รู้....คุณชายตอบออกมาได้ยังไงว่าไม่รู้! คุณชายเป็นคนมาขอผมทำงานเอง เป็นผู้จัดการเรื่องสำคัญแบบนี้ตอบว่าไม่รู้ ไม่ได้นะคุณชาย”
“ครับๆ ผมจะจัดการด่วนเลยครับ” นริศยืนนิ่ง ตามประสาเฉื่อยชา
มหินท์ต้องเร่ง “ด่วน ….บอกว่าด่วน….ไหนล่ะด่วน โทรไปถามมิสเตอร์จิมเลย”
“สองทุ่มแล้ว ไม่ดึกไปหรือครับ”
“ก็แล้วไงล่ะ มิสเตอร์จิมอยู่โรงแรมไม่ใช่หรือ ....ไปโทรสิ”
“อ้อ ครับๆ” นริศเดินออกไป
“โฮ้ย ต้องให้บอกทุกอย่าง... อะไรของเขา”
นิจกังวล “เรามอบอำนาจให้คุณชาย เงินทั้งหมดอยู่ในมือเขา จะไม่เป็นไรหรือคะ”
มหินท์หันไปหาดวงสวาท “แกก็เข้าไปช่วยเขาดูหน่อยสิดวงสวาท ไปสำนักงานบ้าง ไปช่วยคุณชายนริศดูบ้าง วันๆ เอาแต่ตะลอนไปไหนก็ไม่รู้ พ่อแม่ก็แก่แล้ว แกจะให้ทำงานไปจนตายหรือไง”
ดวงสวาทเซ็ง พลอยโดนด่าไปด้วย
วันต่อมา ที่บ้านศิวะเวทย์ คนใช้ คนงานทำความสะอาดบ้านกันใหญ่ รินดูแล ชื่นชมบ้าน รินมองบ้านสวยงาม พอใจ
ศรัณย์ย่องเข้าไปซุ่มดูบ้านไม้ในซอยเปลี่ยวหลังหนึ่ง ศรัณย์ชี้ไปเสื้อผ้าที่ตากอยู่ บอกตำรวจเสียงเบา “เสื้อผ้าชุดนั้นผมจำได้ เสือขาวมันใส่ตอนอยู่บนรถไฟ มันต้องพักที่นี่แน่ๆ”
ตำรวจหันไปบอกกัน “บอกพวกเราระวังตัวด้วย มันน่าจะมีอาวุธ กระจายกำลังกันออกไป” ทุกคนนำอาวุธออกมา ถือไว้ระวังตัวเต็มที่ ศรัณย์นำตำรวจ ย่องเข้าไป

ศรัณย์ และตำรวจมองประตูที่ปิดอยู่ มีเสียงกุกกักดังลอดออกมาจากด้านใน
“พร้อมนะ ...” ศรัณย์เปิดประตู “ไป” ศรัณย์เอาปืนจ่อพร้อมกับวิ่งเข้าไปในบ้าน นกบินออกไป จากจานข้าวเหลือ ทั้งหมดจ่อปืนไปรอบๆ
ตำรวจบอก “นกมากินเศษอาหาร”
ศรันย์สรุป “ไม่มีใครอยู่เลย แต่จานอาหารคงเพิ่งกินเมื่อวาน มันคงมาพักที่นี่แล้วออกไปทำธุระ”
“ธุระอะไร ตกลงมันขึ้นมาพระนครทำไมครับ”
“เรื่องนี้ผมก็คิดไม่ออก คงต้องไปสอบถามเอาจากชาวบ้านแถวนี้”
ตำรวจพยักหน้าเดินออกไป

ศรัณย์ ตำรวจชุดเดิม เดินออกมาหน้าบ้าน ตำรวจที่เดินตามหลังศรัณย์คุยกันเอง
“อากาศแถวนี้เย็นๆ สงสัยเมื่อคืนฝนจะตก”
“เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว หมอกลงเลย”
ศรัณย์หันขวับ มองไป แล้วตะโกนลั่น “ระวัง….หลบไป” ศรัณย์ยิงปืนออกไป ที่กลุ่มควันที่อยู่ห่างข้างกองไม้ พร้อมกับกระโดดหลบอย่างเท่ เข้าที่กำบัง ตำรวจที่หลบซ่อนตัวแล้ว อึ้งมองหน้ากัน ทุกอย่างเงียบสงบสักพัก
ตำรวจคุยกันเอง “คุณปลัดแกยิงอะไรวะ”
ปืนยิงเปรี้ยงๆออกมาจากหมู่หมอกพร้อมด้วยร่างกำยำของเสือขาวที่ถือปืนออกมายิงศรัณย์ ศรัณย์ยิงต่อสู้กับเสือขาวที่บ้าเลือดยืนยิงอยู่ในกลุ่มหมอก ไม่มีหลบเพราะเชื่อมั่นในคาถาอาคมของตัวเอง เสือขาวกำลังท่องมนต์บางอย่าง เป็นคาถามหาอุตม์
ตำรวจยิงออกไป ไม่สำเร็จ “ปืนขัดลำกล้อง”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/5 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ